นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ยกบ้าน #7
ยังวัน
......​เจ้าหน้า​ที่หนุ่มรีบถอยห่างออกมายืนอยู่​​ที่ลานโล่งนอกเรือน ​โดยมีผมเดินมาติด ๆ​ ถึง​จะมั่นใจในตัวช่างแสงอยู่​ไม่น้อย ​แต่ก็ไม่มากพอ​ที่​จะ​เอาชีวิตของตนเข้า​ไปเสี่ยง !...

ตอน : วางเดิมพัน

ทุกเช้า​​ที่ตื่นนอน ผม​จะ​ต้องลุก​ไปยืน​ที่หน้าต่าง ​และมองออก​ไปข้างนอก​เป็นสิ่งแรกสุด ​เพราะตั้งแต่ยกเรือนมาจนถึง​ความสูงเกิน 1 เมตร ทัศนียภาพ​ที่​ได้เห็นจากหน้าต่างแปลก​ไปจาก​ที่เคยเห็นจนชินตามาหลายสิบปี

วันนี้ก็เช่นกัน ​ที่​ความสูงเกือบ​จะเมตรครึ่งจาก​ความสูงดั้งเดิม ผม​สามารถมองเห็นชานเรือนของบ้านใกล้เรือนเคียงหลังหนึ่ง​​ได้อย่างสบาย ​ทั้ง​ที่​เมื่อก่อนมองเห็นเพียงหลังคาของเรือนหลังนั้น​ สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า​เข้าเต็มปอด รู้สึกปลอดโปร่งเสียจริง อาจ​เป็น​เพราะรู้ว่า วันนี้แล้ว​ ​ที่เรือนหลังนี้​จะถูกดีดขึ้น​สูงสู่ระดับ เมตรครึ่งอัน​เป็นระดับ​ที่ตั้งใจไว้เดิม

ขมีขมันอาบน้ำล้างหน้า เผลอตัวฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี รู้สึกโล่งใจ​เอามาก ๆ​ ​เมื่อนึกขึ้น​​ได้ว่าวันนี้​เป็นวัน​ที่ 22 ของการทำงานของช่างแสงเท่านั้น​ ​เป็นอันว่าช่างแสง​ได้รับชัยชนะในการพนันอย่างไม่​ต้องสงสัย ผมในฐานะผู้แพ้พนัน กลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ดูมันช่างผิดวิสัยเสียจริง

ช่างแสง​และทีมงาน มาถึงในเวลาอัน​เป็นปกติ แล้ว​ก็เริ่มลงมือทำงานอย่างเงียบ ๆ​ ลูกน้อง​ทั้งคนครึ่งของ​เขา ทำหน้า​ที่ดีดเรือนในระดับหนึ่ง​เมตรสี่สิบเซ็นติเมตรอย่างรู้งาน ช่างแสงง่วนอยู่​​กับการผูกเหล็กเส้น​เป็นแบบสำหรับหล่อคอนกรีต​เป็นตอม่อเสา ​เขาวางแผนว่า ​เมื่อดีดเรือน​ได้ระดับ​ความสูงเมตรครึ่งแล้ว​ ​เขา​จะ​เอาตอม่อ​ที่หล่อ​ได้นี้สวมเข้า​กับเสาไม้ ​โดยบากเสาไม้​และตอม่อให้​เป็นบ่า​เพื่อสวมเข้าด้วยกันพอดิบ​พอดี แล้ว​ขันยึดด้วยน็อตต้นละสองตัว​เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการดีดเรือน

คลิกดูภาพขยาย



เวลาประมาณสี่โมงเช้า​ ผม​กำลังเดิน​ไป ๆ​ มา ๆ​ดูช่าง​ทั้งสองทีมทำงานทางโน้นทีทางนี้ที ก็ปรากฎร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง​ ​แต่งกายด้วยเสื้อเชิร์ตแขนยาวผูกเน็คไทด์เรียบร้อย​ เดินตรงมาจากหน้าบ้าน พยายามมองหา​ใครอยู่​ จึงเดินออก​ไปถามดู
"บ้านของคุณใช่ไหมครับ​" หนุ่มแปลกหน้าคนนั้น​ถามขึ้น​
"ใช่ครับ​ มีธุระอะไร​ไม่ทราบ" ผมตอบยิ้ม ๆ​ นึกไม่ออกว่าชายคนนี้มีธุระปะปังอะไร​
"ผมมาจากเทศบาลครับ​ คุณ​ได้ขออนุญาตก่อนทำการต่อเติมอาคารหรือไม่ครับ​" ชายหนุ่มคนนั้น​ถามตรงประเด็นอย่างไม่รอช้า
"อ้าว แค่ยกเรือนขึ้น​สูงอีกหน่อย​เดียว​ต้องขออนุญาตด้วยหรือครับ​?" รู้สึก​ได้ว่า ​ความยุ่งยากบางอย่าง​กำลังก้าวเข้ามารบกวนวันเวลา​ที่แสน​จะปลอดโปร่ง
"โห คุณ ยกบ้านขึ้น​สูงกว่าเดิมตั้งเมตรกว่าอย่างนี้ไม่ถือว่าเล็กน้อยแล้ว​ครับ​" ชายหนุ่มแย้ง ​พร้อม​กับเดินเข้ามาถึงบริเวณเรือนหลังบ้านอย่างถือวิสาสะ
"ดูสิ เรือน​ทั้งหลังยก​เอามาตั้งอยู่​บนม้าเหล็กตัวนิดเดียว นี่​ถ้าพลาดพลั้งขึ้น​มา มิพังลงมาทับคนล้มตายหรอกหรือ" ​เขาพูดขณะเดินสำรวจรอบ ๆ​ เรือนหลังบ้าน ลูกน้องช่างแสงชะงักค้าง ไม่​เป็นอันทำงาน
"​ถ้าอย่างนี้ ผม​จะ​ต้องทำอย่างไรครับ​" ผมถามเจ้าหน้า​ที่คนนั้น​
"​ที่จริง มันผิดระเบียบมา​แต่ต้น คุณ​ต้องขออนุญาตดัดแปลงแก้ไขอาคาร ​พร้อมแนบแบบ ​และแผนการทำงาน ​และ​ต้องให้วิศวกรลงชื่อรับรอง...​...​" ​เขายังร่ายยาวถึงกฎระเบียบต่าง ๆ​ อีกมากมาย​
"คุณก็เห็นอยู่​แล้ว​ว่า งาน​จะเสร็จอยู่​แล้ว​ ก็ช่วยอนุโลมเถอะครับ​" ผมพยายามขอร้องด้วย​ความหวังริบหรี่
"ผมก็อยาก​จะอนุโลมอยู่​หรอก ​แต่​ต้องทำตามหน้า​ที่ครับ​" ​เขาตอบ ​เป็นจังหวะเดียว​กับ​ที่ช่างแสงเดินมาสมทบ
"ทำอย่างไรดีล่ะช่าง? เจ้าหน้า​ที่ของเทศบาล​เขา​จะให้ยื่นแบบขออนุญาตดัดแปลง แล้ว​ยัง​ต้องให้วิศวกรเซ็นต์รับรองด้วย" ผมสรุปเหตุการณ์คร่าว ๆ​ ให้ช่างแสงฟัง
"อ้อ คุณ​คือช่างคน​ที่ยกเรือนหลังนี้หรือ?" พนักงานหนุ่มหัน​ไปถามช่างแสง
"ครับ​" ช่างแสงตอบ
"คุณยกเรือน​ทั้งหลังขึ้น​สูงขนาดนี้ มันอันตรายนะ ​ทั้งไม่มี​ทั้งวิศวกรควบคุมงาน ไม่มี​ทั้งแบบ​ที่​ได้รับอนุมัติ นี่คงยกกันอย่างลูกทุ่งเลย​สิท่า" พนักงานหนุ่มเริ่มหาเหตุตำหนิผลงานของช่างแสง
"ผมก็ยกมาตั้งหลายหลังแล้ว​ ไม่เห็น​จะเคย​เป็นอะไร​สักหลังนี่นา...​.ไอ้แบบลูกทุ่งนี่แหละ​" ช่างแสงเน้นเสียงหนัก ๆ​ ตรงคำว่า'ลูกทุ่ง'
"ก็นั่นแหละ​ ​แต่ไม่ใช่ว่า​ความผิดพลาด​จะเกิดขึ้น​ไม่​ได้ เห็นไหม นี่ยกเสาเรือน​เอามาตั้งบนม้าเหล็ก แป๊บเหล็กนี่ก็เล็กแค่นี้ ​จะรับน้ำหนักอย่างไร เคยคำนวณบ้างหรือเปล่า?" ชายหนุ่มรุกเร้าด้วยหลักวิชาการอย่าง​เป็นต่อ
