นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ลิขิตรักเส้นขนาน #1
กาบแก้ว
..."ค่ะ​" แอนนามารีรับคำ "ชะตาเรา​ต้องกันหรืออาจ​เป็น​เพราะฟ้าลิขิต"
ชายหนุ่มหัวใจหล่นวูบคล้าย​จะหยุดเต้น ​เขาเคยมีอาการอย่างนี้มาแล้ว​ครั้งหนึ่ง​ นานหลายปีจน​เขาเกือบลืมมันสนิทถึง​ความรู้สึกเช่นนี้...

ตอน : ลิขิตเส้นขนาน

ทะเลบ้าพายุซ้ำกระหน่ำซัด
ฟ้ามืดจัดมองดูมิรู้หน
ชะง่อนหินริมเกาะร้างกลางสายชล
พี่จำทนเร้นอยู่​​แต่ผู้เดียว
*******************



ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนหาดทรายด้วย​ความอ่อนเพลีย เงาจากยอดมะพร้าวบดบังแสงแดดยามเ​ที่ยง ลมพัดจากทะเลเข้าหาฝั่งพา​เอาระลอกคลื่นสาดซัดชายหาดเสียงดัง​เป็นจังหวะโครมครืนดุจเสียงเพลง ไอแดดผสานละอองน้ำทะเลทำให้ผิวสีน้ำตาลเข้มของชายหนุ่มเกรียมไหม้จนเกือบดำ กางเกงชาวเลสีดำมอตัวเก่งขมวดแน่นรอบเอวเหมือนเช่นทุกวัน ผมหยิกหยักศกปลิวล้อลม เสื้อกล้ามสีเทาเผยให้เห็น​ความแกร่งของกล้ามเนื้อ​ทั้งช่วงอก​และลำแขนอันบึกบึน ใบหน้าคมคายสม​ส่วนของ​เขามีแววเด็ดเดี่ยว​แต่มองดูคล้ายระคน​ไปด้วย​ความเศร้าลึกๆ​ซ่อนอยู่​ภายใน ​เขาค่อยๆ​ปิดเปลือกตาลงเหมือน​จะงีบหลับหลังจากออกทะเลตกปลามาแล้ว​กว่าครึ่งวัน

"พี่จ้อน...​..วู้...​.พี่จ้อน" เสียงกู่เรียกชื่อของ​เขาจากทิวมะพร้าวริมโขดหินไกลพอ​ได้ยิน
"พี่จ้อน...​..วู้...​.พี่จ้อน" เสียงเดิมกู่เรียกซ้ำ

ชายหนุ่มผินหน้า​ไปทางเสียงเรียก​พร้อม​กับลืมตาดู ​เขาแลเห็นภาพหญิงสาวสวมเสื้อสีฟ้า กางเกงบลูยีนส์ขาสาม​ส่วน ​กำลังโบกมือผมยาวสลวยปลิวไสววิ่งมายังร่มมะพร้าว​ที่​เขานอนอยู่​ น่านนที​เพื่อนของจันทร์จิราน้องสาวของ​เขา หล่อนเพิ่งมาพัก​ที่เส้นขนานรีสอร์ต​เมื่อสองวัน​ที่แล้ว​นี่เอง หล่อน​เป็น​เพื่อนร่วมรุ่นของจันทร์จิราสมัยเรียนรัฐศาสตร์​ที่มหาวิทยาลัย​ที่ประเทศอังกฤษสาขา​ความสัมพันธ์​ระหว่างประเทศ ขณะนี้หล่อนทำงานให้​กับบริษัทข้ามชาติ​ที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร หล่อนเดินทางลงมาก่อนล่วงหน้าจันทร์จิรา ​เพราะจันทร์จิราน้องสาวของ​เขาติดงานด่วน​ที่สำนักงานท่องเ​ที่ยวของรีสอร์ตของครอบครัว​ที่กรุงเทพมหานคร ชายหนุ่มผลุดลุกขึ้น​นั่ง​เอามือกอดเข่าหันหน้า​ไปทาง​ที่หญิงสาววิ่งมา

"พี่จ้อน" น่านนทีเรียกชื่อ​เขา​พร้อมเสียงหอบถอนหายใจ
"มีอะไร​หรือน่าน" ​เขาถาม​พร้อมยิ้มล้อ​ที่หล่อนวิ่งมาจนหอบ
"อ้าว...​พี่จ้อนไม่​ไปรับจันทร์​ที่ท่าเรือเหรอ" หญิงสาวย้อนถาม​พร้อมขมวดคิ้วคล้ายสงสัย
"ตายละวา...​ยายจันทร์ด่าพี่เสียคนแน่​ถ้าขืน​ไปรับช้า" ​เขาพูดทำตาเบิกโพลง
"นี่กี่โมงแล้ว​ล่ะน่าน เรือเข้าบ่ายโมงครึ่ง"

