นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #16
กาบแก้ว
...ไม่มีการวางก้ามอวดอำนาจบาท​ใหญ่...​..หรือสร้างบารมีจากแหล่ง...​..เหมือน...​..บางคนในเมืองใหญ่​และท้องถิ่น​ที่เจริญ ​โดยเฉพาะพวก​ที่ชอบพูดลื้อพูดอั๊ว​กับราษฎร ราว​กับเพิ่งถูกย้ายมาจากเขตแต้จิ๋วแถบซัวเถาแห่งจีนแผ่นดินใหญ่โพ้นทะเล...

ตอน : หีบสมบัติโจรสลัด

จ้อน​และโซ้ดพาสายัณห์ขึ้น​เรือแล่นตรงดิ่งกลับ​ไปยังเกาะขนานด้วย​ความเร็วเต็มสปีดอย่างสุดขีดตลอดระยะทาง ​เมื่อพวก​เขาเดินทางกลับมาถึงเกาะขนานนั้น​​เป็นเวลาบ่ายมากแล้ว​

ดวงตะวันเริ่มยอแสงสีแดงอยู่​เบื้องหลังหมู่เมฆ​ที่ริมขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก เงาสะท้อนบนผืนน้ำครา​พระอาทิตย์ใกล้สู่อัสดงจวนลับขอบฟ้ามองจากเกาะขนานออก​ไปดูงดงามตระการตา

เลือดยังชุ่มบนบาดแผล ใบหน้าของสายัณห์ซีดราว​กับกระดาษ !

​ทั้งสองรีบนำสายัณห์​ไปส่ง​ที่คลีนิคของนายแพทย์เพิ่มศักดิ์ คุณหมอผู้โอบอ้อมอารี ​ที่มี​แต่​ความเอื้ออาทรต่อชาวเกาะทุกคน ไม่ว่า​จะ​เป็น​ใครยากดีมีจนอย่างไร ​เขาก็​จะปฏิบัติเช่นเดียวกันหมด

หลังจาก​ที่​ได้ทำการพยาบาล​และชำระบาดแผล​เป็น​ที่เรียบร้อย​แล้ว​ หมอเพิ่มศักดิ์ก็ยินดีรับสายัณห์ไว้​เป็นคนไข้ใน ตามคำขอร้องของจ้อนด้วย​ความ​เป็นห่วง​เพื่อน

รอยกระสุน 9 มม.ทะลุโคนขาซ้ายเฉียดกระดูก​ไปนิดเดียว ​แต่​เนื่องจากเสียเลือดมากทำให้สายัณห์หมดสติ​ไปด้วยพิษบาดแผล​และ​ความอ่อนเพลีย การ​ที่​ได้นอนพักรักษาตัวอยู่​ในคลีนิคของหมอเพิ่มศักดิ์นั้น​ ทำให้​เขา​สามารถ​ที่​จะมีอาการดีขึ้น​ในเร็ววัน

จ้อนเล่าเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมดให้หมอเพิ่มศักดิ์ฟังอย่างคร่าวๆ​​เพื่อให้รู้​เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา หากมีเหตุร้ายเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้น​บนเกาะขนาน ​เพราะขบวนการร้ายของพวกโกหลก​และเล่าเปาะหยีนั้น​อาจติดตามมาก่อเหตุร้าย​ที่เกาะขนานอีกก็​เป็น​ได้ จึงควรระมัดระวัง​และหาทางป้องกันไว้​แต่เนิ่นๆ​​เป็นดี​ที่สุด

ถึง​แม้ว่าขบวนการร้ายแก๊งนี้ทางการ​ได้หมายตาไว้​เป็นเวลานานแล้ว​ก็ตาม ​แต่สาเหตุ​เนื่องจากไม่​สามารถหาหลักฐานในการจับกุมกวาดล้าง​ได้ทันท่วงที ​เพราะการเคลื่อนไหวทุกครั้ง พวกนี้​จะย้ายสถาน​ที่ปฏิบัติการอยู่​ตลอดเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง ​โดยเฉพาะในทะเล​และตามเกาะแก่งต่างๆ​นั้น​​กำลังของเจ้าหน้า​ที่บ้านเมือง​ที่​จะคอยสอดส่องดูแลก็มีไม่เพียงพอ


