นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #17
กาบแก้ว
...ตะวันรอนจวน​จะลับขอบน้ำทะเล อัน​เป็นสัญญาณคืนสู่ราตรี แสงสีแดง​ที่สะท้อนระยิบระยับริมขอบฟ้า​และผืนน้ำค่อยๆ​มืดมิดลงทีละน้อยๆ​จนใน​ที่สุดก็เหลือเพียง...

ตอน : ค้นขุมทรัพย์

ตะวันรอนจวน​จะลับขอบน้ำทะเลอัน​เป็นสัญญาณคืนสู่ราตรี แสงสีแดง​ที่สะท้อนระยิบระยับริมขอบฟ้า​และผืนน้ำค่อยๆ​มืดมิดลงทีละน้อยๆ​จนใน​ที่สุดก็เหลือเพียงสีเทามืดทะมึนของยามค่ำคืนดวงดาวสว่างสุกสะกาวพราว​ไป​ทั้งท้องฟ้า

โกหลกสั่งให้เลิกทำการค้นหาสมอเรือ​และสมบัติโจรสลัด​ที่บริเวณอ่าวหน้าศาลเจ้ากุหลาบไฟ เรือโชคโอฬารถอนสมอตั้งแต่ดวงอาทิตย์จวนเจียนใกล้​จะลับจมหาย​ไปในขอบน้ำสู่​ความมืด เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก้อง​ได้ยิน​ไปไกลด้วย​เป็นเวลาอันสงบเงียบ มวลหมู่นกกา​และทุกสรรพสิ่ง​ที่มีชีวิตบนเกาะกาหลงพากันสงบสำเนียงสิ้น ​ได้ยินอยู่​ก็เพียงเสียงจักจั่นเท่านั้น​​ที่กรีดเสียงระงม​ไปทั่วแนวไพร แสงไฟฟ้าบนเรือติดพรึบสว่างไสวทีละดวงจนครบทำให้บนดาดฟ้าเรือสว่างราว​กับกลางวัน

เรือโชคโอฬารบ่ายโฉมหน้า​ไปทางด้านตรงข้าม​กับศาลเจ้ากุหลาบไฟมุ่งตรง​ไปยังเกาะกุระตามลายแทง​ที่ฮันส์ กุลลิคเซ่นไวกิ้งชรา​ได้วาดขึ้น​จาก​ความทรงจำในอดีต​ที่​ได้ฝึกปรือมาตลอดจนเกือบค่อนอายุของ​เขาก่อน​ที่​จะเดินทางมุ่งสู่แผ่นดินสยามอีกครั้ง​เพื่อตามหาสมบัติ​ที่ปรากฏบนลายแทงนี้

​ส่วนตัวโกหลกเองนั้น​ก็มี​ความหวังอย่างยิ่งยวดว่า ณ บนเกาะกุระแห่งนี้แหละ​​คือแหล่ง​ที่ซ่อนของสมบัติอันมีค่ามหาศาลของโจรสลัดรุ่นคุณปู่ผู้เกรียงไกรตามลายแทงแผ่น​ที่สองนั้น​

แอนนามารีใจเต้นไม่​เป็นส่ำด้วย​ความประหวั่นพรั่นพรึง​ที่เห็นเรือแล่นตรง​ไปสู่เกาะกุระอัน​เป็นเกาะ​ที่เธอแลเห็นลุงชูชายขี้เมาพรรคพวกของจ้อน ชายหนุ่มหน้าตาคมคายเจ้าของรีสอร์ตแห่งเกาะขนาน​ที่​กำลังติดตามมาช่วยเธอ​และบิดาจากกล้องส่องทางไกล​เมื่อตอนเย็นวันเดียวกันนี้เอง

​เมื่อนึกถึงจ้อนชายหนุ่มผิวคล้ำรูปร่างสูงโปร่ง​เป็นสง่า ท่าทางแข็งแรงบึกบึน ผมหยิกหยักศกปลิวไสวล้อลม รอยยิ้มอย่างเปิดเผยบนใบหน้าของชายหนุ่มทุกคราว​ที่เธอ​ได้พูดคุยด้วย ทำให้หัวใจเธอประหวัดถึง​เขาอย่างช่วยไม่​ได้ นี่เธอ​กำลังหลงรักหนุ่มสยามผู้นี้อยู่​หรืออย่างไร ?

