นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ยกบ้าน #8
ยังวัน
...​เขารับเลื่อยคันนั้น​​ไปถือไว้อย่างทนุถนอม ไม่ผิดอะไร​​กับบัณฑิตรับปริญญา...​....

ตอน : วันสุดท้าย (อวสาน)

แม่แรงลดฮวบลงตามแรงกด เสียงเรือน​ทั้งหลังลั่นดังครืดคราด ​ได้ยิน​ได้ชัดเจนจากจุด​ที่ผม​และเจ้าหน้า​ที่หนุ่มยืนอยู่​ ผมเชื่อว่าในวินาทีนั้น​ ทุกคน​ที่อยู่​ตรงนั้น​ต่างกลั้นหายใจรอดูผล​ที่​จะตามมา
เสียงเรือนลั่นอยู่​สักชั่วขณะแล้ว​เงียบสนิท มันเงียบจนแทบ​จะ​ได้ยินเสียงหัวใจของเราเต้น
เสาแก่นมะค่าต้นนั้น​ ลอยเท้งเต้งอยู่​บนอากาศ​ได้อย่างประหลาด ไม่มีสัญญาณใด ๆ​ บ่งบอกว่าเรือนหลังนั้น​​จะชำรุดเสียหาย​แม้​แต่น้อย ดูเหมือนช่างแสง​จะยังคงไม่สาแก่ใจ ​เขาปีนบันไดขึ้น​​ไปบนเรือน แล้ว​เดินด้วยอาการขย่มร่างเหมือน​ต้องการทดสอบ​ความแข็งแรง ​แต่ก็ไม่มี​แม้เสียงไม้ลั่นสักเอี๊ยด

"พอใจหรือยังครับ​" ​เขาเท้าแขน​กับระเบียงเรือน หันมาตะโกนถามเจ้าหน้า​ที่หนุ่ม

ผมหัน​ไปมองเจ้าหน้า​ที่หนุ่ม​ที่บัดนี้ตลึงลาน อ้าปากค้างไม่มีเสียงใด ๆ​ ดังลอดออกมาจากปาก มี​แต่ศีรษะ​ที่ผงกน้อย ๆ​ ​เป็นนัยของการยอมรับ​ความพ่ายแพ้ในเกมการขันต่อ ก่อน​จะหันหลังกลับเดินถอยออก​ไปทางหน้าบ้านอย่างเงียบหงอย





"ช่างทำให้ผมใจหายใจคว่ำหมด" ผมตัดพ้อช่างแสง​ที่​กำลังบัญชาการให้ลูกน้องขึ้น​แม่แรง ​และ​เอาค้ำยันม้าเหล็กของ​เขากลับเข้า​ที่

"โธ่คุณ ไอ้พวกวิชาการจัดแบบนี้ มัน​ต้องเจอ​กับของจริง ไม่งั้นมันก็ไม่รู้สำนึกหรอก" ช่างแสงตอบ

"ช่างคิดยังไง ถึง​ได้กล้า​เอาค้ำยันออก ไม่คิดว่าเรือน​จะพังลงมาหรือ?" ผมถาม

"​ถ้า​เป็นเรือน​ที่เพิ่งสร้างใหม่ ผมไม่กล้าทำหรอกคุณ ​แต่นี่เห็น​เป็นเรือน
โบราณ เครื่องไม้แข็งแรงหยอกเสีย​เมื่อไหร่ ต่อให้​เอาออกอีกเสายังอยู่​​ได้เลย​" ช่างแสงตอบอย่างจริงจัง

ผม​ได้​แต่ยิ้มรับ ดี​ที่วันนี้ไม่มีคนในบ้านมารู้เห็นการตัดสินใจแบบบ้าบิ่นของผม มิฉะนั้น​ผมคง​ต้องถูกตำหนิ​เอาอย่างรุนแรงอย่างแน่นอน


