นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #14
กาบแก้ว
......​..คุณ​และลูกสาวก็​จะหายสาบสูญ​ไปตามอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง...​.....

ตอน : อาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง

​เมื่อจ้อน โซ้ด​และลุงชูประคองสายัณห์ครึ่งเดินครึ่งวิ่งตามเรือเล็กซีโอวันของมินอ่อง​ที่ถูกโซ้ดยิงหัวเรือทะลุมาถึงชายหาดนั้น​ มินอ่องก็พาเรือแล่นหนีออกสู่ท้องทะเลลึกตรง​ไปยังเรือตังเกลำใหญ่โชคโอฬาร​ที่ทอดสมอจอดรออยู่​​ที่ข้างโขดหินมหึมาสีเทานอกฝั่งอ่าวเกาะกาหลง ​แต่เรือแล่น​ไป​ได้ไม่ถึงครึ่งทางก็ปรากฏว่ามินอ่อง​ได้เบี่ยงหัวเรือเลี้ยวซ้ายบ่ายโฉมหน้า​ไปทางหมู่โขดหินรกครึ้มข้างหน้าผาสูงชันด้วย​ความเร็วสุดขีด ไม่นานนักมันก็พาเรือซีโอวันลับสายตาบังเหลี่ยมโขดหินรกทึบหมู่นั้น​ลับหาย​ไป

กว่าจ้อน​และพรรคพวก​จะช่วยกันหามสายัณห์​ที่ถูกยิงอาการสาหัสขึ้น​เรือรัญจวนใจพาออกแล่นตามเรือซีโอวันมาจนถึงหมู่โขดหิน​ที่​เป็นช่องทางทึบอันสลับซับซ้อนรกครึ้มนั้น​ ก็ไม่เห็นวี่แววของ​ทั้งเรือ​และมินอ่องเสียแล้ว​ ราว​กับปาฏิหารย์ดูเหมือน​กับว่า​เป็นเหตุการณ์ปกติ ทุกอย่างนิ่งเงียบสนิทเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ เสียง​ที่​ได้ยินก็มีเพียงเสียงคลื่นสาดซัดหน้าผาสูงชันดังโครมครืนสนั่นหวั่นไหวอยู่​ชั่วนาตาปี

"มันหาย​ไปไหนเงียบเลย​วะ" ลุงชูเอ่ยขึ้น​อย่างหัวเสีย

"สงสัยว่ามัน​จะพาเรือแล่นเข้า​ไปแอบหลบอยู่​หลังโขดหินรกๆ​นี่ ​ที่ใด​ที่หนึ่ง​แถวนี้ก็​ได้ พวกเราน่า​จะระวังตัวให้ดี" จ้อนพูดขึ้น​บ้าง

"ข้าว่าข้ายิงถูกหัวเรือมันกระจุยเลย​นี่หว่า มันอาจ​จะจมแล้ว​ก็​ได้ ตอน​ที่มันเลี้ยวมาทางนี้ ข้าสังเกตเห็นว่าเรือมันต่ำลงเรื่อยๆ​ " โซ้ดว่า

"ข้าว่าพวกเราพาสายัณห์​ไปหาหมอก่อนดีกว่าว่ะ ดูท่าเลือดออกมากเหลือเกิน เดี๋ยวข้า​จะลองห้ามเลือดดูก่อน" จ้อน​เป็นห่วง​เพื่อน

ขณะ​ที่พูดจ้อนก็ฉีกเศษผ้า​ที่อยู่​ในเรือแล้ว​​เอาผ้านั้น​ขันชะเนาะห้ามเลือด​ที่โคนขาของสายัณห์​เพื่อให้เลือดหยุดไหล ครู่เดียวเลือด​ที่ไหลรินก็หยุด ​แต่ท่าทางของสายัณห์ยังดูอาการไม่​ได้ดีขึ้น​เท่าใดนัก

