นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ยกบ้าน #4
ยังวัน
......​ทำให้นึกถึงภาพของชาวอิยิปต์โบราณขนย้ายหิน​ไปสร้างปิรามิด ​โดย​ใช้ขอนไม้หนุนแทนลูกล้อ การย้ายเรือนของช่างแสงคง​ใช้หลักการเดียวกัน...

ตอน : บ้านบนขอนไม้

กินเวลาอีก 3 วัน ช่างแสงหรืออัน​ที่จริงลูกน้อง​ทั้งคนครึ่งของช่างแสงก็​ใช้เลื่อยตะขาบตัดเสาเรือนจนขาดหมด​ทั้ง 14 ต้น

​ที่ดูเหมือนล่าช้ากว่า​ที่ควร​จะ​เป็นก็​เพราะก่อน​จะตัดเสาทุกต้น ช่างแสง​ต้องให้ลูกน้อง​ทั้งสองขึ้น​แม่แรง โยกขึ้น​ ๆ​ ลงๆ​สักสองรอบก่อน​จะตัดเสาเสมอ ​เมื่อทำเช่นนี้จนเวียนมาถึงเสาต้นสุดท้าย อัน​เป็นเสากลางเรือนอีกต้นหนึ่ง​​ที่อยู่​คู่​กับเสา​ที่ถูกตัด​เป็นต้นแรก ก็​เป็นอันว่าเสาทุกต้นขาดจากตอแล้ว​

คง​จะสงสัยกันบ้างว่า แล้ว​เรือน​ที่เสาถูกตัดเสาจนหมด​จะตั้งอยู่​​ได้อย่างไร?
"เรือน​ทั้งหลังมันหนักโขอยู่​นะคุณ ถึงเสา​จะถูกตัดขาดจากตอ ​แต่น้ำหนัก​ที่เสา​แต่ละต้นแบกอยู่​ทำให้มันตั้งอยู่​​ที่เดิม​ได้เหมือน​กับตอน​ที่มันยังไม่โดนตัดนั่นแหละ​" ช่างแสงอธิบายง่าย ๆ​ ด้วยภาษา​ที่ทุกคนเข้าใจ​ได้ ​แต่​เมื่อผมลอง​เอาวิชากลศาสตร์ครั้งเรียนมัธยมมาอธิบาย ก็ยิ่งทึ่งในภูมิปัญญาชาวบ้านของช่างแสง

รุ่งขึ้น​ ​เป็นวัน​ที่หกของการทำงาน ช่างแสงสั่งลูกน้องให้ขึ้น​แม่แรง​ที่เสาต้นแรก​ที่บัดนี้เสา​ได้ขาดออกจากตอ​ที่ฝังอยู่​ในดินแล้ว​ ลูกน้องตัวเล็ก​ได้รับคำสั่งให้​ไปขนทรายมากองไว้ใกล้ๆ​ เสาต้น​ที่​กำลังถูกดีดด้วยแม่แรงอีกครั้ง
​เมื่อโยกแม่แรงดีดเสาต้นนั้น​ให้สูงขึ้น​จากตอประมาณหนึ่ง​นิ้ว พอให้เรือน​ทั้งหลังส่งเสียงลั่นอย่างคนเกียจคร้านแล้ว​ ช่างแสงก็ให้ลูกน้องโกยทรายให้แทรกเข้า​ไป​ระหว่างรอยแยกของเสา​กับตอเสา พอลดแม่แรงลง ทรายบาง​ส่วน​จะถูกเสากดทับให้อยู่​ตรงกลาง​ระหว่างรอยตัด เห็น​ได้ชัดว่าบัดนี้เสายกขึ้น​สูงกว่าเดิมประมาณ 1 เซ็นติเมตร!
ทำอย่างนี้​กับเสาทีละต้น ไล่​ไปเรื่อย ๆ​ จนวนกลับมาถึงเสาต้นแรกอีก ​และทำขบวนการนี้ซ้ำอีก คราวนี้ เห็น​ได้ชัดว่า เสาต้นแรกยกสูงจากเดิมเพิ่ม​เป็นสองเซ็นติเมตร
คลิกดูภาพขยาย

รุ่งขึ้น​ ครบรอบสัปดาห์ของการทำงาน​พอดี ช่างแสงก็​ใช้วิชาการแบบพื้นบ้านของตน ยกเรือนขึ้น​​ได้สูงเกินสิบเซ็นติเมตร คราวนี้ ผมพบข้อน่าสังเกตสองประการ

