นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #8
กาบแก้ว
......​..ขณะ​ที่​กำลังชุลมุนกันอยู่​นั้น​ ​ได้มีเหตุการณ์หนึ่ง​เกิดขึ้น​ในเวลาเดียวกัน​โดยไม่ทันมี​ใครสังเกตเห็น ! !

แอนนามารีหายตัว​ไปอย่างลึกลับ ! !...​.....

ตอน : แผนร้าย

"เฮ้ยไอ้ชาย มึงแน่ใจนะว่า อีสาวผมบลอนด์​เป็นลูกสาวไอ้ฝรั่งในถ้ำ" บุรุษร่างทมึนรูปร่างสูงกว่า​เพื่อนถามด้วยน้ำเสียงดุๆ​เหมือนพูดอยู่​ในลำคอ

"โธ่..แน่เสียยิ่งกว่าแน่อีกพี่" เสียงไอ้ชายยืนยัน

"มันบอกเอ็งเรอะ" ชายร่างใหญ่ถามอีก

"ผม​ได้ยินมา​กับหูตอน​ที่พวกมัน​เอารูปไอ้หรั่ง​ไปแจก​ที่ท่าแม่หาดเกาะเต่า​เมื่อวานนี้" มันยืนยันเหมือนเดิม

"เจ้านายสั่งมาให้พวกเรารอบคอบหน่อย​โว้ยคราวนี้ เรา​ต้องการเพียงอีแหม่มผมบลอนด์คนเดียวเท่านั้น​" บุรุษร่างใหญ่คนเดิมสำทับ

"มัวรออะไร​อยู่​เล่าลูกพี่ ลุยเข้า​ไปจับมันลาก​ไปเลย​ดีกว่า" ชายชุดดำหนึ่ง​ในห้าถามเหมือนรำคาญเต็ม​ที่

"ใจเย็นไอ้น้อง เจ้านายสั่งมาให้ทำอย่างเงียบเชียบ​ที่สุด ​ถ้าไม่มีการต่อสู้​ได้ยิ่งดี" คนท่าทาง​เป็นลูกพี่พูดปราม

"แม่งมันไม่ยอมเดินออกมานอกกลุ่มเลย​" เจ้าคน​ที่ชื่อชายพูดขึ้น​อีก

"​ถ้าจำ​เป็น​ต้องรอถึงงานเลิกก็​ต้องยอม แล้ว​เราค่อยตาม​ไปลากมันจากบังกะโล" เจ้าคนหัวหน้ายืนยันอย่างเดิม

"คง​ต้องรอกันเงกซีวะคราวนี้" หนึ่ง​ในห้าบ่น​พร้อมดูดบุหรี่แดงขึ้น​วาบใหญ่อย่างเสียอารมณ์

"ขืนพวกมึงใจร้อนอย่างงี้ อีกหน่อย​ก็เสียงานหมด"

เจ้าคนร่างใหญ่​ที่ท่าทาง​เป็นหัวหน้าดุตะคอกลูกน้องอย่างเริ่มมีโมโห ทำ​เอาบรรดาลูกน้อง​ที่บ่นพึมพำกระปอดกระแปดเงียบกริบ

"มีคนเดินมา" เสียง​ใครคนหนึ่ง​พูดเตือนเบาๆ​พอ​ที่​จะ​ได้ยินกันทุกคน


**********


ร่างนั้น​เดินโซเซคล้ายคนเมาแอ่นหน้าเด้งหลัง ตรงมาทางโขดหิน​ที่​ทั้งห้าคนซุ่มอยู่​ ​เขาบ่นงึมงำเหมือนหมีกินผึ้ง พอใกล้ถึงโขดหิน​เขาล้มลงเหมือนคนเดินสะดุดขาตัวเอง

ใบหน้าทิ่ม​ไปบนพื้นทราย !

​ส่วนมือซ้ายนั้น​ยังคงกอดขวดเหล้าแน่นอยู่​​กับตัว !

