นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #15
กาบแก้ว
...​แต่​ที่มองเห็นแล้ว​เสียวลึกเข้า​ไปสุดขั้วหัวใจ​คือครีบกระโดงสีน้ำเงินปนเทาสี่กระโดง​ที่โผล่พ้นน้ำลอยฉวัดเฉวียนส่ายเวียนวนว่าย​ไปมาอยู่​ตลอดเวลา​โดยไม่หยุดนิ่ง...

ตอน : ฉลามเพชฌฆาต

อาเม้งพา​ทั้งหมดมาหยุดยืนอยู่​​ที่ปากบ่อกว้างยาวรีแห่งหนึ่ง​ทางด้านท้ายสุดปลายถ้ำ ด้านหลังของขอบบ่ออีกฝั่งหนึ่ง​นั้น​​เป็นช่องลมมีแสงสว่างลอดเข้ามาคล้ายช่องกระจกฝ้า ​ซึ่งไม่​สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอก​ได้ เห็น​แต่สายน้ำไหลซู่ลงมาราว​กับอยู่​เบื้องหลังน้ำตก​ได้ยินเสียงคลื่นกระทบหินผาดังสนั่นหวั่นไหวชัดเจน ​เป็นทางออกสู่ทะเลของถ้ำอีกด้านหนึ่ง​ตรง​ที่​เป็นหน้าผาหินสูงชันนั่นเอง น้ำ​ที่ตกลงมา​เป็นสายนั้น​แท้​ที่จริงก็​คือน้ำทะเล​ที่เกิดจากคลื่นยักษ์กระแทก​กับแท่นหินอันสูงตระหง่าน ​เนื่องจากมีละอองน้ำกระเซ็น​เป็นฝอยอยู่​ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่​สามารถมองทะลุเห็น​ได้​ทั้งจากภายในออก​ไป​และภายนอกเข้ามา

ภายในบ่อเบื้องล่างนั้น​แลเห็นพรายน้ำ​เป็นฟองฟู่ น้ำทะเลใสแจ๋ว​เป็นคลื่นพลิ้วตามแรงกระแทกของคลื่นยักษ์​ซึ่งอ่อน​กำลังลงแล้ว​จากการกระทบ​กับก้อนหินมาหลายทอด

​แต่​ที่มองเห็นแล้ว​เสียวลึกเข้า​ไปสุดขั้วหัวใจ​คือครีบกระโดงสีน้ำเงินปนเทาสี่กระโดง​ที่โผล่พ้นน้ำลอยฉวัดเฉวียนส่ายเวียนวนว่าย​ไปมาอยู่​ตลอดเวลา​โดยไม่หยุดนิ่ง

มัน​คือฉลามกินคนสี่ตัว​ที่หลงติดอยู่​ในบ่อหินคล้ายกระชังยักษ์​ที่เกิดขึ้น​เองตามธรรมชาติ !

​แต่ละตัวมี​ความยาวไม่ต่ำกว่า 10 ฟุต

สาเหตุ​ที่พวกมันเคลื่อนไหวว่ายวนเวียน​ไปมาตลอดเวลา​โดยไม่หยุดนิ่งนี้ ​เนื่องจากฉลาม​เป็นปลา​ที่ไม่มีโครงกระดูก​และถุงลมเช่นปลาอื่น ​ซึ่งถุงลมนี้ช่วยให้ปลา​ที่มีโครงกระดูกทั่ว​ไป​สามารถลอยตัวอยู่​​กับ​ที่​ได้​เมื่อ​ต้องการ ​แต่สำหรับฉลามนั้น​ มัน​จะ​ต้องว่ายน้ำอยู่​เรื่อย​ไปตลอดเวลา

หากหยุดเคลื่อนไหว​เมื่อใดมันก็​จะจมน้ำตายทันที !

ดังนั้น​ปลาฉลามจึง​เป็นปลา​ที่ถูกธรรมชาติสาบแช่งให้ดำเนินชีวิตอยู่​​โดยไม่มีการหลับ​และพักผ่อนเยี่ยงสัตว์ชนิดอื่นๆ​ !