"​เป็นยังไงบ้างวะสายัณห์" จ้อนถาม

"ไม่​เป็นไร ข้าพอทน​ได้เอ็งไม่​ต้องห่วงลุยพวกมัน​ไปเลย​" สายัณห์บอก​เพื่อน

"ไอ้พวกกากเดนมนุษย์พวกนี้ควรกำจัดพวกมันให้สิ้น​ไปจากผืนดินไทย ขืนปล่อยไว้รัง​แต่​จะพาให้ชาวบ้าน​เขาเดือดร้อน​ไปทุกหย่อมหญ้า" ​เขาพูดต่อ​พร้อม​กับกัดฟันด้วย​ความเจ็บปวด

"เอ็งทำใจดีๆ​​เพื่อน ​เอาไว้ข้าพาเอ็ง​ไปหาหมอรักษาให้หายเสียก่อนแล้ว​ค่อยกลับมาลุย​กับพวกมันใหม่ก็ยังไม่สายเกิน​ไป อย่าลืมสิว่าชีวิตเอ็งนั้น​มีค่ามากกว่าชีวิตของไอ้พวกเดนมนุษย์นี้มากมาย​นัก" จ้อนบอกสายัณห์

"เอ็งอย่าลืมนะว่าคุณแอนน์​กำลังตกอยู่​ในอันตราย" สายัณห์เตือนเสียง​เขาสั่น​เพราะพิษบาดแผล

"เรื่อง​นี้ข้ารู้ดี ​และ​เป็นห่วงอยู่​ตลอดเวลา ​เอาไว้​เป็นธุระของข้าเอง"

จ้อนบอก​เพื่อน​ไป​ทั้งๆ​​ที่​เขาเองยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่า​จะเริ่มตามหาสาวผมบลอนด์​ได้​โดยวิธีใด​ที่​จะทำให้หล่อนไม่​ได้รับอันตราย ​เพราะขณะนี้​เขารู้ว่าพวกมัน​ต้องโกรธแค้น​ที่​ต้องสูญเสีย​กำลังสำคัญ​ไปหลายคน สาเหตุ​เนื่องมาจากหล่อนนั่นเอง ​ทั้งๆ​​ที่พวกมันเพิ่งจับ​เอาหล่อนมา​ได้ยังไม่ทันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย​ด้วยซ้ำ​ไป ทีนี้ปัญหาสำคัญก็มีอยู่​ว่าขณะนี้หล่อนถูกกักขังตัวไว้ ณ ​ที่แห่งใด


ทันใดนั้น​​ทั้งหมดก็​ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเรือตังเกลำใหญ่ครางกระหึ่มขึ้น​ เสียงกว้านสมอดังก้องมาตามผืนน้ำ ​และแล้ว​เรือตังเกโชคโอฬารก็ค่อยๆ​เคลื่อนบังโขดหินมหึมาก้อนนั้น​แล่น​ไปทางด้านหน้าเกาะ​ที่มีหน้าผาหินสูงชันเงื้อมตระหง่านลับเหลี่ยมหินมุมเกาะหาย​ไปจากสายตา

​เมื่อเห็นดังนั้น​ลุงชูก็เดาเหตุการณ์​ได้ทะลุปรุโปร่ง แกหันมาบอกจ้อน

"พวกมันวางแผนลวงเรา แกล้งอ้อม​ไปทางหน้าผาแล้ว​วกมาโผล่​เพื่อดักซัดพวกเราทางด้านนี้แน่นอน ฉะนั้น​ลุงว่าทาง​ที่ดีเรารีบชิ่งหลบพวกมัน​ไปก่อนดีกว่า"

"คง​จะจริงอย่าง​ที่ลุงว่า" ชายหนุ่มคล้อยตาม

"จ้อน ข้าว่าเราพาสายัณห์​ไปหาหมอก่อนดีกว่า ข้า​เป็นห่วงมันว่ะ อย่างน้อยเราพา​ไปส่งไว้​กับหมอเพิ่มศักดิ์​ที่คลีนิคของแกก่อนดีกว่า​เพื่อ​ความสบายใจ โดนเข้าจังเบ้อเริ่มเลือดออกมากอย่างนี้อยู่​ใกล้หมอดี​ที่สุด"

โซ้ดหมายถึงนายแพทย์เพิ่มศักดิ์เจ้าของคลีนิคผู้มีน้ำใจอารีย์แห่งเกาะขนานด้วย​ความ​เป็นห่วง​เพื่อนรัก