"ผมตีให้ว่า เสา​แต่ละต้นรับน้ำหนักสี่ตัน พอเฉลี่ยลงขาสี่ข้าง ​แต่ละข้างก็รับขาละตัน แป๊บเหล็กสองนิ้วแบบนี้รับ​ได้สบาย ๆ​ อย่าว่า​แต่ตันเดียวเลย​ ห้าตันยังรับ​ได้ไหว" ช่างแสงโต้กลับด้วยตัวเลข
"คุณไม่​ต้องมามั่ว​กับผมดีกว่า ผมดูแลงานด้านโยธามาหลายปีแล้ว​ ​จะมารู้ดีกว่าผม​ได้อย่างไร?" เจ้าหน้า​ที่พยายามตัดบท
"ผมก็ยกเรือนมาหลายสิบหลังแล้ว​ ไม่เคยเห็น​ต้องคำนวณอะไร​ให้วุ่นวายเลย​" ช่างแสงตอบโต้อย่างไม่ลดละ
"คุณก็ช่วยอนุโลมให้หน่อย​แล้ว​กัน งานก็จวน​จะเสร็จอยู่​แล้ว​" ผมออกปากอีกครั้ง ​แม้​จะไม่มีเหตุผลนัก ​แต่ทำ​ไป​เพื่อ​เป็นกันชน​ระหว่างสองฝ่ายเสียมากกว่า
"ผมก็อนุโลมอยู่​นี่ไงครับ​ ​ที่จริงผมมีอำนาจสั่งหยุดการทำงาน​ได้ทันที ​แต่นี่ให้โอกาสคุณยื่นคำขอดัดแปลงใหม่ ก็นับว่าอนุโลมแล้ว​นะ" ​เขายืนยันคำเดิม
"แหม ผมเองก็ไม่รู้กฎระเบียบ คิดว่าแค่เรือนหลังนี้ ไม่​ได้ติด​กับ​ที่สาธารณะ ถึง​จะพังก็คงไม่​ไปทับบ้าน​ใครให้เดือดร้อน ก็เลย​ไม่​ได้สอบถามทางเทศบาล" ผมเริ่มรู้สึกว่า​ป่วยการ​ที่​จะพูดคุยกันต่อ​ไป ​เพราะอีกฝ่ายมุ่ง​จะยึดประเด็นกฎระเบียบ​ที่ผมไม่มีทางต่อสู้​ได้เลย​
"ไม่เดือดร้อน​ได้ไงครับ​ ​ถ้ามีอันพังลงมา​เพราะทำอย่างไร้หลักวิชาการ คน​ที่เดือดร้อน​ที่สุด​คือผมนี่แหละ​ นี่ผู้ใหญ่​เขาผ่านมาเห็นเข้า ​เขายังเรียกผม​ไปต่อว่าทำไมปล่อยให้มีการดัดแปลง​โดยไม่มีการขออนุญาต" เจ้าหน้า​ที่หนุ่มตอบด้วยมุมมองของ​เขา
"ผมยืนยันว่าไม่พัง" ช่างแสงทะลุโพล่งออก​ไป ผมเพิ่งเคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของ​เขา นัยตาของ​เขาลุกวาว หน้าตาขมึงทึงผิดจากช่างแสง​ที่สุภาพลุ่มลึกอย่าง​ที่เคยรู้จัก​เป็นคนละคน
"คุณก็อ้าง​ไปเรื่อย กะอีแค่ม้าเศษเหล็กต้นแค่นี้ ​จะ​เอาเรือน​ทั้งหลังอยู่​รึ นี่​ถ้ามันล้มลงสักต้น มิพากันพัง​ไป​ทั้งแถบหรือ?" พนักงานพูด สีหน้ามีแววเหยียดอย่างเห็น​ได้ชัด
"คุณกล้าพนัน​กับผมหรือเปล่า?" ช่างแสงพูดเสียงชักดัง
"พนันอะไร​?" หนุ่มคนนั้น​สวนด้วยเสียงดังขึ้น​เช่นกัน
"​ถ้าผม​เอาค้ำยันออกจากเสาต้นหนึ่ง​ ​ถ้าเรือนพัง ผม​จะยอมให้คุณจับเข้าคุก ​และ​จะยอมกราบเท้าคุณทันที" ช่างแสงพูดหน้าตาถมึงทึง
"เชอะ อย่าดีกว่า เดี๋ยวเรือนของคุณ​เขา​จะพังเปล่า ๆ​" หนุ่มยิ้มเยาะ
"คุณกล้าไหม?" ช่างแสงตัดบทเสียงดัง เห็น​ได้ชัดเสียง​เขาสั่นด้วยโทสะ
"แน่ใจนะ คุณล่ะว่าไง?" พนักงานหนุ่มโยนคำถามมา​ที่ผม
"ไม่​ต้องกลัวหรอกคุณ เรือนโบราณแบบนี้ เครื่องไม้มันขัดกันอยู่​แน่นหนา มันไม่มีทางพังง่าย ๆ​ เหมือนถนนรนแคม​ที่​เขาสร้างตามหลักวิชาการสมัยนี้หรอก" ช่างแสงหันมาให้​ความมั่นใจผม​แต่ไม่วายค่อน​เอาคืน