ชายหนุ่มนึกโมโหตัวเอง​ที่ลืมสนิท​เพราะมัว​เอา​แต่พาลูกค้า​ไปหาแหล่งตกปลาจนเพลิน

"บ่ายโมง​พอดีจ๊ะ​พี่จ้อน" น่านนทีตอบ​พร้อม​กับดูนาฬิกา​ที่ข้อมือ
"เฮ้อ...​ยังพอมีเวลา​ไปรับ​ได้สบายๆ​" จรจรัลหรือนายจ้อนถอนหายใจโล่งอก

ชายหนุ่มเดินกลับมา​พร้อม​กับหญิงสาวยังเส้นขนานรีสอร์ต ​ที่ตั้งอยู่​บนปลายแหลมของเกาะขนาน​ซึ่ง​เป็นเกาะสองเกาะเล็กๆ​รูปเรียวยาวขนานกันเหมือนดังชื่อเกาะ เวลาน้ำลง​สามารถเดินข้ามถึงกัน​ได้อย่างสบาย ​แต่​ถ้า​เป็นช่วงเวลา​ที่น้ำขึ้น​​ต้องอาศัยเรือเล็กพาข้าม

น่านนทีนั่งคู่​ไป​กับชายหนุ่มบนรถจี๊ปสีบรอนซ์ทองจากเส้นขนานรีสอร์ตตรง​ไปยังท่าเรือเกาะขนาน​ซึ่งอยู่​ปลายแหลมอีกด้านหนึ่ง​ของเกาะ​เพื่อรับจันทร์จิรา​ที่รีบเดินทางกลับมายังเกาะขนาน​เพื่อสมทบ​กับ​เพื่อนรัก​ที่ข้ามมารออยู่​ก่อนแล้ว​ จ้อน​และน่านนที​ไปถึงขณะ​ที่เรือเร็ว​โดยสารขนาดสามสิบ​ที่นั่ง​กำลังเข้าจอดเทียบท่าเรือเกาะขนาน​ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าท่าขนาน​พอดี

​ทั้งจันทร์จิรา​และน่านนทีกระโดดเข้าสวมกอดจูงมือถือแขนกันด้วย​ความดีอกดีใจ ​เพราะ​ทั้งคู่​เป็น​เพื่อนซี้​ที่รักกันมาก เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยม ​แม้​ไปเรียนต่างประเทศก็ยัง​ไปเรียน​ที่เดียวกัน เด็กหนุ่ม​ที่ท่าเรือสองคน​ซึ่ง​เป็นคนของเส้นขนานรีสอร์ตกุลีกุจอช่วยนายจ้อนของพวก​เขาขนสัมภาระ​ที่จันทร์จิราหอบหิ้วข้ามมาด้วย​ทั้งกระเป๋า เป้ กล่อง​และลังกระดาษหลายใบจนเต็มรถจี๊ป มีหญิงสาวอีกสองคนมา​พร้อม​กับจันทร์จิรา​ซึ่งนายจ้อนไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักมาก่อน ชายหนุ่มรู้สึกเขิน​ไปถนัด​เมื่อน้องสาวแนะนำให้​เขารู้จัก​เพราะ​ทั้งคู่หน้าตาสะสวยหมดจด ​โดยประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา ​ทั้งสองสาวสวมชุดเดินทางด้วยกางเกงขาสั้น​และเสื้อแขนกุดเผยให้เห็นผิวพรรณผ่องขาวนวลใย​และทรวดทรงองค์เอวถนัดตา

"พี่จ้อน..นี่เรวดี..นี่สุภาวิไล​เพื่อนจันทร์เพิ่งกลับจากแอล.เอ.ทำงานอยู่​​ที่...​.." หล่อนเอ่ยชื่อบริษัทฟายแนนซ์ข้ามชาติชื่อดัง​ที่เข้ามาซื้อกิจการ​และเทคโอเว่อร์ธุรกิจเงินทุน​ที่ล้มระเนระนาดหลายแห่ง
"เร...​สุ...​นี่พี่ชายสุด​ที่รักของเรา"
"สวัสดีค่ะ​พี่จ้อน" ​ทั้งคู่เอ่ยขึ้น​​และยกมือไหว้เกือบ​พร้อมกัน
"สวัสดีครับ​ เกาะขนานยินดีต้อนรับ"

ชายหนุ่มหัน​ไปทางเด็กหนุ่มสองคน​ที่ช่วยยกของ​และกวักมือเรียก
"วันนี้ของเต็มรถจี๊ปเลย​ แดง​กับเล็กมี​ที่นั่งพอสำหรับลูกค้าเราหรือเปล่าเ​ที่ยวนี้"
"พอครับ​" แดงตอบ
"มีลูกค้าฝรั่ง​ไปพัก​ที่รีสอร์ตเรากี่คนวันนี้"
"สิบแปดคน​พอดีครับ​" เด็กหนุ่ม​ที่ชื่อเล็กตอบ
"แบ่งกันนั่ง​ไปก็แล้ว​กันปิ๊คอัพตั้งสองคัน เออ..วันนี้ลูกค้าเยอะพอ​ใช้​ได้ ส่งลูกค้าเสร็จแล้ว​​ไปพบพี่​ที่ออฟฟิสหน่อย​นะ​ทั้งสองคน"
"ครับ​พี่"
​ทั้งคู่รับคำ​พร้อม​กับแยกย้ายกันเดินนำลูกค้า​ทั้งหมด​ไปยังรถปิ๊คอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ​ทั้งสองคัน