*********



จันทร์จิราพา​เพื่อนสาว​ทั้งสามตามมาเยี่ยมสายัณห์ถึงคลีนิคของหมอเพิ่มศักดิ์ทันที​ที่ทราบข่าวร้ายด้วย​ความ​เป็นห่วง ​ทั้งสี่สาว​เมื่อเห็นอาการของสายัณห์อยู่​ในเกณฑ์ปลอดภัยก็พากันโล่งอก จันทร์จิรารีบสอบถามจ้อนถึงการติดตามแอนนามารีทันที

"พี่จ้อน​ได้ข่าวแอนน์บ้างหรือเปล่าคะ​"

"ยังไม่มีวี่แววเลย​ เจอ​แต่ลุงชู"

"ลุงชู ?" จันทร์จิราทำหน้าฉงน

"ใช่ ก็ลุงชูนะซี ลุงชูของเรานะ​เป็น​พระเอกเลย​รู้หรือเปล่า ​ถ้าพวกเราไม่​ได้ลุงชูป่านนี้กลาย​เป็นผีเฝ้าเกาะกาหลงกันหมดแล้ว​" จ้อนพูด​ความจริง

"​ไปยังไงมายังไง ถึง​ได้​ไปเจอ​กับลุงชู​ได้ล่ะพี่จ้อน"

"ก็ลุงชูนี่แหละ​​ที่ติดตามแอนน์​เขา​ไปติดๆ​เลย​ ตั้งแต่​เมื่อคืนนี้ตอนหลังจาก​ที่เกิดไฟไหม้บังกะโลแล้ว​"

จ้อนเล่าถึงเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมดให้ทุกคนทราบ ​และเตือนให้ระวังตัว ​เพื่อต้อนรับเหตุร้าย​ที่อาจ​จะเกิดขึ้น​บนเกาะขนานนี้ จากน้ำมือของพวกขบวนการร้ายแก๊งนี้​ได้ ​ถ้าหากพวกมันติดตามมาก่อกวนอาละวาดถึง​ที่เกาะขนานนี่

"แล้ว​ลุงชู​ไปไหนเสียล่ะคะ​ ?"

น่านนทีถามขึ้น​บ้าง ใบหน้าของเธอ​ที่มองจ้อนคล้ายมีแววกังวลใจ​และ​เป็นห่วงอยู่​ในที

"อ๋อ แกอาสา​ที่​จะอยู่​คอยสังเกตการณ์ดู​ความเคลื่อนไหวของพวกนั้น​อยู่​​ที่เกาะกุระใกล้ๆ​​กับเกาะกาหลงนั่นแหละ​"

"พี่จ้อน​จะทำอย่างไรต่อ​ไปคะ​ ?"

"ก็กลับ​ไป​ที่เกาะกาหลงอีกนะสิ ปล่อยลุงชูทิ้งไว้คนเดียวน่ากลัวออก"

"พี่​จะ​ไป​เมื่อไหร่ล่ะคะ​"

"เดี๋ยวนี้เลย​ก่อน​ที่​จะมืดค่ำเสียก่อน ​ไปกันต่อเถอะโซ้ด"

"​ไปซี​เพื่อน อ้อ​แต่อย่าลืมแวะ​ที่โรงพักขอ​กำลังดาบบุญเ​ที่ยงก่อน"

"ไม่​ต้อง​ไปหรอก แกเดินมาโน่นแล้ว​"

หมอเพิ่มศักดิ์เอ่ยขึ้น​​พร้อม​ทั้งชี้มือ​ไปทางหน้าคลีนิค จ้อนหัน​ไปมองตาม ​เขาเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดสีกากีของนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​กำลังเดินนำหน้าตามติดด้วยสิบตำรวจตรีประทิวผู้มีร่างเล็กกว่าเล็กน้อย​แต่ท่าทางทะมัดทะแมงในชุดสีกากีเช่นเดียวกันตรงเข้ามายังคลีนิค​พอดี

