นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #11
กาบแก้ว
......​..น้ำตาของผู้​เป็นบิดาไหล​เป็นทางหยดลง​ไปบนแก้มของหญิงสาว​ที่​กำลังแหงนหน้าขึ้น​มองชายชราด้วย​ความห่วงใยอยู่​​พอดี !...​.....

ตอน : พบพ่อ

"แอนนามารี...​แอนนามารี"

เสียงแหบพร่าร้องเรียกชื่ออยู่​ข้างหู

แอนนามารีค่อยๆ​เผยอเปลือกตาลืมตาขึ้น​

ภาพ​ที่เธอเห็นรางเลือนเริ่มแจ่มชัดขึ้น​เรื่อยๆ​

เธอเห็นใบหน้าของชายชรา หนวดเครารุงรัง ผมสีดอกเลาเกือบขาวโพลนยาว​เป็นกระเซิง ยาม​ต้องแสงตะเกียงคล้ายสีเงินยวง ดวงตา​ที่​กำลังก้มลงมองดูเธอนั้น​มีแววอ่อนโยนดูคุ้นตาเหมือนเคย มีน้ำตาคลอเอ่อล้นอยู่​ในดวงตาคู่นั้น​

ภาพ​ที่เห็นทำให้แอนนามารีตื่นจากภวังค์

เธอนอนลืมตาโพลง

แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"ป๊ะ ป๋า !"

เธอลุกขึ้น​โผกอดร่างนั้น​ ซบหน้า​กับซอกคอแน่นน้ำตาไหลพราก เธอสะอื้นไห้ด้วย​ความปิติ​เป็นล้นพ้น

แอนนามารี​ได้ยินเสียงโลหะกระทบ​กับพื้นหินดังกรุ๊งกริ๊ง ​เมื่อก้มลงมองดูหัวใจเธอเหมือน​จะวูบดับลง

อา..า..เธอเห็นขาของบิดาข้างหนึ่ง​ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่เส้นยาว​ที่โยงมาจากผนังถ้ำ

​ความปลื้มปิติยินดี​ที่​ได้พบ​กับผู้บังเกิดเกล้ามลายหาย​ไปหมดสิ้น ​ความรันทดหดหู่ เศร้าเสียใจเข้ามาทดแทน​ที่​โดยฉับพลัน น้ำตา​ที่เอ่อล้นไหลพรากด้วย​ความดีใจ​เมื่อครู่ กลับพรั่งพรูออกมาอีกคำรบ หาก​แต่เต็ม​ไปด้วย​ความรู้สึกตรงกันข้าม​โดยสิ้นเชิง

"เราอยู่​​ที่ไหนกันค่ะ​ ป๋า" เธอถามผู้​เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น

"อยู่​ในถ้ำลูก"

"ป๋าถูกจับ​เป็นเชลยหรือ" เธอพูดพลางมองเท้าของบิดา​ที่ถูกล่ามโซ่ด้วยดวงตาโศกสลด

"ใช่ลูก แอนน์ด้วยเรา​ทั้งสองคนนั่นแหละ​"

น้ำตาของผู้​เป็นบิดาไหล​เป็นทางหยดลง​ไปบนแก้มของหญิงสาว​ที่​กำลังแหงนหน้าขึ้น​มองชายชราด้วย​ความห่วงใยอยู่​​พอดี !

อาเม้งยืนมองดูภาพ​ที่ปรากฏตรงหน้าด้วยดวงใจสะท้อนรันทด ​แม้​เขา​จะ​เป็นคนโหดร้ายสักปานใดก็ตามที ​เขาก็ไม่​สามารถ​ที่​จะฝืนมองดูภาพอันสะเทือนใจภายในกรงเหล็ก​ที่เห็นต่อหน้าต่อตานี้​ได้ ​เขาเบือนหน้า​ไปอีกทางหนึ่ง​​เพื่อซ่อน​ความรู้สึก

เสียงฝีเท้าหนักๆ​เดินเข้ามาจากหน้าถ้ำ ฉับพลันสีหน้าของอาเม้งก็ปรับเปลี่ยน​เป็นแข็งกร้าวบึ้งตึงนัยตาดุ กรามขบกันจน​เป็นสันนูน​เพื่อข่มอารมณ์

"พอแล้ว​ เลิกสำออยกันเสียที"

