นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #19
กาบแก้ว
...แผนการ​ที่​จะเข้า​ไปช่วยลุงชู ​ได้ถูกกำหนดขึ้น​อย่างกระทันหัน...

ตอน : ชิงตัวประกัน

แผนการ​ที่​จะเข้า​ไปช่วยลุงชู​ได้ถูกกำหนดขึ้น​อย่างกระทันหัน​โดยผู้​ที่วางแผนในการดำเนินการครั้งนี้​คือนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลเกาะขนานแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

​เมื่อ​ได้ตกลงตามแผนปฏิบัติการกัน​เป็น​ที่เรียบร้อย​แล้ว​ ผู้หมู่ประทิวก็ทิ้งตัวลงยังผืนน้ำ​และดำน้ำล่วงหน้า​ไปก่อนอีกวาระหนึ่ง​

ครู่ใหญ่ประมาณ 10 นาที​ต่อมา ณ อีกด้านหนึ่ง​ของเกาะตรงกันข้าม​กับ​ที่เรือโชคโอฬารทอดสมอจอดอยู่​ก็ปรากฏเสียงเอะอะโวยวายเกิดขึ้น​​เมื่อลูกเรือคนหนึ่ง​บังเอิญเหลือบ​ไปเห็นลูกเรือชาวพม่าสองคน​ที่ทำหน้า​ที่ค้นหาอยู่​ทางด้านนี้ คนหนึ่ง​นอนหงายตาเหลือกลิ้นจุกปาก ​ส่วนอีกคนนอนคว่ำหน้าหัวทิ่มจมอยู่​ในน้ำทะเล

"เฮ้ย ! มีพวกเราถูกทำร้ายอยู่​ทางนี้โว้ย !"

คน​ที่ตะโกน​คือเดชาไอ้หนุ่มผมยาว มันกระชากปืนกระโดดออก​ไปยืนจังก้าสอดส่ายสายตามอง​ไปรอบๆ​ตามโขดหินใหญ่น้อย​ที่กระจายอยู่​ทั่ว​ไป

เงาดำวูบผ่านแสงสปอตไล้ท์​ที่ส่องมาจากเรือตังเกใหญ่โชคโอฬาร คล้าย​กับมีคนกระโดดจากต้นไม้ใหญ่​ที่มีอยู่​เพียงต้นเดียวใกล้แนวโขดหินตะปุ่มตะป่ำแถบนี้ตรง​ไปยังโขดหินก้อนโตก้อนหนึ่ง​ เดชากระโดดตาม​ไปใกล้พลางร้องตะโกนถาม

"นั่น​ใครวะ ?"

เงียบ ! ไม่มีเสียงตอบใดๆ​​ทั้งสิ้น !

"กู​จะนับหนึ่ง​ถึงสาม​ถ้าไม่ตอบกูยิงนะโว้ย !" เสียงเดชาตะโกนก้อง

"หนึ่ง​..สอง..สาม"

ปัง !

เสียงกระสุนปืน 11 มม.ดังก้องสะท้าน​ไป​ทั้งเกาะ นับว่านี่​คือกระสุนนัดแรก​ที่เปิดฉากกัมปนาท​เป็นต้นเสียงอันดับแรกของคืนนี้

ยังคงไม่มีเสียงตอบมาจากแนวโขดหินบริเวณนั้น​อยู่​ดี

ไอ้หนุ่มผมยาวฉุนขาด !

​เมื่อ​ได้ยินเสียงพรรคพวกวิ่งกรูกันมาทางเสียงปืน​ที่มันเพิ่งระเบิดกระสุนออก​ไป​เมื่อตะกี้นี้ มันรีบกระโดดพุ่งตัวตาม​ไปยังหินก้อนนั้น​ทันที​โดยหวัง​ที่​จะเผด็จศึก

​แต่พอมันโผล่ตัวออก​ไปพ้นก้อนหินเท่านั้น​ เสียงปืนขนาด 9 มม.ในมือของผู้หมู่ประทิวก็ลั่นเปรี้ยงเข้าใส่กลางอกของไอ้หนุ่มผมยาวจนร่างของมันหยุดกึกราว​กับวิ่งมาสะดุดตอทรุดฮวบลงทันที

เบิ้มวิ่งนำหน้ามาทางเสียงปืน​ที่ดังขึ้น​ตั้งแต่นัดแรกตามติดด้วยไต้ก๋งบุญทวี​และลูกเรืออีกสามคน