ท่าเรือท่าขนานคราคร่ำ​ไปด้วยผู้คน​ทั้งชาวเกาะ พ่อค้า แม่ค้า​และนักท่องเ​ที่ยวชาวต่างประเทศ​ซึ่ง​จะมาแน่นเกือบทุกเ​ที่ยวเรือ​ที่เข้าเทียบท่าไม่ว่า​จะมาจากชุมพร สุราษฎร์ธานี ดอนสัก เกาะสมุย เกาะพะงัน หรือ​แม้​แต่เกาะเต่า​และเกาะนางยวน​ซึ่งอยู่​ไม่ห่างไกลกันเท่าใดนัก ​เพราะว่านักท่องเ​ที่ยวชาวต่างชาติ​ทั้งฝรั่งชาวตะวันตก​และชาวตะวันออกเช่นญี่ปุ่น เกาหลี ​เป็นต้น เริ่ม​จะเบื่อ​กับ​ความ​ที่ไม่​เป็นธรรมชาติของสถาน​ที่ท่องเ​ที่ยวชื่อกระฉ่อนโลก​และเกาะแก่งต่างๆ​ ​เพราะ​ได้มีการนำ​เอาสิ่งอำนวย​ความสะดวก​​ทั้งหลายแหล่เข้า​ไปทำลายธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อมรวมถึงระบบนิเวศน์​ทั้งหมด​ไป​พร้อมๆ​กัน​โดยไม่รู้ตัวหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือด้วย​ความสะเพร่ามักง่ายเห็นแก่​ได้ของคนบางพวกบางเหล่า ​แม้ทางการ​และสื่อต่างๆ​​จะพยายามชี้ให้เห็นโทษของการทำลายสิ่งแวดล้อม​และระบบนิเวศน์วิทยาก็หาคน​ที่สนใจอย่างจริงจัง​และอุทิศตน​เพื่อธรรมชาติ​ส่วนรวม​ได้น้อยมาก

กำนันใจเด็ด แจ้งขนานชล กำนันตำบลเกาะขนานผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในการอนุรักษ์ธรรมชาติแบบหัวชนฝา ​จะไม่ยินยอมให้นักท่องเ​ที่ยวหรือชาวบ้าน​ที่อาศัยอยู่​บนเกาะทิ้งถุงพลาสติกหรือขยะมีพิษทุกชนิดลงบนเกาะ​โดยเด็ดขาดหากมีการนำเข้ามา​โดยไม่รู้ก็ให้นำติดตัวออก​ไปด้วยทุกคนในตอนขากลับ ผู้ใดฝ่าฝืน​จะถูกส่งออกนอกเกาะทันที​ที่เรือเ​ที่ยวต่อ​ไปออกเดินทางจากเกาะขนาน
ด้วย​ความสวยงามมีเสน่ห์อัน​เป็นธรรมชาติ
​ทั้งบนเกาะ​และใต้ท้องทะเล
เกาะขนานจึง​เป็น​ที่หมายตาของนักท่องเ​ที่ยวจากทั่วโลก !
***************

คืนนั้น​​ที่เส้นขนานรีสอร์ต จ้อน​ได้จัดให้มีซีฟู้ดบาร์บีคิวปาร์ตี้ต้อนรับลูกค้านักท่องเ​ที่ยวชาวต่างชาติ​และต้อนรับ​เพื่อนของน้องสาว​ที่น่ารัก​ทั้งสามคน​เป็นพิเศษ จันทร์จิราลอบสังเกตดูพี่ชายของหล่อนอย่างละเอียด ​เพราะมีจันทร์จิราเพียงผู้เดียวเท่านั้น​​ที่รู้ว่าอะไร​​คือสาเหตุ​ที่แท้จริง​ที่ทำให้พี่ชายสุด​ที่รักคนเดียวของหล่อน​ต้องกลับมาจมปลักอยู่​บนเกาะ​เป็นเวลานานอย่างนี้ จันทร์จิราอยากให้พี่ชายของหล่อนมี​ความสุข หล่อนเห็น​เขาเดินเคลียคลอ​ไป​พร้อมกัน​กับ​เพื่อนสาว​ทั้งสามคนของหล่อน คอยพูดคุย​และต้อนรับแขกลูกค้าต่างชาติอย่างมี​ความสุข เธอรู้ว่านี่​คืองาน​ที่พี่ชายของเธอทำด้วยใจรัก​และ​ความสุข​ที่​ได้สัมผัสล้นเปี่ยม​ไปด้วย​ความหมาย​ที่มีค่า​ที่สุดในชีวิตมนุษย์อันพึงมี​และหา​ได้ใน​แต่ละบุคคล​ซึ่งไม่เหมือนกันทุกคน​ไป แล้ว​​แต่ว่า​ใครผู้ใด ​จะชอบสิ่งไหน ปรารถนาสิ่งใดในชีวิต สำหรับจันทร์จิรานั้น​ เธอปรารถนา​ที่​จะให้พี่ชาย​ได้พบรักใหม่​เพื่อรักษาแผลใจในอดีต ​ที่ทำให้​เขา​ต้องหนีหน้าจากสังคมเมืองกรุง หลบมาอยู่​​ที่นี่ อัน​ความรักนั้น​แท้จริงแล้ว​อาจให้​ทั้งสุข​และทุกข์​ได้ในเวลาเดียวกัน ตราบใด​ที่โลกยังเปรียบเสมือนละครโรงใหญ่ ​แต่ละชีวิต​ต้องโลดแล่น​ไปตามบทละครแห่งชีวิต ไม่​สามารถ​ที่​จะหลีกหนีพ้น​ไป​ได้

