นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) #10
รจนา ณ เจนีวา
...​ไปอังกฤษเ​ที่ยวนี้ดีกว่าเดือนมกราคมเยอะเลย​ ฝนตกน้อยลงจนไม่น่ารำคาญ​แต่ประการใด ​ที่ดี​คือไม่มีนักท่องเ​ที่ยวมากนัก​เพราะเพิ่งผ่านเทศกาลอีสเตอร์​ไปหยกๆ​ จึงทำให้เดินทาง​ได้อย่างสบายๆ​...

ตอน : 9: ไปอังกฤษรอบสอง

สวัสดีค่ะ​ เืพื่อนๆ​

(ช่วงนี้ขยันรับปีใหม่ โพสต์ถี่หน่อย​นะคะ​ คงอ่านกันทัน หากพิมพ์ผิดหรือตกบกพร่องก็ช่วยท้วงติงด้วยค่ะ​ แก่แล้ว​หูตามัก​จะลาย มือก็พิมพ์ไม่ตรง​กับใจคิดค่ะ​ )​

ตอน​ที่ลงบท​ความเหล่านี้​เมื่อสองปีก่อน ​ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น​กับแฟนคอลัมน์​ทั้งเก่า​และใหม่ ทำให้มี​กำลังใจเขียนมากขึ้น​ค่ะ​ หากคอลัมน์ของแม่บ้านนี้​จะยัง​ความเพลิดเพลิน​และ​ความรู้ให้​กับผู้อ่านท่านใด ก็ขอให้อานิสงค์นั้น​ตกอยู่​​กับผู้เขียนให้เขียน​ได้คล่องๆ​ทุกฉบับ​เถิด ผู้อ่าน​จะ​ได้มีอะไร​ดีๆ​อ่านต่อ​ไปเรื่อยๆ​ อันนี้ขอแบบเข้าข้างตัวเองเต็ม​ที่เลย​ค่ะ​...​...​.

เดินทางอย่างสบายๆ​​กับอีซี่เจ็ท

พ่อบ้าน​กับแม่บ้านนั่งอีซี่เจ็ท EasyJet จากเจนีวา​ไปลอนดอน สายการบินอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีตั๋ว (สม​กับ​เป็นแม่บ้านอิเล็กทรอนิกส์หน่อย​) ​ที่จองตั๋วทางอินเทอร์เน็ต รับหมายเลขจอง แล้ว​ก็​ไปขึ้น​เครื่อง​ได้เลย​ ​พร้อมด้วยพาสปอร์ต​กับวีซ่า​ที่ไม่หมดอายุก็​ใช้​ได้แล้ว​

การเช็คอินก็มีหลักง่ายๆ​​คือ เช็คอิน​แต่เนิ่นๆ​​แต่ไม่เร็วกว่าสองชั่วโมงก่อนเครื่องออก ​ใครมาก่อน​ได้ขึ้น​เครื่องก่อน ​ถ้าเราเช็คอิน​เป็นคน​ที่ยี่สิบ​เขาก็เรียกขึ้น​เครื่องอันดับต้นๆ​

พอขึ้น​แล้ว​ก็เลือกนั่งตามอัธยาศัยเหมือนบขส.​ที่วิ่งตามหัวเมืองบ้านเรา ไม่มีหมายเลข​ที่นั่งให้จ้ะ​ บนเครื่องไม่มีน้ำไม่มีอาหารไม่มีหนังสือพิมพ์แจกฟรี น้ำ​ต้องซื้อ ​เพราะ​เขาขายตั๋วถูก ​และบินแค่ระยะสั้นๆ​สองสามชั่วโมง ยิ่งซื้อตั๋วล่วงหน้านานเท่าไรก็​ได้ตั๋วถูกเท่านั้น​ บางครั้งเห็น​เพื่อนบิน​ไปเ​ที่ยวอังกฤษด้วค่าตั๋วแค่พันกว่าบาท​ไทยเท่านั้น​ ​และตั๋วช่วงกลางอาทิตย์​จะถูกกว่าตั๋ววันหยุดหรือวันต้นหรือปลายสัปดาห์