ปืน​ทั้งห้ากระบอกระดมยิง​ไปยังโขดหินก้อนนั้น​เสียงดังราว​กับประทัดแตก​แต่ก็หา​ได้มีเสียงยิงโต้ตอบออกมาไม่

จากประสพการณ์​เมื่อครู่ทำ​เอาพวกมันลังเลไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้า​ที่​จะบุกตะลุยเข้า​ไป ​เพราะอาจกลาย​เป็นศพ​ได้

พวกมันหารู้ไม่ว่าชาย​ที่โผล่ออกมายิงเดชา​เมื่อครู่นี้อยู่​ในชุดประดาน้ำ ขณะนี้​เขา​ได้เคลื่อนกายลงน้ำแอบเร้นตัวย้าย​ไปอีกทางหนึ่ง​​เพื่อ​ความปลอดภัย

เสียงปืน​ที่ระเบิดยิงกันอย่างเมามันหูดับตับไหม้​เมื่อครู่นี้นั้น​​เป็นชนวนดึง​เอาจุดสนใจของทุกคนบนเกาะ​ทั้งหมด ต่างก็วิ่งมารวมตัวกัน​โดยอัตโนมัติ รวม​ทั้งตัวโกหลกเอง อาเม้ง ฮันส์ กุลลิคเซ่น​และแอนนามารีก็พลอยวิ่งมายืนออกันอยู่​ด้านหลังก้อนหินใหญ่ ไม่มี​ใครสักคนเดียว​ที่​จะกล้าเข้า​ไปใกล้โขดหิน​ซึ่งร่างอันสูงใหญ่ของเดชาไอ้หนุ่มผมยาว​ที่ถูกกระสุนยิงทะลุอก นอนหงายเหยียดยาว เลือดแดงฉานไหลนอง​ไปทั่วพื้นหาดทรายปริ่มน้ำนั้น​


***************


จ้อน​และโซ้ดกรรเชียงเรือพานายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงมาหยุดอยู่​เบื้องหลังเรือโชคโอฬารด้วย​ความปลอดภัย​โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

โซ้ดปีนบันไดแกงเวย์ขึ้น​​ไปบนเรือโชคโอฬารอย่างระมัดระวัง

จ้อน​และนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงลงจากเรือกรรเชียง​ที่ผูกโยงไว้แล้ว​​กับโซ่สมอเรือ เดินลุยน้ำหลบ​ไปทางใต้ถ้ำลอด ค่อยๆ​คลานขึ้น​ฝั่ง​ไปทางเดียวกัน​กับ​ที่ลุงชูขนสัมภาระเข้า​ไปซุก​และแอบซ่อนตัวอยู่​ภายในถ้ำรูหนู​โดย​ที่​ทั้งสองไม่เคยรู้มาก่อน

​ทั้งสองค่อยๆ​คืบคลาน​ไปตามก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ​ที่มีอยู่​ทั่ว​ไปแอบสะกดรอยตาม​ไปทางเสียงปืน​ที่ยิงรัวกันถี่ยิบ​เมื่อครู่นี้

จากแสงไฟ​ที่สว่างไสวราว​กับกลางวัน หนุ่มจ้อนก็​ต้องตกตะลึงจนแทบช็อคด้วย​ความดีใจ​ที่เห็นร่างสูงระหงผมสีบลอนด์ปลิวไสว​ไปตามลมยืนอยู่​ท่ามกลางคนกลุ่มนั้น​

แอนนามารี !

ใกล้ๆ​กัน​กับ​ที่เธอยืนอยู่​ก็มีชายสูงอายุชาวตะวันตกท่าทางคล้าย​กับในรูปภาพไม่มีผิดเพี้ยน

​ต้อง​เป็นมร. ฮันส์ กุลลิคเซ่นบิดาของแอนนามารีอย่างแน่นอน !

จ้อนดึงแขนดาบบุญเ​ที่ยงให้เข้ามาหลบอยู่​​ที่เบื้องหลังก้อนหินใหญ่ใกล้ๆ​กันพลางกระซิบบอก

"สาวฝรั่งผมบลอนด์​และฝรั่งผู้ชายสูงอายุอีกคนหนึ่ง​นั้น​​คือบุคคล​ที่เรา​กำลังตามหาตัวกันอย่างจ้าละหวั่นอยู่​ขณะนี้นะครับ​พี่ดาบ"

"อย่างนั้น​ก็นับว่า​เป็นโชคดีของเราทีเดียว"

"​แต่ทำอย่างไรจึง​จะพาพวก​เขากลับ​ไป​กับเรา​ได้ละครับ​ ?"

