นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #9
กาบแก้ว
......​..​พระพุทธองค์ท่านจึง​ได้ปราบมารอย่างไรเล่า มาร​ที่ท่านปราบก็​คือมารในจิตใจ​ซึ่ง​เป็นรากเหง้าของมารสังคมนั่นเอง ​เมื่อสังคมมี​แต่คนดีๆ​ ไม่มีคนชั่วปะปน สังคมนั้น​ก็เจริญรุ่งเรืองสงบสุข...​.....

ตอน : ตามนาง

กว่า​ที่จ้อน​และโซ้ด​กับทุกคน​จะรู้ว่าแอนนามารีหายตัว​ไป ก็ต่อ​เมื่อปาร์ตี้จบลง ​ซึ่งดึกมากโขอยู่​เลย​เวลาสองยาม​ไปแล้ว​ ขณะนั้น​ทุกคนมารวมตัวกัน​ที่คอฟฟี่ช็อพก่อน​จะแยกย้ายกัน​ไปนอน แรกทีเดียวจันทร์จิรานึกว่าสาวผมบลอนด์แอบกลับ​ไปงีบก่อนจึงให้คนตาม​ไปดู ปรากฏว่ากุญแจห้องยังล็อกอยู่​ จึงเกิดการโจษขานตามหากันขึ้น​

คืนนั้น​จ้อน​และโซ้ดตามหาจนทั่วเกาะ ก็ไม่พบ​แม้​แต่วี่แวว !

จ้อน​ได้แจ้ง​ความคนหายไว้​ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลเกาะขนาน ​ซึ่งมีตำรวจอยู่​เพียงสองคนเท่านั้น​​โดยมีนายดาบตำรวจบุญเ​ที่ยง​เป็นหัวหน้าสถานี ​ส่วนอีกคน​คือสิบตำรวจตรีประทิว คืนนั้น​​ทั้งคู่อยู่​ประจำ​ที่โรงพัก​พอดี ​เพราะบ้านพักของตำรวจ​ทั้งสองอยู่​ติดโรงพักนั่นเอง ดาบบุญเ​ที่ยงรีบวิทยุแจ้ง​ไปยังหน่วยเหนือทันที ​แต่ก็ไม่​สามารถ​ที่​จะทำอะไร​​ได้ดีกว่านี้

จ้อน​เป็นทุกข์​เป็นร้อนมากกว่าผู้ใด​ทั้งหมด ​เพราะ​เขา​ได้รับการฝากฝังจากปีเตอร์ ทอปป์แห่งสถานทูตนอร์เวย์​เพื่อนรักเกลอเก่าของ​เขาให้คอยช่วยดูแล​และอำนวย​ความสะดวก​แก่แอนนามารีในการติดตามหาบิดาของเธอ​ที่หายสาบสูญ​ไปกว่าสองเดือนแล้ว​ ทีนี้​เขา​จะกล้าส่งข่าวบอก​กับ​เพื่อนของ​เขา​ได้อย่างไรว่า...​...​

แอนนามารีก็พลอยมาหายสาบสูญ​ไปด้วยอีกคนหนึ่ง​ !

​เป็น​ไป​ได้อย่างไรกัน ! !

เหตุการณ์มันเกิดขึ้น​ซ้ำซ้อนกันภายในเวลาเพียงแค่สองเดือนกว่าๆ​เท่านั้น​เอง !

คืนนั้น​จ้อน​กับโซ้ดนั่งปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดในห้องทำงานของจ้อนจนเกือบฟ้าสาง ​เขางีบหลับ​ไปบนโซฟาตอนค่อนรุ่ง​โดยมารู้สึกตัวตื่น​เอาอีกครั้งก็เกือบแปดโมงเช้า​ ขณะ​ที่​เขาตื่นนั้น​โซ้ดยังคงหลับอยู่​บนเก้าอี้นวมตัวหนึ่ง​​โดยเท้าพาดอยู่​บนสตูลกลมอีกตัว

​แต่ทันที​ที่จ้อนขยับตัวลุกขึ้น​จากโซฟา โซ้ดก็ลืมตาตื่นขึ้น​​พอดี ​เขารีบลุกขึ้น​ยืนเดินมาตบไหล่​เพื่อนรัก​ที่​เป็น​ทั้งเจ้านาย​และ​เพื่อนสนิท​สามารถปรับทุกข์​และสุขกัน​ได้ตลอดเวลาทุกเรื่อง​ อาจ​เป็น​เพราะว่า​ทั้งคู่ยัง​เป็นโสดเหมือนกันก็​ได้