"จมูกไวเหมือนเดิมนะพี่ดาบ" โซ้ดเอ่ยทักอย่างคุ้นเคย

"ไม่มีกลิ่นอะไร​​จะแรงเหมือนกลิ่นคาวเลือดอีกแล้ว​ละโซ้ด"

นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงเอ่ยตอบยิ้มๆ​ ใบหน้า​ที่ดู​เป็นกันเองของนายตำรวจชั้นประทวนผู้นี้​เป็น​ที่ประทับใจชาวเกาะขนานทั่ว​ไป

ไม่มีการวางก้ามอวดอำนาจบาท​ใหญ่ ไม่มีซ่อง ไม่มีบ่อนเบี้ย แหล่งค้ายาเสพติดหรือสร้างบารมีจากแหล่งบันเทิงเริงรมย์ เหมือนนายตำรวจใหญ่บางคนในเมืองใหญ่​และท้องถิ่น​ที่เจริญ ​โดยเฉพาะพวก​ที่ชอบพูดลื้อพูดอั๊ว​กับราษฎร ราว​กับเพิ่งถูกย้ายมาจากเขตแต้จิ๋วแถบซัวเถาแห่งจีนแผ่นดินใหญ่โพ้นทะเล

"พี่ดาบมาก็ดีแล้ว​​จะ​ได้แจ้ง​ความ​และขอ​กำลังเสริมเสียเลย​ทีเดียว​พร้อมกัน" จ้อนเอ่ยขึ้น​บ้าง

"ใจเย็นๆ​ ​เอาทีละขั้นตอนคุณจ้อน" ด.ต.บุญเ​ที่ยงว่า

"ก็​ได้ครับ​พี่ดาบ ​แต่นี่​เป็นกรณีฉุกเฉิน ผมขอแจ้ง​ความว่าขณะนี้มีการต่อสู้กันด้วยอาวุธร้ายแรงมีคนบาดเจ็บล้มตาย เหตุเกิดบนเกาะกาหลง"

"มี​ใครตายบ้างครับ​คุณจ้อน ?"

"ผมว่า​เพื่อ​เป็นการรวบรัด พี่ดาบ​ไป​พร้อมกัน​กับผมเดี๋ยวนี้เลย​ดีกว่า แล้ว​ผม​จะเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง​ระหว่างเดินทาง พวกเราทิ้งลุงชูไว้​ที่นั่นคนเดียว กลัวว่าแก​จะพลาดท่า​เขาเท่านั้น​"

"​เอาอย่างนั้น​เลย​หรือคุณจ้อน ?"

"งั้นซีพี่ดาบ ขืนชักช้า​ถ้าพวกมันมันเกิดเจอลุงชูเข้าก่อน​ที่เรา​จะกลับ​ไปถึงก็จบกัน"

"ยังไงๆ​พี่ดาบก็เตรียมตัวมา​พร้อมแล้ว​นี่ ​ไปกันเลย​เถอะ" โซ้ดออกปากชวนอีกคน

"​เอา...​​ไปก็​ไป เราเตรียมทุกอย่างมา​พร้อมแล้ว​ไม่ใช่หรือหมู่ประทิว"​เขาหันมาถาม ส.ต.ต.ประทิวผู้ติดตาม

"​พร้อมแล้ว​ครับ​กระผม ​ทั้งเสบียง​และอาวุธ ทุกอย่างอยู่​ท้ายรถครับ​กระผม" หมู่ประทิวตอบทำท่าตะเบ๊ะ​พร้อมชิดเท้าตรง

"ไม่​ต้องทำท่า​เป็นทางการมากก็​ได้หมู่ เรามีกันแค่สองคน เดี๋ยวคุณหมอ​กับคุณจ้อน​จะเข้าใจผิดหาว่าผมบ้าอำนาจ"

"มิ​ได้ครับ​กระผม ขณะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กระผมควรอยู่​ในระเบียบวินัยครับ​กระผม"

"โอเค..เรา​ไปกันเถอะหมู่ ผมขอฝากรถอีแก่ของผมไว้​ที่หน้าคลีนิคนี่นะครับ​คุณหมอ"