"เรา​ต้องพยายามหาทางแยก​เอาพวก​เขาออกมาจากกลุ่มของนายดิลกให้​ได้"

"นั่นซิ ทำอย่างไรดีละครับ​ ?" จ้อนกังขา

"ผมว่าเรา​ต้อง​ใช้แผนเดิมของหมู่ประทิว ​คือเบน​ความสนใจ"

"เบน​ความสนใจ ?"

"ใช่...​เบน​ความสนใจด้วยเหยื่อตกปลา"

"เหยื่อตกปลา ?"

"​โดย​เอาคุณจ้อนนั่นแหละ​​เป็นเหยื่อตกปลา"

"ผมนะรึ​เป็นเหยื่อตกปลา !"

"ใช่คุณ​เป็นคนเดียว​ที่คุณแอนน์รู้จักดี​และไว้วางใจมาก​ที่สุด ในกรณีนี้คุณแอนน์​จะ​ได้รู้ว่าคุณอยู่​​ที่นี่​เพื่อคอยช่วย เธอ​จะพยายามแยกตัวออกมาเอง ​แต่คุณ​ต้องเสี่ยงหน่อย​นะครับ​คุณจ้อน ​ถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิตทีเดียว"

"ผมยินดีเสี่ยงครับ​พี่ดาบ" จ้อนยืนยันหนักแน่น

"​ถ้าอย่างนั้น​ก็ตกลงตามนี้ ​เพราะคุณโซ้ด​กำลังรอสัญญาณ จากพวกเราอยู่​บนเรือใหญ่ ผมให้สัญญาณ​เมื่อไหร่ คุณโซ้ด​จะดำเนินการตัดไฟฟ้าทันที พวกมัน​จะงงเหมือนคนตาบอดทีเดียว​เมื่อไฟดับใหม่ๆ​ ถึงตอนนั้น​ก็​เป็นโอกาสทองของพวกเรา​ที่​จะกันแยก​เอาสองพ่อลูกออกมา"

"ผม​ต้อง​เป็นเหยื่อตกปลาด้วยวิธีใดละครับ​ ?"

"ง่ายมาก เพียงคุณหาทางออก​ไปแสดงตัวด้วยวิธี​ที่นุ่มนวล​ที่สุด ​เพื่อ​ที่​จะบอกให้คุณแอนน์รู้ตัวเท่านั้น​ว่าคุณมาคอยช่วยเหลืออยู่​ใกล้ๆ​นี้แล้ว​"

"วิธี​ที่นุ่มนวล​ที่สุด ?"

"ใช่ ​เพราะ​ถ้าคุณขืนบุ่มบ่ามพรวดพราดเข้า​ไปละก็ มีหวังถูกกระสุนปืนอย่างไม่มีปัญหา"

"ตกลงครับ​พี่ดาบ"

พูดจบจ้อนก็เดินก้มหัวต่ำเรี่ยเกือบถึงพื้นเคลื่อนตัวออก​ไปหลบอยู่​หลังก้อนหิน​ที่อยู่​ด้านหน้าอีกก้อนหนึ่ง​ ตรงนี้ทำให้​เขา​สามารถ​ที่​จะมองออก​ไปเห็นกลุ่มคน​ที่ยืนออกันอยู่​หลังโขดหินใหญ่ก้อนนั้น​อย่างค่อนข้างชัดเจน

จ้อนตะโกนออก​ไปด้วยเสียงดังพอ​ได้ยินทั่วกัน

"แอนน์ ! ผมเองจ้อน ผมอยู่​ทางนี้ !"

เสียง​ที่ก้องกังวานของนายจรจรัลท่ามกลาง​ความเงียบ​ที่ทุกคน​กำลังใจจดใจจ่ออยู่​​กับก้อนหิน​ที่อยู่​ข้างร่างไร้วิญญาณของเดชาไอ้หนุ่มผมยาวนั้น​ ทำ​เอาทุกคนสะดุ้งหันขวับกลับมาทางเสียงนั้น​ทันที

นายดิลก​และสมุนวาดปากกระบอกปืนกลับเล็งตรง​ไปทางก้อนหิน​ที่ชายหนุ่มหลบซ่อนตัวอยู่​ ​พร้อม​ที่​จะเหนี่ยวไก​ได้ทุกขณะ

"แอนน์ ! นี่ผมเอง..จ้อน"

ชายหนุ่มตะโกนซ้ำ

"คุณจ้อน !"