หัวใจ​ที่เคยว่างเปล่าจาก​ความผูกพันธ์ของสายใยแห่ง​ความรักของแอนนามารีมา​เป็นเวลานานพอสมควรชั่วระยะหนึ่ง​แล้ว​นั้น​ก็พลันหยุดกึกลงตรงใบหน้าคมคายสม​ส่วนของหนุ่มชาวเกาะแห่งเมืองสยามผู้มีเสน่ห์ผู้นี้

​เขา​จะคิดอย่างไร​กับเธอหนอ ?

หรือว่า​เขามี​ความรักอยู่​แล้ว​​กับน่านนที สาวน้อยผมยาวหน้าหวานคนนั้น​ใช่หรือไม่ ?

​เพราะเธอเห็น​เขาคลอเคลียอยู่​​กับน่านนทีในงานปาร์ตี้ของชาวอาทิตย์อุทัย​ที่ทางรีสอร์ตจัดขึ้น​บนหาดทรายบริเวณหน้าเส้นขนานรีสอร์ตอัน​เป็นคืนวันเกิดเหตุ ​ที่เธอถูกจับตัวมาจากเกาะขนาน

​แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา แอนนามารีรู้ว่าจ้อนนั้น​ยัง​เป็นหนุ่มโสด ​เพราะฉะนั้น​​ถ้า​เขา​และเธอมีหัวใจตรงกัน การ​ที่​เขา​จะเลือก​ใครไม่ว่าเธอหรือน่านนที มัน​เป็นเรื่อง​ของหัวใจรัก​ที่​จะ​ต้องพิสูจน์​และตัดสินใจ​เมื่อเวลานั้น​มาถึง

เธอ​จะรอจนถึงวันนั้น​​ถ้ามีโอกาส​เป็น​ไป​ได้ !

ใช่เธอ​จะรอจนถึงวันนั้น​ ?

แอนนามารีตื่นจากภวังค์ใน​ความนึกคิดนั้น​ ​เมื่อเธอรู้สึกตัวว่าเรือโชคโอฬารเริ่มชะลอ​ความเร็วลงจนเกือบหยุดนิ่ง เสียงตะโกนบอกให้ทิ้งสมอลงน้ำ พลันเรือก็กระตุกหยุดนิ่ง​เมื่อสมอถึงพื้น

เกาะกุระ​ที่เธอส่องกล้องทางไกลมาเห็นลุงชูแอบอยู่​บนเนินหินก้อนใหญ่สีเทา ​เมื่อมองดูในยามค่ำคืนกลับดำทะมึนตั้งตระหง่านอยู่​ตรงหน้า

ป่านนี้​เขา​จะหลบซ่อนกายอยู่​ตรงไหนหนอ ?

แอนนามารีอ้อนวอนขอให้​พระเจ้าจงคุ้มครอง​เขาจากการพบเห็นของโกหลก​และพรรคพวกด้วยเถิด ​เพราะเธอรู้ดีว่าหาก​เขาถูกค้นพบ​และถูกจับ​ได้แล้ว​ คงไม่แคล้ว​ที่​จะ​ต้องถูกนำตัว​ไปสังเวย​เป็นเหยื่อของฉลามเพชฌฆาต​ทั้งสี่แห่งถ้ำกาหลงอย่างแน่นอน !

แล้ว​จ้อนชายในดวงใจของเธอล่ะ ​เขาอยู่​บนเกาะเล็กๆ​นี้ด้วยหรือเปล่าหนอ ?

​ถ้าหากมีการค้นหากันเกิดขึ้น​ภายในคืนนี้ เธอ​จะไม่ยอมหลับนอน​เป็นอันขาด เธอ​จะพยายามหาทางช่วยเหลือพวก​เขาจนสุด​ความ​สามารถ เธอ​ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้ว​ว่า...​..

เธอ​และบิดา​จะไม่​เอาชีวิตมาทิ้งบนแผ่นดินสยามอย่างไม่มีค่าเช่นนี้แน่นอน

​ความละโมบในทรัพย์สมบัติของผู้อื่นนั่นเอง ​ที่ทำให้เธอ​และบิดา​ต้องมาตกอยู่​ในสภาพเช่นนี้ !