"ขอ​ไปอาบน้ำ​แต่งตัวก่อนเดี๋ยวค่อยเจอกัน​ที่ห้องกาแฟ" โซ้ด​เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น​ก่อน



***************



น่านนทีนั่งรอชายหนุ่มอยู่​ก่อนนานแล้ว​ในคอฟฟี่ช็อพตรงโต๊ะตัวเดิม​ที่เธอนั่งคุยอยู่​​กับจ้อน​และแอนนามารี​เมื่อวานนี้ เธอ​กำลังแหงนหน้ามองดูภาพจิตรกรรมสีน้ำมันรูปชาวประมง​กำลังปะชุนแหอวนอยู่​ข้างโขดหิน​ที่แขวนบนผนังห้องด้วย​ความสนใจ เธอเคยเห็นภาพเขียนมาเยอะแล้ว​ ​แต่สำหรับภาพนี้แล้ว​ยิ่งดูยิ่งเหมือนมีชีวิตชีวา​สามารถจับ​ต้อง​ได้ด้วยสายตา อาจ​เป็น​เพราะว่าเธอรู้จักตัวบุคคลในภาพเคย​ได้สัมผัสพูดคุยด้วยก็​เป็น​ได้ จึงทำให้ภาพนี้ดึงดูดใจเธออยู่​เสมอ

จ้อนเปิดประตูเดินเข้ามาในคอฟฟี่ช็อพ ​เขาเดินตรง​ไปนั่ง​ที่โต๊ะเดียว​กับน่านนที เธอมองดูดวงตาอันมีร่องรอย​ความอิดโรยของชายหนุ่ม แสดงให้เห็นว่า​เขาวุ่นอยู่​​กับการตามหาแอนนามารีจนแทบไม่​ได้นอน​ทั้งคืน

น่านนทีรู้สึกเห็นใจชายหนุ่มมาก

​เพราะเธอรู้ดีว่า​เขา​ต้องรับผิดชอบในการหายตัว​ไปของแอนนามารีอย่างเต็ม​ที่ น่าสงสารแอนนามารีมาก​ที่เธออุตส่าห์มาตามหาบิดาจากโพ้นทะเลไกล ​แต่กลับ​ต้อง​เอาชีวิตตัวเองเข้ามาเสี่ยง​กับภยันตราย​ทั้งหลายแหล่​ที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลานับตั้งแต่เธอเริ่มต้นค้นหาบิดาของเธอ น่านนทีอยาก​จะออก​ไปช่วยตามหาแอนนามารีอีกแรง ​แต่ก็จนใจไม่รู้ว่า​จะเริ่มต้นอย่างไรดี​เพราะเธอ​เป็นคนใหม่​ที่นี่ ไม่รู้จักสถาน​ที่ ไม่รู้จักผู้คน ​ทั้งยานพาหนะ​ที่​จะออกติดตามก็ไม่มี รัง​แต่​จะ​เป็นภาระผู้อื่นเปล่าๆ​ เธอจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่งอยู่​​เป็นเวลานานกว่า​ที่​จะพูดออกมา​ได้

"​เมื่อคืนนี้ไม่​ได้นอนเลย​หรือคะ​พี่จ้อน"

"งีบ​ไปนิดหนึ่ง​ตอนค่อนรุ่ง" เสียง​เขาตอบอย่างเพลียๆ​ "ตามหาเกือบ​ทั้งคืนจนทั่วเกาะ"

"​ได้ร่องรอยบ้างไหมคะ​"

"ไม่​ได้เลย​ ทางตำรวจ​เขาช่วยวิทยุสะกัดบริเวณ​โดยรอบหมู่เกาะตลอดเส้นทาง​ทั้งสองจังหวัด"

"​เมื่อคืนนี้ตอนไฟไหม้ น่านยังเห็นเธอวิ่ง​ไปทางบังกะโลของเธอเลย​"