ประการแรก เสียงเรือน​ที่เคยลั่นดังอย่างน่าตกใจกลัวในตอนแรกนั้น​ มาบัดนี้ ไม่ว่า​จะโยกแม่แรงมากเพียงใด ก็ไม่ส่งเสียงลั่นดังเท่าตอนแรก ๆ​ ​แต่​จะดังเบาลงทุกที
"เครื่องไม้บนเรือนมันเริ่มคุ้นแล้ว​ ต่อ​ไป​จะเร็วแล้ว​ละ ก็เหมือน​เขาสร้างตึกสูง ๆ​ นั่นไงคุณ ตอนทำฐานรากมัก​จะช้าเสมอ ​แต่พอฐานรากเสร็จ ​จะต่อให้สูงแค่ไหนก็ไม่ยากแล้ว​" ช่างแสงให้อรรถาธิบาย​เมื่อผมทักถามขึ้น​ ทำให้ผมเพิ่งเข้าใจเหตุผล​ที่ช่างแสงโยกแม่แรงขึ้น​ ๆ​ ลง ๆ​ อยู่​หลายครั้งในช่วงการตัดเสาครั้งแรก

ประการ​ที่สอง ​เมื่อดีดเรือนสูงขึ้น​จนไม่อาจ​ใช้ทรายหนุนอีกต่อ​ไป​ได้แล้ว​ ช่างแสงก็สั่งลูกน้องให้ตัดเสาไม้ยูคาออก​เป็นท่อน ๆ​ ยาวประมาณท่อนละครึ่งเมตร พอโยกแม่แรงขึ้น​ คราวนี้​เขาไม่​ใช้ทรายถม ​แต่​เอาเสาไม้ยูคาฯ สอดเข้า​ไปเรียงติด ๆ​ กันประมาณ 3-4 ท่อน เสร็จแล้ว​จึงลดแม่แรงลง คราวนี้ไม่มีเสียงลั่นของเรือนไม้ ​แต่กลับ​เป็นเสียงลั่นของไม้ยูคาฯแทน ​แต่ก็ดังเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว ท่อนไม้ยูคาฯ​ที่วางอยู่​บนพื้นทรายถูกน้ำหนักของเสากดทับก็สงบนิ่งรับน้ำหนักเสาเรือนอย่างนั้น​​โดยไม่มีท่าทีว่า​ใคร​จะมาขยับมันให้เลื่อน​ไปไหน​ได้ ผมลอง​เอาเท้าเตะดูหลายครั้งก็ไม่มีท่าว่า​จะขยับเขยื้อน
"เวลา​เขาย้ายบ้าน ก็​เอาขอนไม้ยูคาฯ หนุนอย่างนี้แหละ​ ​แต่​ต้องหนุนเสาทุกต้น​พร้อมกัน แล้ว​​เอาลวดสลิงค์มัดเรือน ​ไปโยง​กับแม่แรงอีกตัว ค่อย ๆ​ ขยับมัน​ไปทีละนิ้ว ๆ​ ​จะให้มันย้าย​ไปไกลกี่ร้อยกี่พันเมตรก็​ได้​ทั้งนั้น​" ช่างแสงคุย ผมนึกภาพตามก็ดู​จะสมจริงสมจัง ​โดยเฉพาะ​เมื่อเห็นขอนไม้ยูคาฯ​ที่หนุนอยู่​ ทำให้นึกถึงภาพของชาวอิยิปต์โบราณขนย้ายหิน​ไปสร้างปิรามิด ​โดย​ใช้ขอนไม้หนุนแทนลูกล้อ การย้ายเรือนของช่างแสงคง​ใช้หลักการเดียวกัน
คลิกดูภาพขยาย

มาถึงตอนนี้ ชั่วเวลาวันเดียว อาศัยเพียงทราย​และขอนไม้ยูคาฯ ช่างแสงก็ดีดเรือน​ได้อีกร่วมสิบเซ็นติเมตร พอ​ได้​ความสูงเพียงพอ ​เขา​เอาขอนไม้ยูคาฯวางแนวขวาง​กับแถวแรกหนุนไว้ ​พอดี​กับไม้ยูคาฯ​ที่ซื้อมา​แต่แรก 30 ต้น ถูกซอย​เป็นขอนไม้หนุนเรือนจนหมดสิ้น

"ไม่​ต้องแล้ว​ครับ​" ช่างแสงตอบผม​เมื่อถาม​เขาว่า​ต้องการให้ผมสั่งเสาไม้ยูคาฯ หรือทรายมาเพิ่มอีกหรือไม่

ผมยังอดกังขาไม่​ได้ว่า นี่เพิ่งสูงจากพื้นเพียง 20 กว่าเซ็นติเมตร เป้าหมายของเรา​คือ 150 เซ็นติเมตร หรือเมตรครึ่ง ช่างแสง​จะ​เอาอะไร​หนุน?