"Hey, John come here and join us."
เสียงตะโกนเรียกชื่อ John หรือนายจ้อนจากโต๊ะริมหาดข้างเตาบาร์บีคิว ผู้เรียก​เป็นชายชาวต่างชาติชาวสวิส​ที่จ้อนรู้จักดี
"I would like you to meet someone special."
จ้อนขอตัวผละจากสี่สาวเดินตรง​ไปยังโต๊ะของฟิลลิป​เพื่อนชาวสวิส​ที่เข้ามาเปิดกิจการดำน้ำ Diving บนเกาะขนานกว่าสองปีแล้ว​ ฟิลลิปพูดไทย​ได้คล่องพอสมควร​แม้​จะติดสำเนียงชาวยุโรปอยู่​บ้าง
"Hi, Phillip มีอะไร​หรือ" จ้อนเอ่ยทัก​เมื่อเดิน​ไปถึงโต๊ะ
"ผมอยากให้คุณรู้จัก​กับแอนนามารี เธอเพิ่งมาถึงตอนบ่ายวันนี้เอง"
ฟิลลิปบอก​พร้อม​กับหันหน้า​ไปทางสาวผมบลอนด์​ที่นั่งอยู่​ทางขวามือ
"Annamarie นี่​คือคุณ John ​เพื่อนรักของผม​เขา​เป็นเจ้าของรีสอร์ต​ที่นี่" ​เขาเอ่ยแนะนำ​เป็นภาษาไทย "จ้อน...​นี่แอนนามารี"
"สวัสดีค่ะ​คุณจ้อน ยินดี​ที่รู้จักค่ะ​"
แอนนามารีเอ่ยทักทำ​เอาชายหนุ่มสะดุ้ง​เพราะเธอพูดภาษาไทย​ได้ชัดถ้อยชัดคำ
"สวัสดีครับ​คุณแอนนามารี เกาะขนานยินดีต้อนรับครับ​" จ้อนกล่าวต้อนรับในฐานะเจ้าภาพ
"มีอะไร​ให้ผมรับ​ใช้ยินดีนะครับ​"
"ขอบคุณมากค่ะ​ ​ที่นี่อากาศดีมาก" เธอพูดดวงตาสีฟ้า​เป็นประกาย
"ครับ​..ฤดูนี้อากาศสดชื่น​ที่สุด ​แม้กลางวัน​จะร้อน​ไปสักหน่อย​ กลางคืน​จะอากาศดีมาก" ชายหนุ่มกล่าวพลางจ้องดูดวงตาสีฟ้าคู่นั้น​อย่างสนใจ
"อาหาร​เป็นอย่างไรบ้าง​ครับ​ ของทะเลสดๆ​​ทั้งนั้น​เลย​วันนี้ ไม่​ต้องเกรงใจนะครับ​คุณแอนนามารี" จ้อนกล่าวด้วย​ความจริงใจ
"เรียกแอนน์เฉยๆ​ก็​ได้ค่ะ​ แอนนามารีดู​เป็นพิธีการ​และยาว​ไป เหมือนอย่างชื่อจ้อนสั้น​และดูน่ารักดีด้วยค่ะ​" เธอกล่าว​เพื่อพยายาม​ที่​จะทำตัวให้​เป็นกันเอง​กับ​เขา
"ครับ​คุณแอนน์"
"อาหารอร่อยมากเลย​ค่ะ​ ของโปรด​ทั้งนั้น​เลย​ด้วย" น้ำเสียงเธอจริงใจ
"ยินดี​ที่คุณชอบ วันนี้มี​ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา" ​เขาพูดอย่างภูมิใจ
"ปลาเผานี่อร่อยมาก น้ำจิ้มรสเด็ดดีเหลือเกิน มีอะไร​ยัดไส้มาในตัวปลาด้วยคะ​ กลิ่นหอมจัง" เธอพูด​พร้อม​ใช้ซ่อมจิ้มปลาเข้าปาก
"อ๋อ..ก็มีตะไคร้ ใบมะกรูดแล้ว​ก็ใบโหระพา ชาวเกาะ​ที่นี่ชอบมาก ช่วยดับกลิ่นคาวด้วย กุ๊ก​ที่นี่​เป็นชาวเล​โดยแท้เลย​ครับ​"
"อร่อยมากเลย​ค่ะ​ มิน่าล่ะกุ๊กชาวเลนี่ฝีมือเยี่ยมจริงๆ​" แอนนามารีกล่าวชมอย่างจริงใจในรสชาดอาหาร​และการบริการ​ที่​เป็นยอดของเส้นขนานรีสอร์ต
"เกาะขนานไม่​ได้มีดีเฉพาะธรรมชาติงดงามเพียงอย่างเดียวนะครับ​"
"ยังมีอะไร​ดีอีกค่ะ​" แอนนามารีถามอย่างอยากรู้
"นอกจากชื่นชม​กับ​ความงามของธรรมชาติ​ทั้งบนบก​และในน้ำใต้ท้องทะเลแล้ว​ ​ที่เกาะขนานนักท่องเ​ที่ยว​จะ​ได้สัมผัสอาหารจากธรรมชาติ​ทั้งวิธีปรุง​และรสชาดอาหาร​โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอม​เป็นธรรมชาติจริงๆ​ นี่​คือเสน่ห์​ที่แท้จริงของเกาะขนาน" ชายหนุ่มถือโอกาสโฆษณาเกาะ​ไป​พร้อมกัน
"นี่เอง​ที่ทำให้นักท่องเ​ที่ยวต่างมุ่งมาเกาะขนาน​เพื่อสัมผัสธรรมชาติ​ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง" หญิงสาวคล้อยตาม

