นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #7
กาบแก้ว
......​..เธอช้อนหน้าขึ้น​มอง​เขาขณะ​ที่ชายหนุ่มก้มใบหน้าต่ำลงมา ริมฝีปากของ​เขาจรด​กับริมฝีปากบางๆ​​ที่เผยอรับของเธอนั้น​จ้อนไม่อาจหักห้ามอารมณ์ไว้​ได้ ​เขาจุมพิตหญิงสาวตาม​ที่หัวใจปรารถนา...​.....

ตอน : ทวงสัญญา

ทันที​ที่เห็นหนุ่มจ้อน​และน่านนที แอนนามารีก็รีบเอ่ยทัก​พร้อม​กับเดินตรงเข้า​ไปหา

"สวัสดีค่ะ​คุณจ้อน สวัสดีค่ะ​คุณน่าน" เธอยิ้มอย่างเปิดเผย

​ทั้งคู่เอ่ยทักทายตอบแอนนามารีเกือบ​จะ​พร้อมกัน​แต่ไม่​ได้พูดอะไร​ต่อ แอนนามารีเริ่มมี​ความรู้สึกว่า​คล้าย​กับเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา เธอจึงรีบออกตัว

"เอ่อ...​แอนน์มาขัดจังหวะอะไร​หรือเปล่าคะ​ ​ถ้า​กำลังคุยกันเรื่อง​สำคัญ​ต้องขอโทษด้วยนะคะ​"

"ไม่มีอะไร​หรอกครับ​ ​กำลังคุยกันเรื่อง​งานปาร์ตี้คืนนี้นะครับ​" ​เขาตอบเลี่ยงๆ​​ไป

"ปาร์ตี้อะไร​คะ​คืนนี้" สาวผมบลอนด์ถามอย่างสนใจ

"ปาร์ตี้ของพวกทัวร์ญี่ปุ่นนะ คุณแอนน์​จะมาร่วมด้วยก็​ได้"

"ให้แอนน์มาช่วยบริการแขกดีกว่าค่ะ​" แอนนามารีกล่าวด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ

ชายหนุ่มสั่งกาแฟดำให้สาวนอร์วีเจี้ยนผู้มาทีหลัง

"​เมื่อวานนี้คุณจ้อนช่วยแอนน์ตามหาคุณพ่ออย่างลำบากลำบน แอนน์ยินดีช่วยทุกอย่าง​เพื่อตอบแทนค่ะ​" เธอกล่าวอย่างจริงใจ

"ขอบคุณมากครับ​" จ้อนซึ้งในน้ำใจของสาวนอร์วีเจี้ยน

"ไม่​เป็นไรค่ะ​"

"วันนี้​ต้องงดตามหาคุณพ่อคุณหนึ่ง​วัน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มค้นหาต่อ" ชายหนุ่มบอก

"แอนน์ทราบดีค่ะ​ ​เมื่อวานเราค้นจนเกือบทั่วเกาะกาหลงแล้ว​ คุณน่านน่า​จะ​ได้​ไปด้วย โอ..ผจญภัยกันสุดๆ​เลย​"

"จริงหรือคะ​" น่านนทีซักด้วย​ความสนใจ

"จริงซีขนาดฟิลลิป​เป็นลม​ไปเลย​ล่ะ คุณน่าน" แอนนามารีบอก

กาแฟดำถูกนำมาเสริฟ

"นี่สงสัยฟิลลิปคงเข็ด​ไปอีกหลายวัน" จ้อนว่า

"ทำไมหรือคะ​ พี่จ้อน" น่านนทีหันมาถามชายหนุ่ม

"​เมื่อวานเราเจอกันหลายอย่าง ​ทั้งงูหลามยักษ์เขมือบลิง ​ทั้งถ้ำลึกลับ​ที่มีหีบศพ แล้ว​ก็ยังเรือไวกิ้งโบราณ ​และคืนเดือนเพ็ญบนเกาะกาหลง มัน​เป็นเกาะร้าง​ที่ดู​จะมี​ความลี้ลับน่ากลัว" ​เขาเล่าให้หญิงสาวฟังคร่าวๆ​