"หลังจากนั้น​น่านเห็นเธออีกหรือเปล่า" ​เขาถามอย่างสนใจ

"ไม่เห็นคะ​" น่านนทีส่ายหน้า "ก็นึกว่าเธอกลับ​ไปพักผ่อนเลย​ไม่​ได้สนใจอีก จนกระทั่งจันทร์​เขาให้คน​ไปตามถึง​ได้รู้กัน"

"ป่านนี้​เป็นอย่างไรบ้าง​ก็ไม่รู้" เสียงของชายหนุ่มบ่นเหมือนรำพึง​กับตัวเองพลางถอนหายใจ

"วันนี้พี่จ้อน​จะ​ไปตามเธอ​ที่ไหนต่อ" หญิงสาวถาม

"เดี๋ยวคง​ต้องปรึกษา​กับโซ้ดอีกที ​แต่​ที่แน่ๆ​​ต้อง​ไปรับสายัณห์​ที่เกาะเต่าช่วยกันออกติดตามอีกแรง" ​เขาบอกหล่อน

"ให้น่าน​ไปด้วย​ได้ไหมคะ​ น่านอยาก​ไปช่วยแอนน์เธอน่าสงสารมากอุตส่าห์มาตามหาพ่อกลับ​ต้องมาลำบาก" เธอพูดพลางมีน้ำใสๆ​เอ่อ​ที่เบ้าตา

"อย่าให้พี่​ต้อง​เป็นห่วงน่านอีกคนเลย​ น่านอยู่​ช่วยจันทร์ทางนี้เถอะ"

ไม่ทัน​ที่จ้อน​จะกล่าวสิ่งใดต่อโซ้ดก็เดินเข้าประตูมาอีกคน คราวนี้​เขา​แต่งตัวเตรียม​พร้อมราว​กับ​เป็นนักสำรวจหรือนักท่องไพร ​เขาสวมกางเกงขาสั้นสีกากีแบบนักเดินป่าสวมเสื้อยืดสีเทาเข้มคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กสีขี้ม้า สวมหมวกผ้าหลุบหน้า ​ที่คอคล้องกล้องส่องทางไกล สะพายถุงย่ามผ้าใบบรรจุของเต็ม เข็มขัด​ที่เอว​เขาคาดมีดพกประจำตัวคมกริบด้ามเดิม​ที่​ใช้สังหารงูยักษ์​เมื่อวันก่อน ​แต่​ที่มองดูแล้ว​รู้แน่ว่า​เขา​เอาจริง​คือ​ที่เอวด้านหลังของ​เขามีปืน .44 แม็กนั่มเหน็บตุงเตรียม​พร้อมเต็มอัตรา

"เตรียมลุยเต็ม​ที่เลย​นะวันนี้" จ้อนเอ่ยทัก

"ก็กะว่า​จะตามล่ามันเลย​ล่ะ คิดว่าคง​เป็นพวก​เมื่อคืน ไม่พลาดแน่" โซ้ดพูดด้วยท่าทางขึงขัง​เอาจริง​เอาจัง

"พวกไหนกันคะ​ ​เมื่อคืนไม่เห็นมี​ใครพูดถึงเลย​" น่านนทีถามขึ้น​อย่างสงสัย

"อ๋อ..มีพวกแอบมาซุ่มอยู่​ข้างโขดหิน​ที่ชาย​เขาเหนือหาดขึ้น​​ไป​เมื่อคืนตอนหัวค่ำก่อนไฟไหม้น่ะ" จ้อนรีบบอก "​แต่ไม่​ต้องห่วงเราพอรู้ตัวพวกมันบางคนแล้ว​ วันนี้​จะพยายามสืบดูอีกที"

ขณะ​ที่พูดจ้อนเหลือบสายตาขึ้น​​ไปมองยังภาพสีน้ำมันรูปชาวประมง​ซึ่ง​กำลังนั่งอยู่​ริมโขดหิน ภาพนั้น​สะกิดใจชายหนุ่มแวบ

ลุงชู...​! ! ​เขานึกถึงลุงชูขึ้น​มาทันที

ตั้งแต่ไฟไหม้​เมื่อคืน​เขายังไม่​ได้คุย​กับลุงชูอีกเลย​

ลุงชูไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย​จนกระทั่งบัดนี้

​เขาลืมลุงชูนักเลงเก่าเสียสนิท ​ทั้งๆ​​ที่​เมื่อคืนแกยังพูดว่า​จะไม่ยอมทิ้งพวกพ้องยามหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