จ้อนเพลินมองใบหน้าหวานคมมีเสน่ห์ ตาสีฟ้ากลมโต ขนตางอน จมูกโด่งเชิด​เป็นสันรับ​กับใบหน้า ยิ่งยามเธอยิ้มด้วยแล้ว​ดูราว​กับดอกไม้บานครารับอรุณ ชายหนุ่มนั่งนิ่งมองใบหน้าสาวผมบลอนด์เหมือนเคลิ้มอยู่​ในภวังค์ แอนนามารีรู้สึกเขิน​เมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องหน้าเธอนิ่งอยู่​อย่างนั้น​

"คุณจ้อนคะ​" เธอเรียกชายหนุ่ม
"ครับ​"
"หน้าแอนน์มีอะไร​ผิดปกติหรือคะ​"
"ขอโทษ...​ผมนี่เสียมารยาทมาก​ที่จ้องมองหน้าคุณแอนน์เพลิน​ไป"
"สงสัยว่าจ้อน​เขา​จะเริ่มหลงเสน่ห์คุณแล้ว​ล่ะแอนน์"
เสียงฟิลลิปเย้าอยู่​ข้างๆ​ ทำ​เอาแอนนามารี​ซึ่งเขินอยู่​แล้ว​หน้าแดงด้วย​ความขวยอาย
"ฟิลลิป ยูชอบพูดเล่นอยู่​เรื่อย"
จ้อนแกล้งติง ​ทั้ง​ที่ในใจ​เขาเริ่มรู้สึกว่า​ฟิลลิปพูดถูก
"หรือไม่จริง" หนุ่มสวิสถามคล้าย​จะตอกย้ำ
"ไม่​เอาน่าฟิลลิป เดี๋ยวคุณแอนน์​เขาอายแย่" จ้อนว่า

ฟิลลิปนิ่งบ้าง ​เขามองหน้าจ้อนอย่าง​กับว่าอยาก​จะมองให้ทะลุเข้า​ไปภายในหัวใจของชายหนุ่ม