​ทั้งๆ​​ที่​ความจริงแล้ว​ตระกูลของเธออยู่​กันมา​ได้อย่างสบาย ​โดย​ที่ไม่​ต้องพึ่งพาผู้ใดหรือทรัพย์สินของผู้อื่นใดๆ​เลย​​แม้เพียงน้อยนิด การเดินเรือ​เป็นอาชีพ​ที่คนในครอบครัวกุลลิคเซ่น​ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว​

ฮันส์ กุลลิคเซ่นเดินมาหยุดยืนอยู่​เคียงข้างบุตรสาว​ที่ข้างกราบเรือด้านขวา​ซึ่งแอนนามารียืน​เอามือเกาะลวดสลิงเส้นโต​ที่โยงมาจากเสากระโดงเรือสายตาเพ่งมอง​ไปบนเกาะกุระ​ที่มองเห็นมืดทะมึนนั้น​แน่วนิ่ง ​เขาเอื้อมมือซ้าย​ที่ข้อมือปรากฏรูปสมอเรือบนดอกกุหลาบสีแดงขึ้น​โอบไหล่เธอ​พร้อม​กับบีบเบาๆ​​เป็นเชิงปลอบใจ

"คิดอะไร​อยู่​หรือลูก ?" ​เขาถามบุตรี​เป็นภาษานอร์วีเจี้ยน

"​กำลังคิดถึงสมบัติ​ที่เรา​กำลังค้นหากันนี่แหละ​ค่ะ​ ป๋า" เธอตอบบิดาด้วยภาษาเดียวกัน

"คิดว่าอย่างไร ?"

"แอนน์คิดว่าเราควรถอนตัวจากเรื่อง​นี้ค่ะ​ป๋า !"

"ถอนตัว..! ลูกหมาย​ความว่าอย่างไรแอนน์ ?"

"หมาย​ความว่า...​ไม่มี​ความจำ​เป็น​ที่เรา​จะ​ต้องค้นหาทรัพย์สมบัติเหล่านั้น​มา​เป็นของเราเลย​ไม่ใช่หรือคะ​ ?"

"​แต่เราก็​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของลายแทงนั้น​"

"​ส่วนหนึ่ง​ ?"

"ใช่...​ลูกดู​ที่ข้อมือซ้ายของป๋าซิ หรือแอนน์​จะบอกป๋าว่ารอยสักนี้ไม่ใช่​ส่วนหนึ่ง​ของลายแทง"

"แอนน์ไม่รู้ว่าคุณปู่ท่านคิดอย่างไรของท่าน ถึง​ได้สักรูปนี้ไว้บนข้อมือของป๋า ?"

"ป๋าคิดว่าท่านคงอยากให้ป๋า​ได้ครอบครองสมบัติตามลายแทงนั้น​ ตามแบบฉบับ​ของนักเผชิญภัยชาวไวกิ้ง​ที่แท้จริง"

"​แต่แอนน์ไม่เห็นด้วย"

"ทำไม ?"

"​เพราะเท่า​ที่ผ่านมาก็เลวร้ายพอแรงอยู่​แล้ว​ แสดงว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีอาถรรพ์ ทำให้เกิด​ความวิบัติ"

"​ความวิบัติ ?"

"ใช่​ความวิบัติ เล่าเปาะหยี​และพรรคพวก​ต้องตายบนเกาะกาหลงก็​เพราะอาถรรพ์ของลายแทงสมบัติมหาภัยนี่ใช่หรือไม่ ​ความละโมบอยาก​ได้​เป็นเจ้าของทรัย์สินของผู้อื่น​ที่ไม่ใช่ของตัวเองนั้น​ทำให้เกิด​ความวิบัติในครั้งนี้ ​และ​ที่เราประสบกันมา​ทั้งป๋า​และแอนน์ เหตุการณ์อย่างนั้น​ยังไม่เรียกว่า​ความวิบัติพออีกหรือคะ​"

"โอ..แอนน์ลูกรัก !" ฮันส์ กุลลิคเซ่นคราง

"​ที่ป๋าถูกจับมาทรมานจนเกือบ​เอาชีวิตไม่รอดก็​เพราะอาถรรพ์แห่งลายแทงมหาภัยนี้จนเกิด​ความวิบัติแห่งชีวิตเช่นเดียวกัน ดีนะคะ​​ที่ป๋าไม่กลาย​เป็นเหยื่อฉลามเพชฌฆาตเหล่านั้น​​ไป"

พูดถึงตรงนี้แอนนามารีก็หยุดถอนหายใจ น้ำตาของเธอไหลซึมออกมาจากเบ้าลงสู่ร่องแก้มเบื้องล่างอย่างไม่รู้ตัว

"ลูกพูดเหมือนกัน​กับหลวงพ่ออ้นแห่งวัดเกาะขนานราว​กับว่าลูกพ่อ​เป็นชาวพุทธ"

"หลวงพ่ออ้น ?"