อาเม้งพูดตะโกนเหมือนคำราม ทำ​เอาแอนนามารีตกตะลึง​กับเสียงขู่ตะคอกนั้น​ เธอกอดแขนบิดาไว้แน่น

"​เอาละ อาหัง ลื้อยอมบอก​ความจริง​เขา​ไปดีกว่า" อาเม้งพูดเสียงดัง

"เรื่อง​อะไร​คะ​ ป๊ะป๋า"

"​เขาอยากรู้เรื่อง​​ที่ซ่อนลายแทงน่ะ" มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น ตอบผู้​เป็นบุตรีเบาๆ​

"ใช่แล้ว​หนู" เสียงทุ้มใหญ่เนิบนาบดังกังวานขึ้น​

โกหลก หรือนายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์ เจ้าพ่อบางมะขามนั่นเอง

"พ่อหนูน่า​จะบอกเราเรื่อง​​ที่ซ่อนลายแทงมหาสมบัติ"

"มีการเข้าใจผิดกันหรือเปล่าคะ​" แอนนามารีถามอย่างกังขา

"ไม่หรอกหนู นี่ไงลายแทง​ส่วน​ที่ฉันมีอยู่​"

พูดจบ​เขาก็กางแผ่นกระดาษคลี่ออก ยื่นเข้า​ไปในกรงเหล็ก กระดาษแผ่นนั้น​​เป็นสำเนา​ที่ถ่ายมาจากลายแทงตัวจริง ​แต่ภาพเด่น​ที่อยู่​ตรงกลางหน้ากระดาษด้านบนนั้น​ ​เป็นรูปสมอเรือวางซ้อนทับอยู่​บนภาพดอกกุหลาบดอกใหญ่ดอกหนึ่ง​ คล้าย​เป็นกุหลาบเมืองหนาว เหมือนกัน​กับหินสลักรูปดอกกุหลาบ ​ที่หน้าศาลเจ้ากุหลาบไฟนั่นเอง

ด้านล่างต่ำลงมา​เป็นแผนผังคร่าวๆ​ เขียนด้วยหนังสือตัวโตกำ​กับอยู่​บนรูปเกาะ ๔ เกาะ ลากเส้นโยง​ไปมา มีเกาะขนาน เกาะเต่า เกาะนางยวน ​และเกาะกาหลง

​ที่เกาะกาหลง​จะมีรูปกากะบาดคั่นอยู่​ตรงกลาง​ระหว่างดอกกุหลาบ​และสมอเรือ !

ด้านล่างสุดของภาพเขียนไว้ว่า

แผ่น​ที่ ๑

"นี่​เป็นลายแทงแผ่น​ที่หนึ่ง​"

โกหลกพูด​พร้อม​กับเดินมายืน​ที่หน้าประตูกรงเหล็กนั้น​

"แสดงว่ามีแผ่น​ที่สองซีคะ​"

"ใช่แล้ว​หลานสาว"

​เขาหน้าบึ้งตึงชี้มือมาทางมร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น

"แผ่น​ที่สองอยู่​​กับพ่อของเธอ ฉันอยากรู้ว่าขณะนี้มันอยู่​​ที่ไหน"

ประโยคหลัง​เขาพูดตะเบ็งเกือบ​เป็นเสียงตะโกน

แอนนามารีหัน​ไปมองหน้าบิดา เธอเห็น​เขาส่ายหน้า​พร้อม​กับพูดขึ้น​ด้วยเสียงอันแหบพร่า

"​ถ้าผมมีลายแทง ก็ขุด​เอาสมบัติ​ไปหมดแล้ว​สิ"

"ถึงคุณมีก็ยังไม่​สามารถหาสมบัติเจอ" โกหลกพูดเสียงดัง

"ทำไม" ฮันส์พูดถามเหมือนไม่เชื่อ

"​เพราะว่าลายแทงแผ่นเดียวไม่​สามารถบอก​ที่ซ่อนสมบัติ​ได้นะซี" โกหลกพยายามอธิบายซ้ำซาก

"ต่อ​เมื่อ​เอาลายแทงมาประกอบกัน​ทั้งสองแผ่นถึง​จะสมบูรณ์"

"อ๋อ แสดงว่ามี​ความลับ​ระหว่างลายแทง​ทั้งสองแผ่น"