"ฟังดูน่าตื่นเต้นจริงๆ​" น่านนทีเห็นด้วย "วันหลังให้น่าน​ไปด้วยคนนะ น่านยังไม่เคย​ไปเกาะกาหลงเลย​"

"ดีซีคะ​ แอนน์​จะ​ได้มี​เพื่อนคุยบ้าง" เธอว่า

"นะคะ​พี่จ้อน ให้น่าน​ไปด้วย" น่านนทีหันมาออดจ้อน

"ตกลง ​แต่​ต้อง​เป็นโอกาส​ที่เรา​ไป​โดยไม่มีอันตราย" จ้อนรับปาก

"ผม​ได้ให้เด็กของผม​เอารูปภาพคุณพ่อของคุณออกแจกจ่าย​ไปทั่วบริเวณนี้หมดแล้ว​ ​ถ้ามีคนพบท่านคง​ได้ข่าวบ้างไม่ช้าก็เร็ว" ​เขาหันมาบอกแอนนามารี

"​เป็น​พระคุณ​ที่สุดเลย​ค่ะ​ คุณจ้อน"

"ไม่​เป็นไรครับ​ ผมบอกแล้ว​ยังไงล่ะครับว่า​ยินดีช่วยคุณเต็ม​ที่"

ตลอดเวลา​ที่แอนนามารีพูดคุยอยู่​​กับหนุ่มจ้อนนั้น​ น่านนทีสังเกตเห็นว่า แววตาของสาวนอร์วีเจี้ยนผมบลอนด์​ที่มองมายังชายหนุ่มนั้น​ เต็ม​ไปด้วย​ความนิยมชมชื่น เธอคิดว่าตาเธอไม่​ได้ฝาดแน่ ​เป็นการบังเอิญอะไร​เช่นนี้ ​ที่แอนนามารีเปิดประตูเดินเข้ามาจังหวะ​พอดีกัน​กับ​ที่เธอ​และชายหนุ่ม​กำลัง​จะให้สัญญาหัวใจแก่กัน น่านนทีเริ่มรู้สึกหงุดหงิด ​แต่ก็พยายามทำใจให้​เป็นปกติ ​เพราะ​ทั้งเธอ​และจ้อนยังไม่​ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไร​กัน​เป็นเรื่อง​​เป็นราว

นับว่า​เป็นการดี​ที่เธอ​จะ​ได้พิสูจน์หัวใจของชายหนุ่ม ว่า​จะมี​ความมั่นคงต่อเธอเพียงใด ​ถ้าเปรียบเธอ​กับสาวผมบลอนด์คนนี้​เป็นคู่แข่งกันแล้ว​ไซร้

แอนนามารีนับ​เป็นคู่แข่ง​ที่น่าเกรงขามไม่น้อยเลย​ !

ปลงเสียเถอะ ! !

สมดังคำ​พระท่านว่า

อะไร​​จะเกิดมันก็​ต้องเกิด สุดแล้ว​​แต่เวรกรรม !

น่านนทีนึกถึงคุณยาย​ที่ชอบพูดคำนี้อยู่​เสมอ เสมือนประหนึ่ง​​จะเตือนให้ระลึกถึงกฎแห่งกรรมอยู่​ตลอดเวลา

นักท่องเ​ที่ยว​ทั้งชาวไทย ชาวตะวันตก​และชาวญี่ปุ่น เริ่มทะยอยกันเข้ามาจนแน่นร้าน เต็ม​ไปหมด​ทั้งคอฟฟี่ช็อพ​และห้องอาหาร บรรดาพนักงานต้อนรับ เด็กเสิร์ฟ พ่อครัว แม่ครัว รวมถึงพวกรูมเมท​และพนักงานทำ​ความสะอาดต่างวุ่นกัน​ไปหมด นับว่าวันนี้​เป็นอีกวันหนึ่ง​​ที่จรจรัล​และจันทร์จิราสองพี่น้องเจ้าของ เส้นขนานรีสอร์ต มี​ความปลาบปลื้ม​และอิ่มเอมใจ​เป็น​ที่สุด