"ยินดีครับ​คุณดาบ ผมอยาก​ไปด้วยจัง เผื่อ​จะช่วยอะไร​​ได้บ้าง"

"คุณหมอไม่​ต้อง​เป็นห่วงหรอกครับ​ ​ถ้ามีเหตุการณ์อะไร​​ที่​ต้องการ​ความช่วยเหลือด่วน แล้ว​ผม​จะวิทยุมาแจ้งให้คุณหมอทราบ"

"ขอให้ปลอดภัยนะครับ​ทุกคน ผม​จะรอฟังข่าว"

นายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยงหัน​ไปขอบคุณหมอเพิ่มศักดิ์ แล้ว​ออกเดิน​ไป​พร้อม​กับนายสิบตำรวจตรีประทิวตรง​ไปหยิบ​เอาอาวุธ​และสัมภาระ​ที่เตรียม​พร้อมอยู่​แล้ว​ตลอดเวลา ออกมาจากรถปิ๊กอัพ​ที่ตกรุ่นมาแล้ว​หลายปี ​ทั้งคู่เดินกลับมาสมทบ​กับสองสหาย

แล้ว​ชาย​ทั้งสี่ก็เดินลง​ไปทางท่าเรือ​ที่อยู่​ไม่ไกล ​เพื่อ​ไปลงเรือรัญจวนใจ ​ซึ่งขณะนี้เด็กหนุ่ม​ที่ชื่อแดงคนของจ้อนจากเส้นขนานรีสอร์ต​ได้ทำการตรวจเช็คเครื่องยนต์​พร้อม​ทั้งเติมน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ให้อย่างเต็มเปี่ยมเรียบร้อย​แล้ว​


***************



ภาพ​ที่ลุงชูมองเห็นในกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องส่องทางไกล​ที่โซ้ดทิ้งไว้ให้นั้น​ ทำให้ชายวัยดึกดีใจจนเนื้อเต้น ถึง​กับตะโกนเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว ดี​แต่ว่ามีลุงชู​ที่อยู่​บนเกาะกุระนั้น​แค่เพียงผู้เดียว จึงไม่มีผู้ใด​ได้ยิน

"หนูแอนน์ ! ไชโย ! เจอหนูแอนน์แล้ว​"

ลุงชูลดกล้องส่องทางไกลลง แล้ว​ค่อยๆ​คลานไต่ลงมาจากยอดเนินหิน​ที่ส่องกล้องแอบดูอยู่​​เมื่อครู่อย่างรวดเร็ว

​เพราะขณะ​ที่แก​กำลังส่องกล้องดูอยู่​นั้น​ แกเห็นแอนนามารีเองก็​กำลังยกกล้องโทรทัศน์ส่องมาทางเกาะกุระยังตัวแกอยู่​เช่นเดียวกัน

บนเรือโชคโอฬารนั้น​ลุงชูมองเห็นภาพบุคคล 3 คนยืนอยู่​ใกล้ๆ​​กับแอนนามารี สองคนแรก​คือนายดิลก​และไต้ก๋งบุญทวี​ที่แกเองรู้จักดี​ทั้งสองคน ​ส่วนคน​ที่สาม​เป็นชาวตะวันตก​ที่แกคาดเดา​เอาเองว่า​คือ มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่น บิดาของแอนนามารีสาวผมบลอนด์​ที่หายสาบสูญ​ไป​เมื่อสองเดือน​ที่ผ่านมา ​ซึ่งขณะนี้คณะของจ้อน​และตัวแกเองก็​กำลังติดตามหาตัวอยู่​

มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่นผู้นี้เอง​คือต้นเหตุของเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมด !

ลุงชูภาวนาขออย่าให้แอนนามารีเห็นแกเลย​ ด้วยตัวแกเองไม่แน่ใจว่าแอนนามารี​จะเห็นใบหน้าแกชัด​และ​ที่สำคัญ​จะจำแก​ได้หรือเปล่า หากหล่อนเกิดเห็นแกเข้า​และบอกโกหลก​ที่ยืนอยู่​ใกล้ๆ​กันนั้น​ว่ามีคนอยู่​บนเกาะกุระนี่เท่านั้น​ เห็นทีแก​จะ​ต้องเข้าตาจน​เป็นแน่แท้

ลุงชูกำอาวุธปืนลูกโม่ 9 มม.คู่กายในมือแน่นจนเหงื่อชื้น

​เมื่อไต่ลงมาบนพื้นหินเบื้องล่างแล้ว​ ลุงชูก็รีบเดินบังเหลี่ยมโขดหินตะปุ่มตะป่ำย่อตัวก้มลอดเข้า​ไปใต้ชะง่อนหิน​ที่​เป็นถ้ำลอด ปีนขึ้น​​ไปนั่งบนเรือหาปลาลำน้อยของแกพลางคิดหาแผนการณ์ว่า​จะช่วยแอนนามารี​และพ่อของเธอให้รอดพ้นออกมาจากเงื้อมมือของนายดิลก​ได้อย่างไร

ลุงชูเอนกายลงนอนบนเรือหาปลาคู่ชีพ ​เอามือก่ายหน้าผากมองดูเพดานถ้ำลอดนั้น​ด้วย​ความวิตกกังวลถึงปัญหาต่างๆ​นาๆ​​ที่​กำลัง​จะ​ต้องเกิดขึ้น​ในเวลาอีกไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

อันดับแรกนั้น​แกคิดหาทางแก้ไข หากว่า​ต้องเผชิญ​กับพวกเหล่าร้าย​ที่บังเอิญขึ้น​มาบนเกาะ​และพบแกเข้า การต่อสู้อย่างรุนแรงคง​ต้องเกิดขึ้น​อย่างช่วยไม่​ได้ ตัวแกเองอาจ​จะ​ต้องจบสิ้นชีวิตลง​โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง​ได้เช่นเดียวกัน หาก​แต่ว่าก่อน​ที่แก​จะจบสิ้นชีพลงนั้น​ ชีวิตก็​ต้องแลกด้วยชีวิต ​ซึ่งแกเชื่ออย่างเข้าข้างตัวเองว่า ฝีมือทางปืนอย่างแกนั้น​คงเด็ดหัวพวกเหล่าร้าย​ได้หลายคนกว่า​ที่พวกมัน​จะคว่ำแก​ได้ ​ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าไม่น้อย​ที่​จะ​ต้องเผชิญ​กับสถานการณ์ร้าย​ที่​จะเกิดขึ้น​ทำนองนี้​แต่เพียงผู้เดียว

อันดับ​ที่สองหากแกเกิดถ่วงเวลา​เอาไว้จนกระทั่งจ้อน​และพรรคพวกตามมาช่วย​ได้ทันท่วงที ​ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย​และมี​กำลังเพียงพอ ก็อาจ​จะช่วยแอนนามารี​และบิดาของเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของนายดิลก​ได้​แม้​จะ​ต้องสูญเสียบ้างก็คงพอคุ้ม ​ถ้าเทียบกัน​กับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​เมื่อคราว​ที่​ได้ต่อสู้​กับเล่าเปาะหยี​และพรรคพวกคราว​ที่แล้ว​ ก็นับว่าพรรคพวกฝ่ายจ้อนทำคะแนน​ได้ไม่เลวนัก


*********


ในขณะ​ที่ลุงชู​กำลังนอนเอกเขนกคิดวาดแผนการณ์ต่างๆ​เพลินอยู่​นั้น​หูของแกก็พลัน​ได้ยินเสียงกลิ้งขลุกขลักฟังดูคล้ายเสียงก้อนหิน​กำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นล่าง แกลืมตาขึ้น​มอง​ไปยังเพดานถ้ำทางเสียง​ที่​กำลังดังนั้น​ทันที ​แต่ยังไม่ทัน​ที่แก​จะทันขยับตัววัตถุหนักๆ​ก้อนโตก็กลิ้งหลุนๆ​โผล่พ้นออกมาจากซอกหินเพดานถ้ำลอด พา​เอาเศษหินเล็กๆ​​และฝุ่นละอองร่วงกราวลงมายังผืนน้ำใกล้เรือหาปลาของแกดังจ๋อมแจ๋มๆ​ ตามติดด้วยวัตถุก้อนโตนั้น​หล่นลงสู่น้ำทะเลใต้ถ้ำลอดเสียงดังสนั่น

ตูม..ม ! !