"ใช่" โกหลกยอมรับ

"มีแผ่นใดแผ่นเดียวก็ไม่มี​ความหมาย"

"แน่นอน" โกหลกยืนยัน

"แล้ว​คุณรู้​ได้อย่างไรว่าลายแทงอีกแผ่นหนึ่ง​อยู่​​ที่ผม" ฮันส์ถาม

"ถึง​แม้คุณไม่บอกผมก็รู้" โกหลกคุยเขื่อง "​เพราะว่าคุณจ้างเรือมาค้นหาอะไร​บางอย่าง​ที่นี่"

"ผมอาจมา​เพราะอยากดูเรือไวกิ้งโบราณ​กับกุหลาบหินก็​ได้" ฮันส์ว่า

"​เป็น​ไปไม่​ได้ คุณถามหาสมอเรือด้วยว่าวางอยู่​ตรงไหน ​ซึ่งไม่เคยมีอยู่​​ที่นี่มาก่อนเลย​" โกหลกพูดเหมือน​กำลังซักพยาน

ฮันส์ กุลลิคเซ่น นิ่งอึ้งคล้ายยอมจำนนต่อคำพูด ​เขาถามหาสมอเรือจริงตาม​ที่โกหลกว่า ​เพราะว่านั่นมัน​เป็น​ส่วนหนึ่ง​​ที่ระบุอยู่​บนลายแทง​ที่​เขา​ได้รับช่วงจาก กัปตันโอลาฟ กุลลิคเซ่น บิดาของ​เขา ลายแทงฉบับ​จริงของ​เขาเก็บซ่อนไว้ใน​ที่มิดชิด ​แต่ฮันส์​ได้บันทึกไว้ในสมอง​เขาจนแทบว่า​จะวาดลายแทงขึ้น​มาใหม่จาก​ความจำนั้น​​ได้

"​และอีกอย่างหนึ่ง​" โกหลกชี้​ที่ข้อมือตนเอง

"รอยสักรูปสมอเรือบนดอกกุหลาบสีแดงบนข้อมือคุณ มิสเตอร์ฮันส์คุณหลอกผมไม่​ได้หรอก มันตรงกัน​กับเครื่องหมายบนลายแทง" โกหลกสรุป

"​ถ้ามีผมก็คง​ได้สมบัติ​ไปหมดแล้ว​"

ฮันส์พูด​พร้อม​กับไอหอบจนตัวโยน แอนนามารีรีบประคองบิดาให้นั่งพิงผนังถ้ำ ​เอาผ้าห่มคลุมร่างไว้

"ยังไม่มีผู้ใด​ได้สมบัติ​ไปแน่นอน" โกหลกยืนยันอีก "คนของผมเฝ้าอยู่​​ที่นี่มากว่าสิบปีแล้ว​"

"อย่าลืมว่า..รอยสัก​ที่ข้อมือนี้ผมมีมันมาตั้งแต่อายุสิบขวบผ่านมาเกือบห้าสิบปีแล้ว​เหมือนกัน" ฮันส์พูด​พร้อม​กับไอโขลกเบาๆ​ขึ้น​มาอีก

"ลายแทงนี้มีผู้ครอบครองอยู่​ด้วยกันสองตระกูล" นายดิลกพูดต่อเหมือน​จะเล่าถึงตำนานประวัติลายแทง "ต่างพยายามเก็บกัน​เป็น​ความลับ"

"อะฮะ" ฮันส์ กุลลิคเซ่น พยักหน้า

นายดิลกสั่งให้อาเม้งไขกุญแจเปิดประตูกรงขังออก ​เขายกเก้าอี้เดินเข้า​ไปนั่งตรงหน้าสองพ่อลูก

"ตระกูลของผมทางเชื้อสายคุณตา ​เป็นพวกโจรสลัดระดับหัวหน้าคนหนึ่ง​​เป็นมลายูผสมจีน" นายดิลกเริ่มเล่าถึงบรรพบุรุษ

"แล้ว​อีกตระกูลล่ะคะ​" แอนนามารีถามบ้าง

"อีกตระกูลหลบ​ไปอยู่​​ที่เกาะขนาน ทำสวน​และประมง ​เป็นนักเดินเรือรับจ้างเดินเรือ​และนำร่องทั่ว​ไป เดิม​เป็นกัปตันเรือโจรสลัด"

"เกาะขนาน"

