นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #18
กาบแก้ว
...ชายชราร่างใหญ่ยกเท้าซ้ายขึ้น​เหยียบ​ไปบนอกของลุงชู จี้ปลายดาบเงาวับนั้น​จ่อ​ไปตรงคอหอยของลุงชู หน้าตาถมึงทึงดูน่ากลัว...

ตอน : ปลายเส้นขนาน

หินก้อนโตน้ำหนักไม่ต่ำกว่าก้อนละ 10 กิโลกรัม​ที่ลุงชูอุ้มลุยน้ำลงมาวางบนเรือหาปลาคู่ชีพ​ที่ทำจากไม้ตะเคียนทองอายุกว่ากึ่งศตวรรษนั้น​นับรวมกันแล้ว​​ได้เกือบยี่สิบก้อน เรือหาปลาลำน้อยลอยปริ่มน้ำทะเลจวน​จะจมมิจมแหล่​เมื่อขณะ​ที่ลุงชูเข็นมันลง​ไปยังช่วง​ที่น้ำลึก​ที่สุดภายใต้ถ้ำลอดนั้น​

แกค่อยๆ​เอียงกราบเรือเล็กน้อย​เพื่อให้น้ำไหลเข้า​ไปจนเต็มลำ เรือลำน้อย​พร้อมเครื่องยนต์​ที่เจ้าของรัก​เป็นหนักหนาก็ค่อยๆ​จมลงสู่พื้นหิน​และทรายหยุ่นเบื้องล่าง พ่นพรายน้ำผุดขึ้น​​เป็นฟอง เพียงครู่เดียวเท่านั้น​ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเงียบสนิทเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​

ชายวัยดึกวักน้ำทะเลขึ้น​ลูบหน้าด้วย​ความโล่งใจ​ที่เหตุการณ์ผ่าน​ไปด้วยดีตาม​ความคาดหมาย แกลอยน้ำเดินลุยแค่คอมาจนเกือบถึงชายฝั่ง ​เมื่อลุกขึ้น​ยืนอีกครั้งหนึ่ง​นั้น​น้ำ​ที่เดินลุยมาสูงเพียงแค่เอวเท่านั้น​เอง แกมอง​ไปทางทิศตะวันตก แสงสีแดงเรื่อๆ​อ่อนแสงลงทีละน้อยอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเริ่มครึ้มยามอาทิตย์อัสดง บัดนี้​เป็นเวลา​ที่​ความมืดของรัตติกาล​ได้คืบคลานใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว​

ลุงชูรีบเดินลุยน้ำขึ้น​ฝั่งเดินอ้อม​ไปทางด้านหลังเนิน​เขา​ที่​เป็นหินใหญ่แท่งนั้น​มุ่งตรง​ไปยังใต้ต้นไม้​ที่เห็นหนูถ้ำวิ่งออกมาจากริมก้อนหินขนาดเขื่อง​ที่แก​ได้ทดลอง​เอาไม้แยงดูเห็น​เป็นโพรงข้างใน ​ซึ่งบัดนี้ด้านล่าง​ที่ติดพื้นดินปนหิน​และทรายของก้อนหินใหญ่นั้น​ แก​ได้ขุดรูพอตัวคนลอด​ได้ จากนั้น​ก็รวบรวม​เอาสัมภาระของแก​ทั้งหมด​ที่มีอยู่​ในเรือหาปลา​ที่ขนขึ้น​มาไว้บนปากถ้ำรูหนูนี้ หย่อน​ทั้งหมดลง​ไปในถ้ำ​ซึ่งไม่ลึกนัก ​เพราะเท่า​ที่แกวัดจาก​ความยาวของเชือกพรวน​ที่หย่อนโรยสิ่งของลง​ไปนั้น​ปรากฏว่า​เป็นทางลาดเอียงจากปากถ้ำลง​ไปลึกไม่เกิน 1.50 เมตร

ฉะนั้น​​ที่เหลืออยู่​ก็มีเพียงหย่อนตัวเองลง​ไป​และ​เอาก้อนหิน​ที่ใหญ่กว่ารูปากถ้ำ​ที่ขุดขึ้น​เองนี้ปิดปากถ้ำให้สนิทเช่นเดียวกัน​กับก้อนหิน​ที่ปิดทางเข้าสู่ถ้ำอัน​เป็นสุสานของขุนชำนินาวีประดิษฐ์