"คุณจ้อนค่ะ​" เสียงหญิงสาวเรียก​เขาอีก
"มีอะไร​หรือครับ​" ​เขาหันมาถาม
"จุดประสงค์​ที่แอนน์มา​ที่นี่ ก็​เพื่อมาตามหาคุณพ่อของแอนน์นะค่ะ​"
"คุณพ่อคุณมาพัก​ที่นี่หรือครับ​" จ้อนถาม
"ใช่ค่ะ​ ท่านมา​ที่นี่ ​แต่หายตัว​ไปอย่างลึกลับ" แอนนามารีตอบ
"คุณพ่อคุณหาย​ไป"
"ค่ะ​"
"ขอแสดง​ความเสียใจด้วยนะครับ​"
"ท่านหายตัว​ไปเกือบสองเดือนแล้ว​" เธอบอก
จ้อนสังเกตเห็นว่าหน้าเธอเศร้าหมองลงทันที​เมื่อพูดถึงพ่อของเธอ
"ครั้งสุดท้ายมีคนพบท่าน​ที่เกาะเต่า" แอนนามารีพูดต่อ
"ขอโทษท่านชื่ออะไร​ครับ​" ชายหนุ่มถามด้วย​ความสนใจ
"ฮันส์ค่ะ​...​.มร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น ​เป็นชาวนอร์เวย์ ผมขาว​เป็นสีดอกเลา พูดภาษาไทย​ได้คล่องเกือบพอๆ​​กับคุณฟิลลิปนี่แหละ​" เธอพูด​พร้อม​กับอธิบายลักษณะ
"ฮันส์ กุลลิคเซ่น" ชายหนุ่มทวนคำ ขมวดคิ้วคล้าย​กำลังอยู่​ใน​ความคิด
"เอ้อ...​อีกอย่างหนึ่ง​ค่ะ​ ​ที่ข้อมือข้างซ้ายท่านมีรอยสัก​เป็นรูปสมอเรือบนดอกกุหลาบสีแดง เห็นเด่นชัดมาก" เธอบอกรอยตำหนิ​ที่สังเกตง่ายของผู้​เป็นบิดา
"เอ...​ผมรู้สึกว่า​​จะเคยพบเครื่องหมายแบบเดียวกันนี้​ที่ไหนสักแห่ง ขอผมนึกดูก่อนนะ" จ้อนทำท่าตรึกตรองครุ่นคิด
"เคยเห็น​ที่ไหนหรือคะ​" แอนนามารีถามท่าทางเหมือน​จะดีใจ
"​แต่บนข้อมือแบบนี้ผมไม่เคยพบเลย​ ​เอาไว้ผม​จะช่วยคุณหาอีกแรงหนึ่ง​นะครับ​" ​เขาพูด​พร้อม​กับยื่นมือ​ไปยังหญิงสาว​เพื่อให้สัญญา
"ขอบคุณมากเลย​ค่ะ​"
แอนนามารีกล่าว​พร้อม​กับยื่นมือออกมาสัมผัสแน่นด้วย​ความยินดี
"ทำไมคุณถึงอยากพบผมล่ะครับ​ คุณแอนน์"
ประโยคนี้​เขาน่า​จะถามเธอ​แต่แรกตอนฟิลลิปแนะนำให้เธอรู้จัก​กับ​เขาแล้ว​
"มีคน​ที่สถานทูตนอร์เวย์แนะนำให้มาหาคุณ​ที่นี่" แอนนามารีตอบ
"คุณคงหมายถึงปีเตอร์ ท็อปป์ใช่ไหมครับ​"
"ค่ะ​ คุณปีเตอร์​เป็น​เพื่อน​กับพี่ชายของแอนน์ ​เขาบอกว่าคุณจ้อน​กับ​เขา​เป็น​เพื่อนรักกัน ​โดยเฉพาะคุณจ้อนอยู่​ใกล้​กับบริเวณ​ที่มีคนพบคุณพ่อของแอนน์​เป็นครั้งสุดท้าย อาจช่วย​ได้มาก"
"​เขาโทรศัพท์มาบอกผมตั้งแต่​เมื่อคืนวานนี้ ว่า​จะมีคนมาขอ​ความช่วยเหลือจากผม ​เขาบอกให้ผมช่วยให้​ความสะดวก​เต็ม​ที่ ​แต่ไม่นึกว่า​จะ​เป็นคุณ" จ้อนบอกหล่อนตาม​ความจริง
"​แต่คุณก็​ได้รับปาก​ที่​จะช่วย​ทั้งๆ​​ที่แอนน์ยังไม่​ได้บอกว่า ทางสถานทูต​โดยคุณปีเตอร์แนะนำมา"
"อาจ​เป็น​เพราะว่าชะตาเรา​ต้องกันก็​เป็น​ได้" ชายหนุ่มกล่าวพลางจ้องหน้าหญิงสาวเจ้าของดวงตาสีฟ้าราว​กับ​จะอ่าน​ความในใจ
"ค่ะ​" แอนนามารีรับคำ "ชะตาเรา​ต้องกันหรืออาจ​เป็น​เพราะฟ้าลิขิต"

ชายหนุ่มหัวใจหล่นวูบคล้าย​จะหยุดเต้น ​เขาเคยมีอาการอย่างนี้มาแล้ว​ครั้งหนึ่ง​ นานหลายปีจน​เขาเกือบลืมมันสนิทถึง​ความรู้สึกเช่นนี้ ​เขาเพิ่ง​จะพบหล่อน​เมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง​เป็น​ไป​ได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ​เขาเอื้อมมือ​ไปกุมมือเธอไว้แน่น​โดยไม่รู้ตัว จ้องใบหน้าหญิงสาวแน่วนิ่ง

"ผมยินดีช่วยคุณเต็ม​ที่"
"ขอบคุณค่ะ​"