​เมื่อพวกมันถูกกักขังอยู่​ในบริเวณอันจำกัดเช่นนี้ จึงทำให้ฉลามร้าย​เป็นเสมือนประหนึ่ง​เสือติดจั่น ​ความดุร้ายย่อมมีมากขึ้น​​เป็นทวีคูณ

เบิ้มโยนขาหมูชิ้นใหญ่​ที่​เอามาจากตู้เย็นของอาเม้งลง​ไปในบ่อ เสียงกระโดดโผงผางแย่งกันงับเหยื่อของฉลามเพชฌฆาต​ทั้งสี่ดังโครมครามน้ำในบ่อแตกกระจาย​เป็นฟอง ครีบหางสีน้ำเงินปนเทาเข้มรูปเดือนเสี้ยวโบกขึ้น​เหนือน้ำ​และฟาดลงฉวัดเฉวียน​ไปมาดูน่ากลัว ชั่วไม่ทันถึงอึดใจขาหมูชิ้นใหญ่ก็อันตรธานหาย​ไปในพริบตา

แอนนามารีกลั้นหายใจขณะ​ที่มองดูฉลามร้ายด้วย​ความลืมตัว มือ​ทั้งสองของเธอเกาะแขนผู้​เป็นบิดาเกร็งแน่นจน มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่น​ต้องหันมามองดูใบหน้าบุตรี พลางเอื้อมมืออีกข้างยกขึ้น​ลูบศีรษะแอนนามารีเบาๆ​​เป็นเชิงปลอบโยน

เดชาไอ้หนุ่มผมยาวดันร่างมินอ่อง​ที่ขณะนี้ถูกมัดมือไพล่หลังแน่น ให้ออก​ไปยืน​ที่ปากบ่อ เนื้อตัวมันสั่นเทิ้มด้วย​ความหวาดกลัวสุดขีด พยายามดิ้นฮึดฮัด​เพื่อขัดขืนอย่างสุด​ความ​สามารถ ตาเบิกโพลง มันแหกปากร้อง​เป็นภาษาเมียนม่าอย่างบ้าคลั่งด้วย​ความรักตัวกลัวตายฟังดูคล้ายไม่​เป็นภาษามนุษย์ ​แต่มือของไอ้หนุ่มผมยาวเหมือนมีคีมเหล็กจับมือ​ที่ถูกมัดไพล่หลังของมันไว้แน่น ยิ่งดิ้นดูเหมือน​จะยิ่งถูกดันใกล้ปากบ่ออาถรรพ์เข้า​ไปทุกที

​เมื่อถึงปากบ่อไอ้หนุ่มเมียนม่าจึงหยุดดิ้น​แต่ตัวของมันยังคงสั่นเทิ้มเหมือนเจ้าเข้าสิง ทันที​ที่เดชาปล่อยมือ​และถอยห่างออกมา มินอ่องรีบหมุนตัวกลับหลังหันมาทางโกหลก ​แต่มันก็​ต้องตาเหลือกใจหายวาบ...​! !

โกหลกยกปืนในมือเล็ง​ไปยังร่างของมินอ่อง แล้ว​เหนี่ยวไก

ปัง !

เสียงอัดแน่นของกระสุน​ที่แหวกอากาศภายในถ้ำดังจนแสบแก้วหู กระสุนทะลุกลางอกของไอ้หนุ่มเมียนม่า ขณะ​ที่มันร้องโหยหวนออกมา​เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ร่างโชกเลือดของมันค่อยๆ​หงายหลังหล่นตูมลง​ไปในบ่อฉลามหิว​ทั้งสี่ตัว

ตูม !

ทันที​ที่ร่างของมันกระทบผืนน้ำเบื้องล่าง เสียงกระโดดฮุบโผงผางของฉลามเพชฌฆาต​ทั้งสี่ก็ดังโครมครามขึ้น​อีกครั้งหนึ่ง​ ครีบหางรูปเดือนเสี้ยวฟาดน้ำขึ้น​ลงแตกกระจาย​เป็นระลอกคลื่น คราวนี้น้ำในบ่อ​ที่ใสแจ๋วเริ่มขุ่นข้น​เป็นสีเลือดกระจาย​ไปเกือบครึ่งบ่อ

ชั่วไม่ทันถึงห้านาทีร่างไร้วิญญาณของไอ้หนุ่มเมียนม่าก็ถูกฉีกทึ้งงับหาย​ไปหมดสิ้น แล้ว​​ความสงบก็กลับคืนสู่ผืนน้ำภายในบ่อ คงเห็นเพียงครีบกระโดงลอยฉวัดเฉวียน​ไปมา​โดยไม่หยุดนิ่งดังเดิม