แอนนามารีอุทานด้วย​ความตื่นเต้น เธอนึกถึงสามสหาย​ที่ช่วยเหลือเธอมาตลอดตั้งแต่เธอมาถึงเกาะขนาน​เพื่อตามหาบิดา

อาจ​เป็น​ไป​ได้ว่า​ใครคนใดคนหนึ่ง​ในสามคน​เป็นคนในตระกูลของอดีตกัปตันเรือสลัด อาจ​เป็น​ได้​ทั้ง จ้อน โซ้ด ​และสายัณห์

"ใช่ เกาะขนาน​ที่คุณ​ไปพักนั่นแหละ​" โกหลกเล่าต่อ

"ลูกชายคนโตของตระกูลนี้ บังเอิญ​เป็นลูกเรือเดินทะเลของชาวตะวันตก เดินทาง​ไป​กับเรือนั้น​​และหายสาบสูญ​ไปไม่ส่งข่าวคราว คงเหลือคนรุ่นหลานในปัจจุบัน ​ซึ่งไม่รู้รายละเอียดอะไร​เลย​เกี่ยว​กับลายแทงนี้"

"น่า​จะมีคนในตระกูล​ที่รู้เรื่อง​บ้าง" แอนนามารีตั้งข้อสังเกต

"​เพราะลายแทงติด​ไป​กับคน​ที่​ไป​กับเรือเดินทะเล คนในตระกูล​จะถือ​เป็น​ความลับ ลูกหลานบางคน​ส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลย​ว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากโจรสลัด"

"คุณรู้จักพวก​เขาไหม" ฮันส์ ถามเสียงสั่นด้วย​ความหนาว​เพราะไข้ขึ้น​

"รู้จักซี รู้จักดีด้วย" โกหลกตอบ​พร้อมเสียงหัวเราะหึๆ​ด้วย​ความสบายใจ​ที่​ได้เล่าถึงตำนานบรรพบุรุษของ​เขา "​เพราะผมสืบ​ความเคลื่อนไหวอยู่​ตลอดเวลา ​แต่พวก​เขาไม่มีลายแทงแน่นอน"

"คุณเลย​สรุป​เอาว่าลายแทง​ต้องอยู่​​ที่ผม"

"ใช่" นายดิลกตอบอย่างมั่นใจ


อาเม้งยกถาดใส่ถ้วยกาแฟหอมฉุย ควันกรุ่นมาวางตรงหน้าบุคคล​ทั้งสาม ​เขาหยิบกาแฟยื่นให้คนละถ้วย มร. ฮันส์​และแอนนามารีกล่าวขอบคุณเบาๆ​ ก่อน​ที่​จะยกขึ้น​ดื่ม กาแฟร้อนๆ​ทำให้อาการของ มร. ฮันส์ดีขึ้น​มาก

"ผม​จะมีลายแทงของพวกคุณ​ได้อย่างไรใน​เมื่อผมมาจากกรุงออสโล"

กาแฟช่วยทำให้ฮันส์พูดเสียงใสขึ้น​

"เหมือน​กับรูปสลักเรือไวกิ้งโบราณ ​และดอกกุหลาบไฟบนศาลทำไมถึง​ได้มาอยู่​​ที่เกาะกาหลงนี้​ได้ คุณตอบผม​ได้ไหมล่ะ" นายดิลกพูดพลางจ้องหน้า มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น เขม็งเหมือนรู้คำตอบอยู่​แล้ว​ในใจ

"คุณคิดว่าอย่างไรล่ะ" ฮันส์ย้อนถามบ้าง

"นายระชด ​ที่หายสาบสูญอาจมอบลายแทงให้พวกคุณคนใดคนหนึ่ง​ไว้ก่อน​เขาตายก็​ได้ ​ใคร​จะรู้"

"คุณ​ต้องการอะไร​จากผมอีกนอกจากลายแทงนั่น" ฮันส์ถามต่อ​เพื่อหาข้อสรุป ​เพราะ​เขารู้ดีว่าขณะนี้นายดิลก​เป็นต่อ​เขาทุกประตู​ที่จับลูกสาวของ​เขาไว้ด้วยเสมือนประหนึ่ง​​เป็นตัวประกัน ทำให้​สามารถบีบให้​เขาไม่อาจบิดพลิ้ว​ได้อีกต่อ​ไป