จ้อนนึกถึงปีเตอร์ ท็อปป์ แห่งสถานทูตนอร์เวย์ ​เพื่อนรักของ​เขา​ซึ่ง​เป็นหนุ่มนอร์วีเจี้ยนคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนวิชาเดินเรือ​ที่กรุงออสโลมาด้วยกัน ภายหลังจาก​แต่งงานปีเตอร์​ได้กลับ​ไปเรียนเพิ่มเติมทางการทูตต่อจนสำเร็จตามคำขอร้องของภรรยาของ​เขา​ที่ไม่อยากให้​เขาดำเนินอาชีพทางเดินเรือ​เพราะ​ต้องจากบ้าน​ไปนานครั้งละหลายเดือนบางครั้ง​ไป​เป็นปี ขณะนี้ปีเตอร์ถูกส่งมาประจำอยู่​​ที่สถานทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย​ที่กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้ปีเตอร์กลาย​เป็นแฟมิลี่แมน​ที่สมบูรณ์ ผิด​กับ​เขานายจ้อน​ที่ยัง​เป็นหนุ่มโสด​ที่ยังไม่ลงตัวในการวางรากฐานทางครอบครัวเสียที

จ้อนแนะนำแอนนามารีให้รู้จัก​กับจันทร์จิราน้องสาวของ​เขา​และ​เพื่อน​ทั้งสามของหล่อน ​ซึ่งแอนนามารียินดีมาก​ที่มี​เพื่อน ​ทั้งหมดโอภาปราศรัยกันอย่างถูกคอ ​ความสัมพันธ์กระชับมั่นอย่างรวดเร็ว ยิ่ง​เมื่อ​ทั้งสี่สาว​ได้รู้ว่าแอนนามารี​กำลังมาตามหาผู้บังเกิดเกล้า​ที่หายสาบสูญ​ไป​โดยไร้ร่องรอยตั้งแต่​เมื่อสองเดือน​ที่แล้ว​ ก็ทำให้พวกเธอกลับเพิ่ม​ความเห็นอกเห็นใจหล่อนมากขึ้น​ จ้อน​และฟิลลิปปล่อยให้ห้าสาวคุยกันจนงานเลิก ​โดยจ้อน​ได้ให้สัญญาว่า​จะช่วยแอนนามารีเริ่มต้นค้นหาบิดาของเธอตั้งแต่วันรุ่งขึ้น​​เป็นต้น​ไป ​ซึ่งกะกันไว้ว่า​จะเริ่มค้นหาจากเกาะเต่า​เป็นจุดแรก ​เพราะเกาะเต่า​เป็นแหล่ง​ที่มีผู้พบเห็นมร. ฮันส์ กุลลิคเซ่น​เป็นครั้งสุดท้าย


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2025 Article's Rate 31 votes
ชื่อเรื่อง ลิขิตรักเส้นขนาน --Series
ชื่อตอน ลิขิตเส้นขนาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๕๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : nine gems [C-11193 ], [202.12.74.7]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๓.๐๒ น.

เปิดซิงคอมเมนต์แรกเสียเลย​​หุๆ​​
บรรยายบรรยากาศ​​ได้ดีทีเดียวครับ​​ ​​แต่บางประโยคดูมันไม่ค่อยกลืน (อย่าโกรธนะครับ​​ ​​เพราะ​​เป็นแนวคิด​​ส่วนตัว​​ที่อยากแนะนำ) ​​คือ "คลื่นสาดซัดชายหาดเสียงดัง​​เป็นจังหวะโครมครืนดุจเสียงเพลง" คำว่า "โครมครืน" เนี่ย มันค่อนข้าง​​จะให้​​ความรู้สึก​​ที่รุนแรงนะครับ​​ ​​แต่​​ถ้าเสียงเพลงนั้น​​มันรุนแรงตามก็คง​​จะไม่ว่ากัน
การ​​ใช้คำใน​​ส่วนอื่นตราตรึงทีเดียวครับ​​ อ่านแล้ว​​เคลิ้ม ​​แต่ก็มาชะงักกึก​​ที่ น่านนที "หล่อน​​เป็น​​เพื่อนร่วมรุ่นของจันทร์จิราสมัยเรียนรัฐศาสตร์​​ที่มหาวิทยาลัย​​ที่ประเทศอังกฤษสาขา​​ความสัมพันธ์​​ระหว่างประเทศ" คน​​ที่เรียนเมืองนอกเนี่ยไม่น่า​​จะ​​ใช้วิธีกู่เสียงนะครับ​​
ในตอนท้าย ก็บรรยาย​​ได้ถึง​​ความงามของแอนนามารีชัดเจน ผมชักอยาก​​จะมีเธออยู่​​ข้างกายเสียแล้ว​​นะครับ​​
nine gems คอมเมนต์ให้โครมใหญ่หวังว่าคงไม่โกรธกันนะครับ​​ ​​เพราะรู้สึกชอบนิยาย จึงมีข้อเสนอแนะให้ชนิดเกือบไม่เกรงใจ ยินดี​​ที่​​ได้รู้จักนะครับ​​ ด้วยมิตรไมตรี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กาบแก้ว [C-11200 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๔.๑๑ น.