"พวกคุณพาสายัณห์​ไปหาหมอเถอะ ผม​จะคอยสังเกตการณ์ดูทางนี้เอง เผื่อว่า​จะเจออะไร​เพิ่มเติมอีก" ลุงชูออก​ความเห็น

"ไม่​ได้หรอกลุง อยู่​คนเดียวอันตราย พวกมันร้ายๆ​​ทั้งนั้น​ เราฆ่าพวกมัน​ไปหลายศพแล้ว​ โกหลกมันคงโกรธมาก​ที่เล่าเปาะหยีตาย" จ้อนไม่ยอม

"​แต่เรายังไม่​ได้ข่าวหนูแอนน์กันเลย​นะครับ​คุณจ้อน" ลุงชูแย้ง

"ลุงอยู่​คนเดียวในเรือหาปลาลำเล็กนี่ ก็เท่า​กับ​เป็นเป้านิ่งให้พวกมันชำแหละ​เลย​ทีเดียวล่ะ" โซ้ดเอ่ยขึ้น​ ด้วยใจจริงแล้ว​​เขาไม่อยากให้สหายวัยดึก​ต้องเผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยวกลางท้องทะเลลึกอย่างนี้

"ข้ามี​ที่ซ่อนก็แล้ว​กัน"

"ซ่อน​ได้อย่างไงกันละลุง ทะเลออกกว้างใหญ่ไพศาล"

"ข้า​จะ​ไปซ่อนแอบดูอยู่​​ที่เกาะกุระ ข้า​เอาเรือเข้า​ไปซ่อนอยู่​ใต้ชะง่อนหิน​ได้สบาย​โดยพวกมันไม่เห็น"

แกหมายถึงเกาะหิน​ที่อยู่​ไม่ไกลจากเกาะกาหลงเท่าใดนัก เกาะกุระ​เป็นเกาะเล็กๆ​​ที่เกิดจากโขดหินขนาดใหญ่ บนเกาะมีต้นไม้ใหญ่เพียงไม่กี่ต้นนอกนั้น​​เป็นพุ่มไม้เล็กแลเห็นอยู่​หร็อมแหร็ม เบื้องล่างมีถ้ำลอด​ที่แกเคย​เอาเรือหาปลาลำเล็กนี้เข้า​ไปหลบพายุฝน​และค้างคืนบ่อยๆ​

"เกาะกุระอยู่​ไกลออก​ไปตั้งหลายกิโลเห็นอยู่​ลิบๆ​ ลุง​จะมองเห็นพวกมัน​ได้อย่างไร" โซ้ดติง

"เอ็งก็ทิ้งกล้องส่องทางไกลไว้​กับข้าซีวะโซ้ด ข้า​จะ​ได้แอบดูมันจากยอดเนินหินบนเกาะ"

"ยังไงฉันก็ยัง​เป็นห่วงลุงอยู่​ดี" โซ้ดพูดจากใจจริง

"ข้ามีไอ้นี่" แกชูปืนลูกโม่ 9 มม.ในมือ "​กับกระสุนอีกหนึ่ง​กล่อง คงพอ​ที่​จะตื้อสู้​กับพวกมัน​ได้หลายยกล่ะวะ เอ็งรีบพาข้ากลับ​ไป​เอาเรือตกปลาของข้าเถอะ ก่อน​ที่พวกมัน​จะโผล่มาอีก"

"ลุงแน่ใจนะว่า​จะปลอดภัย" จ้อนไม่วาย​เป็นห่วง

"แน่นอนคุณจ้อน ผม​จะระวังตัวให้มาก​ที่สุดในชีวิต"

"​ถ้าอย่างนั้น​ห้ามลุงโผล่ออกมาจากเกาะกุระให้พวกมันเห็นเด็ดขาดจนกว่าพวกผม​จะกลับมา เรา​จะ​ไปพบลุง​ที่นั่น"

"ตกลง ​ถ้าไม่จำ​เป็นจริงๆ​ลุง​จะไม่โผล่หัวออกมาให้พวกมันเห็นเลย​"

"โอเค..โซ้ด พาลุงชู​ไป​เอาเรือ"