"​ความจริง" นายดิลกพูด​พร้อม​กับ​เอานิ้วชี้จิ้ม​ไป​ที่อกด้านซ้ายของ มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น

"​ความจริง" ชายผู้​เป็นเชลยทวนคำ

"​ความจริง​ทั้งหมด"

"​ถ้าผมบอกคุณ​จะปล่อยผม​และลูกสาวไหม" ฮันส์ ขอคำสัญญา

"ปล่อย"

"คุณมีอะไร​​เป็นประกัน ผม​จะเชื่อคุณ​ได้อย่างไร"

"ผมมีสัจ​จะ" นายดิลกยืนยัน "ผม​จะปล่อยคุณสองคนทันที​ที่ผม​ได้ลายแทงอีกแผ่น ​และ​ความจริงบางอย่างจากปากคุณ"

"​ความจริงอะไร​จากผมอีก" ฮันส์กังขา

"​ความจริงเรื่อง​​ที่นายระชดบอกพวกคุณตอนมอบลายแทงก่อน​ที่​จะตายละซี" โกหลกอธิบายข้อกังขา

"รู้​ได้อย่างไรว่า​เขาตาย​ไปแล้ว​" ฮันส์ถามอีก

"คุณนึกว่าผมไม่รู้เรื่อง​อะไร​ของพวกคุณละซี" โกหลกย้อนบ้าง

"รู้เรื่อง​อะไร​ของพวกผม" ฮันส์ทำหน้างง

"ผม​จะบอกให้" โกหลกว่า "นายระชด​กับโกหล่วนพ่อผมติดต่อกันตลอด ตอน​ที่​เขาทำงานอยู่​บริษัทเดินเรือของพ่อคุณ"

"พ่อผม​ได้รับจดหมายฉบับ​สุดท้ายจาก​เขา บอกว่าตอนนี้​เขา​กำลังป่วยหนัก ​เป็นปอดบวมหรืออะไร​นี่แหละ​"

โกหลกซดกาแฟหมดถ้วย ยื่นคืนให้อาเม้ง​ที่ยืนอยู่​ใกล้ๆ​ แล้ว​พูดต่อ

"บอกว่าลายแทงฉบับ​นั้น​อยู่​​ที่​เขา ​ถ้า​เขา​เป็นอะไร​​ไปหากติดตามคืน​ได้ให้นำ​ไปมอบให้ลูกชาย​เขาด้วย"

"​เขามีลูกชาย" ฮันส์พูดเหมือนคำถามด้วย​ความสนใจ

"ใช่...​ลูกชาย​เขาขณะนี้อยู่​​ที่เกาะขนาน"

"​เขาทำอะไร​ เดินเรือหรือ" ฮันส์เริ่มงง​กับเรื่อง​​ที่​กำลังใกล้ถึงบทสรุปเต็มที

"ไม่..ลูกชายนายระชด​เป็นชาวประมง​และทำสวนเหมือนคนอื่นๆ​ในตระกูลของ​เขา"

"คุณตกลง​จะคืนลายแทงให้ลูกชายของตระกูลนายระชดจริงๆ​หรือ" ฮันส์ถามด้วย​ความอยากรู้​ความจริง

"ขั้นตอนนั้น​​เป็นเรื่อง​ของผม​ที่​จะพิจารณาเอง" โกหลกตอบ

ฮันส์รู้​ได้ทันทีจากคำตอบของนายดิลกว่า​เขาไม่​ได้คิด​ที่​จะคืนลายแทงให้แก่คนในตระกูลของนายระชดอย่างจริงจังเลย​ มัน​เป็นเพียงภาพลวงเท่านั้น​ ​เพราะทันที​ที่นายดิลก​ได้ลายแทง ฮันส์คิดว่าทุกคนคงถูกฆ่าสังเวยลายแทงหมด​แม้​แต่ตัว​เขาเอง ​เขาคิดหาทางออก​เพื่อให้แอนนามารีลูกสาวของ​เขาปลอดภัยก่อน​ที่ทุกอย่าง​จะสาย​ไป

สมบัติมหาศาลนั่นเอง​คือสิ่ง​ที่นายดิลก​ต้องการ !