***************


งานปาร์ตี้ของกลุ่มทัวร์ชาวญี่ปุ่น ณ บริเวณชายหาดด้านหน้าเส้นขนานรีสอร์ต เตาย่างบาร์บีคิวส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย​ไปไกล เสียงเพลงจากเครื่องเสียงดังก้องกังวาน ผสาน​กับเสียงร้องเพลงคาราโอเกะคลอ​ไป​กับเสียงดนตรีของชาวอาทิตย์อุทัย​ทั้งหลาย​ที่เริ่มออกรสออกชาดอย่างสนุกสนาน ชาย​และหญิงบางคู่ก็ออกรอบจับคู่เต้นรำกันบนพื้นทรายนั่นเอง บางกลุ่มก็นั่งคุยกัน​ที่โต๊ะ บ้างก็นอนคุยกันบนเสื่อกกริมหาดทราย บ้างก็นอนเล่นบนเก้าอี้ผ้าใบ ปล่อยอารมณ์​ไป​กับธรรมชาติยามค่ำคืน

บริเวณเตาบาร์บีคิว...​..!

​ที่โต๊ะบุฟเฟ่ต์​ทั้งอาหาร​และเครื่องดื่ม

มีผู้​ที่มาร่วมงานเดินวนเวียน​ไปมาอยู่​ไม่ขาดสาย...​...​.

จ้อน จันทร์จิรา น่านนที เรวดี สุภาวิไล​และแอนนามารี ต่างแยกย้ายกันดูแล​ความเรียบร้อย​ เดินวนเวียน​ไปมารอบงาน ฟิลลิปช่วยคุมเครื่องเสียงอยู่​​กับเด็กหนุ่ม​ที่ชื่อแดง ​โดยฟิลลิปรับหน้า​ที่​เป็นโฆษกของงานด้วยคู่​กับสาวญี่ปุ่นขี้เล่นช่างเจรจานางหนึ่ง​ รูปร่างเธอสวยเซ็กซี่ไม่เบา

​ส่วนโซ้ดหรือนายสดใสหนุ่มหน้าตายซุ่มเดินสังเกตการณ์เงียบๆ​อยู่​รอบนอก ​เขามีหน้า​ที่คอยดูแล​ความปลอดภัย​และ​ความสงบเรียบร้อย​ของงาน ​เนื่องจาก​เขา​เป็นคนช่างสังเกต​และรอบคอบสิ่งต่างๆ​​ที่ผิดปกติ​โดยรอบบริเวณ​จะอยู่​ในสายตา​เขาตลอดเวลา

​ที่ริมโขดหินห่างประมาณสองร้อยเมตรจากกลุ่มชาวญี่ปุ่น​ที่​กำลังสนุกสนาน​กับงานปาร์ตี้กันอย่างครื้นเครงนั้น​ มีกลุ่มคนประมาณห้าคนในชุดดำ​แต่งตัวกลมกลืนเข้า​กับ​ความมืด ​ทั้งหมดมีอาวุธครบมือ ต่างยืนซุ่มบังโขดหินคอยรอฟังคำสั่ง​เพื่อเข้าปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง​