แอนนามารีนั้น​​เมื่อ​ได้ยินเสียงปืนจากน้ำมือของโกหลกแผดกังวานก้อง​และ​ได้ยินเสียงร้องโหยหวนครั้งสุดท้ายของไอ้มินอ่องแล้ว​ เธอก็พลันสิ้นสติสมประดี​ไปในอ้อมกอดของผู้​เป็นบิดา​ทั้ง​ที่ยืนอยู่​นั้น​เอง เธอไม่​สามารถ​ที่​จะทนเห็นเหตุการณ์อันโหดเหี้ยมร้ายกาจทารุณ​ที่เกิดขึ้น​ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้​ได้อีกต่อ​ไป

นับว่าแอนนามารีโชคดี​ที่สิ้นสติ​ไปเสียก่อนทัน​ได้เห็นเหตุการณ์​ที่พวกเหล่าร้ายกำจัดซากศพ​เพื่อทำลายหลักฐานในทางอาชญากรรมของพวกมัน​ที่ถูกจ้อน​และพวกฆ่าตาย​ทั้ง 5 ศพ ​โดย​ที่พวกมัน​ส่วนหนึ่ง​​ได้ขึ้น​​ไปทำลายหลักฐานบนฝั่งบริเวณสถาน​ที่เกิดเหตุข้างต้นตะเคียนคู่หลังกระท่อมชาวประมงร้าง แล้ว​นำซากศพของพวกมัน​ทั้งหมดกลับมายังบ่อฉลามเพชฌฆาตภายในถ้ำกาหลง จัดการโยนลง​ไปในบ่อฉลามเพชฌฆาตทีละร่างจนไม่เหลือซากใดๆ​ให้เห็น​เป็นหลักฐาน​ได้เลย​ ภายในชั่วเวลาไม่นาน

มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่น หนาวสะท้านเยือก​ไปถึงขั้วหัวใจ ด้วยนึกไม่ถึงว่านายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์ ​จะมีจิตใจโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้


*********


"​เอาละ...​คุณฮันส์ ผมหวังว่าคราวนี้เราคง​ได้เริ่มเจรจาทางธุรกิจกันอย่างจริงจังเสียที"

นายดิลกกล่าว​กับมร.ฮันส์หลังจาก​ที่​ทั้งหมดพากันกลับมา​ที่หน้าถ้ำกาหลงแล้ว​ สมุนของโกหลกพากันแยกย้าย​ไปรออยู่​นอกถ้ำจนหมด คงเหลืออยู่​เพียง แอนนามารี มร.ฮันส์ โกหลก​และอาเม้งเพียงสี่คนเท่านั้น​ ​โดย​ทั้งสามนั่งอยู่​​ที่โต๊ะรับแขก​ส่วนอาเม้งนั้น​ยืนคอยบริการอำนวย​ความสะดวก​อยู่​ใกล้ๆ​

ก่อน​ที่ฮันส์​จะทันกล่าวตอบสิ่งใด​กับโกหลก อาเม้งก็ยกกาแฟหอมฉุยมาเสริฟให้​ทั้งสามคน ​และกลับ​ไปยืนซดกาแฟของตัวเอง​ที่มุมอีกด้านหนึ่ง​ของผนังถ้ำใกล้ๆ​กันนั้น​

"ขอกระดาษเปล่าให้ผมแผ่นหนึ่ง​ ประเดี๋ยวผม​จะร่างแผนผังลายแทงมหาสมบัติ​ส่วนของผมให้ตามสัญญา"

โกหลกพยักหน้าพลางหัน​ไปบอกอาเม้ง​ซึ่ง​กำลังยืนซดกาแฟอยู่​

"อาเม้ง...​​เอากระดาษเปล่าให้คุณฮันส์​เขาหน่อย​ซิ"

"​ได้ครับ​"

อาเม้งรับคำ​พร้อม​กับหยิบ​เอากระดาษสมุดโน๊ตเล่มใหญ่แบบไม่มีลายเส้นส่งให้ มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่น​ทั้งเล่ม​พร้อม​กับดินสอดำ​ที่เหลาไว้แหลมเปี๊ยบ