"ใช่หลวงพ่ออ้น ท่าน​เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะขนาน ป๋าเคยแวะ​ไปคุย​กับท่าน​เมื่อก่อน​ที่​จะถูกจับตัวมาไว้​ที่นี่ ท่าน​ได้ให้ข้อคิดหลายอย่างในการดำเนินชีวิตของชาวพุทธ​ที่​สามารถอยู่​​ได้อย่างมี​ความสุข​โดยไม่​ต้องเบียดเบียนผู้อื่นหรืออยาก​ได้ของผู้อื่น​ที่ไม่ใช่ของตน​ซึ่งทำให้โลกนี้วุ่นวาย ป๋ายังจำคำพูดของท่าน​ได้ดี อ้อ ! ยังมี​พระภิกษุชาวยุโรปอีกองค์หนึ่ง​จากเกาะเต่ามาจำพรรษาอยู่​ชั่วคราว​ที่วัดเกาะขนาน ท่านก็​ได้พยายามให้ข้อคิดเรื่อง​ธรรมะของ​พระพุทธองค์แก่ป๋าเช่นเดียวกัน"

"​พระภิกษุชาวยุโรป ?"

"ใช่ชื่อท่านหาญธัมโมเดิมชื่อฮันส์เช่นเดียวกัน​กับพ่อ​เป็นชาวเยอรมันท่าน​ได้ปวารณาตน​เป็นศิษย์ตถาคตเดินตามรอยวิถีพุทธ ​ซึ่งท่านผู้นี้ก็เช่นเดียวกัน​ได้ให้ข้อคิดดีๆ​แก่ป๋ามากมาย​ ​แต่ขณะนั้น​ป๋าไม่มี​ความคิดใส่ใจในเรื่อง​ดังกล่าว สนใจ​แต่เพียงการค้นหาแหล่ง​ที่ซ่อนของสมบัติมหาศาลนี่​แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น​ ป๋าเห็น​จะ​ต้อง​ไปกราบคารวะหลวงพ่ออ้น​และท่านหาญธัมโม​เมื่อกลับ​ไป​ได้อย่างปลอดภัยในคราวนี้"

"แอนน์คิดว่าเราควรถอนตัวจากเรื่อง​ราวร้ายๆ​เหล่านี้เสียที ​เมื่อ​ได้รู้ตื้นลึกหนาบางพอสมควรแล้ว​ เราไม่ควร​เอาตัวมาเสี่ยง​กับเรื่อง​​ที่ไม่​เป็นเรื่อง​เหล่านี้อีกต่อ​ไป มัน​เป็นอันตราย​กับชีวิตของเรามากเลย​นะคะ​ป๋า"

"ตกลงลูกรัก ​เมื่อปรากฎว่าเหตุการณ์กลับคืน​เป็นปกติแล้ว​"

"แอนน์ดีใจจังเลย​คะ​ป๋า"

หญิงสาวกระโดดกอดบิดาแล้ว​จูบฟอดใหญ่​ที่แก้มของ​เขาอย่างลืมตัว

"ต่อ​ไปนี้เรา​จะทำ​ไป​เพื่อเหตุผลอันสมควรเท่านั้น​ ไม่ใช่​เพื่อตัวเราเอง"

ฮันส์ กุลลิคเซ่นประกาศ​กับบุตรสาวเบาๆ​ด้วยท่าทางแข็งขันคล้าย​กับ​จะ​เป็นการให้สัญญา​ไปด้วยในตัว

"มีอีกอย่างหนึ่ง​นะคะ​ป๋า​ที่แอนน์อยาก​จะให้ป๋าระวังตัว" เธอพูดพลางหัน​ไปทางโกหลกอย่างระมัดระวังในคำพูดนั้น​

"มีคน​ที่คอยช่วยเหลือเราแอบซ่อนอยู่​บนเกาะนี้ แอนน์เห็นหน้าพวก​เขาคนหนึ่ง​ตอนส่องกล้องดู​เมื่อตอนเย็นนี้เอง เรา​ต้องหาทางช่วยไม่ให้พวก​เขาถูกจับ​ได้ ​ถ้าถูกจับ​ได้​เมื่อไหร่พวก​เขาคง​ต้องกลาย​เป็นเหยื่อฉลามร้ายนั่นอย่างแน่นอน​ที่สุด"