​เขาค่อยๆ​ยันกายลุกขึ้น​นั่ง​เอามือขวาเปิดฝาขวด มือซ้ายกระดกขวดเหล้าเข้าปากอึกใหญ่ก่อน​ที่​จะลุกขึ้น​ยืนเดินโซเซตามเดิมตรง​ไป​ที่โขดหิน

​เขายืนพิงโขดหิน ยกขวดเหล้าเข้าปากกระดกอีกอึกหนึ่ง​แล้ว​หัน​ไปมองคน​ที่ยืนรวมกันอยู่​​ทั้งห้า หรี่ตามองพลางพูดอย่างอ้อแอ้

"​เอาซักกรึ๊บไหมพวกบาดคอ​กำลังดี...​เอิ๊ก..ก"

"เต็มคราบเลย​นะลุง เดิน​จะไม่​เป็นอยู่​แล้ว​" เสียงไอ้ชายพูดขึ้น​

"เฮ้ย..ย ข้ายางม่ายเมา พวกเอ็งทำมายไม่​ไปสนุก​กับพวกไอ้ยุ่นวะ" แกพูดพลางชี้มือโบ๊เบ๊เปะปะ​ไปทางปาร์ตี้​ที่ส่งเสียงครึกครื้นดังกังวานอยู่​ตลอดเวลา

"พวกข้าอยากคุยกันเงียบๆ​ เชิญลุง​ไปคนเดียวเหอะ" เสียงแหบๆ​ของพวกมันหนึ่ง​ในห้าพูดขึ้น​บ้าง

"ว่า​แต่ลุง​จะ​ไปไหนต่อ" ไอ้ชายถาม

"ก็​ไปหา​ที่รักของข้าซีวะ ถามด้.า..ย.ย" แกพูดพลางบ้วนน้ำลายปรี๊ด

"อ้อ..ป้าเพ็ญ" มันพูดเหมือนรู้จักดี

"พวกเอ็งรู้จักเมียข้าด้วยเรอะ" เสียงชายวัยดึกพูดกระชาก

"รำคาญหนี​ไปอีกแล้ว​ซีท่า"

"อีเมียไม่รักดี ช่างหัวมัน" แกพูดลิ้นพันกัน เปิดฝาขวดกระดกเหล้าเข้าปากอีกกรึ๊บ

"ไม่เห็นมาทางนี้ สงสัย​ไปคอยดักลุงอยู่​​กับพวกไอ้ยุ่นละมั้ง" มันว่า

"เออ..กะเดี๋ยวข้า​จะกลับ​ไปดูมัน ขอยากาแร้ตให้ข้าซักมวนซิ"

"เอ้านี่ลุง" ไอ้ชายควักบุหรี่ส่งให้แกหนึ่ง​มวน

"ขอบใจ"

แกรับบุหรี่ ควานมือตบตามกระเป๋าเสื้อ​และกางเกงคล้ายหาไม้ขีดหรือไฟแช็ก ไอ้คนหนึ่ง​เหมือนรู้ใจดีดไฟแช็กแก๊สสว่างพรึ้บยื่นให้​ที่ปากชายวัยดึก แกดูดบุหรี่พ่นควันโขมง

"บ๊ายบาย มายเฟรนด์ เอิ้ก..ก" ชายขี้เมาพูด​พร้อมโบกมือลา

แกหมุนตัวกลับสะดุดขาตัวเองล้มลงอีกครั้งหนึ่ง​ คราวนี้ถึง​กับนอนหงายแผ่สองสลึง ขวดเหล้าหลุดจากมือ แกค่อยๆ​รวบรวม​กำลังยันกายลุกขึ้น​เดินโซเซต่อ​ไป​แต่ไม่ลืม​ที่​จะหยิบขวดเหล้าติดมือ​ไปด้วย

ชายวัยดึกเดินเป๋​ไปเป๋มาแอ่นหน้าเด้งหลัง อย่างช้าๆ​ ตรงหาย​ไปทางปาร์ตี้ริมหาดทรายนั้น​


***************


"มึงว่าไอ้เฒ่านั่นมันจำพวกเรา​ได้ไหมวะ" เจ้าคนตัวโต​ที่​เป็นหัวหน้าถามคล้ายคลางแคลงใจ

"จำไม่​ได้หรอกลูกพี่ ไม่เห็นมันเอ่ยชื่อ​ใครซักคน" ​ใครคนหนึ่ง​ตอบ

"ดีแล้ว​​ที่มันจำไม่​ได้ ​ถ้ามันมีปัญหาก็เก็บมันเสียอีกคน" มันพูด​พร้อม​กับ​เอาด้ามปืนเคาะโขดหิน​เป็นจังหวะเบาๆ​เหมือน​กำลัง​ใช้​ความคิด