แสงไฟวาบแดงจากการดูดบุหรี่​ที่โขดหินห่างออก​ไปเกิดขึ้น​​เป็นระยะๆ​มานานแล้ว​ โซ้ดอยาก​จะเดินออก​ไปดูใกล้ๆ​เหลือเกิน ​เพราะจากแสงไฟฟ้า​ที่ค่อนข้างสว่างไสวจากงานปาร์ตี้​และแสงเดือนยามแรมหนึ่ง​ค่ำนั้น​ ​พระจันทร์ยังคงสว่างนวลพอ​ที่​จะทำให้โซ้ด​สามารถมองเห็นเงาตะคุ่มๆ​​ที่ริมโขดหิน​ได้รางๆ​ แรกทีเดียว​เขาคิดว่า​เป็นพวกชาวประมงจับกลุ่มคุยกันตามปกติธรรมดา หรือไม่ก็​เป็นพวกนักท่องเ​ที่ยวมาแอบสูบกัญชากัน

​แต่ยิ่งเพ่งมอง​และสังเกตดูก็คิดว่าไม่น่า​จะใช่ !

​เพราะดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้น​​จะพยายามยืนหลบหลังโขดหินบังแสงไฟ​ที่ส่องสว่างมาจากงานปาร์ตี้อยู่​ตลอดเวลา ​เขาไม่​สามารถ​ที่​จะรู้​ได้ว่าพวกนั้น​มีกันกี่คน​และมี​ความประสงค์สิ่งใด อย่างน้อย​เขาคิด​เอาเองว่าพวกนี้คงไม่​ได้มาดีแน่ๆ​

ตั้งแต่โซ้ดเริ่มสังเกตเห็นพวกนั้น​กว่าสองชั่วโมงล่วงมาแล้ว​ ยังไม่มีท่าทีเลย​ว่าคนใดคนหนึ่ง​ในกลุ่มนั้น​​จะปรากฏตัวให้เห็นหรือเดินลง​ไปทางชายหาดเลย​สักคนเดียว

​เพื่อ​ความไม่ประมาท โซ้ดจึงเดิน​ไป​ที่ชายหาด ลุยน้ำ​ไป​ที่เรือเล็ก​ที่เข็นขึ้น​มาเกยหาดไว้ตั้งแต่ช่วงน้ำลง ขณะนี้น้ำเริ่มขึ้น​เรือลอยลำอยู่​ลึกเพียงเลย​เข่าขึ้น​มาหน่อย​เดียว ถึงเรือเล็ก​เขาล้วงมือเข้า​ไปใต้เบาะรองนั่งหยิบ​เอา .44 แม็กนั่มคู่ใจออกมาเหน็บไว้​ที่เอว อย่างน้อย​ที่สุดตอนนี้​เขาก็มี​ความอุ่นใจมากขึ้น​กว่าเดิม หากมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น​ ​เขาคงแก้ไขสถานการณ์​ได้ไม่มากก็น้อย

โซ้ดสอดส่ายสายตา​ไปรอบๆ​งาน​เพื่อมองหาจ้อน ​เขาเห็นจ้อนยืนคุยอยู่​​กับลูกค้าชาวญี่ปุ่น​ที่ข้างโต๊ะบุฟเฟ่ต์มือถือแก้วเหล้าบางๆ​ โซ้ดรีบเดินตรง​ไปหาทันที ​เขากล่าวขอโทษชาวญี่ปุ่นคนนั้น​ก่อนแล้ว​กระซิบเบาๆ​​กับจ้อน ​เมื่อทราบจุดประสงค์ของโซ้ด จ้อนจึงหัน​ไปขอตัวเดินตามโซ้ดออกมายืน​ที่ใต้ต้นมะพร้าวข้างเตาบาร์บีคิว

"ข้าสงสัยพวกมันจริงๆ​ว่ะจ้อน" โซ้ดพูดพลางบุ้ยปาก​ไปทางโขดหินก้อนนั้น​

"เอ็งคิดว่าพวกมัน​เป็น​ใครกันวะ" จ้อนถาม

"นี่แหละ​​ที่ข้าอยากรู้ ​จะ​ได้หาทางแก้ไข​ได้ทันท่วงที ข้าพยายามสังเกตดูพวกมันมากว่าสองชั่วโมงแล้ว​" โซ้ดบอก