น้ำกระเด็นแตกกระจายจนเรือกระ​เพื่อม !

เฉียดเรือหาปลา​ที่ลุงชูนอนอยู่​​ไปเพียงไม่ถึงคืบ !

ลุงชูหยิบผ้าขาวม้าขึ้น​เช็ดน้ำเค็ม​ที่กระเซ็นเปียกเต็มหน้าจากการตกของก้อนหินประหลาด​ที่ดันหล่นลงมา จำเพาะเจาะจง​เอาตอน​ที่แกมานอนอยู่​บนเรือหาปลาของแก​พอดี

หลังจากเช็ดหน้าแห้งดีแล้ว​ ลุงชูก็แหงนหน้าขึ้น​เพ่งมอง​ไปยังซอกหินบนเพดานถ้ำลอดนั้น​อีกครั้งหนึ่ง​

ภาพ​ที่ปรากฏต่อสายตาของลุงชูนั้น​​เป็นใบหน้าของหนูถ้ำตัวโตโผล่พ้นซอกหินออกมาให้เห็น มันส่งเสียงจี๊ดจ๊าดจ้องมองตาเป๋งลงมาสักครู่ก่อน​ที่​จะหายหน้า​ไป ขณะ​ที่มัน​กำลัง​จะหลบหน้าหาย​ไปนั้น​ตีนของมันคง​ไปตะกุย​เอาหินก้อนเล็กๆ​ก้อนหนึ่ง​หล่นลงมากระทบผืนน้ำอีกทีเสียงดังปุ๋ม..ม !

หนูถ้ำ​กำลังคุ้ยหาอาหารหรือ​กำลังขุดรูหรือทำอะไร​สักอย่างนั่นเอง

ลุงชูค่อยๆ​เคลื่อนย้ายเรือจากตำแหน่ง​ที่จอดอยู่​เดิม​ไปให้ตรงกัน​กับซอกหิน ลุกขึ้น​ยืนมองเข้า​ไปในซอกหินนั้น​ เห็น​เป็นช่องโตพอ​ที่คนลอด​ได้​แต่ลึกเข้า​ไปมืดทึบไม่​สามารถ​ที่​จะมองเห็น​ได้

สมองของแกสั่งการทันที ! !

นี่​คือสถาน​ที่หลบซ่อนตัวยามฉุกเฉินของแกอีกแห่งหนึ่ง​ !

​ถ้ามีการต่อสู้เกิดขึ้น​ แกอาจจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องขึ้น​​ไปหลบซ่อนอยู่​ในถ้ำซอกหินคล้ายหนูตัวนี้จนกว่า​จะปลอดภัย !

นับว่าไม่เลวทีเดียว !

นายบุญชูไม่ใช่คน​ที่​จะจนมุมง่ายๆ​ ?

โชคของไอ้ชูยังดีอยู่​เสมอ !

นี่ละกระมัง​คือ​ที่มาของชื่อบุญชู ?


ลุงชูล้วงมือเข้า​ไปในถุงย่ามข้างเบาะนั่งหยิบ​เอาไฟฉายขึ้น​มาส่องเข้า​ไปในโพรงถ้ำ

ภาพ​ที่เห็นทำ​เอาลุงชู​ต้องขยี้ตาด้วย​ความฉงน ! ?

หนูถ้ำตัวโตฝูงย่อมๆ​ไม่ต่ำกว่าสิบตัว​กำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่​บนกองอะไร​สักอย่าง​ที่ดูคล้ายหีบหรือกล่องใบใหญ่หลายใบ ! ?

ขณะ​ที่ลุงชูยื่นหน้าเข้า​ไปใกล้ปากอุโมงค์​เพื่อ​จะมองดูให้ถนัดว่าสิ่ง​ที่แลเห็นนั้น​​คืออะไร​กันแน่ ฉับพลันก็มีลมพัดผ่านถ้ำลอดวูบใหญ่ ​ซึ่งดูด​เอากลิ่นเหม็นอับฉุนกึกโชยจากอุโมงค์ออกมากระทบจมูกของลุงชูจนทำ​เอาแกหายใจแทบไม่ทัน !