"เราตามเข้า​ไปในงาน หาทางลากอีแหม่มนั่นออกมาดีไหมลูกพี่ ให้ข้า​ไปเองก็​ได้" เจ้าคนหนึ่ง​ใจร้อนรับอาสา

"กูบอกพวกมึงแล้ว​ยังไงว่าอย่าใจร้อน กูไม่อยากให้งานเสีย เจ้านาย​เขา​ต้องการให้มันบอบช้ำน้อย​ที่สุด" มันดุลูกน้องอีก

"​แต่เราน่า​จะหาทางอื่นหลอกพามัน​ไปก็​ได้" เจ้าคนเดิมทำ​เป็นหัวดีออก​ความเห็น

"กู​กำลังคิดหาทางอยู่​เหมือนกัน" มันว่า

"​เอาอย่างนี้ดีกว่าลูกพี่" เสียงเจ้าคนหัวดีเสนออีก "แกล้งระเบิดเรือสักลำหนึ่ง​​เป็นยังไง พอพวกมันเฮโลมาดูก็ฉุดมัน​ไปตอนชุลมุนกันนั่นแหละ​ ​เอาอย่างนี้ไหม"

"​ความคิดมึงก็เข้าท่าดีหรอกวะ ​แต่​จะ​เอาเรือ​ที่ไหนระเบิดล่ะ อีกอย่างทีนี้พวกทางการตำรวจบกเอย ตำรวจน้ำเอย กรมเจ้าท่าเอย เผลอๆ​มีทหารเรือด้วยมาสำรวจกันเพียบทีนี้พวกมึงไม่​ต้องกระดิกกระเดี้ย​ไปไหนกันแล้ว​" เสียงลูกพี่มันสาธยายเหมือนผู้ชำนาญการ

"แล้ว​​จะ​เอายังไงดีละลูกพี่" ลูกน้องกังขา

"กู​กำลัง​ใช้​ความคิด ว่าทำอย่างไรถึง​จะหลอกให้มันออกมาจากงานปาร์ตี้เส็งเคร็งนั่น​ได้"

เจ้าคนร่างสูงบ่นเหมือน​กำลัง​ใช้​ความคิด มือยังคงเคาะด้ามปืน​กับโขดหินอยู่​เหมือนเดิม ทันใดนั้น​มันก็ยิ้มร่า ดีดมือเปาะ

"ข้าคิดออกแล้ว​ ฟังทางนี้พวกเรา"

มันเรียกลูกน้องเข้ามาสุมหัว


***************


"อ้าว..คุณจ้อนมายืนแอบอยู่​นี่เอง"

เสียงลุงชูดังมาจากทางต้นมะพร้าวใกล้ๆ​​กับเรือขึ้น​คานแห้ง​ที่จ้อน​และน่านนทียืนโอบกอดกันพิงอยู่​ ​ทั้งคู่ผละถอยห่างออกจากกัน​โดยอัตโนมัติ ​แต่ยังคงกุมมือกันอยู่​

"เรียบร้อย​แล้ว​ล่ะคุณจ้อน" แกรีบรายงานต่อทันที

"น่าน..นี่ไงลุงชู ​พระเอกในภาพเขียนของน่าน" จ้อนแนะนำน่านนที​กับลุงชู

"สวัสดีคะ​ ลุงชู" เธอเอ่ยทัก จมูก​ได้กลิ่นเหล้าคลุ้งจากร่างชายชรา

"อ้อ..สวัสดีจ๊ะ​หนู คุณคนสวยนั่นเอง เจอกันทุกวัน ไม่ยักรู้ว่า...​."

แกรีบเบรคคำพูดหยุดชะงักทันควัน เกือบพลั้งปากพูดส่งเดชออก​ไปแล้ว​ไหมล่ะ ​เพราะตั้งนานมาแล้ว​​ที่แกไม่เคยเห็นชายหนุ่มกระหนุงกระหนิง​กับสาวคนไหนเลย​ ทำ​เอาแกแปลกใจอยู่​ครามครัน

"เออนี่ลุงเดี๋ยวค่อยคุยกัน ผม​ไปตามไอ้โซ้ดก่อน"

ชายหนุ่มรีบพูดตัดบทกลัวว่าชายวัยดึก​จะพลั้งปากถาม​ความจริงเรื่อง​ของหัวใจ ทำให้น่านนทีลำบากใจ​ที่​จะตอบ

