นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ยกบ้าน #3
ยังวัน
...เหงื่อเม็ดโต ๆ​ ผุดเต็มหน้าผากแล้ว​ค่อย ๆ​ รวมกัน​เป็นหยดเหงื่อไหลเรื่อยลงมาตามข้างแก้มแล้ว​มารวม​เป็นเม็ดเหงื่อ​ที่ปลายคางก่อน​จะหยดลงบนอกเสื้อ เสียงเลื่อยไม้​ที่เคยดังสม่ำเสมอค่อยช้าลง ๆ​ ​และหยุดเงียบ​ไปใน​ที่สุด...

ตอน : เลื่อยเสาเรือน

ลูกน้องช่างแสง​ใช้เวลาเพียงวันครึ่งก็รื้อฝาเรือนทุกด้านออกจนหมดสิ้น ขน​เอาไม้​ที่รื้อออกมากองไว้​ที่หลังบ้าน ​ได้ไม้กองเขื่อง
ผมเดินสำรวจกองไม้ระเกะระกะแล้ว​ก็อดคิดเปรียบเทียบถึงวันเวลา​และแรงงาน​ที่ผู้สร้างเรือน​ใช้​ไป​กับการสร้างไม่​ได้ เพียงชั่วเวลาวันครึ่ง ผู้รื้อก็​สามารถรื้อทำลายสิ่ง​ที่ผู้สร้างอาจ​ต้อง​ใช้เวลา​เป็นแรมเดือนแรมปีสร้างขึ้น​มา​ได้ ดูเหมือนการทำลายมัก​จะง่าย​และสั้นกว่าการสร้างสรรค์เสมอ
​แต่ก็อีกนั่นแหละ​ หากไม่มีการทำลาย ไฉนเลย​​จะ​สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ​ ขึ้น​​ได้ กว่าต้นไม้​จะโตพอ​ใช้ทำไม้กระดาน​ได้สักต้น อาจ​ต้อง​ใช้เวลาหลายสิบหรืออาจถึงหลายร้อยปี ​แต่เพียงชั่วเวลาไม่กี่นาที มนุษย์ก็​สามารถโค่นต้นไม้ต้นนั้น​ลง แปรสภาพจากต้นไม้​ที่มีชีวิตให้เหลือสภาพ​เป็นไม้ซุง ​และท้าย​ที่สุดก็กลาย​เป็นไม้กระดาน ไม้กระดาน​คือสิ่ง​ที่มนุษย์สร้างขึ้น​หลังจากทำลายต้นไม้ลง
ไม่มีการทำลายก็ไม่มีการสร้างสรรค์
ปัญหา​คือสิ่ง​ที่สร้างสรรค์ขึ้น​​จะคุ้มค่ากว่าสิ่ง​ที่ถูกทำลาย​ไปหรือไม่ ?

เผลอปล่อยใจคิดเรื่อยเปื่อยอยู่​​ที่กองไม้เสียนาน หันกลับมา​ที่เรือน​ที่บัดนี้กลาย​เป็นเรือนโล่ง ไม่มีฝา​แม้​แต่ด้านเดียว เห็นช่างแสงเตรียมเลื่อยตัดเสาไม้แก่นมะค่าต้นกลางเรือนอยู่​ ​เขา​เอาไม้ยูคาลิปตัสมาท่อนหนึ่ง​ตัดให้ยาวประมาณสองเมตร แล้ว​​เอาไม้หน้าหก​ที่​ได้จากการเรื้อเรือนยาวประมาณศอกตอกเข้า​กับหัวไม้ยูคาฯป็นรูปตัวที (T)
​เมื่อ​เอาขาของไม้ตัว T ตั้งบนแม่แรง หัวตัว T ​จะค้ำ​กับขื่อเรือน​พอดี ช่างแสงค่อย ๆ​ โยกแม่เรงขึ้น​ช้า ๆ​ แม่แรงดันโคนเสาไม้ยูคาฯรูปตัว T ส่งให้หัวตัว T ​ที่มีไม้หน้าหกตีขวางอยู่​ดันขื่อกลางบ้านอีกที โยกแม่แรงอีกสองสามครั้ง ก็บังเกิดเสียงครืดคราด เสียงไม้ลั่นดังน่ากลัว คนในบ้านตลอดจนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างพากันออกมาดู บางคนกลัวว่าเรือน​จะพังถึง​กับหลบ​ไปอยู่​เสียไกล
มันก็น่ากลัวอยู่​หรอก เสียงเรือน​ทั้งหลังลั่น คงมี​แต่ช่างแสง​และลูกน้อง​ที่ดูเหมือน​จะไม่รู้สึกรู้สม​กับเสียงนั้น​ด้วยว่าคุ้นชินเสียแล้ว​
"เอ้า บิดขี้เกียจเสียให้พอ จากนี้​จะ​ได้ออก​กำลังกายกันเสียที อยู่​เฉย ๆ​มาหลายสิบปีแล้ว​นี่" ช่างแสงพูด​กับเรือนไม้หลังนั้น​เหมือนมันมีชีวิต ขณะย้ายอุปกรณ์การยกเรือนมาอีกฟากหนึ่ง​ของเสากลางบ้าน ​และกระทำการอย่างเดียว​กับครั้งแรก
สังเกตว่าช่างแสงเพียง​แต่ยกแม่แรงขึ้น​เล็กน้อย เสาเรือนขยับขึ้น​ไม่ถึงหนึ่ง​เซ็นติเมตรกระมัง นัยว่า​เป็นการอุ่นเครื่อง ให้เครื่องไม้​ที่ประกอบกัน​เป็นเรือน​ทั้งหลัง​ได้รู้จักการยืดหยุ่นเสียบ้าง
หลังจากโยกแม่แรง​ที่อีกฟากหนึ่ง​ของเสากลางบ้านต้นเดิมจนเรือนส่งเสียงลั่นพอประมาณแล้ว​ คราวนี้ช่างแสงปล่อยแม่แรงยันไม้รูปตัว T ค้างไว้อย่างนั้น​ ลูกน้องตัวโตของช่างแสงหยิบเลื่อยลันดาขึ้น​มา​เอานิ้วสำรวจคม แล้ว​นั่งลง​ที่โคนเสา เริ่มลงมือเลื่อยเสาอย่างรู้งาน ขณะ​ที่ช่างแสงเดินกลับ​ไปล้มตัวลงนอนบนม้าโยกอย่างเกียจคร้าน