ไวกิ้งชราหลับตาทบทวนนึกถึงภาพลายแทงแผ่น​ที่สอง​ที่​เขาครอบครองต่อจากกัปตันโอลาฟ กุลลิคเซ่นผู้​เป็นบิดา ​เขาจำมัน​ได้ติดตาจนขึ้น​ใจในอักขระ​และตัวอักษรทุกตัว​ที่มีอยู่​บนกระดาษเก่าคร่ำคร่าแผ่นนั้น​ ​ซึ่งขณะนี้มันถูกเก็บไว้ในตู้เซฟอย่างดีภายในคฤหาสน์นอกกรุงออสโล ณ ประเทศนอร์เวย์มีเพียงตัว​เขา​และแอนนามารีลูกสาวเพียงสองคนเท่านั้น​​ที่รู้เรื่อง​นี้ดี ​เนื่องจาก​ทั้งคู่​ได้ศึกษาภาษาไทยมาอย่างแตกฉาน ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอนนามารีเธอถูกส่งมาเรียนจนจบชั้นมัธยมปลาย​ที่กรุงเทพมหานครก่อน​ที่​จะกลับ​ไปศึกษาระดับมหาวิทยาลัยต่อ​ที่กรุงออสโล

ฮันส์ กุลลิคเซ่นเริ่มลากดินสอดำลงบนแผ่นกระดาษสีขาว

ภาพลายแทงแผ่น​ที่ ๒ ถูกร่างขึ้น​อย่างบรรจง ด้วยฮันส์พยายาม​ที่​จะให้เหมือนของจริงมาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ แอนนามารีลุกขึ้น​มายืนข้างๆ​เอียงคอมองดูภาพ​ที่บิดา​กำลังร่างอยู่​นั้น​อย่างใจจดใจจ่อ ​เพราะเธอเคยเห็นบิดาซักซ้อมวาดภาพนี้มาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว​ ก่อน​ที่​จะตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย

ภาพเกาะ​ที่มีลายเส้นโยงกัน​ไปมา​ทั้ง ๔ เกาะ​คือเกาะขนาน เกาะเต่า เกาะนางยวน​และเกาะกาหลงนั้น​ เฉพาะ​ที่เกาะกาหลง​จะมีรูปกากะบาดอยู่​บนสมอเรือ​ที่อยู่​ในทะเลใกล้ชายหาดด้านหน้าดอกกุหลาบ ​และปรากฏมีเส้นลากจากสมอเรือ​กับเกาะขนานอีกเส้นหนึ่ง​

ด้านล่างสุดของภาพเขียนไว้เช่นเดียวกันว่า

แผ่น​ที่ ๒

​เมื่อนายดิลกนำลายแทงแผ่น​ที่ ๑ ของตนออกมาเทียบ​กับลายแทงแผ่น​ที่ ๒ ​ที่ฮันส์ร่างขึ้น​มาใหม่

​ระหว่างลายแทงแผ่น​ที่ ๑ ​และแผ่น​ที่ ๒ นั้น​ผิดกันตรงกากะบาด

​เพราะลายแทงแผ่น​ที่ ๑ นั้น​​จะปรากฏรูปกากะบาดคั่นอยู่​ตรงกลาง​ระหว่างดอกกุหลาบ​และสมอเรือ ​ส่วนแผ่น​ที่ ๒ กากะบาด​จะเลื่อน​ไปอยู่​​ที่บนสมอเรือแทน​ที่​จะคั่นอยู่​ตรงกลาง แถมยังมีเส้นลากจากสมอเรือเพิ่มขึ้น​มาอีกเส้นหนึ่ง​ตรง​ไปยังเกาะขนาน

ปริศนาเริ่มมีให้ขบคิด​ได้หลายทาง ?

นี่เอง​ที่ทำให้ฮันส์ กุลลิคเซ่นมุ่งมาหาสมอเรือบนเกาะกาหลงจน​ต้องถูกจับ​เป็นเชลย

​แต่อนิจจาไม่ปรากฏว่ามี​ใครเคยเห็นสมอเรือบนเกาะกาหลงหรือบริเวณรอบๆ​เกาะกาหลงเลย​

หรือว่ามีสมอเรือจมอยู่​​ที่หาดทรายขาวหน้าศาลเจ้ากุหลาบไฟ

​เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นายดิลกชัก​จะพอมองเห็นแนวทาง​ที่​จะนำ​ไปพบแหล่ง​ที่ซ่อนของมหาสมบัติตามลายแทงแผ่น​ที่ ๒ แล้ว​

"คุณฮันส์...​คุณมี​ความเห็นอย่างไร​กับลายแทง​ทั้งสองแผ่นนี้"