ฮันส์​จะไม่ยอมให้ลูกสาวของ​เขา​ต้อง​เป็นอันตรายจากน้ำมือของคนผู้นี้เช่น​ที่​เขา​ได้เคยโดนมาแล้ว​

"​ถ้าคุณ​ต้องการลายแทงคุณ​ต้องปล่อยลูกสาวผมกลับ​ไปก่อน" ฮันส์เริ่มต่อรองตาม​ความคิดของตัวเอง

"ผมบอกแล้ว​ว่าผมมีสัจ​จะ ผมบอกคุณว่า​จะปล่อยก็​ต้องปล่อย ผมพูดคำไหนคำนั้น​" นายดิลกเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี

"คุณมีลูกสาวไหม" ฮันส์ถามนายดิลกตรงๆ​

"มี...​สองคนด้วย" นายดิลกตอบ "ถามทำไม"

"​ถ้าลูกสาวคุณอยู่​ในภาวะเดียว​กับลูกสาวผมคุณ​จะทำอย่างไร คุณไม่คิด​ที่​จะให้เธอ​ไปอยู่​ยัง​ที่ปลอดภัยหรือ"

"ผม​จะทำทุกอย่าง​เพื่อให้ลูกสาวของผมปลอดภัย" โกหลกตอบสวนทันควัน "คน​ที่ทำร้ายลูกสาวผม ​จะ​ได้รับการตอบแทนอย่างสาสม"

"ผมก็มี​ความรู้สึกเช่นเดียวกัน​กับคุณ" ฮันส์รีบฉวยโอกาสทองทันที

"ผมก็อยากให้ลูกสาวของผมอยู่​ใน​ที่ๆ​ปลอดภัย ถึงเวลานั้น​ผม​จะบอกคุณทุกอย่าง​ที่คุณอยากรู้"

"คุณมีแผนการณ์อย่างไรบอกมา อย่าตุกติกก็แล้ว​กัน" โกหลกว่า

"ข้อ​ที่หนึ่ง​ ก่อนอื่นส่งลูกสาวผมกลับ​ไป​ที่เกาะขนาน"

"แล้ว​ยังไงต่อ"

"ข้อ​ที่สอง ให้เธอยืนยันกลับมาทางวิทยุว่าเธอปลอดภัยแล้ว​ ผม​จะทำตาม​ที่คุณ​ต้องการ คุณดิลก" ฮันส์เสนอเงื่อนไข

"​ถ้าคุณบิดพลิ้วหรือเบี้ยวเหมือนเดิมล่ะ มิสเตอร์ฮันส์" นายดิลกถาม

"ผมยังอยู่​ในเงื้อมมือคุณ ​จะทำอย่างไรก็​ได้"

"​เอาละ​ถ้าคุณเบี้ยว ผม​จะไม่จับลูกสาวคุณมา​ที่นี่อีก ​แต่คุณ​จะไม่มีโอกาส​ได้พบหน้าเธออีกต่อ​ไปชั่วชีวิต" นายดิลกขู่สำทับ "โอเคไหม"

"โอเค" ฮันส์ตอบรับ

"ไม่​ได้นะคะ​ป๋า แอนน์​จะอยู่​​ที่นี่​กับป๋า" แอนนามารีพูดพลางเขย่าแขนผู้​เป็นบิดาเชิงอ้อนวอน

"​ไปเถอะลูก ป๋าดูแลตัวเอง​ได้" ฮันส์บอกลูกสาว

"​แต่ป๋าไม่สบายนะคะ​ ป๋า​กำลัง​ต้องการหมอ"

"ป๋าไม่​เป็นไรหรอกแอนนามารี ลูกกลับ​ไปเถอะ"

"​เป็นตายยังไงแอนน์ก็​จะขออยู่​เคียงข้างป๋า ​จะไม่ยอมหนี​ไป​เพื่อ​เอาตัวรอดเพียงคนเดียวเด็ดขาด" แอนนามารียืนยันหนักแน่น

"ไม่ใช่ให้ลูก​เอาตัวรอด หาก​แต่​เพื่อแก้ไขให้สถานะการณ์มันดีขึ้น​ เชื่อป๋าเถอะ" ฮันส์เตือนสติบุตรสาว

"แอนน์กลัวว่า​จะไม่มีโอกาส​ได้พบหน้าป๋าอีก" แอนนามารีรำพึงรำพัน​กับบิดา แววตาเธอเต็ม​ไปด้วย​ความหวาดกลัว