โซ้ดพยักหน้าบ่ายหัวเรือกลับ​ไป​ที่หน้าอ่าวเกาะกาหลง​ที่เรือหาปลาจอดอยู่​ ด้วย​ความรวดเร็วเรือ​ทั้งสองลำก็แล่นผ่านโขดหินใหญ่สีเทาทำที​เป็นว่าแล่น​ไปทางเกาะพงัน แล้ว​จึงวกกลับ​ไป​ที่เกาะกุระ​ซึ่ง​เป็นเกาะเล็กๆ​มี​แต่ก้อนหินมีถ้ำลอดพอ​ที่เรือหาปลาเล็กๆ​อย่างของลุงชู​จะเข้า​ไปหลบซ่อนอยู่​ข้างใต้​ได้อย่างมิดชิด ​โดยไม่​สามารถ​ที่​จะมองเห็น​ได้เลย​​ถ้าไม่เข้า​ไปใกล้จริงๆ​

จ้อนตกลงใจ​ที่​จะอยู่​​เป็น​เพื่อนลุงชู​ที่เกาะกุระ ​แต่ชายชราไม่ยอม​ที่​จะให้ชายหนุ่มอยู่​ด้วย แกอ้างถึงภาระสำคัญ​ที่จ้อน​ต้องกลับ​ไปเตือนคนบนเกาะขนานให้ระมัดระวังภัยจากพวกขบวนการร้ายแก๊งนี้ ​เพราะว่าพวกมันอาจ​จะย้อนกลับ​ไปอาละวาด​เอา​กับคนบนเกาะ​เพื่อแก้แค้นก็​ได้ ​กับ​ทั้งแจ้ง​ความให้ดาบบุญเ​ที่ยงขอ​กำลังมาช่วยอีกแรงหนึ่ง​

ทำให้ชายหนุ่ม​ต้องจำใจทิ้งให้ลุงชูสหายต่างวัยผู้เด็ดเดี่ยว เผชิญภัยอยู่​​แต่เพียงผู้เดียว

เรือรัญจวนใจแล่น​เป็นเส้นตรงอาศัยเงาของเกาะกุระเล็กๆ​นั้น​บังฟองพรายน้ำ​ที่แตกกระจาย​เป็นฝอยตามหลัง​เป็นทางยาว​ไปไกลก่อน​ที่โซ้ด​จะพาเรือตีวงกว้างโค้งอ้อมมุ่งกลับ​ไปทางเกาะขนาน

ฉนั้น​​เมื่อเรือโชคโอฬารแล่นเอื่อยๆ​โผล่พ้นหน้าผาสูงชันออกมาจึงไม่เห็นวี่แววของเรือรัญจวนใจ​และเรือหาปลา​ทั้งสองลำเลย​​แม้​แต่น้อย


***************


​เมื่อนายดิลก​พร้อมสมุนคู่ใจอีกสองคนขึ้น​มาบนลานหินปากทางเข้าสู่ยังถ้ำกาหลงนั้น​ อาเม้ง​และมินอ่องยังเดินทางกลับมาไม่ถึง โกหลกหรือนายดิลก​พร้อมสมุนคู่ใจจึงเดินตรงเข้า​ไปภายในถ้ำ​โดยไม่รออาเม้งเหมือนเช่นทุกครั้ง

เบิ้มเดิน​ไปเร่งแสงตะเกียงข้างกรงขังนักโทษ​ทั้งสองพ่อลูกให้สว่างขึ้น​ ​ซึ่งขณะนี้​ทั้งคู่​กำลังนั่งเบียดกันพิงผนังหินอยู่​ด้านในสุด

แอนนามารีทราบดีว่าบัดนี้คงถึงเวลา​ที่พวกมัน​จะพรากเธอ​ไปจากบิดา​เพื่อพาเธอ​ไปยังเกาะขนานตามสัญญา​ที่​ได้ตกลงกันไว้แล้ว​ เธอลุกขึ้น​ยืนเดินตรงมา​ที่หน้าประตูกรงขังยืนเผชิญหน้า​กับโกหลก

"โกหลกคะ​ แอนน์ขอเลื่อนการเดินทาง​เป็นพรุ่งนี้​ได้ไหมคะ​ ​เพราะว่าขณะนี้คุณพ่อของแอนน์อาการยังไม่ดีขึ้น​เลย​" เธออ้อนวอน​เพราะห่วงบิดา

"​ได้สิทำไม​จะไม่​ได้ ​แต่เธออาจ​จะ​ต้องอยู่​ตลอด​ไป​กับพ่อของเธอ​ถ้า​เขาไม่ร่วมมือ​กับฉัน เข้าใจไหม ?"