"ก็ทำไมไม่เดิน​ไปถามมันตรงๆ​เลย​วะว่ามัน​ต้องการอะไร​" จ้อนว่า

"จ้างให้มันก็ไม่มีวันบอกเอ็งหรอก"

"​เอายังงี้ ข้าคิดออกแล้ว​" จ้อนดึงแขนโซ้ดให้นั่งลงยองๆ​​กับพื้นทราย

"ยังไงวะ"

"ข้า​จะให้คนแกล้งเดินเข้า​ไปสืบดูพฤติการณ์ของพวกมัน"

"​ใครวะ"

"ลุงชู" จ้อนบอก "เอ็งเห็นแกมั่งไหมวะ"

​เขาหมายถึงชายชาวประมง​ที่อยู่​ในภาพเขียน​ที่น่านนทีดู​ที่คอฟฟี่ช็อพ

"เจอหน้าแกครั้งสุดท้ายตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว​ คืนนี้ยังไม่เห็นแกโผล่มาเลย​ สงสัย​จะเมาหลับ​ไปแล้ว​มั้ง" โซ้ดว่า

"ประเดี๋ยวข้า​จะ​ไปตามหาแกเอง โซ้ด..ข้าฝากดูทางนี้ด้วย ข้า​ไปไม่นานหรอก" จ้อนตบไหล่​เพื่อนแล้ว​ลุกขึ้น​เดินจาก​ไป

จ้อนหลบออกจากงานปาร์ตี้เดินลัดเลาะ​ไปทางด้านหลังรีสอร์ตอย่างระมัดระวัง ตรง​ไป​ที่กระท่อมเล็กหลังหนึ่ง​​ซึ่งปลูกติดดินมีราวแหอวนแขวนอยู่​ระเกะระกะ ​เขาเคาะประตูกระท่อมก่อนร้องเรียกเบาๆ​พอ​ได้ยิน

"ลุงชู...​ลุงชู"

เสียงพลิกตัวแกรกกรากบนแคร่​แต่ไม่มีเสียงตอบ

"ลุงชู..ลุงชู" จ้อนเรียกซ้ำเสียงดังกว่าเก่า

เสียงขยับตัวบนแคร่อีก​พร้อมเสียงร้องถามออกมาดังๆ​

"​ใครเรียกวะ"

"ผมเองจ้อน"

"อ้าวคุณจ้อนเองเรอะ เดี๋ยวนะครับ​"

เสียงสะบัดผ้าขาวม้าหรืออะไร​สักอย่าง จากนั้น​ก็มีเสียงเดินมาแล้ว​ประตูก็เปิดออก

"งานปาร์ตี้คงสนุกมากนะครับ​ เสียงดังครึกครื้นเชียว" ลุงชูเจ้าของกระท่อมเอ่ยขึ้น​ก่อน

"เสียงพวกญี่ปุ่นร้องคาราโอเกะกันนะครับ​ วันนี้คนเยอะเลย​สนุกกันใหญ่ นึกว่าลุง​จะออก​ไปเฮ้วด้วยเสียอีก"

"ไม่ไหวหรอกครับ​ เมามาหลายคืนแล้ว​ คืนนี้เว้นสักคืน ว่า​แต่คุณจ้อนมาหาผม มีอะไร​​ที่​จะให้ผมรับ​ใช้หรือครับ​" ชายกลางคนถาม

"ผมมีเรื่อง​สำคัญ​จะให้ลุงช่วยหน่อย​"

"​เอาเลย​ครับ​..ว่ามาเลย​" เสียงชายวัยดึกกล่าวอย่างแข็งขันขึ้น​ทันควัน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจ รวม​ทั้งอุปนิสสัยใจคอ​และ​ความสำคัญ​ที่มีต่อกัน

ลุงชูคนนี้เอง​ที่​เป็นหุ่นบนภาพวาดสีน้ำมันในคอฟฟี่ช็อพ​ที่น่านนทียืนดูอยู่​​เมื่อตอนกลางวัน แก​เป็นชาวประมง​ที่ออกตกปลา​และลงอวนทุกวัน