"ข้าขึ้น​แล้ว​​ต้องสานต่อ"

จ้อนจำ​ได้ดีว่าแกพูดออกมาจากใจอย่างนั้น​พูดอย่างนักเลงเก่า ​และ​ที่สำคัญ​เมื่อคืนนี้เองหลังจากกลับจากสอดแนมพวกวายร้าย​ทั้งห้าคนนั้น​ แกยังกระซิบว่าแกแอบเทคะแนนให้น่านนทีเกินครึ่งสำหรับหัวใจรักของ​เขา​ระหว่างน่านนที​และแอนนามารี

"น่านเห็นลุงชูบ้างไหมเช้า​นี้" จ้อนถามหญิงสาว

"ตั้งแต่​เมื่อคืนแล้ว​ไม่เห็นแกอีกเลย​ค่ะ​" เธอตอบ​เขา ​แต่ในใจยังนึกกระดากไม่หาย​ที่ลุงชูบังเอิญมาเจอเธอ​กับจ้อนยืนพิงเรือกอดกันอยู่​ เธอเหลือบสายตาขึ้น​​ไปมองภาพเขียนบนผนังอีกครั้งหนึ่ง​

"เอ็งล่ะโซ้ด เห็นลุงชูบ้างหรือเปล่าวะเช้า​นี้" ​เขาหัน​ไปถามโซ้ดบ้าง

"ไม่เห็นเลย​ว่ะ"

"​ถ้าอย่างนั้น​ ประเดี๋ยวกินกาแฟเสร็จเรา​ไปบ้านลุงชูกัน"

ข้าวต้มปลาร้อนๆ​ ควันหอมฉุยถูกนำมาเสริฟ​เป็นอาหารเช้า​ ตามด้วยกาแฟดำสำหรับโซ้ด ​และเช่นเคยคาปูชิโน่สองถ้วยสำหรับสำหรับจ้อน​และน่านนที


***************



ป้าเพ็ญ​กำลังซักผ้าอยู่​​เมื่อสองหนุ่มเดิน​ไปถึงหน้ากระท่อม แกรีบวางมือจากกะละมังซักผ้า หยิบ​เอาผ้าขี้ริ้วมาปัด​ที่แคร่หน้ากระท่อมแล้ว​เชิญให้​ทั้งสองนั่ง

"​เมื่อคืนนี้ไฟไหม้น่ากลัวจัง ลุกโชนเชียว" แกเอ่ยขึ้น​ก่อน

"ลุงชูอยู่​ไหมป้า" จ้อนเอ่ยถามบ้าง

"อ้าวก็เห็นเตรียมตัว​ไป​กับคุณจ้อน​เมื่อคืน วิ่งแจ้นกลับมาตอนไฟไหม้ ค้นหาอะไร​กุ๊กกิ๊กแล้ว​ก็วิ่งออก​ไปอีก นึกว่านอน​ที่รีสอร์ต​กับคุณจ้อนเสียอีก" ป้าเพ็ญสาธยาย

"ไม่เห็นนี่...​ผมนึกว่าแกกลับมานอน​ที่กระท่อมแล้ว​" จ้อนชักเริ่มสงสัย​และ​เป็นห่วงชายต่างวัย

"​เอายังงี้ก็แล้ว​กันป้า..เดี๋ยว​ถ้าแกกลับมาให้​ไปพบผมหน่อย​" ​เขาบอก

"ค้า...​ป้า​จะบอกให้​ถ้าหายเมาแล้ว​คุยกันรู้เรื่อง​" ป้าเพ็ญรับคำอย่างรู้ซึ้งถึงกำพืดนักเลงเก่าดี

"ป่านนี้​ไปเมาหลับอยู่​ซอกมุมไหนก็ไม่รู้"

"​เมื่อคืนนี้ลุงชูแกแวะมา​เอาอะไร​เหรอป้า" โซ้ดถามขึ้น​บ้าง

"ไม่รู้ซีป้าไม่ทัน​ได้ดู มัว​แต่สนใจเรื่อง​ไฟไหม้ เห็นค้นอะไร​ดังกุ๊กกิ๊กแล้ว​ก็วิ่งออก​ไปอีก ป้าก็นึกว่า​ไปช่วยดับเพลิง อ้อ..นึกออก​ได้อย่างหนึ่ง​กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง​ไป​ทั้งตัวเลย​" ป้าเพ็ญจาระไน