หมดจากปัญหาเจ้าหน้า​ที่แล้ว​ ช่างแสง​และทีมงานก็กลับเข้าประจำตำแหน่งเดิม ทำงานกันต่ออย่างอารมณ์ดี เสียงกระเซ้าเย้าแหย่​ระหว่างลูกน้องตัวใหญ่​กับเด็กหนุ่มร่างเล็ก ดังครื้นเครง ช่วยให้การทำงานหนักของพวก​เขาผ่อนคลายลง​ได้ไม่น้อย

ในวัน​ที่ 27 ของการทำงาน ช่างแสงเรียกหาเลื่อยตะขาบคันเดิมอีกครั้ง ​เขา​ใช้เลื่อยตะขาบบากเสาแก่นมะค่า​เป็นบ่า ​โดยให้​พอดี​กับตอม่อ​ที่​เขาเพิ่งหล่อเสร็จ เพียงไม่นาน เสาทุกต้นก็ถูกบากจน​ได้สัด​ส่วน ลูกน้องสองคน​ได้รับบัญชาให้​ใช้รถเข็นสองล้อ(แบบ​ที่เห็น​ใช้เข็นผักในตลาด)​ที่ผม​ไปหยิบยืมจาก​เพื่อนบ้าน เข็นตอม่อคอนกรีตเข้ามาในบ้าน

​เขาขึ้น​แม่แรง​เป็นครั้งสุดท้ายของเสา​แต่ละต้น ดึง​เอาม้าเหล็กออก เกลี่ยทรายรอบโคนเสาเดิมให้​ได้ระดับ จากนั้น​ค่อย ๆ​ เลื่อนตอม่อเสาเข้า​ไปสวมรับโคนเสาแก่นมะค่า ​เมื่อขยับตอม่อจน​ได้​ที่ดีแล้ว​ จึงปลดล็อด​ที่แม่แรง เสาแก่นมะค่าก็เลื่อนลงมาตั้งอยู่​บนตอม่อคอนกรีต​ได้พอดิบ​พอดี

ทำอย่างนี้อยู่​ 14 รอบ เรือน​ทั้งหลังก็กลับมาตั้งอยู่​บนตอม่อคอนกรีตอย่างมั่นคงอีกครั้ง หลังจากระเห็จขึ้น​​ไปตั้งอยู่​บนวัสดุค้ำยันนานาชนิดเสียร่วมเดือน จากนั้น​ช่างแสงจึง​ใช้สว่านไฟฟ้าขนาดใหญ่ เจาะรู​ที่เสาไม้ให้ตรง​กับรู​ที่​เขาเว้นไว้​เมื่อตอนหล่อตอม่อ แล้ว​จึง​ใช้น็อตตัวผู้สอดเข้า​ไปในรูขันน็อตตัวเมียยึดเสาไว้​กับตอม่ออย่างแน่นหนา

"​ที่จริงไม่​ต้องขันน็อตก็เท่ดีนะ" ​เขาเย้าผม

​เป็นเวลาสามทุ่มเศษ กว่า​เขา​จะเสร็จงาน ​และขนเครื่องไม้เครื่องมือตลอดจนม้าเหล็ก​ทั้ง 28 ตัวขึ้น​รถเสร็จ ผมส่งเงินค่าแรงให้​กับ​เขาด้วยรอยยิ้ม​และคำขอบคุณจากใจจริง ​เขารับเงินปึกนั้น​ใส่ลง​ไปในกระเป๋ากางเกง​โดยไม่นับ แล้ว​เอ่ยอำลาเบา ๆ​

"เดี๋ยวก่อน ช่างแสง" ผมตะโกนเรียกเสียงดัง ขณะรถกระบะ​กำลังเร่งเครื่องเตรียม​จะออกเดินทาง ผมวิ่ง​ไปคว้าเลื่อยตะขาบอันเดิมส่งให้ช่างแสง​ที่นั่งเด่นอยู่​บนกระบะท้ายรถ

"ตามสัญญา" ผมพูดยิ้ม ๆ​

"ครับ​ ตามสัญญา" ​เขารับเลื่อยคันนั้น​​ไปถือไว้อย่างทนุถนอม ไม่ผิดอะไร​​กับบัณฑิตรับปริญญา

รถกระบะเร่งเครื่องแล่นจาก​ไป ผมยืนมองตามไฟสีแดงท้ายรถจนลับสายตา.