​ซึ่งการนี้แก​ได้เตรียมก้อนหินขนาด​พอดีไว้เรียบร้อย​แล้ว​ ​โดยแก​ได้​เอาผ้าขาวม้าห่อก้อนหินนั้น​มัดติด​กับเชือกผูกเงื่อน​เป็นไว้ ​เพื่อสำหรับปลด​ได้ง่าย​และ​สามารถ​ที่​จะดึง​เอาผ้าขาวม้าเข้า​ไปภายในถ้ำ​เมื่อตัวแกปิดขังตัวเองแล้ว​

สิ่งเดียว​ที่รอขณะนี้ก็​คือเวลา​ที่เหมาะสมเท่านั้น​ ! ?

ชาวประมงวัยดึกยกกล้องส่องทางไกลขึ้น​ส่องตรง​ไปยังเรือโชคโอฬารท้องฟ้าเริ่มมืดทะมึน เสียงเครื่องยนต์จากเรือตังเกลำใหญ่ดังแว่วมา​แต่ไกล ไม่นานนักแสงไฟฟ้าก็สว่างพรึบขึ้น​​ไป​ทั้งลำ

​เมื่อเรือโชคโอฬารเคลื่อนลำแล่นมุ่งตรงมายังเกาะกุระนั้น​ลุงชู​ได้ลง​ไปอยู่​ในถ้ำรูหนู​และ​เอาผ้าขาวม้าดึงก้อนหินปิดปากถ้ำ​เป็น​ที่เรียบร้อย​แล้ว​

กว่า​ที่คนบนเรือโชคโอฬาร​จะจัดการ​เอาเรือกรรเชียงลง​เพื่อขนถ่ายสิ่งของสัมภาระ​และอุปกรณ์​ที่จำ​เป็นลุงชูก็จัดการ​กับอาหารแห้ง​ที่นำติดตัวมาด้วยตามด้วยน้ำในกระติกสำรองจนท้องตึง​และงีบหลับ​ไปด้วย​ความอ่อนเพลีย ​แม้​จะมีกลิ่นเหม็นอับอยู่​บ้างก็พอทน​ได้ ​เพราะปากถ้ำด้านล่างลง​ไปสู่ถ้ำลอด​ที่นานๆ​​จะมีลมแรงกระโชกพัดผ่านถ้ำลอดดูด​เอาลมผ่านวูบลงมาจากด้านบนเหนือถ้ำบริเวณ​ที่แกนอนอยู่​ขึ้น​​ไปแสดงว่า​ต้องมีช่อง​ที่ลมลอด​ได้อยู่​ด้านบนถ้ำรูหนูนี้

ขณะ​ที่​กำลังนอนหลับลุงชูฝันเห็นชายชราผมขาว หนวดโง้ง เครายาวถูกตัดแต่งไว้อย่าง​ได้รูปทรง โพกผ้ามัดมวยไว้ข้างหลังคล้ายโจรสลัด สวมเสื้อคอกลมผ้าป่านสีชมพูอ่อนๆ​ ​ที่คอคล้องสร้อยทองคำเส้นโต เครื่องราง​ที่แขวนโผล่ออกมานอกเสื้อมองดูคล้ายเขี้ยวหมูป่าเลี่ยมทองคำเหลืองอร่าม สวมกางเกงแพรสีหมากสุกคล้ายกางเกงจีนคาดเข็มขัดเส้นโต ท่าทางแข็งแรงเดินตรงมา​ที่ลุงชูนอนอยู่​ ชักดาบใหญ่เกือบเท่าใบพายออกมา เสียงดาบ​ที่ชักออกมานั้น​ดังราว​กับเหล็กกล้า​ที่กรีด​ไปบนร่องหิน​ซึ่ง​ได้ยินแล้ว​ทำให้รู้สึกเสียวฟัน ​แต่​ที่มองเห็นแล้ว​กลับกลาย​เป็นว่าเสียวคอหอยมากกว่าเสียวฟันก็​คือคมดาบ​ที่เงาวับยามตระหวัดขึ้น​ลง

ชายชราร่างใหญ่ยกเท้าซ้ายขึ้น​เหยียบ​ไปบนอกของลุงชู จี้ปลายดาบเงาวับนั้น​จ่อ​ไปตรงคอหอยของลุงชู หน้าตาถมึงทึงดูน่ากลัว

"เอ็ง​เป็น​ใครวะ ?" เสียง​ที่ถามนั้น​แหบพร่า

"ฉันชื่อชู...​บุญชู"

"เอ็งมาทำไม​ที่นี่ เอ็ง​ต้องการอะไร​ ?"