"คง​เป็นกลิ่นมูลสัตว์หรือซากสัตว์อะไร​สักอย่าง" ลุงชูรำพึง​กับตัวเองออกมาเบาๆ​อย่างลืมตัว

ภายในอุโมงค์บริเวณนี้ก็​ต้อง​เป็นรัง​ที่อาศัยของหนูถ้ำ

หีบ​ที่เห็นนั้น​น่า​จะ​เป็นหีบสิ่งของมีค่า​ที่เจ้าของนำมาซุกซ่อนไว้ด้วยเหตุผลบางประการ หรือว่ามัน​คือ...​..

หีบสมบัติโจรสลัด ! ?

นึกมาถึงตรงนี้ลุงชูขนลุกซู่ด้วย​ความตื่นเต้น !

​เพราะสมบัติโจรสลัด​เป็นตำนานเก่าแก่​ที่คนรุ่นก่อนโจทย์ขานกันมานานจนบัดนี้เหลือเพียงตำนาน​ที่เล่าขานกันเล่นเท่านั้น​

ลุงชูพยายามชะโงกหน้าเข้า​ไปใกล้จนหน้าชิดขอบอุโมงค์หรือถ้ำนั้น​​แต่ก็​เป็น​ไปด้วย​ความยากลำบาก ​เนื่องจาก​ความสูงของปากอุโมงค์อยู่​ระดับเดียวกัน​กับศีรษะของแก​พอดีประกอบ​กับเรือโคลงเคลงทุกครั้ง​ที่ลุงชูขยับตัว

แกมองหาอะไร​บางอย่าง​ที่​จะ​เอามารองบนพื้นเรือสำหรับยืน​เพื่อปีนขึ้น​​ไปบนอุโมงค์ของถ้ำลอดนี้ ด้วยตัวลุงชูเองนั้น​อยากพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดว่าหีบ​ที่เห็นเหล่านั้น​​เป็นหีบสมบัติโจรสลัดจริงอย่าง​ที่แกคิด หรือว่า​เป็นหีบอะไร​กันแน่ ​แต่ลุงชูก็หาสิ่งของ​ที่​ต้องการบนเรือหาปลาลำเล็กของแกไม่​ได้เลย​สักอย่างเดียว ​ที่เห็นอยู่​ก็มีเพียงเบ็ดตกปลา ตะบองสำหรับทุบปลา ใบพายหนึ่ง​อัน เชือกสำหรับล่ามเรือ​และเชือก​ที่ผูกยึด​กับสมอเรือเท่านั้น​เอง

ทันใดลุงชูก็พลันฉุกคิดขึ้น​มา​ได้ว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลา​ที่เหมาะสำหรับพิสูจน์สิ่งใด​ทั้งสิ้น ​ที่หลบซ่อนต่างหาก​ที่แก​ต้องการ​เมื่อถึงคราวเข้าตาจน​เพื่อลี้ภัย​เอาตัวรอดไว้ก่อนดี​ที่สุด สมบัติมหาศาลก็ช่วยอะไร​ไม่​ได้เลย​ ​เมื่อมีภัยมาถึงตัว ​เมื่อคิดมาถึงตอนนี้แกรีบก้าวลงจากเรือหาปลาคู่กาย เดินย่องขึ้น​​ไปบนพื้นบริเวณโขดหินตะปุ่มตะป่ำนั้น​อีกครั้งหนึ่ง​

ลุงชูย่อกายเดินก้มหลังหลบให้พ้นรัศมีของกล้องส่องทางไกล​และสายตาของคน​ที่อยู่​บนเรือโชคโอฬาร​ที่อาจบังเอิญส่องกล้องมาเห็นเข้า ​โดยเดินสำรวจรอบๆ​บริเวณ​เพื่อหา​ที่หลบซ่อนแห่งใหม่​ที่แกอาจพบ​และเห็นว่าดีกว่าอุโมงค์เหนือถ้ำลอด​ที่เดิม ​เพราะอุโมงค์เหนือถ้ำลอดนั้น​หาทางขึ้น​ยากลำบากมาก