ขณะ​ที่พูดเสียงของโกหลกแข็งกร้าวหน้าตาขึงขังจนดูน่ากลัว เสียง​ที่เคยเนิบนาบทุ้มกังวานเปลี่ยน​ไปสิ้น กลับกลาย​เป็นฟังแล้ว​ดูดุดันน่าเกรงขาม แอนนามารีขนลุกซู่ด้วย​ความอกสั่นขวัญแขวน

"เธอ​ได้ยินเสียงปืน​และระเบิด​เมื่อสักพักนี้หรือเปล่า ?"

แอนนามารีพยักหน้า

"นั่นแหละ​พวกของเธอตามมาอาละวาดบนเกาะนี้" โกหลกพูดเสียงดังเหมือนตะโกน​ทั้ง​ที่อยู่​กันไกล้แค่เอื้อม

"พวกของดิฉัน พวกของแอนน์ ?"

"ใช่พวกของเธอจากเกาะขนานยังไงล่ะ"

"คุณจ้อน !"

แอนนามารีอุทาน​พร้อม​เอามือทาบอก เธอพยายามซ่อนแววตาแห่ง​ความยินดีไว้ภายใน เสียงโลหะกระทบพื้นหินดังมาจากทางเบื้องหลังเธอหัน​ไปมอง เห็นร่างบิดาของเธอ​กำลังเดินลากโซ่ช้าๆ​มาทางหน้ากรงขัง​ที่เธอยืนอยู่​ แอนนามารีรีบถลันเข้า​ไปประคองร่างนั้น​เข้ามายืนชิดประตู ​เขายืนเกาะลูกกรงเหล็กจ้องหน้าผู้มาเยือนด้วยดวงตาแข็งกร้าวดุจเดียวกัน

"คุณดิลก ผมรักลูกของผมเช่นเดียว​กับ​ที่คุณรักลูกสาวของคุณ ฉะนั้น​สัญญาก็​คือสัญญา ผมยินดีตกลงตาม​ที่คุณ​ต้องการเหมือนเดิม ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ลูกสาวผมปลอดภัย"

"สถานการณ์​ได้เปลี่ยน​ไปแล้ว​ คุณฮันส์" โกหลกพูด​พร้อมยกมือขึ้น​ลูบคางคล้าย​กำลัง​ใช้​ความคิด

"สถานการณ์เปลี่ยน​ไป ?" ฮันส์ขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย

"ใช่ ​เพราะฉะนั้น​ผมจึงมาตกลง​กับคุณใหม่"

"ทำไม ? ผมไม่เข้าใจ"

"มีพวก​ที่มาตามหาลูกสาวคุณอาละวาดหนักแทบถล่มเกาะ ผมไม่​สามารถ​ที่​จะส่งตัวลูกสาวคุณ​ไปให้พวกมัน​ได้"

"คุณ​จะ​เอาอย่างไร คุณดิลก ?"

"ลายแทงอยู่​​ที่ไหน ?"

"ผม​สามารถหาให้คุณ​ได้ทันที​ที่ลูกสาวผมปลอดภัย"

"คุณ​ต้องให้ลายแทงแผ่น​ที่สองผมเดี๋ยวนี้ ​ถ้าหาเจอสมบัติหนึ่ง​ในสี่​เป็นของคุณ ผม​จะปล่อยคุณ​และส่งคุณ​พร้อมลูกสาวของคุณกลับนอร์เวย์ด้วย​ความปลอดภัย"

"ผมขอยืนยันสัญญาเดิม ​คือขอให้ลูกสาวผมปลอดภัยก่อน ไม่อย่างนั้น​ไม่ตกลง"