เหตุการณ์​ที่สองพ่อลูกคุยกันนั้น​อยู่​ใน​ความสนใจของนายดิลก​และไต้ก๋งบุญทวีอยู่​ตลอดเวลา เพียง​แต่ว่า​ทั้งสองคนฟังภาษานอร์วีเจี้ยนไม่รู้เรื่อง​เท่านั้น​เอง

​เมื่อแลเห็นแอนนามารีกระโดดขึ้น​กอดบิดา​และแสดงอาการดีใจจนผิดสังเกต หรือว่าอาจ​จะ​เป็น​เพราะพวก​เขาถูกหลอกให้มาค้นหาผิด​ที่ก็​เป็น​ได้นายดิลกคิดมาก​ไปอย่างหวาดระแวง ​เนื่องจากในชั่วชีวิตของ​เขา​ที่ผ่านมานั้น​ ​เขาไม่เคยไว้วางใจ​ใครเลย​​แม้​แต่คนในครอบครัว​เขาเอง ฉะนั้น​​เขาจึงหันหน้ามาแสร้งถามด้วย​ความสงสัยกึ่งสรรพยอก

"คุยอะไร​กันสนุกเชียวนะสองพ่อลูกคู่นี้ ?"

"แอนน์​เขาดีใจ​ที่เรา​จะ​ได้พบสมบัติกันแล้ว​" ฮันส์ตอบโกหลก​ไปตาม​ที่คิดว่าเหมาะสม

"เธอสมควร​ที่​จะดีใจอยู่​หรอก ​เพราะเรา​จะพบสมบัติกันจริง​ถ้าหากว่าลายแทงฉบับ​ของคุณไม่​ได้เก๊หรือคุณเม้กมันขึ้น​มาเองนะคุณฮันส์"

โกหลกตอบแกมขู่ดวงตา​เป็นประกายวาวแวว ​เขาคิดในใจว่าคนพวกนี้ไม่น่าไว้วางใจ จำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องวางอำนาจขู่ให้เห็นไว้ก่อนว่า​เขาเองนั้น​รู้เท่าทัน ​แต่​ถ้าหากว่า​เมื่อใด​สามารถจับ​ได้ว่าพวก​เขาโกหกก็​เป็นอันจบเกมกัน​ที่บ่อฉลาม ตามตำนานอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง

"คุณ​จะเริ่มต้นค้นหาสมบัติกันต่อคืนนี้เลย​หรือคุณดิลก ?" ฮันส์ถาม

"แน่นอน ! เกาะเล็กนิดเดียว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึงหนึ่ง​ไมล์ เรามีเรือเล็กรวม​ทั้งอุปกรณ์ในการสำรวจ​และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองอยู่​แล้ว​อย่าง​พร้อมเพรียง หลังจากรับประทานอาหารเย็นกันแล้ว​เรา​จะเริ่มต้นค้นหาทันที ผมคาดว่าเราคงทำงานกันสัก 4-5 ชั่วโมง ​ถ้าไม่เจอพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มต้นค้นหากันใหม่ เชิญคุณฮันส์​ที่ห้องอาหารข้างล่างนะครับ​"

พูดจบนายดิลกก็ผายมือให้ฮันส์​และแอนนามารีเดินเข้า​ไปทางประตูใต้สะพานเดินเรือผ่านห้องรับรองสู่ห้องอาหาร​ที่อยู่​ถัด​ไป เลย​เข้า​ไปหน่อย​​จะ​เป็นห้องเคบินอีกสี่ห้องติดๆ​กัน

เท่า​ที่ผ่านมาฮันส์สังเกตเห็นว่าภายในเรือโชคโอฬาร​ได้ถูกตบ​แต่งไว้อย่างหรูหราไม่เลวเลย​สมควร​ที่​จะ​เป็นเรือสำราญหรือเรือยอชท์เสียมากกว่า​ที่​จะ​เป็นเรือตังเก​เพื่อจับปลาลากอวนอยู่​กลางทะเล

ฮันส์คิดไม่ผิดหรอกมัน​เป็นเพียงเรือ​ใช้สำหรับค้าของเถื่อนเท่านั้น​ !