​แต่​เมื่อเดินมาถึงซอกอับๆ​ริมโขดหินใต้ต้นไม้ขนาดย่อมไม่สูงมากนักมีผลกลมๆ​ห้อยอยู่​เต็มต้น ลุงชูพลันเหลือบ​ไปเห็นหนูถ้ำตัวเขื่อง 2-3 ตัววิ่งเข้าออกตรงซอกนั้น​ ทำให้แกคิดขึ้น​มา​ได้ว่าน่า​จะมีทางเข้าอุโมงค์อีกด้านหนึ่ง​ของพวกเหล่าหนูถ้ำ​ทั้งหลาย​ที่​ใช้เข้าออก​เป็นประจำ ​เพราะหนู​จะออกหากินในเวลากลางคืน ​และตรงซอกหิน​ที่แกเห็นหนูถ้ำแถวนี้แหละ​​คือทางออกของอุโมงค์ลึกลับเหนือถ้ำลอดนั้น​

ชาวประมงวัยดึกค้นหาทางเข้าอุโมงค์อยู่​นาน จึงพบว่าหนูถ้ำ​ที่เห็นนั้น​ออกมาจากโพรงเล็กๆ​ 2 โพรงตรงซอกโขดหิน​ที่อยู่​เบื้องหลังต้นไม้ขนาดย่อมต้นนั้น​

ทางเข้าอุโมงค์ประหลาดนี้ก็อาจ​จะ​เป็นเช่นเดียวกัน​กับทางเข้าสู่ถ้ำลึกลับบนเกาะกาหลงอัน​เป็นสุสานของขุนชำนินาวีประดิษฐ์ผู้​เป็นเจ้านายเก่าของลุงชูเอง​และ​เป็นพ่อตาของนายดิลกหรือโกหลก​ที่ขณะนี้​กำลังอยู่​บนเรือโชคโอฬาร​ซึ่งลุงชูชายชาวประมงวัยดึกอาจจำ​เป็น​ต้องเผชิญหน้าภายในเวลาอีกไม่นาน ​ถ้าหากว่าโกหลกเกิดตัดสินใจ​ที่​จะขึ้น​มาค้นบนเกาะกุระนี้

จากประสพการณ์ในการ​ที่​ได้ค้นพบทางเข้าสู่ถ้ำอัน​เป็นสุสานของขุนชำนินาวีประดิษฐ์ดังกล่าว

นั่นก็​คือ...​!

ทางเข้าถ้ำสุสานนั้น​อยู่​เบื้องหลังก้อนหินใหญ่ !

ฉะนั้น​ทางเข้าอุโมงค์เหนือถ้ำลอดแห่งนี้ก็คง​ต้องอยู่​เบื้องหลังก้อนหินใหญ่​ที่มีรูหนูอยู่​เบื้องล่างนั่นเอง...​! ?

ลุงชู​เอาท่อนไม้ค่อนข้างยาวลองคุ้ยแยงตรงขอบด้านบนก้อนหินนั้น​ กระทุ้งเข้า​ไปเบาๆ​ก็เกิด​เป็นโพรงเล็กๆ​ ชายวัยดึกแยงท่อนไม้นั้น​เข้า​ไปจนมิด แกลองรอบๆ​ก็​ได้ผลเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ลุงชูจึงสรุป​ได้ว่า

นี่​คือทางเข้าสู่อุโมงค์เหนือถ้ำลอดอีกทางหนึ่ง​​ที่อยู่​บนพื้นทรายด้านบนของเกาะกุระนี้...​!

ลุงชูแอบไชโยอยู่​ในใจเพียงคนเดียว !



***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2149 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน หีบสมบัติโจรสลัด --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11429 ], [213.103.135.202]
เมื่อวันที่ : ๒๐ เม.ย. ๒๕๕๐, ๐๓.๓๕ น.

ร่วมลุ้น ขอให้ลุงชูปลอดภัยนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น