แม่บ้านบอกไว้ละเอียดเกิด​ใครอยาก​จะ​ใช้บริการเวลามาแถวยุโรป นอกจากอีซี่เจ็ทแล้ว​ก็มีไรอันแอร์​ที่บินจากบรัสเซลล์ด้วย เรียกว่า ​เขาต่างมีเส้นทางของตัวเอง​และกลุ่มลูกค้าของตน

​แต่ของถูกก็มัก​จะขาด​ความสะดวก​สบาย เครื่องของเรา​ความจริง​ต้องออกจากเจนีวาเวลาสิบโมงครึ่ง ​แต่ล่าช้า​ไปออก​เอาบ่ายสองโมง พ่อบ้าน​กับแม่บ้านก็เลย​​ได้เดินทัวร์สนามบิน หาซื้อหนังสืออ่านเล่น​และกินข้าวเ​ที่ยงแบบไม่คาดฝัน

กว่า​จะถึงลอนดอนก็บ่ายแก่ๆ​ ดี​ที่เวลา​ที่ลอนดอนช้ากว่าเราหนึ่ง​ชั่วโมง พอลงจากเครื่อง​ได้กระเป๋าก็ลากติดลูกล้อ​ไปสถานีรถไฟ​ซึ่งอยู่​ติดสถานี ซื้อตั๋วรถไฟด่วน​เพื่อต่อ​ไปยังเมือง​ที่เรา​เอารถเรนจ์โรเวอร์​ไปเปลี่ยนพวงมาลัย ก็สนุกสนานดี

ตอนเปลี่ยนรถ​ที่สถานีวิคทอเรีย ​ใคร​ที่เคยอยู่​อังกฤษคงนึกภาพสถานี​ที่ใหญ่กว่าหัวลำโพงสักห้าเท่าออกว่ามันสับสนอลหม่านขนาดไหน แม่บ้าน​กับพ่อบ้านรู้สึก​เป็นบ้านนอกเข้ากรุงจริงๆ​​เพราะหาชานชาลา​ที่​จะต่อรถ​ไปดาร์ทฟอร์ดอยู่​หลายนาทีกว่า​จะเจอ เรียกว่าถนัด​แต่ขับรถ​กับนั่งรถเมล์ (อ้อ ขับเครื่องบินด้วย) ​แต่ไม่ถนัดนั่งรถไฟจ้า รวม​ทั้งเมืองเจนีวานี้เล็กมาก​เมื่อเทียบ​กับลอนดอน ​และชีวิต​ที่เจนีวาสงบกว่ากันมา

เบดแอนด์เบรคฟาสต์ หรือ BB

ขออนุญาตเรียกประเทศ​เขาว่า เมืองผู้ดี ตาม​ที่หนังสือพิมพ์คอลัมน์ข่าวกีฬามัก​จะให้ฉายากัน (เช่น เมืองเบียร์สำหรับเยอรมนี เมืองกังหันลมสำหรับฮอลแลนด์ )

​ไปอังกฤษเ​ที่ยวนี้ดีกว่าเดือนมกราคมเยอะเลย​ ตอนนั้น​ฝนตกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ​แต่ตกแบบพรำๆ​ อากาศครึ้มตลอด ชวนให้ไม่สบายตัว​และเหงาหงอย​เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เดือนเมษายน อากาศอุ่นขึ้น​มาก ​และฝนก็ตกน้อยลงจนไม่น่ารำคาญ​แต่ประการใด ​ที่ดี​คือไม่มีนักท่องเ​ที่ยวมากนัก​เพราะเพิ่งผ่านเทศกาลอีสเตอร์​ไปหยกๆ​ จึงทำให้เดินทาง​ได้อย่างสบายๆ​

เรา​ไป​เอารถ พ่อบ้านตรวจเช็​ความเรียบร้อย​ แม่บ้านเช็ดฝุ่นในรถอย่างเร่งรีบ แล้ว​เราก็รีบขับจากดาร์ทฟอร์ด​ไปเมืองปีเตอร์สฟิลด์​ซึ่งแม่บ้านจอง​ที่พัก​ที่เรียกว่า Bed & Breakfast ​ซึ่ง​เป็น​ที่พักคนเดินทาง​ที่ประกอบด้วยเตียงนอน​กับอาหารเช้า​สมชื่อ ในยุโรป​จะมีบริการ​ที่ว่านี้ทั่ว​ไปหมด ​โดยเฉพาะตามเส้นทางท่องเ​ที่ยว ในฝรั่งเศสเรียกว่า Chambre d’ Hotes แปลว่า ห้องสำหรับแขก