"บอกแล้ว​ยังไงว่าผมทำไม่​ได้ ผมมีเวลาน้อย ผมให้เวลาคุณสองนาทีในการตัดสินใจ"

"คุณ​จะ​ได้ลายแทงแผ่น​ที่สองทันที​ที่ลูกสาวผมอยู่​ใน​ที่ปลอดภัย"

"ไม่​ได้! คุณมีเวลาแค่สองนาทีเท่านั้น​ ​ถ้าตกลงคุณก็​จะ​ได้​ส่วนแบ่งหนึ่ง​ในสี่ของสมบัตินั่น"

"​ถ้าผมไม่ตกลง ?"

"คุณ​และลูกสาวก็​จะหายสาบสูญ​ไปตามอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง"

"อาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง ?"

"ลึกเข้า​ไปในถ้ำนี้" โกหลกชี้มือเข้า​ไปภายในถ้ำด้านใน

"มีบ่อฉลามกินคน​ที่พวกเราเลี้ยงไว้ ​และพวกมัน​คืออาถรรพ์แห่งเกาะกาหลงนี้"

"โอ้มายก้อด !"

ฮันส์ กุลลิคเซ่น อุทานพลางเอื้อมมือกอดลูกสาวไว้แน่น

"ผมให้เวลาคุณสองนาทีในการตัดสินใจ"

ขณะ​ที่พูดใบหน้าของนายดิลกคล้ายหุ่นปั้นหน้ายักษ์​กำลังโกรธจัด ประเดี๋ยวแดงประเดี่ยวซีดสลับกันตลอดเวลา ​เขายกมือขึ้น​ดูนาฬิกา​ที่ข้อมือคล้าย​กำลังจับเวลา

ทุกวินาที​ที่ผ่าน​ไปทุกอย่างภายในถ้ำเงียบสนิท ราว​กับว่าทุกชีวิตภายในถ้ำ​กำลังคอยเงี่ยหูฟังเสียงหัวใจเต้นของตนเอง

ฮันส์ กุลลิคเซ่น หัวหมุนติ้วด้วย​ความมึนงง สมองของ​เขาเครียดจัด

"โอเค ! ​แต่ผมขอ​ส่วนแบ่ง​เป็นหนึ่ง​ในสาม"

แอนนามารีหัวใจหวีดหวิว​เมื่อ​ได้ยินเสียงผู้​เป็นบิดาเอ่ยออกมาอย่างนึกไม่ถึงเช่นนั้น​ เธอไม่​สามารถ​ที่​จะรู้​ได้เลย​ว่าในสมองของบิดา​กำลังคิดอะไร​อยู่​ ทุกสิ่งทุกอย่างเบาโหวงเหวงเหมือนร่าง​กำลังลอยอยู่​ในอากาศ เธอไม่รู้ตัวเองว่าร่างของเธอรูดลง​ไปกองอยู่​​กับพื้นหินตั้งแต่​เมื่อไหร่ มารู้สึกตัว​เอาอีกทีก็​ได้ยินเสียงแหบพร่าของบิดามาร้องเรียกอยู่​​ที่ข้างหู

เธอหน้ามืด​เป็นลม​ไปนั่นเอง

"แอนนามารี !"

"ค่ะ​ ป๊ะป๋า"

"ไม่​เป็นไรแล้ว​นะลูกรัก"

"แอนน์สบายดีคะ​ป๋า ว่า​แต่ป๋าเถอะ ทำไมป๋าตัดสินใจอย่างนั้น​ละคะ​"

"ป๋ายังไม่อยากให้เรากลาย​เป็นอาหารปลา"

"​เขาอาจ​จะเพียง​แต่ขู่เราก็​ได้"

"ไม่หรอกหนู ฉันไม่​ได้ขู่ เดี๋ยวเธอ​จะ​ได้เห็นเองว่าเท็จจริงแค่ไหน"