"ฉัน​จะปล่อยพ่อเธอ ​เมื่อ​ได้ทุกสิ่งทุกอย่างครบตามข้อตกลง พ่อเธอ​จะไม่​เป็นอะไร​ ฉันขอสัญญา" นายดิลกกล่าวขึ้น​บ้าง​เมื่อเห็นว่า เหตุการณ์​จะไม่ดำเนิน​ไปง่ายดายอย่าง​ที่คิด

"ตราบใด​ที่เธอไม่คิดหักหลังฉัน ​โดย​เอาเรื่อง​นี้​ไปแจ้งตำรวจ"

"แอนน์​จะดูอาการป๋าอีกหนึ่ง​วัน ​ถ้าอาการป๋าดีขึ้น​แอนน์ถึง​จะยอม​ไปเกาะขนาน" แอนนามารีตกลงแบบมีเงื่อนไข

"แล้ว​​ถ้าหากว่าป๋าไม่ตาม​ไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง แอนน์ก็​จะไม่รักษาสัญญา ​โดย​จะถือว่าคุณผิดสัญญาข้อนี้ด้วย"

"ตกลง" นายดิลกรับคำ

"ฉันให้เวลาเธอหนึ่ง​วัน คืนพรุ่งนี้ฉัน​จะให้คนของฉันมาพาเธอกลับ​ไปเกาะขนาน เธอมีเวลากลางวันพรุ่งนี้​ทั้งวัน​ที่​จะดูแลพ่อของเธอ นี่ก็จวนสว่างแล้ว​ฉัน​จะกลับ​ไปก่อน...​โชคดีนะสาวน้อย"

พูดจบนายดิลกก็ลุกขึ้น​ยืนก้าวออกจากกรงเหล็กนั้น​เดิน​ไปทางหน้าถ้ำทันที อาเม้งปิดประตูเหล็กคล้องกุญแจล็อกดังคลิ้กก่อน​ที่​จะเดินตามเจ้านายออก​ไป

"ขอบคุณ​พระเจ้า ​ที่ยังทรง​พระเมตตา"

แอนนามารีพึมพำ​ได้ยินกันเพียงสองคนพ่อลูก

*********


สักครู่เดียวเสียงเครื่องยนต์เรือก็ครางกระหึ่มขึ้น​ เสียงเร่งเครื่องยนต์แล้ว​ค่อยๆ​เงียบหาย​ไป

อาเม้งเดินกลับมายืน​ที่หน้ากรงเหล็กอีกครั้งหนึ่ง​ ในมือถือขวดเหล้าบรั่นดี​พร้อมด้วยแก้วหนึ่ง​ใบ ส่งลอดเข้า​ไปในกรงเหล็กยื่นให้แอนนามารีแล้ว​พูดขึ้น​ว่า

"นี่บรั่นดีแก้หนาว อั๊ว​เอายาแก้ไข้มาให้อาหังเตี่ยลื้อด้วย ขวดน้ำอยู่​ข้างประตู ให้เตี่ยลื้อกินซะ"

"ขอบคุณค่ะ​"

แอนนามารีเอื้อมมือรับขวดบรั่นดี​และแก้ว​พร้อมยาแก้ไข้มาอย่างรู้สึกขอบคุณในน้ำใจของชายตาลึกแก้มตอบท่าทางน่ากลัวผู้นี้ เธอรินบรั่นดีค่อนแก้วส่งให้ผู้บังเกิดเกล้า ​เขายกขึ้น​ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว จากนั้น​เธอจึงหยิบยาแก้ไข้ขึ้น​มาดูฉลากยาก่อน​ที่​จะฉีกเม็ดยาออกจากแผงยื่นให้บิดาสองเม็ด ​เขารับ​ไปใส่ปากตามด้วยน้ำในแก้ว​ที่แอนนามารีรินจากขวดพลาสติก​ที่อาเม้งวางไว้ให้ข้างประตู

เธอรินบรั่นดีให้ตัวเองแก้วหนึ่ง​ แล้ว​จึงทรุดกายลงนอนข้างบิดา อาเม้งโยนผ้าห่มเข้ามาให้อีกหนึ่ง​ผืน เธอห่มผ้าขดตัวซุกอยู่​ในอ้อมกอดบิดาหลับไหล​ไปด้วย​ความอ่อนเพลียภายในถ้ำกาหลงนั้น​เอง !


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2140 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน พบพ่อ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น