ผมยืนสังเกตการณ์อยู่​ใกล้ ๆ​ บางอย่างบอกผมว่า ขั้นตอน​ที่ดูเหมือน​จะธรรมดานี้ มีอะไร​น่าสนใจไม่น้อย

ลูกน้องช่างแสงเลื่อยเสา​ไป​ได้ไม่ถึงสิบนาที เหงื่อเม็ดโต ๆ​ ผุดเต็มหน้าผากแล้ว​ค่อย ๆ​ รวมกัน​เป็นหยดเหงื่อไหลเรื่อยลงมาตามข้างแก้มแล้ว​มารวม​เป็นเม็ดเหงื่อ​ที่ปลายคางก่อน​จะหยดลงบนอกเสื้อ เสียงเลื่อยไม้​ที่เคยดังสม่ำเสมอค่อยช้าลง ๆ​ ​และหยุดเงียบ​ไปใน​ที่สุด
ลูกน้องช่างแสงปาดเหงื่อ แล้ว​ดึงเลื่อยออกจากเสา​ที่ถูกคมเลื่อยเฉือนเข้า​ไปไม่ลึกถึงสองเซ็นติเมตร ​เขา​เอานิ้วสำรวจคมเลื่อยอีกครั้ง แล้ว​จึงสอดเลื่อยกลับเข้า​ไปยังตำแหน่งสุดท้ายของมันอีก คราวนี้​เขาเรียก​เพื่อนร่วมงานตัวเล็กให้มาช่วยอีกแรง ​โดยหาตะปูดอกหนึ่ง​มาเกี่ยว​กับรูเล็ก ๆ​​ที่ปลายใบเลื่อยให้เจ้าหนูคนนั้น​ช่วยออกแรงชัก ช่างแสงแอบชำเลืองมองแวบหนึ่ง​ ก่อนหัน​ไปสนใจ​กับหนังสือพิมพ์ในมือ
เสียงเลื่อยดังขึ้น​อีก ดังอย่างสม่ำเสมอ​และดูเหมือน​จะรวดเร็วกว่ายกแรก ​แต่ครั้นผมเพ่งดู​ที่โคนเสา กลับไม่เห็นขี้เลื่อยหลุดออกมาตามฟันเลื่อยเหมือนตอนแรก ๆ​ ​ทั้งเสียงเลื่อยยังดังแปลก​ไปจากตอนแรก ฟังคล้ายเสียงแผ่นโลหะถู​ไปมาบนไม้มากกว่า ไม่มีเสียงฟันเลื่อยกินเนื้อไม้ดังเสียงหยาบ ๆ​ ให้​ได้ยิน
พักใหญ่ ​ทั้งสองแรงก็ทิ้งตัวลงนอน​กับพื้น เหงื่อชุ่มแผ่นหลัง คนตัวโต​เอาเลื่อยออกมาแล้ว​​เอานิ้วสำรวจคม เพีงแตะนิ้วลงบนคมเลื่อย ก็ถึงแก่สะดุ้งด้วย​ความร้อนของโลหะ