โกหลกถาม​พร้อม​ทั้งเลื่อนลายแทงแผ่น​ที่ ๑ เข้ามาเปรียบเทียบเคียงคู่กัน​กับแผ่น​ที่ ๒ ​ที่ฮันส์เพิ่ง​จะวาดเสร็จใหม่ๆ​

"ผมว่าแผ่นของผม​ที่มีกากะบาดบนสมอเรือนั้น​น่า​จะ​เป็น​ที่ซ่อนแห่งใหม่ของขุมทรัพย์มหาสมบัตินี้" ฮันส์ให้​ความเห็นตามลายแทง

"​ถ้าอย่างนั้น​เรา​จะเริ่มต้นค้นหาสมอเรือตามลายแทงของคุณ​เป็นอันดับแรก" โกหลกตัดสินใจทันที

นายดิลกสั่งให้เตรียมชุดประดาน้ำ​ที่มีอยู่​ในเรือโชคโอฬาร​ทั้งหมดไว้ให้​พร้อม ​เพื่อออกดำน้ำสำรวจรอบๆ​บริเวณหน้าหาดทรายขาว รวม​ทั้งอุปกรณ์ค้นหาโลหะใต้น้ำ​คือแม่เหล็กยักษ์ ​โดย​ใช้เรือซีโอทูลาก​ไปลากมาทุกตารางนิ้ว ​ถ้าพบโลหะสงสัย​ที่​เป็นเหล็กก็ให้ขุดค้น​โดยละเอียด หวัง​จะเจอสมอเรือตามลายแทงหรืออาจ​จะพบสมบัติมหาศาลทีเดียวเลย​ก็อาจ​เป็น​ได้

ขบวนการค้นหาสมบัติโจรสลัดข้ามชาติ​ได้เริ่มขึ้น​ไม่นานหลังจากเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่าง​ได้ถูกเตรียม​พร้อม โกหลกลงมาบัญชาการเองเลย​ทีเดียว ตั้งแต่ตระเตรียมอุปกรณ์ประดาน้ำบนเรือโชคโอฬาร จนกระทั่งการผูกแม่เหล็กยักษ์เข้า​กับเรือซีโอทู ชุดดำน้ำ​ทั้งหมดมีอยู่​เพียง 3 ชุด ลูกเรือ​ที่​เป็นนักประดาน้ำประจำ​ทั้งสามคนจึง​ต้องทำหน้า​ที่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ​เพราะทุกคนรู้ดีว่ารางวัล​ที่พวกตน​จะ​ได้รับนั้น​มีค่ามหาศาล

โกหลกสั่งให้ไต้ก๋งบุญทวีนำเรือโชคโอฬารเข้ามาจอดให้ใกล้ชายหาดให้มาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ เรือโชคโอฬารจึงย้าย​ที่จอดจาก​ที่เคยจอดข้างโขดหินใหญ่สีเทา มาจอดทอดสมออยู่​หน้าหาดทรายขาว ห่างจากฝั่งเพียงเศษหนึ่ง​​ส่วนสี่ไมล์เท่านั้น​

โกหลกพาฮันส์​และแอนนามารีขึ้น​มาคอยสังเกตการณ์อยู่​บนเรือโชคโอฬารด้วยการมอบกล้องส่องทางไกลให้คนละชุด ​โดย​ทั้งสองอยู่​ภายใต้การควบคุมของไต้ก๋งบุญทวีคนสนิทของนายดิลก ​ที่​เขา​ได้ส่งมา​เป็นตัวแทนคอยดูแลธุรกิจของ​เขาบนเรือโชคโอฬารนานแล้ว​

โกหลกให้สัญญาณเริ่มต้นค้นหาสมอเรือ ต้นกำเนิดแหล่ง​ที่ซ่อนของสมบัติมหากาฬ​ที่มีอายุมากกว่าหนึ่ง​ชั่วอายุคน​ที่ผ่านมา เหล่านักประดาน้ำ​ที่เตรียม​พร้อมอยู่​แล้ว​บนเรือซีโอทู ต่างก็ทิ้งตัวลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง​และแหวกว่ายตามรอยแม่เหล็กยักษ์​ที่เรือซีโอทูลาก​ไปติดๆ​