********************************************************


หมายเหตุท้ายเรื่อง​ :

-หลังจากเสร็จงานยกเรือนหลังนี้แล้ว​ ช่างแสงยัง​ได้ทำงานยก ​และย้ายเรือนอีกหลายสิบหลัง ​โดย​ใช้ แม่แรง, "ม้าเหล็ก" ​และเลื่อยตะขาบ​เป็นเครื่องมือสำคัญ ​ทั้งยังก้าวหน้า​ไปจนถึงขั้นยกบ้าน​ที่สร้างจากคอนกรีต​และปูน

-​ต่อมา ช่างแสง​ได้เข้าสู่วงการเมืองระดับท้องถิ่น ​เขา​ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง​เป็นสมาชิกอบต.ในพื้น​ที่​ที่​เขาอยู่​

-สองสามปีถัดมา ​เขาถูกยิงตายในสงครามต่อต้านยาเสพติด ตำรวจจับตัวมือปืนไม่​ได้ ​และสรุปในสำนวนว่า​เป็นการ "ฆ่าตัดตอน"

หมายเหตุสุดท้าย :

เจ้าหน้า​ที่เทศบาลหนุ่มผู้​เอาการ​เอางานคนนั้น​ ​ได้รับเงินตอบแทนค่า อนุโลม จากผม ​เป็นจำนวน 3 หมื่นบาท​ หลังจากการเจรจาต่อรองให้ลดลงจาก 5 หมื่นบาท​​ที่​เขาเรียก ค่า​ใช้จ่าย​ส่วนนี้ ผมไม่​ได้บอกให้ช่างแสงรู้ ​เพราะเกรงว่า​เขา​จะสะเทือนใจ ​เพราะ​เป็นจำนวนเงินเดียวกัน​กับ​ที่​เขา​ต้องทุ่มเท​ทั้งแรงกาย​และสติปัญญา​เป็นเวลาเกือบเดือน ในขณะ​ที่เจ้าหน้า​ที่ผู้นั้น​ ​ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้า​ที่ของตนเรียกรับเงินครั้งนี้เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง.

หมายเหตุสุดท้าย (จริง ๆ​) :

เจ้าหน้า​ที่หนุ่มคนดังกล่าว บัดนี้​ได้เลื่อนขั้น ​และย้าย​ไปดำรงตำแหน่ง​ที่สูงกว่าในท้องถิ่น​ที่ใหญ่กว่าเดิม ​และมีท่าที​จะเจริญรุ่งเรืองในหน้า​ที่การงานของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง.


คำอุทิศ : "ให้​กับช่างแสง ภูมิปัญญาชาวบ้าน ​และสังคมพิกลพิการ"





จบบริบูรณ์

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2015 Article's Rate 29 votes
ชื่อเรื่อง ยกบ้าน --Series
ชื่อตอน วันสุดท้าย (อวสาน) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ยังวัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๘ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-10810 ], [83.180.108.76]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๕.๓๕ น.

จบกินใจจริง ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​...​​.เหมือนดูหนังกึ่งประวัติคนสู้ชีวิตสักเรื่อง​​หนึ่ง​​...​​..หนัง​​จะจบแบบ​​ที่ควรจบ ​​แต่​​จะมีซับไตเติ้ลตอนท้ายบอกว่า ตัวละคร​​แต่ละตัวสุดท้าย​​ไป​​เป็นอะไร​​ อย่างไรบ้าง​​...​​..ถือ​​เป็นการจบสรุป​​ที่สมบูรณ์แบบไม่กิน​​ที่เนื้อหาเรื่อง​​ "การยกบ้าน"...​​..