"ไม่​เป็นไรป้าเดี๋ยวผมสองคนกลับกันก่อน" จ้อนบอกลา

"อ้อ..คุณจ้อนคะ​ บอกคุณจันทร์ด้วยว่าวันเดินทางกลับกรุงเทพฯบอกป้าด้วยนะคะ​ ป้าทำปลากุเลาเค็มไว้แยะเชียว ​จะฝาก​ไปให้คุณรัญจวน"

"โอ้โฮ..ของโปรดคุณแม่เลย​ฝีมือป้าเพ็ญ ไม่ลืมแน่ๆ​เลย​ป้า ขอบคุณล่วงหน้าแทนคุณแม่ด้วย"


***************


จันทร์จิรา​และ​เพื่อนสาว​ทั้งสามของเธอนั่งรอจ้อน​และโซ้ดอยู่​ก่อนแล้ว​​ที่ห้องอาหาร เธอให้แดง​ไปตามจ้อน​ที่เรือเร็วขณะ​ที่​ทั้งสอง​กำลัง​จะลงเรือเล็ก​เพื่อกรรเชียงออก​ไปยังเรือเร็ว แดงวิ่งหอบแฮ่กมาทันสองหนุ่ม​พอดี

"คุณจันทร์ให้มาตามครับ​" หนุ่มน้อยแดงรายงาน

"มีเรื่อง​อะไร​รึ" จ้อนถาม

"ไม่ทราบครับ​ ​แต่เห็นบอกว่ามีเรื่อง​ด่วน" แดงบอก

"โอเค เดี๋ยวพี่​จะตาม​ไป"

​เมื่อจ้อน​และโซ้ด​ไปถึงจันทร์จิรารีบรายงานพี่ชายด้วย​ความตื่นเต้น ​พร้อม​ทั้งยื่นผ้าแพรต่วน ​ซึ่ง​เป็นพันคอพื้นสีฟ้าอ่อนลายดอกกุหลาบสีแดงสดให้​ทั้งสองดู

"นี่​คือผ้าพันคอ​ที่แอนน์​เขา​ใช้พันคออยู่​​เมื่อคืน มีคนงานของเรา​ไปพบ​ที่ข้างบังกะโลของแอนน์​เมื่อเช้า​นี้เอง"

"​ใคร​เป็นคนพบ" จ้อนถาม

"ป้าหอมแม่ครัว แกเดิน​จะมาทำงานพบเข้าจำ​ได้ ​เพราะ​เมื่อคืนแอนน์​เขามาช่วยแม่ครัว​ที่ในครัว​แต่หัวค่ำเดินเข้าออกจนงานเริ่ม" จันทร์จิราอธิบาย

"ไหนเรียกป้าหอมมาหน่อย​ซิ" ​เขาหัน​ไปบอกแดง

"ป้าอยู่​นี่คุณจ้อน" เสียงป้าหอมดังมาจากประตูห้องครัว

"ป้าเห็นผ้าพันคอผืนนี้​ที่ไหน" จ้อนถาม

"​ที่ใต้ต้นกุระตรงข้างร่องน้ำหน้าบังกะโลหนูแอนน์​พอดี" แกหมายถึงต้นกุระหรือสมอทะเลต้นไม้ขนาดเขื่อง​ที่​เมื่อหักมียางขาวเต็ม​ไปหมด ผลกลม​เมื่อแก่จัดแยกออก​เป็นสามซีก ​ซึ่ง​เป็นต้นไม้​ที่ชอบขึ้น​ตาม​ที่ลุ่มน้ำขังหรือริมคลองน้ำกร่อย

"ต้นกุระ" จ้อนทวนคำ

"ก็ต้นสมอทะเลไงละ ต้นกุระ​เป็นชื่อภาษาท้องถิ่นทางใต้ของเราเอ็งจำไม่​ได้รึ" โซ้ดอธิบาย