โชคโอฬาร​เป็นเรือตังเก​ที่ถูกตบ​แต่งภายนอกให้​เป็นเรือ​ที่มีอุปกรณ์จับปลา​ที่ทันสมัย​ที่สุดในอ่าวไทย ​โดยกัน​ส่วนหนึ่ง​ของห้องเย็นสำหรับเก็บปลาดัดแปลงให้​เป็นช่องลับสำหรับขนถ่ายของเถื่อน​ที่ผิดกฏหมายหลายประเภทนับตั้งแต่ยาเสพติด​ไปจนถึงทองคำเถื่อน ​แต่ภายในนั้น​ถูกออกแบบมาสำหรับ​เป็นเรือรับรองของผู้บริหารระดับหัวหน้าขบวนการ​ทั้งในประเทศ​และจากต่างประเทศ​ที่ติดต่อค้าขายกันตลอดเวลา ยิ่งในปัจจุบันนั้น​ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้กิจการค้าของเถื่อนยิ่งเจริญเติบโตขึ้น​​เป็นเงาตามตัว ฉะนั้น​ระบบต่างๆ​ภายในจึงเต็ม​ไปด้วยเครื่องอำนวย​ความสะดวก​อย่าง​พร้อมมูลเช่นเดียวกัน​กับเรือสำราญของบรรดามหาเศรษฐี​โดยทั่ว​ไป

เดิมทีเดียวนั้น​เล่าเปาะหยี​เป็นผู้จดทะเบียนในฐานะเจ้าของเรือ ​เป็นฉากบังหน้าในนามเรือประมงน้ำลึก​เพื่อดำเนินธุรกิจจับปลาทูน่าส่งโรงงานปลากระป๋อง​โดยมีโกหลกหรือนายดิลก​เป็นผู้สนับสนุนอยู่​เบื้องหลังในฐานะนายทุน​และเจ้าของกิจการ ​แต่แท้จริงแล้ว​เรือโชคโอฬารไม่เคย​ได้ออกทะเล​เพื่อจับปลาอย่างจริงจังเลย​ ​เพราะ​ส่วนใหญ่แล้ว​​จะ​ใช้​ไปในการขนส่งของเถื่อน​และยาเสพติด​ที่ขนถ่ายกันกลางทะเลดังกล่าว

อีกประการหนึ่ง​เรือโชคโอฬารนั้น​เปรียบเสมือนกองบัญชาการของขบวนการผิดกฏหมาย​โดยมีนายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์​เป็นตัวการใหญ่คอยชักใยอยู่​เบื้องหลัง ​ส่วนเล่าเปาะหยีหรือนายโอฬาร เล่าระบือนามนั้น​​เป็นเพียงผู้ประสานงาน​และดำเนินงานให้​เป็น​ไปตามแผนการณ์ของขบวนการเท่านั้น​

​ความจริงแล้ว​เล่าเปาะหยีไม่น่าพลาดท่าเสียทีจนเสียชีวิตด้วยน้ำมือของชาวเกาะ​ที่ไม่ใช่นักเลงหัวไม้หรือพวกขบวนการร้ายใดๆ​เลย​ หาก​แต่​เป็น​เพราะ​เขาชะล่าใจ​และประมาทเกิน​ไปจนไม่ทัน​ได้ระวังตัว ​เนื่องจากในอดีต​ที่ผ่านมา​เขาเคยพบ​แต่พวกชาวเกาะหรือชาวบ้าน​ที่ไม่มีพิษสงสิ่งใดเลย​ เพียงพวกนี้​ได้ยินชื่อของ​เขาเท่านั้น​ก็แทบ​จะวิ่งหนีจนหางจุกตูดแตกกระเจิงกันอย่างไม่​เป็นกระบวน หรือไม่พวกนั้น​ก็ยอมอยู่​ใต้อาณัติ​โดยยินยอมทำตามทุกอย่าง​ที่​เขา​ต้องการ มิฉะนั้น​ก็​จะถูก​เขาสังหาร​และนำตัว​ไปสังเวยฉลามเพชฌฆาต

อาเม้งยืนคุมอยู่​ตรงหน้าประตูห้องอาหารภายในเรือโชคโอฬาร ขณะ​ที่ลูกเรือผู้​เป็นพนักงานทำหน้า​ที่บริกร​ได้ทยอยกันนำอาหาร​และเครื่องดื่มเข้ามาเสริฟแก่บุคคล​ทั้งสี่อันประกอบด้วยโกหลก ไต้ก๋งบุญทวี ฮันส์​และแอนนามารี อาหาร​ที่ถูกนำมาวางบนโต๊ะนั้น​​เป็นอาหาร​ที่ตกแต่งไว้ดูน่ากิน ​และกลิ่นหอมฉุยชวนให้น้ำลายไหล แชมเปญรสเลิศถูกรินใส่แก้วอย่างประณีต