ผมนิ่งอึ้ง เกิด​ความเงียบอันน่าอึดอัดระลอกใหญ่ปกคลุมเรือน​ทั้งหลัง ​เป็น​ความอึดอัด​ที่ผมเองก็ไม่เคยเจอมาก่อน กลาย​เป็นว่า ผม​ต้องกลาย​เป็นผู้ชี้ขาดว่าการประลอง​กำลังของ​ทั้งสอง​จะเริ่มขึ้น​​ได้หรือไม่

"ตามใจช่างก็แล้ว​กัน" ผมตอบหลังจากชั่งใจอยู่​นาน พูดจบก็เป่าลมพรืดใหญ่ออกจากอก

"เลือกมา คุณ​จะเสา​เอาต้นไหน" ช่างแสงท้าทายเจ้าหน้า​ที่หนุ่ม
"ผมก็​ต้องเลือก​เอาต้น​ที่รับน้ำหนักมาก​ที่สุดน่ะสิ" ชายหนุ่มตอบ น้ำเสียงยังมีนัยเยาะหยัน
"นั่นแหละ​ ต้นไหนให้คุณเลือก​ได้เลย​" ช่างแสงตอบ
"งั้น​เอาต้นกลางเรือน" ชายหนุ่มชี้​ไป​ที่เสาแก่นมะค่าต้นกลางเรือน อัน​เป็นต้นแรก​ที่ช่างแสงตัด​เมื่อเกือบเดือนมาแล้ว​
"​ได้" ช่างแสงตอบเสียงหนักแน่น ​เขาบัญชาให้ลูกน้อง​ทั้งสองขึ้น​แม่แรง​ที่ขื่อเหนือเสาต้นนั้น​
หลังจากแม่แรงส่งแรงดัน​ไป​ที่ปลายเสาไม้ยูคาฯ ดันขื่อให้ยกลอยขึ้น​เล็กน้อยแล้ว​ ช่างแสงก็ดันให้ม้าเหล็กเครื่องมือประหลาดของ​เขาให้พ้น​ไปจากจุด​ที่มัน​ใช้รับน้ำหนัก ​เขาก้มลง​ที่แม่แรง ​กำลัง​จะปลดล็อคให้แม่แรงทิ้งตัวลง นั่นเท่า​กับปลดปล่อยให้เสาต้น​ที่รับน้ำหนักมาก​ที่สุดของเรือน ​เป็นอิสระ หากเรือน​ทั้งหลังไม่พัง ​จะ​ต้องทรงรูปอยู่​ให้​ได้ด้วยเสาเพียง 13 ต้น!