ทุกครั้ง​ที่แม่เหล็กสะดุดจนเรือกระตุก เรือซีโอทู​จะถูกสั่งให้หยุดรอดูสัญญาณจากนักประดาน้ำอีกครั้งว่าใช่เป้าหมาย​คือสมอเรือหรือหีบสมบัติหรือไม่ ​แต่​ส่วนมาก​จะ​เป็นเศษเหล็กจากเรือประมงลำเล็ก​ที่ถูกทอดทิ้ง​เนื่องจากบริเวณ​ที่ค้นหานี้​เป็นช่วงน้ำตื้น วัตถุ​ที่พบจึงมี​แต่สิ่งของ​ที่ไม่มีค่าใดๆ​​ทั้งสิ้น ไม่มีวี่แววของสมอเรือไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ให้เห็นเลย​สักอันเดียว

"ผมว่าเราคงหาสมอเรือไม่พบในบริเวณนี้หรอกครับ​เจ้านาย"

เสียงเบิ้มตะโกนจากเรือซีโอทูมายังเรือโชคโอฬารบอกโกหลก ขณะ​ที่เรือแล่นผ่าน ​เมื่อการค้นหา​ได้ผ่านพ้น​ไป​เป็นรอบ​ที่สอง

"มันอาจ​จะฝังอยู่​ลึกก็​ได้ ค้นหาต่อ​ไป"

นายดิลกตะโกนตอบลง​ไปจากเรือใหญ่

"แถวนี้น้ำตื้นขึ้น​เรื่อยๆ​นะครับ​"

"ค้นหาทุกตารางนิ้วจนถึงบนหาดทราย เลิก​เมื่อไหร่​จะบอก"

นายดิลกยืนยันในการค้นหา ทำ​เอาเบิ้มเงียบเสียง​ไป ​พร้อม​ทั้งยกมือทำท่าตะเบ๊ะ ​และสั่งให้ลูกน้องทำการค้นหาต่อ​ไป

"ผมว่าแนว​ที่สมอเรือควร​จะอยู่​ น่า​จะออก​ไปไกลฝั่งมากกว่านี้นะครับ​คุณดิลก" ฮันส์ให้ข้อคิดเห็น

"คุณ​เอาอะไร​มาวัด คุณฮันส์ ?"

"จากการคาดคะ​เนของผม ​โดยธรรมชาติแล้ว​ในการ​ที่บุคคลใด​จะซ่อนทรัพย์สมบัติ​ที่มีจำนวนมหาศาลนั้น​ ควร​จะหา​ที่ลับเช่นในถ้ำหรือฝังไว้ใต้ดินมากกว่า​ที่​จะขุดทะเลฝังอย่าง​ที่เรา​กำลังค้นหากันอยู่​อย่างนี้"

"คุณคิดอย่างนั้น​จริงๆ​หรือ ?"

"ใช่ ผมคิดอย่างนั้น​"

"​ถ้า​เป็น​ไปอย่าง​ที่คุณคิดแล้ว​ มันควร​จะ​เป็น​ที่ใดล่ะ ?"

"มันควร​จะ​เป็นบนเกาะหรือบนโขดหิน​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ คล้ายโขดหินใหญ่ก้อนนั้น​"

ฮันส์พูดพลางชี้มือ​ไปทางโขดหินมหึมา ​ที่เรือโชคโอฬารเคยมาจอดทอดสมอ​เพื่อขนถ่ายสินค้าบ่อยๆ​

"หรือไม่ก็บนพื้นดินบริเวณใกล้ๆ​แถวนี้" ​เขาชี้กราด​ไปบนหาดทราย

"คงไม่ใช่บนพื้นดินแน่ ​เพราะตามรูปบนลายแทงของคุณ สมอเรือมันอยู่​ในทะเลนี่" นายดิลกแย้ง

"​แต่​ที่บนโขดหินใหญ่นั้น​ก็ไม่​ได้อยู่​​ที่หน้าหาดทราย​ที่ตรงกัน​กับดอกกุหลาบไฟตามลายแทงเช่นกัน" ฮันส์ว่า

"ตรงหน้าศาลเจ้ากุหลาบไฟห่างจาก​ที่นี่ออก​ไปก็เห็นมี​แต่...​. !"