แล้ว​ข้อกังขาของผมก็หายสิ้น​ไปในเช้า​วันรุ่งขึ้น​ ​เมื่อเห็นสิ่ง​ที่ช่างแสงขนลงจากรถกระบะ​ที่​เขาเช่ามา.



********************************************************


หมายเหตุ : การบรรยายให้ผู้อ่านเห็นภาพเกี่ยว​กับขั้นตอนการยกเรือน ออก​จะซับซ้อน ​และมีศัพท์ช่าง ​ทั้งผู้เขียนเองก็ไม่มีภาพถ่ายของการยกเรือนอยู่​เลย​ จึงวาดภาพขึ้น​​เพื่อประกอบเรื่อง​ ​ต้องขอขอบคุณลุงเปี๊ยก​ที่แนะนำวิธีการอัพโหลดรูป ​และขออภัย​ที่ฝีมือการวาดรูปของผมอยู่​ในระดับอนุบาลอย่างเหนียวแน่น

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1999 Article's Rate 29 votes
ชื่อเรื่อง ยกบ้าน --Series
ชื่อตอน บ้านบนขอนไม้ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ยังวัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-10705 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๐๑ น.

คุณยังวันครับ​​...​​ อยากเห็นรูป​​ที่วาดไว้ ​​เพราะนึกภาพไม่ออกตอน​​เอาทรายหนุนเสา​​ได้ตั้ง ๑๐ เซนต์ หนุนยังไงยังนึกภาพไม่ออกครับ​​ ​​และตอน​​เอาขอนไม้ยูคาฯมาวางบนทราย ก็ยังนึกภาพไม่ออกอีก

วิธีการแปะรูป ทำอย่างนี้ครับ​​
กรณีโพสต์ตอนใหม่(หรือเรื่อง​​ใหม่) ในกรอบเตรียมต้นฉบับ​​ ​​จะมีไอค่อนรูปสแตมป์นก วางอยู่​​บนกรอบริมขวา คลิก​​ที่สแตมป์ ​​จะมีโค้ด [I M A G E]แทรกลงบนต้นฉบับ​​ในตำแหน่ง​​ที่เคอร์เซอร์กระพริบ

โค้ดนี้​​คือโค้ดรูปภา​​พระบบ​​จะตรวจพบ​​และนับจำนวนไว้ ​​เมื่อกดปุ่ม Process.. ระบบ​​จะมีปุ่ม Browse.. ให้เลือกอัพโหลดรูปตามจำนวน​​ที่นับ​​ได้ครับ​​

กรณีเรื่อง​​โพสต์​​ไปแล้ว​​ ก็คลิกเลือกแก้ไข (บนหน้า Member-Area ​​จะมีจุดเชื่อมต่อ ให้​​ไปยังหน้าแก้ไข เรื่อง​​/ตอน ​​ที่โพสต์​​ไปแล้ว​​

​​แต่ในหน้าแก้ไข​​จะไม่มีไอค่อนสแตมป์รูปนกให้ ​​แต่คุณยังวัน​​สามารถพิมพ์โค้ด [I M A G E]ลง​​ไป​​ได้เองครับ​​ ​​เมื่อกดปุ่ม Save/บันทึก ระบบ​​จะย้อมกลับมาให้เติมรูป ตามจำนวน​​ที่ใส่โค้ดไว้

ลองทำตามคำแนะนำดูครับ​​ ทำผิด ๆ​​ ถูก ๆ​​ ​​ได้ไม่​​เป็นไร ​​ถ้ายังงง ผม​​จะอธิบายเพิ่มอีก

หมายเหตุ โค้ด [I M A G E] ให้พิมพ์ติดกันเลย​​นะครับ​​ ไม่​​ต้องเว้นช่องว่างแบบ​​ที่ผมพิมพ์ให้ดู​​เป็นตัวอย่าง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ดาวเคียงเดือน [C-10706 ], [203.113.17.131]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๑๓ น.

อ๊ะๆ​​ น่าเสียดายจัง..อยากเห็นภาพจังเลย​​

ลองปรึกษาลุงเปี๊ยกเผื่อ​​จะโพสต์รูป​​ได้นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ดาวเคียงเดือน [C-10710 ], [203.113.17.131]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๑.๐๓ น.