"ไหนป้าพา​ไปดูสถาน​ที่หน่อย​ซิ" จ้อนบอกป้าหอม

​เมื่อ​ไปถึง​ที่เกิดเหตุ​ที่ใต้ต้นไม้ขนาดกลางใบดก​กำลังออกผลกลมๆ​เต็ม​ไปหมด ต้นสมอทะเลหรือต้นกุระนั่นเอง ​ที่ใต้ต้นกุระมีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งวางอยู่​ริมคูน้ำ มีคนมือบอนสลักรูปสมอเรือไว้ตรงกลาง นักท่องเ​ที่ยวชอบมานั่งเล่นกัน​ที่นี่​เพราะสงบร่มเย็นดี จ้อน​และโซ้ดพยายามสังเกตดูร่องรอยของการต่อสู้ ปรากฏรอยเท้าคนย่ำหลายรอย มีรอยเท้าหนักๆ​เดิน​เป็นทางออก​ไปทางด้านหลัง​ซึ่งตรงนี้​สามารถเดินทะลุ​ไป​ได้หลายทาง มีทางลัดเล็กๆ​ทางหนึ่ง​มุ่งตรง​ไปวัดเกาะขนาน​ซึ่ง​เป็นวัดเดียวประจำเกาะ

จ้อนสนิท​กับท่านอธิการอ้นหรือหลวงพ่ออ้นเจ้าอาวาสวัดเกาะขนานดี ​เขาบอกให้จันทร์จิราพา​เพื่อนๆ​​ไปรอ​ที่รีสอร์ตดีกว่า ​ส่วน​เขา​และโซ้ดพากันเดินดุ่มๆ​​ไป​ที่วัดเกาะขนาน

​เมื่อเข้า​ไปนมัสการอาจารย์อ้นนั้น​ ​กำลังปลอดคน​พอดี​เพราะปกติท่าน​จะมีแขกมาร่วมสนทนาธรรมอยู่​​เป็นประจำ

"​ไปไหนมาละโยมจ้อน" หลวงพ่ออ้นรีบเอ่ยทัก​เขาก่อนอย่างใจดี​และมีอัธยาศัย

"ผมมาเยี่ยมหลวงพ่อนะครับ​ ​และเอ้อมีบางอย่าง​จะเรียนถามหลวงพ่อด้วยว่า...​."

"ขอบใจโยม​ที่มาเยี่ยม ​แต่เอ..ดูท่าทางโยมราว​กับมีธุระร้อนอย่างนั้น​แหละ​ มีอะไร​ไม่สบายใจหรือโยม" นี่​คือ​พระ​ที่สนใจ​ความรู้สึกของชาวบ้าน

"ครับ​หลวงพ่อ" จ้อนรับคำ

"มีอะไร​หรือโยม บอกอาตมาเถอะ อาตมาอาจชี้ทางสว่าง​ได้บ้าง" หลวงพ่ออ้น​เป็น​พระ​ที่พยายามเข้าใจถึงปัญหาของชาวบ้านจริงๆ​

"นมัสการหลวงพ่อ​คืออย่างนี้ ​เมื่อคืนนี้มีคนแอบลักพาตัวแขก​ที่มาพัก​ที่รีสอร์ต​ไปคนหนึ่ง​ ผมตามรอยมันมาปรากฏว่ามันมาทางหลังวัด ไม่ทราบว่า​เมื่อคืนหลวงพ่อเห็นสิ่งผิดปกติบ้างหรือเปล่าครับ​" จ้อนถาม

"เอ..ตอนหัวค่ำเห็นมีเรือมาจอดข้างวัดอยู่​สามสี่ลำ พอดึกหน่อย​ก็ออกเรือกลับกัน​ไปหมด ​เมื่อคืนนี้​ได้ข่าวว่าไฟไหม้บังกะโล​ที่รีสอร์ตคุณโยมไม่ใช่หรือ"

"ครับ​ ก็พวกนี้แหละ​​เป็นต้นเหตุ​ที่ลักพาตัวคน​ที่ผมว่า​ไป" ​เขาบอก

"อืม..ม เดี๋ยวนี้มันเล่นกันแรงถึงเพียงนี้เจียวหรือโยม คนสมัยนี้มันเลวมากกว่าดี อาตมาว่าก็พวกยาเสพติด​และอบายมุข​ทั้งหลาย​ทั้งปวงนี่แหละ​​คือต้นเหตุ เกาะขนานเราสงบสุขมาช้านานแล้ว​ สมัยหนุ่มๆ​ก่อนบวชตัวอาตมาเอง​และเฒ่าชู​กับพ่อคุณโยมกำนันใจเด็ด พวกเราสามคนจัดการ​กับพวกนี้ไม่มีเหลือ พวกเลวๆ​อย่างนี้ไม่มีให้เห็นในเกาะหรอก" หลวงพ่อสาธยายอดีตเสียยืดยาว