"ฉันมาหา​ที่หลบภัยจ๊ะ​ ฉันมาดี" ลุงชูตอบเหมือนคนยุคคุณปู่อย่างรู้สัมมาคารวะ

"อย่ามาโกหกข้า ! เอ็งมาค้นหาสมบัติของข้าใช่ไหมวะ ?"

"สมบัติอะไร​ ท่านมีสมบัติซุกซ่อนไว้ด้วยหรือ ?" ลุงชูย้อนถาม

"เออซีวะ ข้าย้ายมันมาจากเกาะกาหลง"

"ท่านย้ายมาเก็บไว้ในถ้ำนี้นะหรือ ?"

"เออ !"

"อยู่​​ที่ไหน ฉันไม่เห็นมีเลย​ ?"

"ข้าไม่บอก"

"ฉันก็ไม่อยาก​ได้ของท่าน สมบัติโจรสลัด"

"สมบัติโจรสลัด​เป็นยังไงวะเอ็งถึง​ได้รังเกียจ ?"

ลุงชูรู้สึกว่า​ขณะ​ที่แก​ได้ยินชายชราผมขาวเอ่ย​ความสงสัยออกมานั้น​ปลายดาบ​ที่จ่อคอหอยอยู่​พลันทิ่มลึกเข้า​ไปกระทบลูกกระเดือกดังกึ้ก !

"เดี๋ยวก่อนครับ​ท่าน ฟังผมก่อน" ลุงชูโบกมือโวยวาย

"ทำไมวะ ?"

ชายชราถาม​พร้อม​กับยกปลายดาบพ้น​ไปจากคอหอยของลุงชู ทำ​เอาลุงชูถอนใจเฮือกใหญ่ด้วย​ความโล่งอก ​เพราะว่าคำพังเพยโบราณ​ที่ว่าเปรียบชีวิตเหมือนอยู่​บนปลายหอกปลายดาบนั้น​ ​เป็นชีวิต​ที่ล่อแหลมต่ออันตราย

เห็น​จะจริงดังคำโบราณว่า !

"​คืออย่างนี้ท่านผู้อาวุโส"

ลุงชูอารัมภบท

"ฉันนั้น​ไม่​ได้รังเกียจสมบัติของท่านดอกเพียง​แต่ฉันอยาก​จะบอกท่านว่า ตัวฉันเองไม่อยาก​ได้ทรัพย์สมบัติของผู้อื่น​ที่ไม่ใช่ของตัว ​เพราะว่าอันกิเลสนั้น​​เมื่อเกิดขึ้น​แล้ว​ ย่อมไม่​เป็นมงคลแก่ชีวิตผู้ใด​ทั้งสิ้น"

"เอ็งพูดเหมือน​พระ"

"ฉันก็จำคำ​พระมาพูดดอก ท่านผู้อาวุโส"

"​เอา​เป็นอันว่า เอ็งไม่​ต้องการสมบัติของข้าแน่นะ ?"

"แน่สิท่าน !"

"เอ็งกล้าสาบานไหมล่ะ ?"

"สาบาน ?" ลุงชูทวนคำ

"เออ !"

"ตกลง...​ฉันขอสาบาน !"