"เชิญครับ​" โกหลกผายมือ​ไปทางอาหารบนโต๊ะ​พร้อม​กับยกแก้วขึ้น​​เพื่อเชิญทุกคน


***************



"อาหารรสเยี่ยมจริงๆ​ครับ​คุณดิลก" ฮันส์ กุลลิคเซ่นเอ่ยขึ้น​ภายหลัง​ที่​ได้รับประทานอาหาร​ไป​ได้สักครู่

"พ่อครัวมาจากเมืองจีนครับ​ ​เป็น​เพื่อน​กับอาเม้ง ผมให้อาเม้ง​ไปรับมาอยู่​ประจำ​ที่นี่​โดยเฉพาะเลย​ครับ​" ​เขาพูด​พร้อม​กับหันหน้า​ไปทางอาเม้ง

"จริงๆ​อาหัง อาเคี้ยง​เพื่อนอั๊วอี​เป็นกุ๊กใหญ่อยู่​เหลา​ที่ฮ่องกงตอน​ที่อั๊ว​ไปรับอีมา" อาเม้งรีบบรรยายคุณสมบัติ​เพื่อน

"บนเรือเดินสมุทรของผม ​ถ้า​ได้กุ๊กฝีมือเยี่ยมๆ​อย่างนี้​ไปอยู่​สักคนรับรองลูกเรือแฮปปี้กันหมด" ฮันส์ว่า

"​ถ้าลื้อ​ต้องการยังมี​เพื่อนอั๊วอีกคน อยู่​​ที่เซี่ยงไฮ้​ต้องการ​เมื่อไหร่บอกมาอั๊ว​จะจัดการให้"

"ขอบคุณอาเม้ง ​เอาไว้ให้ผมกลับ​ไปนอร์เวย์ก่อนแล้ว​​จะติด​ต่อมา"

ฮันส์พูด​กับอาเม้งอย่าง​เอาใจ ​เขารู้ดีว่าอาเม้งนั้น​พูดจากใจจริง​และ​พร้อม​ที่​จะช่วยเหลือทุกอย่าง ​เพราะประสพการณ์จากการ​ที่ถูกนายดิลกพ่อค้าของเถื่อนคนโฉดใจเหี้ยมผู้นี้จับมาจองจำไว้กว่าสองเดือนในถ้ำกาหลงยังตรึงติดแน่นอยู่​ในหัวใจของไวกิ้งวัยดึกอยู่​เสมอ หากไม่​ได้​ความเมตตาจากชายร่างผอมหน้ากระดูก​แต่น้ำใจงาม​ที่ชื่ออาเม้งผู้นี้คอยช่วยเหลือแล้ว​ไซร้ ชีวิตของ​เขาเองบัดนี้คงไม่เหลือ​แม้ซากให้เห็นแล้ว​

"ด้วย​ความยินดีอาหัง" อาเม้งตอบรับเบาๆ​

"คุณฮันส์ คุณ​จะลง​ไปดูการค้นหาสมบัติบนเกาะกุระ ด้วยกัน​กับพวกเราหรือเปล่า ?" โกหลกถาม

"​ไปซีครับ​ ผมไม่ยอมพลาดแน่" ฮันส์ยืนยันหนักแน่น

"แอนน์ลง​ไปด้วยค่ะ​"

"ดี ผม​จะให้คุณสองคน​ไป​พร้อม​กับอาเม้ง ​ส่วนผม​จะควบคุมการค้นหาด้วยตัวเอง ​โดย​จะสั่งการผ่าน​ไปทางไต้ก๋งบุญทวี ลูกน้องไต้ก๋งมือดีๆ​​ทั้งนั้น​หวังว่าทุกอย่างคงเสร็จเรียบร้อย​ก่อนเ​ที่ยงคืน"

"​ถ้ายังค้นหาไม่เจอละค่ะ​" แอนนามารีถามขึ้น​บ้าง

"พอถึงเ​ที่ยงคืนเรา​จะหยุดพักทันทีไม่ว่า​จะเจอสมบัติหรือไม่ก็ตาม ​เอาไว้วันรุ่งขึ้น​เราค่อยค้นหาต่อ​ไปใหม่"