"ผมอยาก​จะวานลุงให้​ไปทำอะไร​ให้สักหน่อย​ เดี๋ยวเดียว​ได้ไหมครับ​"

"โอเคซิกาแร็ต ว่ามาเลย​คุณจ้อน"

ชายหนุ่มดึงแขนให้แกนั่งลงบนแคร่หน้ากระท่อม ​พร้อม​ทั้งอธิบายให้ชายวัยดึกเข้าใจถึงแผนการณ์​ที่แก​จะ​ต้องกระทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้​โดยตลอด แกพยักหน้าหงึกๆ​อย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง​พร้อมขอตัวเข้า​ไปในห้อง​เพื่อเตรียมตัว ชายหนุ่มบีบแขนชายชราเบาๆ​ แล้ว​หันหลังเดินกลับ​ไปยังงานปาร์ตี้ของชาวอาทิตย์อุทัย​ที่​กำลังสนุกสนานกันอย่างสุดเหวี่ยงอยู่​​ที่ชายหาด


***************


​ที่งานปาร์ตี้ชายหาด น่านนที​กำลังมองหาจ้อนอยู่​​พอดี​ที่ชายหนุ่มเดินกลับเข้า​ไปในงาน เธอเดินตรงมาหา​เขาเกือบ​จะทันที​ที่​เขาผ่านเตาบาร์บีคิว​เพื่อ​ไปหาโซ้ด

"พี่จ้อนคะ​" เสียงเธอร้องเรียก

"มีอะไร​หรือน่าน" ​เขารู้สึกหัวใจเต้นแรง​เมื่อเห็นหน้าหญิงสาว

"พี่จ้อน​ไปไหนมาคะ​ น่านมองหาตั้งนาน"

"อ๋อ..​ไปคุย​กับลุงชูมา ชาวประมงคน​ที่อยู่​ในรูปเขียน​ที่น่านดู​เมื่อตอนเช้า​นี้ไงจ๊ะ​" ​เขาบอกหล่อน

"เหรอคะ​ น่านมีอะไร​​จะบอกพี่จ้อนด้วยล่ะ"

"ข่าวดีหรือเปล่า พี่​จะ​ได้เตรียมใจไว้"

"ข่าวดีซิคะ​ เกี่ยว​กับ​ที่เราคุยกัน​เมื่อเช้า​นี้" เธอพูดตา​เป็นประกาย

"​เมื่อเช้า​นี้" จ้อนทวนคำ

"ก็​เมื่อเช้า​นี้​ที่พี่จ้อนขอสัญญาไงคะ​" เธอพูดย้ำ

"สัญญา​เมื่อเช้า​นี้"

ชายหนุ่มพูดซ้ำ ใจเต้นเหมือนตีกลอง ​เขานึกถึงสัญญา​ที่​เขาขอหล่อน​และหล่อนก็​ได้ให้คำมั่นว่า​จะอยู่​​ที่เกาะนานๆ​​และไม่รังเกียจ​เขา​พร้อม​ทั้งขอให้​เขาให้คำมั่นสัญญาแก่เธอเช่นเดียวกัน ​แต่​เขายังไม่ทัน​ได้เอ่ยสิ่งใดก็​พอดีสาวผมบลอนด์แอนนามารีพรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

​เขาทำมือบอกสัญญาณให้หญิงสาวยืนรออยู่​

​เขาเดิน​ไปหยิบค้อกเทลจากโต๊ะเครื่องดื่มมาให้หล่อน​และวิสกี้โซดาสำหรับตัวเองแล้ว​พาหล่อนเดิน​ไป​ที่เรือ​ที่เข็นมาเกยตื้นบนหาดทราย

​ทั้งคู่ยืนพิงเรือ​เขายกแก้วขึ้น​ชน​กับแก้วของหล่อน !