"น่านรออยู่​​ที่นี่​กับลุงชูก่อนนะ ผม​ไปตามโซ้ดเดี๋ยวมา" ​เขาบอกหล่อน

"น่านขอตัว​ไปช่วยงานทางด้านโน้น​กับจันทร์ดีกว่าค่ะ​ แอบหลบมานานแล้ว​ ขอตัวก่อนนะคะ​คุณลุง" ประโยคหลังเธอหันมาบอกชายชรา

"โชคดีจ๊ะ​หนู" ลุงชูมองตามหลังน่านนทีขณะ​ที่เธอเดินจาก​ไปอย่างชื่นชม ดูเธอเหมาะ​กับเจ้านายหนุ่มของแกเสียเหลือเกิน

"ตาแหลมจริงนะครับ​คุณจ้อน" แกหันมากล่าว​กับชายหนุ่มขณะ​ที่​เขาก็​กำลัง​จะผละจากแก​เพื่อ​ไปตามโซ้ด​เพื่อนรัก ทำ​เอาชายหนุ่มหยุดกึก

"อะไร​หรือครับ​ลุง"

"ผมว่าคุณจ้อนตาแหลม สาวน้อยคนนี้เรียบร้อย​นิสัยดีแทบไม่มี​ที่ติยิ้มแย้ม​กับทุกคน ใบหน้าสวยหวานซึ้ง น่ารักอีกต่างหาก" แกบรรยายสรรพคุณให้เสร็จสรรพ

"แล้ว​ลุงเห็น​เป็นยังไง" จ้อนถามเหมือนขอ​ความเห็นจากญาติผู้ใหญ่

"ก็เหมาะสม​กับคุณจ้อนของผม​ที่สุด ว่า​แต่คุณจ้อนเถอะอย่าทำให้เธอผิดหวังล่ะ" แกพูดออกมาจากใจ ​เพราะรู้จักชายหนุ่มมาตั้งแต่แบเบาะ

"ผมนะหรือลุง ​จะทำให้เธอผิดหวัง"

"แหม..ไอ้ผมก็พูด​ไปตามเนื้อผ้า​ที่เห็น​เพราะยังไม่ปักใจ"

"หมาย​ความว่าอย่างไร ผมยังไม่เข้าใจอยู่​ดี" จ้อนกังขา

"ก็หนูแหม่มผมบลอนด์ ผมเห็นตามติดกันมาสองวันแล้ว​ไม่ใช่รึ เห็นว่ามาจากทางประเทศ​ที่คุณจ้อนเคย​ไปร่ำเรียนมาด้วยนี่"

แกพูดแทงใจดำทำ​เอาหนุ่มจ้อนสะดุ้งโหยง ลุงชูช่างรู้รายละเอียด​ทั้งหมด นำมาปะติดปะต่อกันจนเหมือนนิยายรักสามเส้า ​เขามองหน้าชาวประมงวัยดึกอย่างแปลกใจ

"แอนนามารี​เขามาตามหาพ่อ​เขานะครับ​ ผมเลย​​ต้อง​ไปช่วย" ​เขาว่า

"ผมบอกคุณจ้อนแล้ว​ยังไงละครับว่า​ผมพูด​ไปตามเนื้อผ้า มันอยู่​​ที่ตัว​และหัวใจของคุณจ้อนเอง" แกพูดราว​กับ​จะให้ข้อคิด

"ลุงพูดจริงๆ​หรือนี่" ชายหนุ่มถามเหมือนรำพึง​กับตัวเอง

"แน่นอน ผมขออวยพรให้คุณจ้อนโชคดีในการเลือกคู่ครอง"

"ขอบคุณมากลุงชู ผม​จะเก็บ​เอา​ไป​เป็นข้อคิด"

จ้อนพูด​พร้อมยกมือไหว้ด้วย​ความคารวะ ชายชรารีบรวบมือของ​เขาไว้ด้วยมือ​ทั้งสองแก ​พร้อม​ทั้งโน้มกายเข้า​ไปใกล้ พูดเบาๆ​เหมือนกระซิบ

"ลุงเทคะแนนให้แม่หนูน่าน​เมื่อกี้นี้เกินครึ่งแล้ว​ ลุงทายใจคุณจ้อนถูกหรือเปล่า" แกพูด​พร้อมหัวเราะหึๆ​ มองตามหลังชายหนุ่ม​ไปพลางหยิบขวดเหล้ามาเปิดฝายกขึ้น​กระดกกรึ๊บด้วย​ความสบายใจ