หาก​​จะให้ "ชม" ก็ขอบอกว่า คุณยังวันเขียนเล่าเรื่อง​​​​ได้แบบ original ดีทีเดียว ​​คือ ตัวละครมีชีวิต มีบุคลิก​​ที่ชัดเจน มองเห็นภาพสถาน​​ที่ การเล่ากระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ใส่อารมณ์ เล่าด้วยสายตาของผู้สังเกต การอธิบายทางเทคนิคทำ​​ได้ดี ​​โดยการ​​ใช้ภาพประกอบ ขณะเดียวกัน การเล่าเรื่อง​​ก็มีลักษณะของนิยายอย่างสั้น หรือเรื่อง​​สั้นอย่างยาว...​​น่าติดตาม น่าสนุก...​​ในแง่ของภาษาแล้ว​​​​จะเห็นการสะกดผิดน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย​​

หากนี่​​เป็นการเล่าเรื่อง​​ครั้งแรก คง​​จะพูด​​ได้​​แต่ว่า "ขอแสดง​​ความยินดี" ด้วยค่ะ​​

​​ส่วนเรื่อง​​ "ติ​​เพื่อก่อ"...​​.รจนาคงฝากให้​​เพื่อน ๆ​​ ท่านอื่นช่วยแสดง​​ความคิดเห็นด้วยแล้ว​​กันค่ะ​​...​​

คำว่า "สังคมพิกลพิการ" อ่านแล้ว​​ก็เศร้า​​ไปด้วย...​​.คนมีอำนาจหน้า​​ที่แล้ว​​มิ​​ได้​​ใช้อำนาจหน้า​​ที่​​ไปทางชอบ...​​.มัน​​เป็นอย่างนี้อยู่​​ร่ำ​​ไป ไม่ว่า​​จะ​​เป็นประเทศพัฒนาแล้ว​​หรือยังไม่​​ได้พัฒนา...​​​​เป็นสมบัติ​​ที่มนุษยชาติ​​ได้ติดตัวมากันทุกคน "รัก โลก โกรธ หลง กิเลส ตัณหา" ​​ความแตกต่างจึงอยู่​​ตรง​​ที่ว่า ​​ใครยอมตัวให้ตกอยู่​​ใต้อำนาจของกิเลสมากน้อยกว่ากัน...​​.

อย่างไรก็ดี วิบากกรรมไม่เคยให้ผล​​ที่ผิดพลาด...​​​​แม้​​จะเห็นว่า ข้าราชการผู้นั้น​​​​ได้ดิบ​​ได้ดีก้าวหน้าในการงานขึ้น​​ทุกที...​​นั่น​​เป็น​​เพราะบุญเก่ายังหนุนนำอยู่​​ หากบุญนี้หมด​​เมื่อไร...​​อกุศลวิบากก็​​จะตามมาสนอง...​​.ตอนนั้น​​ก็​​ต้องบอกว่า "กรรม​​ใครกรรมมัน" ค่ะ​​...​​.

​​ส่วนช่างแสง...​​​​เป็น​​ที่น่าเสียดาย​​ที่ชีวิต​​ต้องพบจุดจบเช่นนั้น​​...​​ฆ่าตัดตอน? ค้ายาเสพติด?...​​จริงเท็จ...​​คงมี​​แต่ช่างแสงเท่านั้น​​​​ที่รู้...​​.ขอให้วิญญาณของช่างแสงจง​​ไปสู่หนทาง​​ที่ชอบตามเนื้อหาแห่งบุญกรรม​​ที่ทำมาเทอญ...​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-10811 ], [202.28.103.100]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๗.๔๓ น.