"แถวนี้มีร้านไหนขายเลื่อยตะขาบ***ไหม?" ช่างแสงถามขึ้น​ลอย ๆ​ ด้วยเสียงเบากว่าปกติหลังจากสำรวจฟันเลื่อยลันดาคันเก่ง ​เขาพบว่าคมเลื่อย​ที่​เขาเพิ่งตะไบ​แต่งมา​เมื่อวันก่อน ถูก​ความแข็งของแก่นมะค่าลบ​ไปเสียสิ้น คลองเลื่อย​ที่​เขาคัดมาอย่างดีก็ถูกทำลายล้างลงด้วย​ความแข็ง​ที่เกินคาดของแก่นมะค่าเช่นกัน ทำให้​เขาถึงแก่ถามหาเครื่องมือชิ้นใหม่​ที่คิดว่าคู่ควร​กับแก่นมะค่า

ผมนึกกระหยิ่มใจว่า ​ที่แท้ช่างแสงก็ไม่​ได้รู้แจ้ง​ไปเสียทุกเรื่อง​ ​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง​ความแข็งของเสาแก่นมะค่า​ที่ผมเคยพ่ายมาแลวหลายต่อหลายครั้งจนคุ้นชิน

ผมพาช่างแสงขับรถตรง​ไปร้านขายเครื่องเหล็กเล็ก ๆ​ แห่งหนึ่ง​นอกเมือง ​ที่ผมจำ​ได้ว่า เห็นมีเลื่อยตะขาบแขวนโชว์อยู่​ สมัยนี้ ​จะมี​ใครหาซื้อเลื่อยตะขาบกัน​ไปทำไม ใน​เมื่อบ้านเมืองไม่เหลือไม้ใหญ่ให้ตัดกันแล้ว​
​และก็ไม่ผิดหวัง เลื่อยคัน​ที่แขวนโชว์ไว้หลายปีดีดัก ก็ยังถูกแขวนไว้​ที่เดิมในสภาพของเก่าค้างสต็อคหยากไย่​และฝุ่นจับเขลอะ ทันที​ที่ถามซื้อ เจ้าของร้านรีบตอบด้วย​ความดีใจจนออกนอกหน้า ​เอาไม้สอยลงมาให้ดูอย่างว่องไว ท่าทาง​จะยินดี​ที่มีคนมาซื้อมันให้พ้น ๆ​จากร้านของตน
ราคา 350 บาท​ ​ที่ถูกลดลงอย่างง่ายดายจากราคาเบื้องต้น 480 บาท​ ​เมื่อถูกต่อรอง ดูเหมือน​จะ​เป็นราคาต้นทุนของสินค้าชิ้นนั้น​ ยิ่งถูกลง​ไปอีก​เมื่อคิดว่าคง​เป็นราคาต้นทุน​เมื่อยี่สิบถึงสามสิบปี​ที่แล้ว​ เจ้าของร้านบรรจง​เอาไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่น​และหยากไย่ออกจากใบเลื่อย เผยให้เห็นคมวาวของฟันเลื่อย ​แม้​จะมีสนิมจับบนใบเลื่อยบ้างก็เพียงเล็กน้อย

ช่างแสงยิ้มไม่หุบ ​เมื่อผมแจ้งว่า ผมยินดีจ่ายค่าเลื่อยตะขาบคันนี้​โดยไม่หักจากค่าแรง​ที่ตกลงไว้​แต่แรก ​แต่​จะยกให้ช่างแสง​เป็นเครื่องมือหากินต่อ​ไปทันทีหากยกเรือน​ได้เสร็จตามกำหนด !

ดูเหมือนเราสองคนต่างรู้​เป็นนัยกันดีว่า นี่​คือการเพิ่มวงเงินเดิมพัน​ระหว่างเราอีก 350 บาท​ ​ที่สำคัญ​ไปกว่าก็​คือ ​เป็น 350 บาท​​ที่หา​ได้ไม่ง่ายเลย​ในสมัยนี้.


*** เลื่อยตะขาบ ​คือเลื่อยขนาดยาว มี​แต่ใบเลื่อย​ใช้เลื่อยไม้ซุง ​ที่ปลาย​ทั้งสองข้าง ​จะพับเหล็ก​เป็นรูกลมสำหรับเสียบไม้ทำคันเลื่อย เวลาเลื่อย​จะ​ใช้แรงงานของคนสองคน ช่วยกันชักใบเลื่อย​ไปมา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1994 Article's Rate 29 votes
ชื่อเรื่อง ยกบ้าน --Series
ชื่อตอน เลื่อยเสาเรือน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง ยังวัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๒๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ดาวเคียงเดือน [C-10709 ], [203.113.17.131]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.พ. ๒๕๕๐, ๑๐.๕๔ น.

ไม้มะค่า แก่น (แข็ง) จริงๆ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น