ฮันส์คิดค้านอยู่​เพียงคนเดียวในใจว่าเวลานี้นายดิลกก็พูดอย่างนี้ พอถึงตอน​ที่พบสมบัติแล้ว​นายดิลก​จะกลับกลาย​เป็นนายดิลกอีกคนหนึ่ง​ ​ที่มีดวงวิญญาณแห่ง​ความชั่วร้ายเข้าสิงสู่ คง​ต้องมีอีกหลายชีวิตทีเดียว​ที่​ต้องสังเวยดวงวิญญาณ ​เพื่อเซ่นอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง ภายในถ้ำมหาภัย​ที่มีฉลามกินคนว่ายฉวัดเฉวียนโชว์ครีบกระโดงโฉบเฉี่ยว​ไปมาอยู่​ตลอดเวลานั่น​เป็นแน่แท้อย่างไม่​ต้องสงสัยเลย​


*********


หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จสรรพอย่าง​เป็นทางการมื้อแรกในรอบสองเดือนกว่าๆ​ ​ทั้งสองพ่อลูกชาวนอร์วีเจี้ยนก็​ได้รับการเชื้อเชิญให้ขึ้น​​ไปบนดาดฟ้าเรืออีกครั้งหนึ่ง​

พอขึ้น​มายืนบนกราบเรือด้านขวานั้น​บันไดแกงเวย์​ได้ถูกหย่อนพาดลง​ไปยังเรือกรรเชียงลำเล็ก​ที่จอดรออยู่​เบื้องล่าง

บนเกาะกุระสว่างไสว​ไปด้วยแสงไฟฟ้าจากหลอดฟลูออเรสเซ้นท์​และสปอตไล้ท์จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า​ที่ครางกระหึ่มออกมาจากห้องเจ็นเนอเรเต้อร์ทางด้านท้ายของดาดฟ้าเรือ สายเคเบิ้ลกันน้ำ​ทั้ง 2 เส้นถูกขึงจากเสากระโดงเรือตรง​ไปยังต้นไม้ใหญ่​ที่ขึ้น​อยู่​ติดโขดหินก้อนโตริมหาด ลูกเรือ 3-4 คนเดินกันขวักไขว่​ไปมาด้วย​ความชำนาญงาน ​ทั้งนี้​เพื่อเตรียม​พร้อมในการ​ที่​จะเริ่มต้นค้นหาสมบัติโจรสลัด​ที่มีค่ามหาศาล​ซึ่งอาจซุกซ่อนอยู่​ ณ แห่งใดแห่งหนึ่ง​บนเกาะกุระนี้


โกหลกไต่บันไดแกงเวย์ลง​ไป​เป็นคนแรกตามติดด้วยแอนนามารี​โดยมีฮันส์ กุลลิคเซ่นไต่ตามลงมา​เป็นคน​ที่สาม ​ทั้ง 3 คนลงเรือกรรเชียงทีมีลูกเรือ 2 นายพากรรเชียงเข้าฝั่ง

​ส่วนไต้ก๋งบุญทวีนั้น​ไต่ตามลงมาทีหลัง​พร้อม​กับอาเม้ง​เป็นคนสุดท้าย ​โดย​ทั้งสอง​ต้องรอเรือกรรเชียงลำเดียวกันกลับมารับอีกเ​ที่ยวหนึ่ง​

การเริ่มต้นค้นหาสมบัติบนเกาะกุระครั้งนี้สะดวก​มาก​เพราะไต้ก๋งบุญทวี​ได้สั่งให้ลูกเรือ​ที่ชำนาญการเตรียมจัดระบบไฟฟ้า​และอุปกรณ์ในการขุดค้นไว้แล้ว​อย่าง​พร้อมเพรียง

สปอตไล้ท์​ที่ฉายทะลุผ่านใต้ถ้ำลอดนั้น​ว่างเปล่า !

ผืนน้ำสงบนิ่ง...​!

ไม่ปรากฏร่องรอยของลุงชู​และเรือหาปลาคู่ชีพของชาวประมงวัยดึกเลย​​แม้​แต่น้อย...​!


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2150 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ค้นขุมทรัพย์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11431 ], [83.180.106.55]
เมื่อวันที่ : ๒๐ เม.ย. ๒๕๕๐, ๒๑.๑๖ น.

ขอบคุณลุงปิงนำเรื่อง​​ "ลิขิตเส้นทางขนาน" มาลงอย่างสม่ำเสมอค่ะ​​ อ่าน​​ไปอ่านมาก็ติด(ใจ)ขึ้น​​เรื่อย ๆ​​ แล้ว​​นะเนี่ย...​​..

ยังไง รจนาขอหยุดพัก​​ไปปฏิบัติธรรมสักสองวันนะคะ​​ แล้ว​​​​จะเข้ามาติดตามใหม่ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น