เสียงแอนนามารีขานรับพลางหันมอง​ไปทางเสียงเรียกของนายจรจรัล​พร้อม​กับทำท่าออกเดิน

"หยุด ! ห้ามขยับตัวเด็ดขาดหนูแอนน์ !"

เสียงนายดิลกตวาดดังก้อง ​เขาเบนปากกระบอกปืนมาทางหญิงสาว ทำ​เอาแอนนามารีสะดุ้ง เท้า​ที่​กำลัง​จะก้าวออกเดินหยุดชะงักอยู่​​กับ​ที่

​เมื่อฮันส์ กุลลิคเซ่นเห็นดังนั้น​ ​เขาก็กระโจนพรวดเดียวถึงตัวนายดิลกเอื้อมมือซ้ายปัดปืนในมือของโกหลกกระเด็นลงบนพื้นทรายเบื้องล่าง กำปั้นขวา​ที่อัดแน่น​เพราะมี​ความแค้น​เป็นทุนเดิมอยู่​แล้ว​เหวี่ยงตูมเข้า​ที่กระโดงคางของโกหลกเสียงดังลั่น

พล๊อก !

ทำ​เอาเจ้าพ่อบางมะขามหงายหลังเซแซ่ดๆ​ เข่าอ่อนทรุดลง​ไปกอง​กับพื้น

เบิ้มสมุนมือขวาของโกหลกคอยระวังตัวอยู่​แล้ว​ จึงเบนปากกระบอกปืน 9 มม.หันมาทางฮันส์ กุลลิคเซ่น แล้ว​เหนี่ยวไก

"ปัง !"

กระสุนแล่นแหวกอากาศทะลุชายโครงของฮันส์ กุลลิคเซ่น ไวกิ้งรุ่นเก๋าเซถลาราวนกปีกหัก

แอนนามารีหวีดร้องสุดเสียง

"ป๋า !"

เธอตรงเข้ารวบร่าง​ที่เซถลาของบิดาไว้ในอ้อมกอด ทำให้ร่วงลงสู่พื้นกลิ้ง​ไปบนพื้นทรายด้วยกัน​ทั้งคู่

เบิ้มทำท่า​จะยิงซ้ำก็พลัน​ได้ยินเสียงของโกหลกออกคำสั่งตวาดด้วยเสียงเฉียบขาด

"หยุด ! พอแล้ว​เบิ้ม !"

ทำ​เอาสมุนตัวเอ้ลดปืนลงข้างลำตัวทันที​โดยอัตโนมัติ

นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงซุ่มสังเกตการณ์อยู่​ก่อนแล้ว​ ​เมื่อเห็นฮันส์​และแอนนามารีล้มลงบนพื้นทราย ​เขาก็ยิงพลุสัญญาณส่องสว่างขึ้น​​ไปบนท้องฟ้า

โซ้ด​ซึ่งเตรียมตัว​พร้อมอยู่​แล้ว​ด้วย​ความกระวนกระวาย ทันที​ที่เห็นพลุสัญญาณ ​เขาก็ปลดสะพานไฟ​ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทันที

แสงสว่าง​ทั้งบนเรือ​และบนเกาะดับวูบลงอย่างกระทันหัน !

มืดสนิท​ไป​ทั้งเกาะ ! !


จ้อน​ซึ่งคอยทีอยู่​ก็กลิ้งตัว​ไปตามพื้นทรายตรง​ไปทาง​ที่มร.ฮันส์​และแอนนามารีนอนกอดกันอยู่​

​แต่ก่อน​ที่ชายหนุ่ม​จะเคลื่อนกาย​ไปถึงร่างของหญิงสาว แอนนามารีก็พยุงร่างของไวกิ้งชราให้ลุกขึ้น​นั่งพิงร่างของเธอไว้

โกหลกร้องสั่งสมุนทุกคนให้กลับ​ไป​ที่เรือ !

​ทั้งหมดจึงวิ่งกรูกัน​ไปทางชายหาดตรง​ไปยังเรือตังเกโชคโอฬาร !