หลักการก็​คือ​เป็นบ้านพักอาศัยของชาวเมืองหรือชาวนา​ที่อาจ​จะหลังใหญ่หน่อย​ ​ส่วนใหญ่​เป็นครอบครัวชาวนา​ที่​เป็นครอบครัวขยาย พอลูกหลานเติบโต​แต่งงานจากบ้าน​ไป บ้านก็มีห้องว่างหลายห้อง​เป็นค่า​ใช้จ่าย​ที่​ต้องดูแลรักษา (เช่น การรักษา​ความอุ่นในบ้าน) พ่อแม่​ที่เกษียณอายุแล้ว​ก็เกิด​ความคิดว่าน่า​จะหาราย​ได้จากห้องพักเหล่านี้​และ​เป็นการ​ใช้เวลาว่างให้เกิดราย​ได้ด้วย

ก็เลย​ปรับปรุงสภาพตาม​ที่เห็นว่าสมควร​และตามรสนิยม เช่น ​ส่วนใหญ่​จะต่อห้องน้ำห้องส้วมเพิ่มเติมไว้​กับห้องนอนให้เหมือนคล้ายๆ​โรงแรม หรือสร้างห้องเพิ่มสำหรับ​เป็นห้องอาหารหรือห้องพัก แล้ว​​แต่พื้น​ที่ ​และแบ่งสัด​ส่วน​ระหว่างเจ้าของบ้าน​กับแขกไม่ให้ปะปนกัน เรียกว่าต่างคนต่างมี​ความ​เป็น​ส่วนตัว บางทีก็มีห้องทำอาหารให้แขกทำอาหารทานกันเอง ​โดยมีเครื่องครัวให้​พร้อม

เล่า​ความ​เป็นมาของบีแอนด์บีเผื่อ​เพื่อนฝูงคนใดอยากมาเ​ที่ยว เสน่ห์ของมันก็​คือการ​เป็นบ้านจริงๆ​​ที่เรา​ได้สังเกตเรื่อง​เครื่องเรือน​ความ​เป็นอยู่​ อาหารการกิน เครื่อง​ใช้ นิสัยใจคอของคนในท้องถิ่น

​ที่สำคัญ​คือบ้าน​ที่เปิดให้คนอาศัยนี้มัก​จะ​เป็นฟาร์มเก่าหรือบ้านสไตล์สวยงาม ทรงโบราณอายุเก่าแก่​เป็นร้อยปี มีสวนดอกไม้น่ารัก มีประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น อยู่​ในทำเล​ที่งดงาม ริมลำธาร กลางทุ่งนาป่า​เขา บนไหล่​เขา ริมทะเล ในเมืองท่องเ​ที่ยว​ที่มีน่ารัก​และมีเสน่ห์

การพักบีแอนด์บีถือ​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของการท่องเ​ที่ยวทางวัฒนธรรม บางครั้ง​ถ้าเจ้าของบ้านช่างคุยช่างเล่า เราก็​จะ​ได้เรียนรู้อะไร​ดีๆ​เกี่ยว​กับเมืองของ​เขา บีแอนด์บี​ส่วนใหญ่​จะมีพวกหนังสือนำเ​ที่ยว แผน​ที่เมือง คู่มือ​ที่พักต่างๆ​ โปสการ์ด ไว้บริการนักท่องเ​ที่ยว คน​ส่วนใหญ่​จะพักแค่สั้นๆ​แล้ว​ก็เดินทางต่อ ​แต่​ถ้าเมืองไหนฮิตหน่อย​ แขกก็อาจ​จะพักทีละนานๆ​ มีห้องพัก​ทั้งเดี่ยว คู่ สามคน ​และครอบครัว

แม่บ้าน​ได้อาศัยอินเตอร์เน็ทช่วยในการค้นหา​ที่พัก ราคา​เขามาตรฐาน (​คือแพงเสมอกันหมด )​ ไม่มีการ​ต้องต่อราคาเรทข้าราชการหรือเรทยูเอ็นจ้ะ​ คิดว่าบาง​ที่ราคาอาจแพงกว่าโรงแรม ​แต่สู้กันไม่​ได้เรื่อง​​ความอบอุ่น​เป็นกันเอง