"​เพื่อสัญญาของเรา" จ้อนพูด​เพื่อยืนยัน​พร้อมยกแก้วขึ้น​จิบ

"ค่ะ​ ​เพื่อสัญญาของเรา" น่านนทีพึมพำคล้ายละเมอ

"ทีนี้ไหนลองบอกข่าวดีมาซิ" ​เขาทวง

"​เมื่อตอนกลางวันนี้น่านโทร.กลับ​ไป​ที่อ๊อฟฟิสคะ​ คุย​กับบ๊อสส์ขอ​เขาลาต่ออีกเจ็ดวัน" เธอบอกข่าวดีแก่​เขา

"ข่าวดีจริงๆ​ด้วย พี่อยาก​จะร้องไชโยให้ดังๆ​" ​เขาหมาย​ความตาม​ที่พูดจริงๆ​

"น่าน​ได้ทำตามสัญญา​ที่ให้ไว้​กับพี่จ้อนแล้ว​ คราวนี้ก็ถึงตาพี่จ้อนบ้างล่ะ ​เพราะ​เมื่อเช้า​นี้พี่จ้อนยังไม่ให้สัญญา​กับน่านเลย​" หล่อนทวงบ้าง

"โอเค ฟังให้ดีนะ" ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ​

"​กำลังตั้งใจฟังค่ะ​" เสียงหญิงสาวเตือนคล้ายกลัวว่า​จะมีคนมาขัดจังหวะอีก

"​เมื่อน่านไม่รังเกียจพี่​และยินดีทำตาม​ที่ให้สัญญา พี่ก็ขอบอกน่านว่าพี่เองก็รักน่านเช่นเดียวกัน"

คำพูดของ​เขาชัดถ้อยชัดคำ ​เมื่อพูดออก​ไปแล้ว​เสมือนหนึ่ง​ยกภูเขาออกจากอก ​ความรู้สึกของ​เขาตอนนี้เหมือนหนุ่มรุ่นกระเตาะ​ที่เพิ่ง​จะเอ่ยปากฝากรัก​กับสาว​เป็นครั้งแรกก็ไม่ปาน

"พี่จ้อนพูดจริงๆ​นะคะ​นี่" น่านนทีแทบไม่เชื่อหูตนเอง เธอพูด​กับ​เขาเหมือนอยาก​ได้ยินซ้ำแล้ว​ซ้ำอีก

"จริงจากขั้วหัวใจเลย​เชียวล่ะ" ชายหนุ่มยืนยัน

จ้อน​เอามือโอบร่างเพรียวบางเข้ามากอด จูบ​ที่แก้มเบาๆ​ หญิงสาวซบหน้าลง​กับไหล่ของชายหนุ่มร่างอ่อนระทวย น่านนทีอยากอยู่​ในอ้อมกอดของ​เขานานๆ​ สัมผัสกระชับจากอ้อมกอดของชาย​ที่เธอรักช่างมีมนต์ขลังเสียเหลือเกิน

เธอช้อนหน้าขึ้น​มอง​เขาขณะ​ที่ชายหนุ่มก้มใบหน้าต่ำลงมา ริมฝีปากของ​เขาจรด​กับริมฝีปากบางๆ​​ที่เผยอรับของเธอนั้น​จ้อนไม่อาจหักห้ามอารมณ์ไว้​ได้ ​เขาจุมพิตหญิงสาวตาม​ที่หัวใจปรารถนา กลิ่นกายสาวของเธอพา​เอาอารมณ์สวาทของ​เขากระเจิง​ไปไกล


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2129 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ทวงสัญญา --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๘๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-11364 ], [83.180.100.114]
เมื่อวันที่ : ๑๑ เม.ย. ๒๕๕๐, ๑๖.๕๒ น.

ว้าว...​​.โรแมนติกจังเลย​​...​​.


ขอบคุณ​​ที่เว้นบรรทัดให้ค่ะ​​ อ่านง่าย สบายตาขึ้น​​เยอะเลย​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น