ยกเว้นอาเม้งเพียงคนเดียวเท่านั้น​​ที่นั่งยองๆ​ลงข้างๆ​แอนนามารี​และมร.ฮันส์ด้วย​ความ​เป็นห่วง

"คุณแอนน์ !"

จ้อนร้องเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ​ ​เมื่อ​เขากลิ้งตัวเข้ามาใกล้ถึงร่างของ​ทั้งสามคนนั้น​

"คุณจ้อน !"

เสียงของแอนนามารีอุทานออกมาเบาๆ​อย่างดีใจด้วย​ความตื่นเต้น !

อาเม้งขยับปืนในมือดังกริ๊ก จ้องปากกระบอกมาทางจ้อน นิ้วชี้ในโกร่งไกเตรียม​พร้อม​ที่​จะกระดิก​ได้ทุก​เมื่อ

"นี่คุณจ้อน​เพื่อนของแอนน์เอง อาเม้ง ! กรุณาอย่ายิง​เขาเลย​​เขามาช่วยแอนน์​และพ่อ"

เสียงของแอนนามารีพูดขึ้น​ท่ามกลาง​ความมืดสลัวอันเลือนลางนั้น​

ปืนในมือของอาเม้ง​และของจ้อนลดลงเกือบ​พร้อมกัน !

"อาหัง ลื้อ​เป็นอย่างไรบ้าง​วะ" เสียงอาเม้งถามฮันส์ด้วย​ความอาทรอย่างจริงใจ

"ผมไม่​เป็นไรอาเม้ง ไม่​ต้อง​เป็นห่วงผมหรอก"

"อั๊ว​จะพาลื้อ​ไปส่ง​ที่เรือก่อน รีบพาเตี่ยของลื้อ​ไปหาหมอด่วนเลย​นะหนูแอนน์" อาเม้งหันมาสั่งแอนนามารี

"อั๊วฝากลื้อดูแลอาหังด้วยนะ...​อาคุณจ้อน !"

ประโยคหลัง​เขาหันมาพูด​กับนายจรจรัลด้วยแววตาเฉยเมยก่อน​ที่​จะช่วยพยุงร่างของฮันส์ กุลลิคเซ่นให้ลุกขึ้น​ยืน​โดยประคองปีกคนละข้าง​กับจ้อนพาเดินอย่างช้าๆ​​ไปทางด้านหลังโขดหินในทิศทางตรงกันข้าม​กับ​ที่บรรดาพรรคพวกของโกหลก​ซึ่งมุ่งตรง​ไปยังเรือโชคโอฬาร

อาเม้งพา​ทั้งสองคนมายังเรือซีโอทู​โดยเดินลุยน้ำผ่านอ้อม​ไปทางด้านหลังโขดหิน

อาเม้ง​และจ้อนช่วยกันอุ้มร่างของไวกิ้งชราขึ้น​​ไปบนเรือซีโอทูค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร​เนื่องจากฮันส์ กุลลิคเซ่น​เป็นชายร่างใหญ่ ​ทั้งสามขึ้น​​ไปนั่งอยู่​บนเรือเรียบร้อย​ยกเว้นอาเม้งเพียงผู้เดียว​เพราะ​เขาอ้างถึงภาระกิจ​และบุญคุณของโกหลก​ที่มีต่อกัน​แต่หนหลัง ​ซึ่ง​เขาจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องปฏิบัติตาม​ที่​ได้เคยสัญญาไว้ อาเม้งสาวสมอขึ้น​ให้เตรียม​พร้อมกล่าวคำลา


*********


โกหลก​และสมุนพากันวิ่งกรูมุ่งตรง​ไปยังเรือโชคโอฬาร​โดยวิ่งผ่าน​ไปทาง​ที่นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงยืนบังโขดหินอยู่​

จากการ​ที่พวก​เขาวิ่งกรูกันพรึบพรับราว​กับวัวตื่นฝูงนี่เอง ​ได้ทำให้นายตำรวจชั้นประทวน​ต้องกระโดดหลบเข้า​ไปแอบซ่อนอยู่​​ที่ซอกหินใต้ต้นไม้ตรงปากทางเข้าถ้ำรูหนู​ที่ลุงชูหลบซ่อนตัวอยู่​

​เมื่อสายตาเริ่มชิน​กับ​ความมืดท่ามกลางแสงดาว​และเดือนเสี้ยวข้างแรม​ที่เพิ่งโผล่พ้นก้อนเมฆทะมึนนั้น​

ฉับพลันนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงก็​ต้องตกตะลึง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง !

ด้วยปรากฏว่าก้อนหิน​ที่อยู่​ใกล้ๆ​​กับ​ที่​เขานั่งซุกตัวหลบอยู่​นั้น​เคลื่อนไหว​และขยับเขยื้อน​ได้เอง จนสักครู่ก็ค่อยๆ​เลื่อนล้มลงคล้ายถูกผลัก !

มือของ​ใครคนหนึ่ง​ยื่นออกมา มองจากเงาสลัว​ที่สะท้อนวัตถุในมือทำ​เอานายดาบตำรวจใจหายวาบ !

ปืนรีวอลเวอร์ขนาด 9 มม.สะท้อนแสงจันทร์สลัว​ที่ส่องลอดเงาไม้นั้น​แวบวับ แล้ว​เจ้าของมือถือปืนนั้น​ก็ค่อยๆ​คลานออกมาจนพ้นปากถ้ำรูหนู

นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่จำ​ได้อย่างแม่นยำด้วย​ความคุ้นเคยว่าผู้​ที่โผล่ออกมานั้น​​คือ

ลุงชู...​ชายชาวประมงวัยดึก​ที่ชอบดื่มเหล้า​และตกปลาจนแยกไม่ออกว่าอย่างไหน​คืออาชีพกันแน่ !

ขี้เมาคนดังแห่งเกาะขนาน​ที่​แม้​แต่เด็กยังรู้จัก !

ลุงชู​คือชาย​ที่​เขา​และจ้อน​ได้วางแผนบุกเกาะกุระเข้ามา​เพื่อช่วยเหลือ​โดยเฉพาะด้วย​ความ​เป็นห่วงอยู่​นั่นเอง !

"ลุงชู !" นายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่เรียกชื่อแกเบาๆ​พอ​ได้ยิน

ชาวประมงวัยดึกหันขวับ ปืนในมือขยับดังกริ๊กเบนปากกระบอกมาทางเสียงเรียกนั้น​

"​ใคร ?" ลุงชูถาม

"ผมเอง...​ดาบบุญเ​ที่ยง หันปืน​ไปทางอื่นเถอะ !"

"ดาบบุญเ​ที่ยง ! สวรรค์ทรงโปรด ! มา​ได้ยังไงนี่ ?" ลุงชูอุทานด้วย​ความดีใจ​เป็นล้นพ้น พลางหันปากกระบอกปืนลงต่ำ

"ก็มาช่วยลุงนะซี"

"คุณจ้อนละครับ​ ?"

"​กำลัง​ไปช่วยฝรั่งสองพ่อลูกอยู่​ทางด้านโน้น" ​เขาพูดพลางชี้มือ​ไปทางโขดหินริมทะเล

"มากันกี่คนครับ​คุณดาบ ?"

"สี่คน มีคุณจ้อน คุณโซ้ด ผม​และหมู่ประทิว ผมว่าเรา​ไปช่วยคุณจ้อนกันก่อนเถอะ"

"อ้าวแล้ว​หมู่ประทิว​กับโซ้ดละครับ​ ?"

"หมู่ประทิวอยู่​ในชุดประดาน้ำ​กำลัง​ไปช่วยคุ้มกันคุณโซ้ด​ที่ขึ้น​​ไปตัด
สะพานไฟบนเรือตังเก เรานัดพบกัน​ที่โขดหินนอกถ้ำลอด รีบ​ไปกันเถอะลุง"

"​ไปซิครับ​...​เดี๋ยวผมขอปิดปากถ้ำรูหนูของผมก่อน"

ลุงชูจัดการปิดกลบปากถ้ำรูหนู​ที่ช่วยชีวิตแกไว้ แล้ว​ออกวิ่งเหยาะๆ​ตามนายดาบตำรวจหนุ่มใหญ่​ไปติดๆ​


*********


อาเม้งร่ำลาฮันส์อย่าง​เพื่อนรัก​ที่รู้ใจ ​เพราะเวลากว่าสองเดือน​ที่ฮันส์ตกระกำลำบากถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนอยู่​ในถ้ำกาหลงนั้น​ ​ทั้งคู่​ได้ปรับทุกข์ด้วยการพูดคุยระบาย​ความทุกข์ร้อน​ซึ่งกัน​และกันอยู่​ตลอดเวลา ต่อหน้าพวกขบวนการร้ายแก๊งนี้แล้ว​ อาเม้งนั้น​​คือเพชรฆาตจอมโหดแห่งเกาะกาหลง​ที่ทุกคนหวั่นเกรง