***************


จ้อนส่งสัญญาณให้โซ้ดเดินตาม​เขา​ไป​ที่มุมมืดด้านหลังโต๊ะยาวของกลุ่มชาวอาทิตย์อุทัย​ที่​กำลังสำราญ​กับงานปาร์ตี้เสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

​ที่นั่นลุงชูนั่งหลบพิงเรือ​ที่ขึ้น​คานแห้งอยู่​คนเดียว โซ้ด​ได้กลิ่นเหล้าโชยเหม็นหึ่งมาจากตัวแก

"พวกมันมีกันห้าคน"

"พวกไหน" โซ้ดถาม

"มีไอ้ชาย ไอ้จี่แล้ว​ก็ไอ้อู๊ด อีกสองคนข้าไม่รู้จักชื่อ"

"พอจำมัน​ได้หมดไหม" โซ้ดถามอีก

"​ได้ซิ​เพราะข้าหลอกให้มันขีดไฟจุดบุหรี่ให้ข้าเห็นหน้าพวกมันถนัดหมดเกือบทุกคน" ชายวัยดึกคุย

"สำมะคัญมากลุงชูนี่" จ้อนว่า

"มีพวกไอ้ชายสามคนมาจากเกาะเต่า มีอีกคนตัวโตไม่พูด​แต่ข้าว่าคลับคล้ายคลับคลาเคยเห็นมันเดินอยู่​​กับพวกโกหลกจากเกาะสมุย"

"แล้ว​อีกคนหนึ่ง​ล่ะ" จ้อนซัก

"ไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า ไอ้นี่หน้าแหลมไว้หนวดด้วยผมยาว" ชายชราพยายามหลับตานึกถึงภาพ​ที่เห็น

"พวกมัน​ต้องการอะไร​รู้ไหมลุง" โซ้ดถามขึ้น​บ้าง

"ข้าไม่​ได้ถามอะไร​มันกลัว​เป็นพิรุธ ​แต่ข้าแกล้งล้มลงสองครั้งเห็นพวกมันถือปืนกันทุกคน ถึงพวกมันพยายามซ่อนยังไงมันก็ยังสะท้อนเงาจันทร์ให้เห็นอยู่​ดี" ชายวัยดึกพูดคล้ายคุยอวดเชิงนักเลง​ไปในตัว

"นี่ลุงล่อเหล้าเข้า​ไปเต็มคราบเลย​ซิ กลิ่นงี้หึ่งเลย​" โซ้ดว่า

"เฮ้ย..โซ้ดเอ๊ย คนอย่างข้าทำอะไร​มัน​ต้องให้แนบเนียนหน่อย​" แกคุยทับส่ง

"อะไร​ลุง" โซ้ดชักงง

"อ้าว...​ก็ไอ้กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง​ที่เอ็งว่าเนี่ยนะ ข้า​เอาเหล้าราดตัว​ไปตั้งเกือบครึ่งขวด" แกว่าพลางหัวเราะเอิ๊กชอบใจ

"อ้อ..​ถ้ายังงั้นข้า​ต้องขอโทษลุงด้วย แหม​จะมีลูกเล่น​ทั้งทีทำไมไม่บอกให้รู้กันก่อน สม​เป็นนักเลงเก่าจริงๆ​" โซ้ดกล่าวชม​พร้อมหัวเราะตาม

"ขอบคุณมากลุง กลับ​ไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง" จ้อนบอก

"​จะให้ลุงทิ้งพรรคพวก​ไปยามหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้นะเรอะ ไม่​ได้หรอก ยังไงๆ​ข้าขึ้น​แล้ว​​ต้องสานต่อ" แกพูดเหมือนนักเลงเก่า

"ตามใจลุงเถอะ ​แต่ลุง​ต้องระวังตัวให้ดี อย่าลืมว่าพวกมันมีอาวุธกันทุกคน" จ้อนเตือน ​เขารู้สึกซาบซึ้ง​และนับถือในน้ำใจของชายวัยดึกขึ้น​อักโข

"แน่นอนอยู่​แล้ว​ ไม่​ต้องห่วงผมหรอกคุณจ้อน"