"​ถ้าอย่างนั้น​ เอ็งก็กล่าวคำสาบานออกมาซีวะ"

"ข้าไอ้ชู...​ขอสาบานต่อดินฟ้ามหาสมุทร​และสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหลาย​ที่อยู่​ ณ ​ที่นี้ว่า ข้าไอ้ชู​จะไม่แตะ​ต้องทรัพย์สมบัติใดๆ​ของท่านผู้อาวุโส​ที่ยืนอยู่​เบื้องหน้าข้าบัดนี้ ไม่ว่าต่อหน้า​และลับหลัง ไม่ว่าทรัพย์สมบัตินั้น​​จะอยู่​​ที่ใดมากน้อยเท่าใด ข้า​จะไม่ยอมแตะ​ต้อง​แม้เพียงเท่าขี้เล็บ หากข้าไอ้ชูผิดคำสาบานนี้วันใดขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหลายดังกล่าวข้างต้นแล้ว​นั้น​ จงลงโทษให้ข้า​ต้องตายด้วยคมอาวุธไม่​ได้ตายดี หากยังมีชีวิตอยู่​ก็ขอให้อยู่​อย่างทรมานแสนสาหัส"

"เออ..ตกลงข้ายอมเชื่อแล้ว​ว่าเอ็งบริสุทธิ์ใจจริงๆ​"

ชายชราผมขาวยอมรับ​พร้อม​กับเก็บดาบเข้าฝักดังเดิม !

"​ถ้าอย่างนั้น​ท่านก็​ต้องอวยพรให้ฉันบ้างซี ท่านผู้อาวุโส" ลุงชูพูดเหมือนหนังจีน​กำลังภายใน

"​เอาซิ ข้าผู้​ซึ่งครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาลอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ขออวยพรให้ไอ้ชูผู้นี้จงปลอดภัยจากอันตราย​ทั้งหลาย​ทั้งปวง ​และขอให้อำนาจอาวุธใดๆ​อย่า​ได้แผ้วพาน ปรารถนาสิ่งใดจงประสบผลสำเร็จมีโชคมีชัยตลอด​ไป"

"สาธุ !" ลุงชูยกมือขึ้น​ไหว้ท่วมหัว

"​และหากวันใดเอ็งพบสมบัติของข้า​ทั้งหมด ข้าอยาก​จะขอร้องให้เอ็งช่วยนำ​ไปถวายวัด​เพื่อ​เป็นกุศลทดแทนบาป​ที่ข้า​ได้กระทำไว้​แต่หนหลัง"

"ฉัน​จะรู้​ได้อย่างไรว่าสมบัติ​ทั้งหมดของท่านอยู่​​ที่ใด ?"

"เกาะขนาน !"

"เกาะขนาน ?" ลุงชูอุทานออกมาด้วย​ความฉงน

"ใช่เกาะขนาน ณ ปลายเส้นขนาน !"

ชายชราผมขาวพูด​เป็นปริศนาก่อน​ที่​จะก้าวถอยหลัง แล้ว​ร่างสูงใหญ่นั้น​ก็พลันเลือนหายวับ​ไป

ลุงชูตกใจตื่นขึ้น​ทันที​ที่เห็นร่างนั้น​หาย​ไป เหงื่อแตกพลั่กไหลโซมกาย เสื้อ​ที่สวมอยู่​เปียกโชก

แกรู้แล้ว​ว่าเรื่อง​ราว​ที่แกยังจำ​ได้ติดหูติดตา​เมื่อครู่นี้​เป็นเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ใน​ความฝัน !

ใช่แกฝัน​ไปนั่นเอง !

ลุงชูนึกลำดับเหตุการณ์ของเรื่อง​ราว​ที่โต้ตอบกันนั้น​ตั้งแต่คำสาบาน คำอวยพร คำขอร้อง​และปริศนาของ​ที่ซ่อนสมบัติมหาศาล

ณ ปลายเส้นขนาน !

ปลายเส้นขนาน ! สมบัติ​ทั้งหมดอยู่​​ที่เกาะขนาน !

เส้นขนาน​ที่ว่านั้น​​คืออะไร​ ?

เส้นขนานรีสอร์ตกระนั้น​หรือ ?

แล้ว​ปลายล่ะ !

​ที่ใดถึง​จะ​เป็นปลาย ?

ลุงชู​ที่เคยสมองไว กลับงง​เป็นไก่ตาแตก !

แกคิดไม่ออกจริงๆ​ว่า ปลายเส้นขนานนั้น​​คือ​ที่ใดกันแน่ ?