พูดจบนายดิลกก็หัน​ไปกระซิบ​กับเบิ้มสมุนคู่ใจ มันพยักหน้าแล้ว​เดินออก​ไปด้านหน้าเปิดตู้เย็นน้ำมันก๊าดของอาเม้ง​ที่ตั้งอยู่​ ล้วงมือหยิบ​เอาขาหมูชิ้นใหญ่ออกมาจากช่องแช่แข็ง หิ้วเดินกลับมา​ที่หน้ากรงขังดังเดิม

ร่างผอมสูงของอาเม้งปรากฎ​ที่หน้าถ้ำตามติดด้วยมินอ่อง เงาของ​ทั้งคู่ทอดยาวเข้ามาในถ้ำ ​เมื่อโกหลกหัน​ไปมองเห็นก็ตะโกนเรียกทันที

"อ้าว..อาเม้งมา​พอดีเข้ามาซิ"

"โกหลก พวกเราตายหมดเหลือไอ้มินอ่องรอดมาเพียงคนเดียว"

"ทำไมเล่าเปาะหยีถึงตายวะมินอ่อง" โกหลกหันมาถามหนุ่มเมียนม่า

"ผมไม่เห็นครับ​ ผมเฝ้าเรืออยู่​ ​แต่ตอน​ที่กลับ​ไปดู​กับอาเม้งนั้น​เห็นร่างของเล่าเปาะหยีโดนระเบิดเละไม่มีชิ้นดีเลย​ครับ​ นอกนั้น​ถูกยิงตายหมด"

"พวกมันมีกันกี่คน"

"สี่คนครับ​นาย ตอน​ที่มันวิ่งมา​ที่เรือผมยิงถูกมันคนหนึ่ง​ ​แต่พวกมันคนหนึ่ง​ก็ยิงเรือเล็กซีโอวันทะลุจนผม​ต้องหนีมา​ที่ถ้ำกาหลงนี่ก็​พอดีเรือจม"

"คน​ที่นำทางศัตรูเข้ามาถึงถ้ำกาหลงนั้น​ มี​ความผิดสถานใดวะเบิ้ม"

"สังเวยฉลามครับ​เจ้านาย" เบิ้มตอบเสียงดังฟังชัด

มินอ่องถอยกรูดด้วย​ความหวาดกลัว มันตะปบปืน​ที่เอวด้วย​ความเคยชิน ​แต่​ต้องสะดุ้งสุดตัว​เมื่อกำปั้นแน่นบึ้กของเดชาไอ้หนุ่มผมยาวฮุกเข้าเต็มแรง​ที่ลิ้นปี่เสียงดังอึ้ก ไอ้หนุ่มเมียนม่าตัวงอปืนร่วงหลุดจากมือ ก่อน​ที่มัน​จะทันตั้งตัวไอ้หนุ่มผมยาวก็ประเคนแข้งซ้ำเข้าให้​ที่กระโดงคางเสียงดังพล้อกทำ​เอาไอ้มินอ่องสิ้นสติสมประดีหงายหลังตึง​ไปในบัดดล

"อาเม้ง..ไขกุญแจห้องขัง​และไขตรวน​ที่เท้าคุณฮันส์ด้วย"

"อาเสี่ย​จะปล่อยพวก​เขาหรือครับ​" อาเม้งถามด้วย​ความตื่นเต้นจนเกือบลืมระงับ​ความดีใจ​ที่อยู่​ภายใน

"ใช่เราตกลงกัน​ได้แล้ว​ ยังงั้นใช่ไหมคุณฮันส์"

ฮันส์ กุลลิคเซ่น พยักหน้าหันมาทางอาเม้ง​เพื่อยืนยันคำพูด

"ถูก​ต้องแล้ว​อาเม้ง ผมตกลงใจ​ที่​จะร่วมมือ​กับคุณดิลกแล้ว​"

"ยังงั้นก็วิเศษ อั๊วคงหมดหน้า​ที่ควบคุมลื้อแล้ว​ซีนะ"

พูดจบอาเม้งก็ล้วง​เอากุญแจออกมาไขประตูเหล็กเปิดออก​และถอดโซ่ตรวน​ที่ข้อเท้าของไวกิ้งชรา นี่​เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนกว่าๆ​​ที่ มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่นหลุดพ้นจากโซ่ตรวน ​เขาแกว่งเท้าเดินสะบัด​เพื่อเรียก​ความคล่องแคล่วกลับคืน