ผมเห็นด้วยครับ​​...​​ติดตามอ่านเรื่อยมา
เยี่ยม !...​​​​เป็นฉากชีวิต..​​ที่น่าติดตาม !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เลิศลักษณา [C-10814 ], [210.246.160.4]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๘.๕๔ น.

สนุกดีค่ะ​​ ​​ได้​​ความรู้รอบตัวด้วย เสียดายคนเก่งอย่างช่างแสงนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : add [C-10817 ], [203.188.59.34]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๒๒.๕๗ น.

เท่า​​ที่ติดตามอ่านมา ​​ความรู้สึกแรก​​คือเรื่อง​​นี้ ​​เป็นผู้ช้าย ผู้ชาย แฮ่ๆ​​ ​​ที่พูดอย่างนี้​​เพราะ​​โดย​​ส่วนตัวแล้ว​​​​เป็นคนไม่สนใจ ไม่เข้าใจเรื่อง​​ในเชิงช่างเลย​​ ในหัวสมอง(ขี้เลื่อย) มี​​แต่ไอเดีย แล้ว​​ก็บอกว่าอยาก​​ได้อะไร​​อยู่​​ตรงไหนประมาณนั้น​​ เรื่อง​​นี้จึงคิดว่า​​เป็นเรื่อง​​ค่อนข้าง​​จะเฉพาะทาง​​ที่เขียน​​ได้ละเอียดขนาดมีภาพประกอบ ทำให้คิดถึงสารคดีเกี่ยว​​กับการสร้างกรุงโรมเลย​​นะนั่น

คุณยังวันมีประสบการณ์ ​​และรายละเอียดในชีวิตมาก จึงน่า​​จะเขียนเรื่อง​​อะไร​​ๆ​​​​ได้ดีต่อ​​ไปค่ะ​​ แล้ว​​ก็ยินดีด้วยค่ะ​​​​ที่ตกกระไดพลอย(กระ)โจนเข้ามาด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : cat911 [C-10819 ], [125.27.6.24]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๒๘ น.

ค่อนข้างเห็นด้วยเรื่อง​​ ตอนจบมันเศร้า
​​แต่ มันก็​​เป็นเหมือนสัจธรรมบนโลกนะ
​​คือ​​เป็นเรื่อง​​จริง ​​ที่เกิดขึ้น​​จริง ๆ​​ ตอกย้ำให้เห็นสังคมทุกวันนี้
​​และ การ​​ใช้อำนาจหน้า​​ที่ในทาง​​ที่ผิด
คนดี ​​ที่ไม่​​ได้ดี เหมือน​​ความยุติธรรมในโลกนี้ หา​​ได้มีไม่ เฮ้อออ เรื่อง​​มันเศร้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ยังวัน [C-10831 ], [125.26.81.57]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๗.๓๓ น.

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ​​ ​​ความเห็นครับ​​ ขอน้อมรับด้วย​​ความยินดียิ่ง

ตอนนี้ผม​​กำลังคิดพล็อตเรื่อง​​ใหม่ ​​ถ้าไม่ยุ่งเกิน​​ไป คงมีงานชิ้นใหม่ให้​​เพื่อน ๆ​​ช่วยกันติชมเร็ว ๆ​​ นี้นะครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : พญาไฟ [C-11149 ], [124.121.16.52]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๐, ๑๒.๒๕ น.

ปรบมือให้​​กับงานเขียนดีดีด้วยคนค่ะ​​

เพียงขอนิดเรื่อง​​การจัดวางหน้าตาของบท​​ความค่ะ​​ ​​ถ้าจัดวางให้สวย ๆ​​ อ่านง่าย ​​จะดึงดูดให้ดูน่าอ่านมากขึ้น​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ตามมาอ่าน [C-13664 ], [125.27.8.17]
เมื่อวันที่ : ๑๘ ก.พ. ๒๕๕๑, ๐๐.๓๕ น.

เอ นี่มันเรื่อง​​สั้นสะท้อนสังคมหรือเปล่าคะ​​เนี่ย
ชอบค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น