อ่ะนะ โพสต์ช้ากว่าลุงเปี๊ยก
สงสัยดาวเคียงเดือนเปิดอ่านก่อนลุงเปี๊ยก ​​แต่โพสต์ช้ากว่า ตอนโพสต์จึงไม่เห็นข้อ​​ความของลุงเปี๊ยก

ขอเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ​​ ภาษาอีสานเรียกว่า " ดีดบ้าน " ค่ะ​​ (ทำให้ตัวบ้านสูงขึ้น​​ ไม่รู้ว่าขั้นตอนทำเหมือนกันหรือเปล่า) ​​ที่บ้านลุง​​กับป้า ของดาวเคียงเดือน ก็ผ่านการดีดบ้านมาแล้ว​​ค่ะ​​ เสียดาย ช่วง​​ที่ช่าง​​เขาทำการดีดบ้านนั้น​​ ดาวเคียงเดือนไม่​​ได้อยู่​​ดูด้วย จึงไม่ค่อยทราบขั้นตอนว่า​​เขาทำอย่างไรกัน ​​แต่พอ​​ได้อ่านเรื่อง​​ของคุณยังวันแล้ว​​ รู้สึกน่าสนใจมากค่ะ​​

บ้านหลังนั้น​​เว็บมาสเตอร์เคย​​ไปพักมาแล้ว​​นะ..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ยังวัน [C-10712 ], [125.26.83.68]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๔.๔๐ น.

ขอบคุณมากครับ​​ลุงเปี๊ยก โลว์เท็คอย่างผมกว่า​​จะหาทางอัพโหลดรูป​​ได้ก็แทบแย่ แถมพอโหลดขึ้น​​แล้ว​​ มาดูฝีมือการวาดเขียนของตัวเองแล้ว​​อยาก​​จะ​​เอารูปออกเสียจริง มิน่าสมัยเด็กสอบวิชาวาดเขียตกทุกที

ขอบคุณครับ​​คุณดาวเคียงดิน วิธีการดีดบ้านคง​​จะคล้าย ๆ​​ กันในหลักการพื้นฐานครับ​​ เพียง​​แต่​​ใคร​​จะประยุกต์อย่างไร

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ยังวัน [C-10713 ], [125.26.83.68]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๔.๔๑ น.

อ้าว ตายละ ผมเรียกชื่อผิด​​ไปถนัดเลย​​ คุณดาวเคียงเดือน ไม่ใช่เคียงดิน ขออภัยครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ลุงเปี๊ยก [C-10715 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๕๑ น.

เห็นภาพประกอบ​​ที่แปะไว้แล้ว​​เข้าใจ​​ได้ดีขึ้น​​มากครับ​​ ​​ต้องนับถือภูมิปัญญาช่างไทยจริง ๆ​​ การกอบทรายล้อมเสาไว้ รวม​​ทั้งล้อมขอนไม้หนุนแบบ​​ที่เห็นในภาพ ทำให้เข้าใจ​​ได้ทันทีว่า ทำไมขอนหนุนจึงไม่"หนี"ออกจากตำแหน่ง

ภาพวาด​​ใช้​​ได้ครับ​​ สื่อ​​ความ​​ได้ชัดเจนดี

รออ่านตอนต่ออีกครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : Rotjana Geneva [C-10723 ], [83.181.103.149]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๗.๐๙ น.

เล่า​​ได้เยี่ยมมากเลย​​ค่ะ​​ คุณยังวัน...​​.ยิ่ง​​ได้ภาพประกอบมาด้วย ยิ่งแจ๋ว...​​.เข้าใจชัดเจนเลย​​ค่ะ​​ ​​แม้ว่า​​จะไม่​​ได้​​เป็นช่างกัน​​เขาด้วย...​​.

มอบ ให้คุณยังวัน ​​และช่างแสง​​กับลูกน้องอีกหนึ่ง​​คนครึ่งนะคะ​​

เรื่อง​​ดี ๆ​​ แบบนี้ นาน ๆ​​ ​​จะ​​ได้อ่านทีนึง...​​.รจนาอยู่​​เมืองสวิตฯ​​ซึ่ง​​เป็นเมืองเอกแห่งงานสถาปนิก​​และวิศวกรรมการก่อสร้าง...​​​​แต่ช่างสวิสหากมาเจอช่างแสงคงอึ้ง​​ไปเหมือนกัน...​​วิธีพื้นบ้าน​​ที่ไม่​​ต้องสิ้นเปลืองเครื่องจักรยนต์กลไกแบบนี้ น่านับถือจริง ๆ​​ ค่ะ​​

หวังว่าตอนจบคงไม่แอนตี้ไคลแมกซ์นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น