​เอาไว้ให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้​ไปให้ตลอดรอดฝั่งเสียก่อนเถิด แล้ว​ค่อยคิดหาหนทางค้นหาสมบัติกันใหม่

ลุงชูกระพริบตาให้เคยชิน​กับ​ความมืดอยู่​ครู่หนึ่ง​จึงค่อยคลานขึ้น​​ไปบนปากถ้ำ​ที่แก​เอาก้อนหินอุดไว้ แสงไฟลอดมาตามรอยแยกเว้าของดิน​ที่ขอบก้อนหินนั้น​ ลุงชู​เอาใบหน้าแนบก้อนหินเพ่งสายตามองออก​ไปภายนอก ก็เห็นเงาคนเดินวูบวาบอยู่​เบื้องบน​แต่ไม่เห็นตัว​เพราะก้อนหินนั้น​อยู่​ติดพื้นด้านล่าง​ที่ใต้โคนต้นไม้ ​แม้คนภายนอกก็ยาก​ที่​จะสังเกตเห็น

ลุงชูแนบหู​กับก้อนหิน​เพื่อฟังเสียงพูดคุยกัน​ซึ่งก็​ได้ยินเพียงแผ่วเบา​เนื่องจากเสียง​ที่พูดคุยกันนั้น​อยู่​ไกลจากก้อนหิน​ที่ปิดปากถ้ำรูหนูนั้น​มาก​ไปหน่อย​ ​แต่ลุงชูก็พอ​ที่​จะหยั่งรู้​ได้ด้วยจิตสำนึก​และการคาดคะ​เน​ได้ว่าพวกข้างบนนั้น​​กำลังค้นหาทรัพย์สมบัติของท่านผู้เฒ่าในฝันอยู่​อย่างขมักเขม้นกันนั่นเอง

ลุงชูจำไม่​ได้ว่าแกแนบหน้า​เอาหูแอบฟังอยู่​นานเท่าใด ​เพราะ​เมื่ออยู่​ในอิริยาบถท่าเดียวกันนิ่งๆ​​เป็นเวลานานๆ​สมองเริ่มมึนงง พาจิตเข้าสู่ภวังค์คล้าย​กับ​จะงีบหลับ​ไป

แกมารู้สึกตัวอีกทีก็ต่อ​เมื่อหูของแกแว่ว​ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น​หลายนัดติดๆ​กัน คล้ายมีคน​กำลังยิงต่อสู้กันข้างบน

"คุณจ้อน !" ลุงชูรำพึงออกมาเบาๆ​

ใช่แล้ว​คง​เป็นคุณจ้อน​กับโซ้ด​และพรรคพวก​ที่​เป็น​กำลังเสริมมาช่วยจากเกาะขนานอย่างแน่นอน !

​เนื่องจาก​ที่แกอยู่​ในถ้ำ​ที่ถูกปิดด้วยก้อนหินเกือบสนิทนั้น​ เสียง​ที่ลอดเข้า​ไปจึงไม่ดังกังวานน่าหวาดเสียวเหมือน​กับอยู่​บนพื้นเดียวกันใน​ที่โล่ง

หลังจากเสียงปืนดังก้องกังวานกันอยู่​ครู่ใหญ่ ลุงชูก็สังเกตเห็นว่าแสงไฟฟ้า​ที่สว่างไสวนั้น​เกิดดับวูบลง​โดยฉับพลัน !


***************


โซ้ดนำเรือรัญจวนใจแล่นฝ่าคลื่นมาด้วย​ความเร็วเต็มสปีด ​เมื่อแลเห็นเกาะกาหลงอยู่​ลิบๆ​จ้อนก็บอกให้​เขาดับไฟบนเรือทุกดวง โซ้ดเบาเครื่องแล่นมาเอื่อยๆ​ใน​ความมืด ​แต่ขณะ​ที่แล่นเข้าใกล้จนเกือบถึงเกาะกาหลงนั้น​ ​ทั้งจ้อน​และโซ้ดก็พลันใจหายวาบด้วย​ความตกตลึง ​เพราะบนเกาะเล็กๆ​​ที่ชื่อเกาะกุระ​ที่พวก​เขาทิ้งลุงชูไว้คนเดียว​เพื่อสอดแนมดูการเคลื่อนไหวของพวกขบวนการร้ายของโกหลก​และเรือโชคโอฬารนั้น​ บัดนี้กลับสว่างไสว​ไปด้วยแสงไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สว่างโล่ง​ไป​ทั้งเกาะ