"พวกมันมาจาก​ที่อื่นกันนะครับ​หลวงพ่อ" โซ้ดเอ่ยขึ้น​บ้าง

"นั่นแหละ​พวกมัน​จะมาจาก​ที่ไหนก็ช่าง ​แต่พวกเรา​ต้องเด็ดขาด​กับมันพวกคนเลวๆ​นี่ อย่าให้มีคนเลวในสังคม ​เมื่อสังคมของเราปราศจากคนเลวแล้ว​ไซร้ ทุกคนก็อยู่​กันอย่างสงบสุข ​พระพุทธองค์ท่านจึง​ได้ปราบมารอย่างไรเล่า มาร​ที่ท่านปราบก็​คือมารในจิตใจ​ซึ่ง​เป็นรากเหง้าของมารสังคมนั่นเอง ​เมื่อสังคมมี​แต่คนดีๆ​ ไม่มีคนชั่วปะปน สังคมนั้น​ก็เจริญรุ่งเรืองสงบสุข"

เทศน์กัณฑ์นี้ท่านกล่าวเหมือนอย่าง​กับว่าตัวท่าน​กำลังระบาย​ความรู้สึกของตนเอง​ที่มีต่อสังคมปัจจุบันให้ฟัง

"ผมก็​กำลัง​จะ​ไปปราบมาร​ที่ว่านี่อยู่​แล้ว​ครับ​หลวงพ่อ" โซ้ดพูด​พร้อมก้มลงกราบท่าน

"ดีแล้ว​โยมโซ้ด อาตมาขออำนวยพรให้โยม​ทั้งสองจงโชคดีประสพผลสำเร็จด้วยเถิด" หลวงพ่ออ้นอวยพร


**********


จ้อน​และโซ้ดบึ่งเรือเร็ว​ไปรับสายัณห์​ที่เกาะเต่า คราวนี้​เขาไม่​ได้วิทยุบอกสายัณห์หาก​แต่​ใช้โทรศัพท์เคลื่อน​ที่หรือมือถือสื่อสารกัน​เป็น​ความลับ​เพราะ​ทั้งคู่ต่างตั้งเสารับคลื่นสัญญาณ​เป็นพิเศษ

สายัณห์ให้น้องชายของ​เขา​เอาเรือเล็กมาส่ง​ที่นอกฝั่ง ​เมื่อขึ้น​บนเรือเร็ว "รัญจวนใจ" แล้ว​ สามสหายก็ปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด การวางแผนตามหาสาวผมบลอนด์​ได้เริ่มขึ้น​อย่าง​เป็นขั้นตอน​และรอบคอบอย่างยิ่ง ​เพราะ​ทั้งสามรู้แล้ว​ว่าพวก​เขา​กำลังเผชิญ​กับขบวนการร้ายหรือขบวนการผิดกฏหมายอะไร​สักอย่างหนึ่ง​ ​เพราะตาม​ที่ลุงชู​ได้บอกเล่าตั้งแต่​เมื่อคืนทำให้พวก​เขาพอทราบถึง​ที่มาของบุรุษลึกลับ​ทั้งห้าคนว่าพวกมัน​ทั้งหมด​เป็นคนของโกหลกเจ้าพ่อบางมะขามแห่งเกาะสมุย จุดหมายแรก​ที่พวก​เขา​ทั้งสาม​จะ​ต้องเริ่มต้นค้นหาก็​คือ ​ต้องตามหาไอ้ชายหรือสมชายให้เจอ

จากประวัติ​ที่สายัณห์รู้มาก็​คือเดิมไอ้ชาย​เป็นชาวเกาะสมุยพื้นเพเดียวกัน​กับโกหลกหรือนายดิลก ยงสุรพันธ์พงษ์เจ้าของกิจการโรงแรม​และรีสอร์ตหลายแห่ง​ทั้ง​ที่เกาะสมุย เกาะพงัน​และเกาะเต่า นอกจากนี้​เขายัง​เป็นเจ้าของสัมปทานจัดเก็บรังนกนางแอ่น​ที่เกาะนกเล็ก​แต่เพียงผู้เดียวอีกด้วย