​เมื่อเดินออกมานอกกรงขัง​เขายื่นมือให้อาเม้งจับก่อนคนอื่น ทำ​เอาอาเม้งกระดากใจ​เป็นอย่างมาก ​เพราะเท่า​ที่ผ่านมา​เมื่ออยู่​ต่อหน้าพรรคพวก​เขาเคย​แต่แสดงบทโหดร้ายทารุณต่อชายวัยดึกชาวนอร์เวย์ผู้นี้เสมอตลอดมา อาเม้งยื่นมือออกมาสัมผัสตอบรับ มือของคน​ทั้งสองกระชับกันแน่นด้วย​ความไว้วางใจ​และเข้าใจ​ซึ่งกัน​และกัน​โดยไม่​ต้องกล่าวคำใดๆ​ออกมาเลย​

ผิดกัน​กับโกหลก มร.ฮันส์ กุลลิคเซ่นเพียง​แต่สัมผัสมือกันพอ​เป็นพิธีเท่านั้น​​เพราะใน​ส่วนลึกของจิตใจแล้ว​​เขาเกลียดชายผู้​ที่จับ​เขามา​เป็นเชลยคนนี้มาก ตลอดเวลา​เขาไม่เคย​ได้รับ​ความสะดวก​สบายใดๆ​เลย​ ​แม้อยู่​ในกรงเหล็ก​เขายังถูกล่ามโซ่ตรวนทำราวกันว่า​เขานั้น​​คือนักโทษประหาร ​เพราะฉะนั้น​จึงนับ​เป็นโอกาสดี​ที่​เขา​จะแสดงให้โกหลก​ได้เห็นถึงคุณค่าของ​ความ​เป็นมนุษย์บ้าง

"ผม​จะพาคุณ​ไปดูบ่อเลี้ยงฉลามภายในถ้ำกาหลงนี้ ​เพื่อคุณ​จะ​ได้รู้ว่าผมพูดจริงไม่​ได้โกหก" นายดิลกกล่าวด้วย​ความลำพองใจ

"พวกเรามี​ใคร​ไปเคลียร์พื้น​ที่บริเวณ​ที่เกิดการต่อสู้กันหรือยังวะเบิ้ม"

"​ไปแล้ว​ครับ​เจ้านาย เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้ว​ละครับ​"

"ดีมาก กลับมา​เมื่อไหร่ให้​เอา​ไป​ที่บ่อฉลามทันทีเลย​นะ"

"ครับ​เดี๋ยวผม​จะสั่งพวกหน้าถ้ำไว้" พูดจบเบิ้มก็หัน​ไปกระซิบกระซาบ​กับเดชา​เพื่อให้ออก​ไปบอกพรรคพวก​ที่เฝ้าอยู่​​ที่หน้าถ้ำตามคำสั่งโกหลก

"แล้ว​ไอ้พม่านี่ละครับ​เจ้านาย ​จะทำยังไง​กับมันดี"

"​เอามัน​ไปด้วย" โกหลกสั่งเสียงเฉียบขาด

แอนนามารีตัวสั่นเทิ้มด้วย​ความหวาดกลัวเธอเกาะแขนผู้​เป็นบิดาไว้แน่น ​เมื่อนึกถึง​ความทารุณโหดร้ายของนายดิลกแล้ว​ ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงชายผู้นี้​เป็นอย่างยิ่ง​เขา​พร้อมเสมอ​ที่​จะฆ่า​ได้​แม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง

นายดิลกพยักหน้าให้อาเม้งออกเดินนำหน้าพา​ทั้งหมดเดินลึกเข้า​ไปในถ้ำ

​เพื่อชมแสนยานุภาพอันลี้ลับของอาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง !



***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2147 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน อาถรรพ์แห่งเกาะกาหลง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11425 ], [83.180.95.180]
เมื่อวันที่ : ๑๙ เม.ย. ๒๕๕๐, ๑๒.๕๔ น.

ยังติดตามอ่านอยู่​​นะคะ​​ ลุงปิง...​​..มิ​​ได้ห่างหาย​​ไปไหน...​​.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น