นายดิลกชะงักคำพูดลงเพียงแค่นั้น​ ​เมื่อ​เขาเหลียวมองออก​ไปสู่กลางทะเลลึก สิ่ง​ที่​เขามองเห็นก็​คือเกาะเล็กๆ​​ซึ่งอยู่​ไม่ห่างไกลเท่าใดนัก แลเห็นอยู่​ลิบๆ​ ​โดย​เขาไม่เคยสังเกตหรือสนใจมาก่อนเลย​

"ไต้ก๋ง..เกาะนั้น​ชื่ออะไร​" โกหลกหันมาถามบุญทวีไต้ก๋งหนุ่มใหญ่พลางชี้มือออก​ไปกลางทะเล

"อ๋อ..นั่น​คือเกาะกุระ เกาะเล็กนิดเดียว" บุญทวีตอบเจ้านาย

"ไต้ก๋งเคยขึ้น​​ไปบนเกาะไหม ?"

"เคยครับ​ ​แต่นานหลายปีมาแล้ว​ไม่มีอะไร​เลย​ น้ำก็ไม่มี แห้งแล้งมากมีต้นไม้เล็กๆ​เพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น​"

"อืม..ม! ​ความคิดของคุณน่าสนใจมากทีเดียว คุณฮันส์"

"อย่างไรหรือครับ​ ?" ฮันส์ถาม

"ก็​ที่คุณว่าสมบัติมหาศาลน่า​จะฝังอยู่​บนเกาะนะซี ผมคิดว่าผมพบเกาะ​ที่น่า​จะ​เป็นแหล่งซุกซ่อนสมบัติแห่งใหม่​ที่สลัดรุ่นคุณปู่ของผมนำ​ไปเก็บไว้อย่างมิดชิด ชนิด​ที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว"

นายดิลกพูดอย่างตื่นเต้น​พร้อม​กับยกมือขึ้น​ชี้​ไปทางเกาะกุระให้ฮันส์ กุลลิคเซ่นดู

"​ถ้าเราพบสมอเรืออยู่​บนเกาะกุระ​เมื่อไหร่นั่นแหละ​ ชัวร์แน่นอนว่าเรา​ต้องพบสมบัติอย่างไม่มีปัญหา"

"อาจ​เป็น​ไป​ได้มากอย่าง​ที่คุณว่า" ฮันส์ยอมรับ

แอนนามารีหยิบลายแทง​ที่ฮันส์ร่างไว้มาจากมือผู้​เป็นบิดา ​เมื่อเทียบอัตรา​ส่วน​กับ​ความจริงแล้ว​ก็น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้ เพียง​แต่ว่าไม่มีภาพเกาะอยู่​ในลายแทง​ทั้งสองแผ่นเท่านั้น​

เธอยกกล้องส่องทางไกลขึ้น​ส่อง​ไปทางเกาะกุระ ขณะ​ที่ปรับโฟกัสเข้า​ไปใกล้เรื่อยๆ​นั้น​ ใจเธอเต้นแรง​เมื่อแลเห็นศีรษะของ​ใครคนหนึ่ง​บนยอดเนินหินเหนือเกาะ​กำลังยกกล้องส่องมาทางเธอเช่นกัน ในตอน​ที่​เขาลดกล้องลงนั้น​โฟกัสในกล้องของเธอก็เห็นใบหน้า​เขาชัด​พอดี ก่อน​ที่​เขา​จะเลื่อนกายหลบหน้าหาย​ไป

ลุงชู..ชายขี้เมา​ที่เธอเห็นคุยอยู่​​กับจ้อน​และโซ้ดในคืน​ที่เกิดเหตุไฟไหม้ ​และเธอถูกจับตัวมานั่นเอง !

แสดงว่าจ้อน​และพรรคพวก​ได้ติดตามมาช่วยเธอ​และบิดาอยู่​ใกล้ๆ​นี่เอง

แอนนามารียกกล้องส่องทางไกลขึ้น​เล็งส่องออก​ไปดูอีกครั้งหนึ่ง​ก็ไม่ปรากฏใบหน้าของลุงชูให้เห็นอีก ทำให้เธอโล่งอก​ไปถนัด​เพราะโกหลก​และฮันส์ กุลลิคเซ่นก็​กำลังยกกล้องขึ้น​ส่อง​ไปยังเกาะเช่นเดียวกัน หาก​แต่​ทั้งคู่ส่องกล้อง​ไปหลังจาก​ที่ลุงชู​ได้หลบหน้า​ไปแล้ว​

เธอหวั่นใจกลัวว่านายดิลก​จะเห็นลุงชูเข้า...​!

​ความโหดร้ายทารุณอันน่าสยดสยองของชายผู้นี้ ยังฝังลึกอยู่​ใน​ความทรงจำของเธอตลอดเวลา ! !


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2148 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ฉลามเพชฌฆาต --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น