เมืองอังกฤษของแพงมาก ​จะ​ไปเ​ที่ยว​ต้องทำใจ​กับขนเงินในถุงใหญ่ๆ​​ไปด้วย หรือ​ถ้าขี้เกียจหิ้วก็​เอา​ไป​แต่บัตรพลาสติกก็พอจ้ะ​ ​แต่บีแอนด์บี​ส่วนใหญ่รับเงินสดเท่านั้น​ค่ะ​



บีแอนด์บีแห่งแรก​ที่พวกเราพัก​เป็นบ้านสไตล์ชนบท อยู่​ริมถนนในหมู่บ้านเล็กๆ​ ห้องอาหาร​เป็นเรือนกระจกมองเห็นสวนสวยงาม ห้องนอนอบอุ่น เครื่องนอนลายดอกไม้หวานๆ​แบบอังกฤษ มีห้องน้ำในตัว ราคาห้าสิบปอนด์ต่อคืน ​เอาหกสิบกว่าๆ​คูณ (เกือบ​จะพักโอเรียนเต็ล​ได้ละมั้ง)

ผู้จัดการ​คือสองคนผัวเมีย ​เขามีห้องพักแค่สองห้อง ตอนเรา​ไปไม่มีคนอื่นมาพักด้วย ก็เคยครอบครองห้องรับแขกกันแค่สองคน มีภาพบ้านในชนบทอังกฤษส่งมาให้ดู​ความน่ารักของ​เขาค่ะ​ ​เพื่อนๆ​​จะเห็นท้ายรถเรนจ์โรเวอร์คัน​ที่พวกเรา​ใช้ด้านขวามือของภาพด้วยค่ะ​ ​ที่พักอื่นๆ​​ที่สวยกว่านี้ก็ยังมีอีกเยอะค่ะ​ ​แต่ถ่ายรูปไม่ทัน


อาหารเช้า​แบบอังกฤษ

อาหารเช้า​ของคนอังกฤษ​เป็น​ที่ขึ้น​ชื่อยิ่งกว่าอาหารมื้ออื่นๆ​ มีคนพูดว่า หาก​ไปอังกฤษ แค่กินอาหารเช้า​สามมื้อก็ไม่อดตายแล้ว​ มีคนกล่าวหาว่า คนอังกฤษไม่ค่อยมีฝีมือเรื่อง​ทำอาหาร ​แต่อาหารเช้า​ของ​เขาอบอุ่นยิ่งกว่าอเมริกันเบรคฟาสต์ ​คือมีชากาแฟ คอร์นเฟลค (เกล็ดข้าวโพด) ผลไม้ น้ำผลไม้ ให้กินเล่นๆ​ก่อนจานหลัก

พอท้องหายว่างแล้ว​ ​เขาจึง​จะ​เอาไข่ดาวหรือไข่กวนมาเสิร์ฟในจาน​ที่มีล้อมรอบด้วยเห็ดกระดุมสองสามดอก มะเขือเทศผ่าครึ่งทอดหรือสด เบคอน​ที่เต็ม​ไปด้วยเนื้อมากกว่ามัน ทอดกรอบสีทอง ไส้กรอกอังกฤษทอดแห้งๆ​หน่อย​ (​ที่คนเยอรมันถือว่า​เป็นไส้กรอกนอกคอก ​โดยสรุปว่ามี​แต่ผงขนมปังมากกว่าเนื้อหมู) มันฝรั่งฝานทอด​ทั้งเปลือกสองสามชิ้น หรือถั่วขาวอบซอสมะเขือเทศ

​ทั้งหมดนี้ทานคู่​กับขนมปังปิ้งทาเนย​และแยมตามใจชอบค่ะ​ ​ความจริงฟังดูก็คล้ายๆ​บุฟเฟต์อาหารเช้า​ตามโรงแรมเมืองไทยนั่นเอง ขาดก็​แต่ข้าวต้มเครื่อง ข้าวต้มกุ้ย ข้าวผัด หรือโจ๊ก ​กับบรรยากาศแบบไทยๆ​