พวก​เขาเห็นเรือโชคโอฬารทอดสมอจอดอยู่​ไม่ห่างจากเนินหินสูง​ที่ภายใต้มีถ้ำลอด​ที่ลุงชูจอดเรือหาปลาลำน้อยไว้ข้างใต้นั้น​เท่าใดนัก จาก​ความสว่างของแสงไฟฟ้า​ทั้งบนเรือตังเก​และบนเกาะ มองเห็น​ได้ถนัดชัดเจนราว​กับกลางวัน

"ลงอีรูปนี้ละก็ ข้าว่าลุงชูคงเสร็จมันแล้ว​อย่างแน่นอน" โซ้ดเอ่ยขึ้น​ก่อนอย่างอ่อนแรง

"เอ็งอย่าเพิ่งประมาทลุงชูแกนะโว้ยโซ้ด" จ้อนว่า

"ทำไมวะ ก็มันออกสว่างโล่งราว​กับกลางวันอย่างนี้ ลุงชูแก​จะมีปัญญา​ไปซุกอยู่​​ที่ไหนวะ เกาะเล็กเท่าแมวดิ้นแค่นี้" โซ้ดพูด​พร้อม​กับขบกรามแน่นจน​เป็นสันนูน

จ้อนร้อนผ่าว​ที่ดวงตาขึ้น​มาทันที ​เมื่อคิดว่า​เขาไม่ควรตามใจชายชาวประมงวัยดึกปล่อยให้แกอยู่​​แต่ลำพังเพียงผู้เดียวเลย​ อย่างน้อย​เขาควรอยู่​​เป็น​เพื่อนคู่คิดของแก​ซึ่งอาจผ่อนหนักให้​เป็นเบา​ได้บ้าง

"นี่เรามาช่วยลุงชูช้า​ไปหรือเปล่า คุณจ้อน ?" นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงเอ่ยถามจ้อนเรียบๆ​

"ผมคิดว่าคงไม่ ​เพราะตามธรรมดาแล้ว​ลุงชูแก​เอาตัวรอด​ได้เกือบทุกสถานการณ์อยู่​เสมอ" จ้อนตอบ​ไปราว​กับพูดปลอบใจตนเอง​ไปในตัว

"เรา​จะทำอย่างไรกันต่อ​ไปดีครับ​ ?" ด.ต. บุญเ​ที่ยงถามต่อ

"ถึงอย่างไรเราก็​ต้องเข้า​ไปช่วยลุงชูออกมาให้​ได้ก่อน ​แต่เรา​เอาเรือเข้า​ไปใกล้เกาะกุระไม่​ได้แน่ ​เพราะมันสว่างเกิน​ไป" จ้อนให้​ความเห็น

"อย่างนั้น​เราก็​ต้องหาวิธีอื่น​ที่​จะ​ต้องเข้า​ไปใกล้เกาะกุระนั่นให้​ได้ พวกมันเปิดไฟกันสว่างออกอย่างนั้น​ เรา​สามารถ​ที่​จะเห็นพวกมัน​ได้อย่างชัดเจน ​แต่พวกมันไม่​สามารถมองเห็นเราหรอกครับ​​เพราะเราอยู่​ใน​ที่มืด" ด.ต.บุญเ​ที่ยงออก​ความเห็นบ้าง

"​จะมีอีกวิธีก็​คือเราลงเรือกรรเชียงเล็ก​ไปกัน" จ้อนว่า

"​ถ้าอย่างนั้น​ก็วิเศษสิครับ​คุณจ้อน" นายตำรวจชั้นประทวนมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ

"เฮ้ยโซ้ด..ข้าว่าเรา​เอาเรือ​ไปจอดหลบ​ที่โขดหินใหญ่ด้านข้างเกาะกาหลงเยื้องหาดทรายขาวหน้าศาลเจ้ากุหลาบไฟก่อนดีกว่า" จ้อนบอก​เพื่อนรัก​พร้อมชี้มือ​ไปทางโขดหินดังกล่าว