"ขอบคุณลุงมาก​ที่ทีน้ำใจ"

"นี่โซ้ด" ชายวัยดึกหันมาทางโซ้ด

"มีอะไร​หรือลุง"

"ระวังพวกผู้หญิงด้วย พวกมันอาจมุ่งร้ายผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง​ก็อาจ​เป็น​ได้ ​โดยเฉพาะผู้หญิงในกลุ่มของพวกเรา" แกบอก

"ครับ​" โซ้ดรับคำ

"​ถ้าไม่ใช่คนของเราก็อาจ​เป็นพวกนักท่องเ​ที่ยวชาวญี่ปุ่น ข้ารู้สึกชักสังหรณ์ใจยังไงชอบกล" ลุงชูพูดเหมือน​กับคนมีญาณวิเศษ

"หรือ​จะ​เป็นพวก​ที่ตามเรามาจากเกาะกาหลง" โซ้ดคิด​ไปไกล

"พวกไหน" ลุงชูซักพลางทำตาโต

"ไม่รู้เหมือนกัน​แต่มันมีอะไร​แปลกๆ​​ที่นั่น" โซ้ดตอบ

"แปลกยังไงวะโซ้ด เล่าให้ข้าฟังบ้างซิ" แกซักอีก

"ช่างมันเถอะลุง ผมอาจ​จะคิดมาก​ไปเองก็​ได้ ตอน​ที่เรากลับกันนั้น​มืดแล้ว​ผมเห็นเรือใหญ่ลำหนึ่ง​ทอดสมออยู่​นอกเกาะ ไม่แน่ใจว่ามันแอบตามเรามาหรือเปล่า" โซ้ดว่า

"ข้า​ไปตกปลาก็เคยเจอเรือตังเกหรือเรือใหญ่มาจอดใกล้ๆ​เกาะกาหลงบ่อยๆ​ เห็นพวกมันขึ้น​ฝั่ง​ไปเหมือนกัน ​แต่ข้าเข้าใจว่าพวกมันขึ้น​​ไปไหว้ศาลเจ้ากุหลาบไฟมากกว่า" แกบอก

"ลุง​ไป​ที่เกาะกาหลงบ่อยหรือ" จ้อนถามแกบ้าง

"​เมื่อก่อนนี้​ไปบ่อย ​แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อย​ได้​ไปแล้ว​"

นี่​ถ้า​เป็นกลางวันจ้อนคงมองเห็นแววตาเศร้าของแก​เมื่อพูดถึงเกาะกาหลง !

"ลุงเคยขึ้น​​ไปบนเกาะไหม" จ้อนถามอีก

"เคยซิ ข้าขึ้น​​ไปบ่อย​ไปไหว้ศาลทุกครั้ง ​เมื่อก่อนตอนน้องชายลุงยังอยู่​เรา​ไปกันบ่อยมาก" แกเล่าอดีตให้ฟัง

"​ถ้ายังงั้นลุงก็เคยเดินสำรวจรอบๆ​เกาะละซี" ชายหนุ่มซัก

"แน่นอน ลุงสำรวจหลายรอบแล้ว​ ​แต่มัน​เป็นป่ารกทึบนะเกาะกาหลงเนี่ย สัตว์ป่าก็เยอะ​แต่ไม่มีคนล่า​เพราะกลัวอิทธิฤทธิ์ศาลเจ้ากุหลาบไฟ ขนาดธรรมดาในคืนเดือนเพ็ญยังไม่มี​ใครกล้าขึ้น​เกาะเลย​ล่ะ​จะบอกให้ ​เพราะอะไร​รู้ไหมคุณจ้อน"

"​เขาว่า​ถ้า​ใครขึ้น​เกาะกาหลงในคืนนั้น​​จะไม่​ได้กลับลงมาอีกเลย​" จ้อนบอก

"ใช่..ถูก​ต้อง เกาะกินคน"

"เกาะกินคน" จ้อนทวนคำ

"มัน​เป็นเพียงตำนาน​แต่คนก็ยังเชื่อกันจนทุกวันนี้ เกาะกาหลงจึง​เป็นเกาะเดียว​ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์​ที่สุด" แกเล่า

"คราวหน้า​ถ้าพวกผม​ไปกันอีก คง​ต้องขอแรงลุงให้ช่วยนำทาง"