​และ​จะเล่าให้ฟังถึงอาหารเช้า​อังกฤษอีกแบบ​ที่​ไปทาน​ที่เมืองริมทะเล ชื่อเมวากิซซี่ ในอีกสองวัน​ต่อมา ​คือ ปลาแฮดด็อค ​ที่ทำเค็มประมาณแดดเดียวแล้ว​ก็ทอดเกรียมน้อยๆ​ รสชาติใกล้เคียงปลากุเลา เสิร์ฟ​พร้อม​กับไข่กวน

เจ้าของบีแอนด์บี​ที่นั่นแกคะยั้นคะยอให้ลองทานดู พวกเราก็เลย​ฉลองศรัทธา ปลา​เขาหมักเค็มอ่อนๆ​อร่อยไม่เลว ​แต่กิน​ได้ไม่มากนัก​เพราะ​เขาให้ชิัิ้นใหญ่มาก ถือ​เป็นประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง​​กับอาหารเช้า​แบบอังกฤษ ​ส่วนคุณพ่อบ้านทำหน้าแปลกๆ​ตอน​ต้องกินปลาเค็ม​เป็นอาหารเช้า​


กำแพงแห่งคอร์นวอล

คอร์นวอล​เป็นชื่อมณฑลทางใต้สุดด้านตะวันตกของประเทศอังกฤษ ​ที่มี​ความสวยงาม​และวัฒนธรรม​ที่แตกต่างออก​ไป ก็เหมือนบ้านเรา​กับภาคต่างๆ​นั้น​เอง เหตุ​ที่พ่อบ้านอยากพาแม่บ้าน​ไปคอร์นวอลก็​เพราะมณฑลนี้ตามสองฝากถนน​จะขนาน​ไปด้วยกำแพงหินสูง (หิน​ที่เรียกว่า คอร์นสโตน ก็เลย​​ได้ชื่อว่าคอร์นวอล )​ ตั้งแต่เอว​ไปถึงท่วมหัวแทบ​จะทั่วทุกหนทุกแห่ง

พ่อบ้านเคยมาเ​ที่ยว​โดยรถสปอร์ตเปิดประทุน​ซึ่งเตี้ยมาก ขับแล้ว​มองไม่เห็นหลังกำแพง​ที่ว่านี่เลย​ พี่แกเลย​เจ็บใจอยากกลับ​ไปอีก​พร้อมด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ​ที่สูงพอ​จะมองข้ามกำแพง​ได้ ฮ่าฮ่า ​พระเจ้าไม่ค่อยเห็นใจพ่อบ้านเท่าไร ​เพราะตอนนี้พวกกำแพงต่างๆ​มันก็มีต้นไม้วัชพืชงอกงามท่วมกำแพง ​แม้​แต่เรนจ์โรเวอร์(เก่าๆ​)ก็ยังสูงไม่พอจ้า


​ที่เล่านี่ไม่​ได้​จะซ้ำเติมพ่อบ้านหรอก ​แต่​จะบอกว่า​เป็นเสน่ห์ของการเ​ที่ยวในคอร์นวอล ขับรถขนานกำแพงธรรมชาติ คอยมองลอดช่อง​ระหว่างกำแพง ​แต่​ส่วนใหญ่เรา​จะมองเห็นทุ่งนาป่า​เขาหลังกำแพง​ไปจนจรดทะเล​ได้​เพราะภูมิประเทศ​ที่​เป็นเนินสูงต่ำสลับกัน​ไปไม่ใช่เรื่อง​ลำบาก ​ถ้าเราขับอยู่​บน​ที่สูงเราก็​จะเห็น​ไปไกลสุดลูกหูลูกตา กำแพงไม่​เป็นอุปสรรค

บางครั้งต้นไม้สองฝากกำแพงก็งอกงามโค้งเข้าหากัน (ดังภาพ) ให้เกิด​เป็นอุโมงค์ต้นไม้ชวนให้ตื่นเต้น​และ​ต้องคว้ากล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้​เป็น​ที่ระลึก ​ความกว้างของถนนก็ประมาณรถหนึ่ง​คัน พอมีอีกคันสวนมาเราก็​ต้องเบียดแอบหรือไม่ก็​ต้องถอยหลังให้​เขา​ไปก่อนแล้ว​​แต่ว่า​ใครทางเอกทางโทร หรือ​ใครใจดีกว่า​ใคร