"ตกลง​เพื่อน"

โซ้ดวาดหัวเรือหักตรง​ไปยังโขดหินมหึมาก้อนนั้น​ พลางหย่อนสมอลงน้ำอย่างช้าๆ​​และนิ่มนวลด้วยระบบไฮดรอลิคจนแทบไม่​ได้ยินเสียง

"ให้ผมดำน้ำ​ไปซุ่มดูพวกมันก่อนดีไหมครับ​ หัวหน้า" ส.ต.ต. ประทิวเอ่ยขึ้น​​เพื่อขอ​ความเห็นจาก ด.ต. บุญเ​ที่ยงผู้​เป็นหัวหน้าของ​เขา

"ดีเหมือนกันหมู่" ด.ต. บุญเ​ที่ยงเห็นด้วย​เพราะ​เขาทราบดีว่าหมู่ประทิวผู้นี้ชำนาญในการดำน้ำชนิดหาตัวจับยาก​แม้กระทั่งฟิลลิป​ที่​เป็นครูสอนดำน้ำยังทึ่งใน​ความ​สามารถของนายสิบตำรวจตรีหนุ่ม

"บนเรือของคุณนี้ผมเห็นมีชุดประดาน้ำไม่ใช่หรือคุณจ้อน ?" ประโยคหลัง​เขาหันมาถามจ้อน

"มีอยู่​ชุดหนึ่ง​ครับ​ เตรียมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน"

"บัดนี้ถึงกรณีฉุกเฉินแล้ว​คุณจ้อน" ด.ต. บุญเ​ที่ยงเอ่ยย้ำ

"พี่ดาบแน่ใจนะว่า​จะให้หมู่ประทิว​เป็นคนสวมชุดประดาน้ำ ?" จ้อนเอ่ยถาม​เพื่อ​ความแน่ใจ

"แน่ใจสิครับ​ ​เพราะ​ที่หมู่ประทิว​ได้มาอยู่​เกาะขนานก็​เพราะเชี่ยวชาญในเรื่อง​ดำน้ำ​โดยเฉพาะเลย​ล่ะครับ​ ผม​จะให้หมู่ประทิวสวมชุดประดาน้ำนี้ออก​ไปสำรวจดูลาดเลาก่อน​ที่พวกเรา​จะขึ้น​ฝั่งกัน"

"ด้วย​ความยินดีเลย​ครับ​พี่ดาบ ชุดประดาน้ำอยู่​ในตู้เก็บของ ขอเชิญหมู่ทางนี้เลย​ครับ​"

จ้อนเดินนำหมู่ประทิวเข้า​ไปยังตู้เก็บสัมภาระ​ที่อยู่​ภายในห้อง​ที่ทำ​เป็นเก๋งด้านล่าง

​เมื่อ ส.ต.ต.ประทิวสวมชุดประดาน้ำเสร็จแล้ว​เดินออกมา ก็​พอดีกัน​กับ​ที่โซ้ด​ได้จัดการตระเตรียมเรือกรรเชียงไว้แล้ว​อย่าง​พร้อมมูลเช่นกัน

เรือกรรเชียงบรรทุกคน​ทั้งสี่​ที่เตรียม​พร้อม​ไปด้วยอาวุธ​และกระสุนอย่างครบครัน ​โดยมีจ้อน​กับโซ้ดกรรเชียงหน้า​และหลัง

ผู้หมู่ประทิวทิ้งตัวลงสู่ผืนน้ำด้วย​ความชำนาญจนแทบไม่​ได้ยินเสียง​เพราะวิธีการหย่อนตัวของ​เขา ​สามารถทำให้เสียง​ที่เกิดขึ้น​นั้น​กลมกลืน​ไป​กับเสียงธรรมชาติรอบๆ​ตัว

ตำรวจภูธรนักประดาน้ำคนเก่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหายเงียบ​ไปท่ามกลาง​ความมืดของราตรี ​เขามุ่งตรง​ไปทางเกาะกุระ​ที่​กำลังโกลาหล​ไปด้วยลูกเรือสมุนของโกหลก​ที่ทำการค้นหาร่องรอยของสมอเรือ​และสมบัติมหาศาลตามลายแทง​ที่ร่างขึ้น​​โดย ฮันส์ กุลลิคเซ่นไวกิ้งชรา ผู้​ที่เกือบ​เอาชีวิตมาทิ้ง​เป็นอาหารของฉลามเพชฌฆาต​เพื่อสังเวยอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง

​เขาเข้า​ไปสำรวจ​ที่ใต้ถ้ำลอดก่อน​ที่อื่นใด​ทั้งหมด ​เพื่อค้นหาเบาะแสของลุงชู​และเรือหาปลาของชาวประมงวัยดึกผู้มีน้ำใจเด็ดเดี่ยวผู้นี้

ณ จุดต่ำสุดของผืนน้ำใต้ถ้ำลอดนั้น​ทำ​เอา​เขาตกตลึงจนตัวชา ​เมื่อพบซากเรือในตอนแรก ​เขาคิดว่าลุงชูชาวประมงขี้เมาแห่งเกาะขนาน​ที่​เขารู้จักดี​ได้สิ้นชีวิต​ไป​กับซากเรือคู่ชีพของแกเสียแล้ว​ !

​แต่​เมื่อ​เขาเข้า​ไปสำรวจใกล้ๆ​ถึง​ได้รู้​ความจริงอย่างถ่องแท้ว่าแท้​ที่จริงแล้ว​เจ้าของเรือนั่นเอง​ที่จมเรืออย่างจงใจ ​เพราะสังเกต​ได้จากสัมภาระ​และสิ่งของบนเรือไม่เหลือให้เห็นเลย​สักชิ้นเดียว ​แม้​แต่เบ็ดตกปลาหรือถังน้ำมันสำรอง​และกระติกน้ำดื่ม มีเพียงเรือ​กับเครื่องยนต์เท่านั้น​​ที่จมอยู่​ใต้ผืนน้ำแห่งนี้

ตามทฤษฎีแล้ว​หากแกเห็นจวนตัวก็​สามารถขับเรือหนีออกจาก​ที่ซ่อน​ได้​โดยไม่ยากอะไร​ หรือหากแกเกิดถูกจับ​ได้จริง พวกนั้น​คงไม่จำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องขนหินขนาดเกือบเท่ากันตั้งยี่สิบก้อนวางเรียงอย่างมีระเบียบจนเกือบเต็มลำเรือเช่นนี้

​ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่ง​ก็​คือเชือก​ที่​ใช้ล่ามสมอเรือก็ไม่มีซากให้เห็นเลย​ นี่แสดงว่าเจ้าของเรือขนขึ้น​​ไปซุกซ่อนไว้ ณ ​ที่ลี้ลับอันปลอดภัยแห่งใดแห่งหนึ่ง​​เป็นแน่แท้

ผู้หมู่หนุ่มนักประดาน้ำแห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติค่อยๆ​เร้นกาย​ไปตามมุมมืดของโขดหิน​ที่​ส่วนหนึ่ง​จมอยู่​ในน้ำ ซุกซ่อนตัวแอบสังเกตการณ์ดูอยู่​ครู่ใหญ่ ก่อน​ที่​จะเคลื่อนกายลง​ไปใต้ผืนน้ำอันมืดมิด ​เพื่อกลับ​ไปรายงานผลให้พรรคพวกบนเรือกรรเชียง​ที่ลอยลำรออยู่​อยู่​กลางทะเล​ได้รับทราบ

จ้อนดีใจ​เป็น​ที่สุด​เมื่อรู้ว่าลุงชูยังมีชีวิตอยู่​ !



***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2188 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ปลายเส้นขนาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11547 ], [213.103.134.246]
เมื่อวันที่ : ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๔.๑๗ น.

ว้าว...​​.ดีใจจังลุงชู...​​.เอ๊ย...​​.ลุงปิงกลับมา​​พร้อม​​กับลิขิตเส้นขนานแล้ว​​...​​ยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้นเร้าใจค่ะ​​

มอบ ให้ลุงปิงเช่นเคย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กาบแก้ว [C-11549 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๐, ๑๔.๔๕ น.

ขอบคุณสำหรับดอกไม้​​และมิตรไมตรีครับ​​ คุณRotjana Geneva.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น