ขอขอบคุณ คุณnine gems สำหรับเปิดซิงคอมเมนต์ เสียงคลื่นดังโครมครืนนึกว่าฟังเสียงเพลงหาดผาแดงของสุนทราภรณ์​​ไปพลางก็แล้ว​​กันนะครับ​​ อยู่​​เกาะคลื่นลมมันแรงเรียกกันที​​ต้องตะโกนนะครับ​​ มือใหม่ก็ยังงี้แหละ​​ครับ​​ว่างจากเขียนกลอน​​ซึ่งไม่ค่อย​​เป็นโล้​​เป็นพาย ก็หนีมานอนทะเลเขียนงาน​​ที่เคยคิดอยากทำมานาน ขอบคุณในมิตรไมตรี​​ที่​​ได้รับ ยินดีเช่นเดียวกันครับ​​ !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : พญาไฟ [C-11228 ], [124.121.22.114]
เมื่อวันที่ : ๑๗ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๖.๕๐ น.

ชอบค่ะ​​ หน้าตาเรื่อง​​น่าอ่าน


พออ่านแล้ว​​ก็ยิ่งชอบใหญ๋ ท่า​​จะสนุก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : กาบแก้ว [C-11245 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๑๙ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๖.๒๗ น.

ขอบขอบคุณ พญาไฟ ​​ที่สนใจอ่าน
รับรอง​​จะไม่ทำให้ผิดหวังครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Rotjana Geneva [C-11338 ], [213.103.137.64]
เมื่อวันที่ : ๐๕ เม.ย. ๒๕๕๐, ๒๑.๓๓ น.

รจนามาเรือเกลือค่ะ​​ ลุงปิง...​​.เพิ่งมาถึงชายหาดท่าขนาน...​​เฮ้อ...​​เหนื่อยจัง...​​.ขอพักทานน้ำมะพร้าวสด ๆ​​ จากต้นก่อน...​​.เอ๊ะ...​​กุ้ง หอย ปู ปลา ปิ้ง น้ำจิ้มแบบธรรมชาติ...​​.งั้นขอแถมสักจานก่อนแล้ว​​กันนะคะ​​...​​อืมม์...​​อร่อย...​​.ฝีมือลุงปิงนี่ไม่เลวเลย​​ค่ะ​​

เข้ามาให้​​กำลังใจลุงปิงด้วยอีกคนค่ะ​​ เริ่มเรื่อง​​​​ได้น่าสนใจมาก ภาษาอังกฤษแน่นเปรี๊ยะ ไม่มีสะกดผิดสักคำ แสดงว่า​​ความรู้ภาษาอังกฤษดีมาก เหมือน​​กับว่าลุงปิงสัมผัส​​กับคนต่างประเทศอยู่​​ทุก​​เมื่อเชื่อวัน

​​เมื่อไร​​จะเปิดทัวร์เกาะขนานคะ​​...​​.รจนา​​จะ​​ได้พาพ่อบ้านมาเ​​ที่ยวด้วย...​​แค่อ่านก็เคลิบเคลิ้มแล้ว​​ เกาะในอุดมคติ ปราศจากมลพิษ ​​และขยะแปลกปลอมธรรมชาติ

มอบ ​​และ ส่งมิตรไมตรีมาเช่นเคยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : กาบแก้ว [C-11349 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๐๘ เม.ย. ๒๕๕๐, ๑๗.๒๔ น.

ขอบคุณคุณ Rotjana Geneva สำหรับดอกไม้​​และ​​กำลังใจ ชวนพ่อบ้านทัวร์เกาะขนานใน​​ความฝัน​​กับแอนนามารี​​ไปพลางก่อนก็แล้ว​​กันนะครับ​​ !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : รถบัส [C-11354 ], [202.29.60.52]
เมื่อวันที่ : ๐๘ เม.ย. ๒๕๕๐, ๑๘.๕๑ น.

บรรยายฉาก​​ได้ดีมากค่ะ​​ จินตนาการภาพตาม​​ที่อ่านแล้ว​​รู้สึกว่า​​ทะเลประเทศไทยสวย​​ที่สุด เนื้อเรื่อง​​ชวนให้ติดตามต่อ ​​เพราะยังไม่รู้เลย​​ว่าจ้อนเรียนจบอย่างไร(​​แต่คงจบสูง) ​​และ​​ความผิดหวังในอดีต​​เป็นแบบไหน ถือว่าเริ่มต้นดีค่ะ​​

^_^

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : กาบแก้ว [C-11355 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๐๘ เม.ย. ๒๕๕๐, ๒๐.๐๙ น.

ขอบคุณครับ​​คุณรถบัส ​​ที่สนใจงานของกาบแก้ว !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : รินทร์ [C-11573 ], [124.121.147.109]
เมื่อวันที่ : ๒๐ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๖.๔๗ น.

สนุกค่ะ​​...​​..ตอนหน้า​​จะมา​​เมื่อไรคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : กาบแก้ว [C-11578 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๒๑ พ.ค. ๒๕๕๐, ๐๒.๔๒ น.

จบวันนี้แล้ว​​ครับ​​ ​​ทั้งหมดมี 23 ตอน ​​ซึ่งวันนี้​​เป็นตอนอวสาน​​พอดี ขอบคุณมากครับ​​คุณรินทร์​​ที่ชอบ คลิกอ่านให้ครบนะครับ​​รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน !

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น