แม่บ้านจีพีเอส

ฉบับ​​ที่แล้ว​เล่าไว้ว่าเตรียมตัวการเดินทางแบบไม่เหมือน​ใคร ​คือแทน​ที่​จะวางแผนเรื่อง​เสื้อผ้าเครื่องสำอางค์เครื่อง​แต่งตัวหรือรายการชอปปิ้ง แม่บ้านนั่งคร่ำเครียดดาวน์โหลดโปรแกรมแผน​ที่ต่างๆ​ลงคอมพิวเตอร์จิ๋ว ​พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงพะรุงพะรัง

มีตั้งแต่อะแดปเตอร์สำหรับ​ใช้ชาร์จคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ ตัวรับสัญญาดาวเทียมขนาดกล่องไม้ขีดเขื่องๆ​ สายอากาศ Expansion Pack สำหรับเสียบตัวรับสัญญาณคู่​กับคอมฯ แค่นี้ก็​ไป​ได้สุดขั้วโลกจ้ะ​ (ตราบเท่า​ที่ยังมีไฟฟ้า)

เวลา​จะ​ใช้จีพีเอส เรา​ต้องเปิดโปรแกรมรับสัญญาณ ​ซึ่งเครื่องรับ​จะพยายามติดต่อ​กับดาวเทียม (ในกรณีนี้มี​แต่ดาวเทียมสหรัฐเท่านั้น​ ​เพราะจีพีเอส​เป็นซอฟแวร์นำร่อง​ที่คิดค้นขึ้น​มา​โดยกองทัพสหรัฐ​และอนุญาตให้พลเรือนนำ​ไป​ใช้​เพื่อการนำทาง​ได้) การรับสัญญาณใหม่ๆ​ใน​แต่ละครั้ง​ใช้เวลาหลายนาที ขึ้น​อยู่​​กับว่าเราอยู่​​ที่ไหน

ดี​ที่สุด​คือเรา​ต้องอยู่​กลางแจ้งหรืออยู่​ในรถก็​ได้ ​แต่​ต้อง​เอาสายอากาศแปะไว้บนหลังคา (มีแม่เหล็ก) ​ที่นี้เราก็​จะเห็นเครื่องเราบอกว่า ติดต่อดาวเทียม​ได้หนึ่ง​ดวงแล้ว​นะ สองดวง สามดวง สี่ดวง​และมากจนถึงสิบกว่าดวงเลย​ก็​ได้

​แต่​โดยทั่ว​ไป เรา​ต้อง​ใช้ดาวเทียมสามดวงประสานงานกันจึง​จะบอกตำแหน่งเรา​ได้ว่าอยู่​​ที่ไหน (เช่น บ้านของแม่บ้านอยู่​​ที่ตำแหน่ง เส้นรุ้ง 46.1782 ​และเส้นแวง 6.093533 ผู้อ่านท่านใด​ที่เก่งเรื่อง​แผน​ที่ก็เช็ดดูเองเด้อ)



การ​ใช้จีพีเอสสำหรับนักท่องเ​ที่ยวปกติอย่างแม่บ้าน ก็ไว้ช่วยดูว่า ตอนนี้เราอยู่​ตรงไหนแล้ว​ ข้างหน้ามีทางแยกหรือเปล่า เรา​ต้องตรง​ไปหรือเลี้ยวข้างไหน เมืองถัด​ไปชื่ออะไร​ ​ความเร็วของรถเท่าไร (เปรียบเทียบ​กับเกจ์วัด​ความเร็วรถแก้เบื่อ) เราอยู่​สูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไร (จำ​เป็นสำหรับการบินมากกว่า) ระยะทางอีกกี่กิโลกว่า​จะถึง​ที่หมาย ก็เหมือน​กับการ​ใช้แผน​ที่ธรรมดา ​แต่ว่าเราเห็น​จะๆ​ว่าเราอยู่​ตรงไหนแน่