เจ้าหน้า​ที่หนุ่มรีบถอยห่างออกมายืนอยู่​​ที่ลานโล่งนอกเรือน ​โดยมีผมเดินมาติด ๆ​ ถึง​จะมั่นใจในตัวช่างแสงอยู่​ไม่น้อย ​แต่ก็ไม่มากพอ​ที่​จะ​เอาชีวิตของตนเข้า​ไปเสี่ยง
ในใจรู้สึกสับสน​ไปหมด นี่ผมคิดอย่างไร จึงตัดสินใจลง​ไปเช่นนั้น​ เรือนของปู่​ทั้งหลัง ผมกลับกล้ายอม​เอามา​เป็นเครื่องต่อรองสำหรับเดิมพันของบุคคลภายนอก​ที่ไม่​ได้มี​ส่วน​ได้​ส่วนเสีย​แม้​แต่น้อยเชียวหรือ

​แม้ใจ​จะคิด​ได้อย่างนั้น​ ​แต่ผมกลับไม่คิด​จะห้ามปรามช่างแสงเลย​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID S-2011 Article's Rate 29 votes
ชื่อเรื่อง ยกบ้าน --Series
ชื่อตอน วางเดิมพัน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ยังวัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-10774 ], [83.180.108.76]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๕.๓๓ น.

โห...​​มีตื่นเต้นขึ้น​​เรื่อย ๆ​​...​​.แนวคิดวิชาการ​​กับแนวคิดลูกทุ่งเดินมาชนกันแล้ว​​...​​.​​จะเกิดอะไร​​ขึ้น​​ต่อ​​ไปน้า...​​.

​​ต้องคอยลุ้น...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ยังวัน [C-10776 ], [125.26.80.63]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๗.๔๕ น.

ขอบคุณทุกท่าน​​ที่ตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ครับ​​ ​​โดยเฉพาะคุณรจนา ลุงเปี๊ยก คุณดาวเคียงเดือน ​​และคุณจันทน์กะพ้อ

ผมเข้ามาเว็บนี้​​และประทับใจมาก​​กับการต้อนรับ​​ที่อบอุ่นจาก​​เพื่อน ๆ​​ ทุกคน ​​และหลงคลิก​​ไปสมัคร​​เป็นนักเขียนเข้าอย่างไม่​​ได้ตั้งใจ (มือมันซนน่ะครับ​​)
พอสมัครแล้ว​​ ก็​​ต้องเลย​​เลย​​ตามเลย​​ ก็เขียนเล่าเรื่อง​​​​ที่คิดว่าอาจมีคนสนใจบ้าง ​​เพื่อรับผิดชอบต่อสถานภาพนักเขียน​​ที่สมัครไว้

เรื่อง​​"ยกบ้าน"คง​​จะจบลงเร็ว ๆ​​นี้ ​​ที่ผมอยาก​​ได้มาก​​ที่สุดจาก​​เพื่อน ๆ​​ ทุกท่าน​​คือ คำวิจารณ์อย่างตรง​​ไปตรงมา​​ที่สุด ​​เพื่อนำมาปรับปรุงการเขียนของตนเองในโอกาสอันอาจมีต่อ​​ไป ขอฝาก​​เพื่อน ๆ​​ ​​ได้โปรดช่วยแนะนำด้วยนะครับ​​ ขอบคุณล่วงหน้าครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : cat911 [C-10786 ], [125.27.4.89]
เมื่อวันที่ : ๐๙ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๑.๒๖ น.

โอ้โห อ่านรวดเดียวเลย​​นะคะ​​
สนุกมากค่ะ​​ ​​ได้​​ความรู้ด้วย ภาพประกอบ ถึง​​จะบอกว่า ฝีมืออนุบาล ​​แต่ ​​เอา​​เป็นว่า ดูแล้ว​​เข้าใจดีนะคะ​​ ช่วย​​ได้เยอะเลย​​ไม่​​ต้องจินตนาการมาก อิอิอิ
ศัพท์ ​​ที่เลือก​​ใช้ ก็ทำให้อ่านแล้ว​​​​ได้อารมณ์ร่วมดีด้วยค่ะ​​
รออ่านตอนต่อ​​ไปนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น