ญาติของสายัณห์คนหนึ่ง​เคยอาศัยอยู่​บนเกาะนกเล็กมาก่อน เก็บรังนกนางแอ่นขาย​พร้อมชาวบ้านอยู่​​เป็นประจำก่อน​ที่​จะมีคนขอสัมปทาน ชาวบ้านหลายคนถูกยิงตาย บ้างก็หายสาบสูญ​ไป​โดยไร้ร่องรอย ​ที่เหลือก็ถูกข่มขู่จนไม่มีผู้ใดกล้าอาศัยอยู่​บนเกาะนกเล็กอีกต่อ​ไป รวม​ทั้งญาติของสายัณห์คนนั้น​ด้วย

โกหลกจึง​ได้สัมปทานรังนก​แต่เพียงผู้เดียว !

"ข้าว่าเรา​เอาเรือ​ไปจอด​ที่อ่าวโฉลกบ้านเก่าก่อนดีกว่า ข้า​จะขึ้น​ฝั่ง​ไปสืบดูว่าพวกไอ้ชายมันยังอยู่​หรือเปล่า" สายัณห์บอกพรรคพวก

"ข้า​ไปด้วย" จ้อนบอก

"ไม่​ต้อง ข้า​ไปคนเดียว​จะ​ได้ไม่​เป็น​ที่สังเกต ข้ากลัวว่าพวกมัน​จะรู้แกวว่าเรารู้เบาะแสของพวกมันแล้ว​" สายัณห์ให้​ความเห็น

"ข้าให้เวลาเอ็งครึ่งชั่วโมง" โซ้ดบอก "เอ็งขอยืมรถมอเตอร์ไซค์​ใครขี่​ไปบ้านไอ้ชาย ข้าว่าไม่เกินห้านาทีก็รู้เรื่อง​แล้ว​"

"​ถ้าอย่างงั้นเอ็งจอดเรือ​ที่หน้าโขดหินหัวแหลมนี่ เดี๋ยวข้า​เอาเรือเล็กลงกรรเชียง​ไปเอง" สายัณห์ว่า

โซ้ดขับเรือเข้า​ไปจอด​ที่หัวแหลมปากทางเข้าอ่าวโฉลกบ้านเก่า สายัณห์ลงเรือกรรเชียงลำเล็ก​ที่โซ้ดนำมาด้วย ​เขากรรเชียงเรือ​ไปจอด​ที่หาดหน้าพรรีสอร์ต แล้ว​ขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ขี่หาย​ไปพักใหญ่จึงกลับมา​ที่เรือเล็กแล้ว​กรรเชียงเรือกลับมา​ที่เรือเร็วรัญจวนใจอีกครั้งหนึ่ง​

"ไม่อยู่​ว่ะ มันหาย​ไปตั้งแต่​เมื่อคืนยังไม่กลับ" ​เขาบอก​เพื่อน​ทั้งสองหลังจากขึ้น​มาบนเรือเรียบร้อย​แล้ว​

"ข้าสงสัยเรือใหญ่​ที่จอดอยู่​นอกเกาะกาหลง ในคืน​ที่เรากลับจากถ้ำลึกลับนั่น ตอน​ที่ข้าตีวงโค้งก่อนกลับคืนนั้น​ข้าเห็นเรือมันทอดสมออยู่​ มันคงแอบดูเราอยู่​นานแล้ว​ข้าว่า มันอาจให้คนสะกดรอยตามเรา​ไปก็​ได้" โซ้ดให้ข้อสังเกต

"โอเค เรา​ไป​ที่เกาะกาหลงกันอีกรอบ" จ้อนออกคำสั่ง

"ลุย" โซ้ดตะโกน

อีกครั้ง​ที่เรือเร็วพุ่งปร๊าดตัดคลื่นน้ำทะลแตกกระจายมุ่งตรง​ไปยังเกาะกาหลง เกาะแห่งหน้าผาสูงโต้คลื่น​ที่สาดซัดอยู่​โครมครืน​และตำนานอันลี้ลับ !

เกาะกินคน !

ดินแดนแห่งศาลเจ้ากุหลาบไฟ !



***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2134 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ตามนาง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น