ในกรณี​ที่เราหลง เราก็​สามารถดูเส้นทางในจีพีเอส​ได้ว่าเราหลง​ไปถึงไหน ​และ​ต้องเลี้ยวกลับ​ที่ใด การ​ใช้งานไม่ยากอย่าง​ที่คิด เวลาเรา​ไปถึง​ที่ไหน​ที่เราชอบ​และอยาก​จะกลับ​ไปอีก เราก็ทำการกำหนดตำแหน่ง ก็​จะ​ได้ตัวเลขเส้นรุ้งเส้นแวง ​ซึ่งเราก็บันทึกไว้ คราวหน้ากลับมาหาถูกไม่หลง​ไปไหนแน่นอน

​แต่จุดอ่อน​ซึ่งไม่เกี่ยว​กับจีพีเอส​คือหาก​ใช้ในตอนกลางคืน แสงจากหน้าจอคอมฯ​จะสว่างมาก รบกวนคนขับรถ จึงไม่ค่อย​ได้​ใช้้ตอนกลางคืนเท่าไร ​ซึ่ง​เป็นตอน​ที่เราหลงทางง่าย​ที่สุด​เพราะมองไม่เห็นป้ายบอกทาง ​เป็นงั้น​ไป

แม่บ้านก็สนุกสนาน​กับเทคโนโลยีใหม่(สำหรับแม่บ้าน)นี้​เป็นอย่างดี พอ​เมื่อยนัยน์ตาก็พัก​ใช้แผน​ที่ปกติแทน ​แต่​โดยทั่ว​ไป​ถ้าเราขับทางหลวงแล้ว​แทบไม่​ต้อง​ใช้แผน​ที่เลย​ เรามัก​จะ​ใช้​เมื่อเริ่มเลี้ยวเข้าสู่เมืองเล็กๆ​

ตอนนี้พอเดินทางไกลก็​จะพกจีพีเอส​ไปด้วย ​เพื่อฝึกฝนการ​ใช้งานให้คล่อง ​เพราะต่อ​ไป​เมื่อเริ่มบินก็​จะ​ได้​ใช้ประโยชน์ ​โดยโหลดแผน​ที่การบินมา​ใช้​ได้ค่ะ​ ​แต่​ใครไม่มีก็ไม่​ต้อง​ไปกระวนกระวายซื้อหานะคะ​ แผน​ที่​ที่​เขามีขายมีแจกนักท่องเ​ที่ยวก็พอถม​ไปค่ะ​ ไม่เปลืองตังค์เปลืองพลังงานไฟฟ้า ไม่​ต้อง​ไปกวนพี่ดาวเทียม แถมสนุก​กับการหลงทางมากกว่าด้วย



ขอเล่าเรื่อง​การเดินทางในอังกฤษ​และการเดินทางกลับบ้านในฉบับ​ต่อ​ไปค่ะ​

ก่อนจากกันฉบับ​นี้ ขอแถมภาพปราสาทลีดส์​ที่​เขาเล่าลือว่า​เป็นปราสาท​ที่น่ารัก​ที่สุดในโลก (The loveliest Castle in the World) ​เอาไว้อ่อยเหยื่อ ฉบับ​หน้า​จะเล่ารายละเอียดให้ฟังค่ะ​

ด้วยรัก​และสันติสุข
แม่บ้าน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-208 Article's Rate 40 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) --Series
ชื่อตอน 9: ไปอังกฤษรอบสอง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : พญาไฟ [C-1041 ], [203.107.130.10]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ม.ค. ๒๕๔๗, ๐๑.๐๑ น.

สวัสดีค่ะ​​ คุณแม่บ้าน

พญาไฟอยากเห็นภาพปราสาท​​ที่น่ารัก​​ที่สุด แบบใกล้ ๆ​​ กว่านี้น่ะค่ะ​​ ​​ได้ถ่ายไว้หรือเปล่าเอ่ย แล้ว​​​​จะคอยอ่านต่อนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-1043 ], [203.121.172.164]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ม.ค. ๒๕๔๗, ๐๕.๕๖ น.

ชอบจังเลย​​ค่ะ​​ คุณรจนา ชอบบ้าน​​ที่มีต้นไม้เกาะแบบนี้
ให้ดอกไม้อีกแล้ว​​ คิก

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น