"ด้วย​ความยินดี" แกรับคำด้วย​ความเต็มใจ

"ว่า​แต่เรา​จะ​เอายังไง​กับพวกห้าคนนั่นดี" จ้อนขอ​ความเห็น​เพราะกังวลอยู่​เหมือนกัน

"หรือมัน​จะปล้น ​แต่ไม่เคยปรากฏเลย​นี่มัน​จะหนี​ไปไหนพ้นนี่มันเกาะ​ใครคิดปล้นก็เท่า​กับคิดฆ่าตัวตาย" ลุงชูให้​ความเห็น

"มัน​ต้องแอบทำอะไร​กันสักอย่าง มันคงรอสัญญาณจากพวกมันอยู่​" โซ้ดตั้งข้อสังเกต

"ข้าไม่ชอบ​ที่มันมาแอบซุ่มอยู่​ในถิ่นของเรา นี่​ถ้า​เป็นสมัยก่อนข้าออก​ไปฉะ​กับมันแล้ว​" เสียงแกพูดท่าทางคล้ายไม่ค่อยพอใจ

"ไม่ห่วงว่าพวกเราทำธุรกิจ ผมไล่ยิงมันตกทะเล​ไปแล้ว​" โซ้ดว่า

"ไม่​เป็นไร พวกเราเตรียม​พร้อมไว้ก็แล้ว​กัน" จ้อนว่า

"ยังไงข้าก็ช่วยอีกแรง" ชายวัยดึกยังคงยืนยันเหมือนเดิม


**********


กลิ่นควันไฟลอยคลุ้งมาตามลม เสียงประทุลั่นดังเปรี๊ยะ มองเห็นเปลวไฟลุกโชนมาจากทางบังกะโลหลังดงมะพร้าว เสียงกู่ตะโกนกรีดร้องกันเซ็งแซ่ด้วย​ความตื่นตระหนก

ไฟไหม้ ! !

ไฟไหม้ ! !

ชาวอาทิตย์อุทัย​ที่​กำลังสนุกสนานกันอย่างสุดเหวี่ยง ต่างกู่ร้องตะโกนเรียกกันอื้ออึงวุ่นวายอลหม่าน พากันวิ่งตรง​ไปทาง​ที่เกิดเหตุ ​ซึ่ง​เป็นบังกะโลหลังหนึ่ง​อยู่​ด้านในสุด​เป็น​ที่พักของหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัยรุ่นคนหนึ่ง​ โชคดี​ที่ในนั้น​มี​แต่กระเป๋าเดินทาง​และเสื้อผ้านิดหน่อย​เท่านั้น​ ​ส่วนเอกสาร​และของมีค่า​เขานำติดตัว​ไปด้วย​โดยใส่ไว้ในเป้สะพายใบเล็ก​ที่สะพายติดตัวอยู่​ตลอดเวลา

จ้อน​และโซ้ดควบคุมการดับไฟอย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์ช่วยดับเพลิงอันทันสมัย สร้าง​ความประทับใจให้​กับลูกค้า ​โดยเฉพาะนักทัศนาจรชาวอาทิตย์อุทัย​ที่​กำลังสนุกสนาน​กับปาร์ตี้ชายหาด ​ซึ่งขณะนี้ปาร์ตี้นั้น​​ต้องปิด​ไป​โดยปริยาย

​แต่​เพื่อ​เอาใจลูกค้า จ้อนจึงสั่งนำอาหาร​ที่เหลือ​ที่​ได้เตรียมไว้แล้ว​ย้ายเข้ามาบริการลูกค้าภายในห้องอาหาร​และคอฟฟี่ช็อพ กลาย​เป็นอินดอร์ปาร์ตี้​ที่สนุกสนาน​ไปอีกแบบ

ขณะ​ที่​กำลังชุลมุนกันอยู่​นั้น​ ​ได้มีเหตุการณ์หนึ่ง​เกิดขึ้น​ในเวลาเดียวกัน​โดยไม่ทันมี​ใครสังเกตเห็น ! !

แอนนามารีหายตัว​ไปอย่างลึกลับ ! !


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2133 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน แผนร้าย --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๗๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11367 ], [83.180.100.114]
เมื่อวันที่ : ๑๑ เม.ย. ๒๕๕๐, ๑๗.๐๐ น.

ว้าว...​​.เริ่มตื่นเต้นแล้ว​​...​​.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น