ลับหลังนายดิลก​และพรรคพวกแล้ว​อาเม้ง​จะกลับกลาย​เป็นคนละคนทีเดียว ​เขาให้​ความเมตตาชายต่างชาติต่างภาษาผู้นี้เสมือน​เพื่อน​ที่รู้จักกันมานานปี คง​เป็นด้วย​ความ​ที่คุยกันถูกคอ​และถูกชะตากันนั่นเอง

หลังจากหันหลังให้เรือซีโอทูแล้ว​ อาเม้งก็เดินลุยน้ำขึ้น​ฝั่ง​ไปทางโขดหิน​ที่ร่างไร้วิญญาณของเดชาไอ้หนุ่มผมยาวนอนแน่นิ่งอยู่​ ​แต่ก่อน​ที่​เขา​จะเดินเลย​โขดหินนั้น​​ไป อาเม้งก็​ต้องรีบย่อตัวหมอบลงบังโขดหินทันที

อาเม้งกำปืน 9 มม.ประจำกายไว้แน่น ​พร้อม​ที่​จะลั่นไก​ได้ทุกขณะ ​เพราะ​เขาเห็นร่างของชายสองคน​กำลังวิ่งเหยาะๆ​มุ่งตรงมาทางนั้น​ ​เขานึกว่าคง​เป็นสมุนของโกหลก​ที่ถูกสั่งให้มาตามตัว​เขา​และสองพ่อลูกชาวนอร์วีเจี้ยน หาก​เป็นเช่นนั้น​จริง​เขาอาจมี​ความจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องเก็บชายสองคน​ที่​กำลังวิ่งมานี้เสีย ​เพื่อ​ความปลอดภัยของสองพ่อลูกคู่นี้

เสียงจ้อนสตาร์ทเครื่องยนต์เรือซีโอทูครางกระหึ่มขึ้น​ !

อาเม้งยกปืนขึ้น​เล็ง​ไปยังร่างของชายคน​ที่วิ่งนำหน้า !

ปรากฏว่าฉับพลันนั้น​เอง​เขาก็หยุดวิ่ง ชะงักอยู่​​กับ​ที่ ทำ​เอาอาเม้งพลอยชะงัก​ไปด้วย !

พลันหูของอาเม้งก็​ได้ยินเสียงชายคน​ที่หยุดวิ่งนั้น​ร้องตะโกนแข่ง​กับเสียงเครื่องยนต์​พร้อม​กับส่องไฟฉาย​เป็นลำพุ่ง​ไปยังเรือซีโอทู

"คุณจ้อน ! รอด้วย ! ผมดาบบุญเ​ที่ยง​กับลุงชู !"

จ้อนเบาเครื่องยนต์​พร้อมยกมือขึ้น​ป้องหน้า โบกมือให้คนบนฝั่งไหวๆ​ด้วยนัดกันไว้ตามแผน ​แม้ในแผน​จะ​เป็นเรือกรรเชียงไม่ใช่เรือยนต์ซีโอทูก็ตามนับว่า​เป็น​เป็นผลดีเกิน​ความคาดหมาย

​ต้องขอบคุณอาเม้งผู้มีเมตตา !

อาเม้งลดปืนลงทันที ​แต่ยังคงหมอบนิ่งรออยู่​จนกระทั่ง​ทั้งลุงชู​และนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงขึ้น​เรือกันหมด ​เขาจึงลุกขึ้น​​และออกวิ่ง​ไปทางเรือตังเกโชคโอฬาร !


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2190 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ชิงตัวประกัน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11553 ], [83.180.226.0]
เมื่อวันที่ : ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๐, ๒๒.๓๙ น.

เข้ามาเกาะชายหาด...​​เอ๊ย...​​เกาะหน้าจอติดตามเหตุการณ์ด้วยใจระทึกค่ะ​​...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กาบแก้ว [C-11577 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๒.๓๒ น.

ขอบคุณคุณRotjana​​ที่ติดตาม​​และรู้สึกสนุก​​ไป​​กับตัวละคร

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น