นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
สื่อรักจากเพลง #6
จันทน์กะพ้อ
... ดูเหมือนเธอ​จะฝัน​ไป ฝันเห็นไร่​ที่สวยงาม มีท้องฟ้ากว้าง มีลำธารน้ำไหล มีใบไม้ปลิวว่อนมาตามสายลมพลิ้ว ​และนกน้อย​ที่ถลาบิน​ไปมา ​และมีเสียงเพลง...​
เคยสดใสรื่นเริงดั่งนกเริงลม ถลาลอยชื่นชมอย่างมีเสรี
แต...

ตอน : ไฟในทรวง

"แม่จ๋าๆ​" เพลงพิณทำตาแดงเดินถือสมุดการบ้าน​กับดินสอเดินตรงมาหา

"มีอะไร​ลูก" พรพรรณสงสัย เพลงพิณวางสมุดลงบนโต๊ะแล้ว​เข้ามานั่งบนตักแม่ซบ​กับแก้มแม่แล้ว​พูดไม่เต็มเสียงว่า

"คุณครู​เขาให้นักเรียนทุกคนเขียนเรียง​ความเรื่อง​พ่อ แล้ว​หนู​จะทำยังไง" เด็กน้อยทำเสียงเหมือน​จะร้องไห้

"อ้อ...​.​เอาไงดี"พรพรรณสะท้อนใจลูบผมลูกสาวเบาๆ​ "อืม..หนูก็เขียน​ไปตามจริงแหละ​ ช่างมันปะไร เราไม่เห็น​ต้องโกหก​ใครนี่"

" ​ใครๆ​​เขามีพ่อ ​เขาก็เขียนถึงพ่อดีๆ​"

"ก็ช่าง​เขา เรื่อง​ของเราก็​เป็นเรื่อง​ของเรา หนูรู้สึกอย่างไรก็เขียน​ไปอย่างนั้น​แหละ​ลูก" พรพรรณรู้สึกสงสารลูก ​แต่คิดว่าเราไม่​ต้องโกหก​ใครๆ​ว่าเรามีในสิ่ง​ที่เราไม่มีน่า​จะดี​ที่สุด

"งั้นหนูเขียนวัน​ที่​ไปเจอพ่อ​ที่ชะอำ​ได้มั้ย" ​เพราะนั่น​คือสิ่ง​ที่เพิ่ง​จะผ่าน​ไปไม่นาน

"อือ..​ได้สิลูก" พรพรรณลังเลเล็กน้อย

"แล้ว​หนู​จะเขียนถึงคุณลุงด้วย​ได้มั้ย"

"อ๋อ ​ได้สิ หนู​จะเปรียบเทียบว่าเห็นคุณลุง​เป็นพ่อ​ที่ดีของเด็กน้อย ต่างจากพ่อของหนูก็​ได้" พรพรรณรู้สึกลำบากใจไม่อยาก​จะประณาม​เขานัก ไม่อยากให้ลูกเกิด​ความฝังใจว่าพ่อไม่รักลูก ​แต่ก็ไม่อยากให้ลูกปกปิด​ความจริง

หลังจาก​แต่งงาน​กับวาทิตแล้ว​พรพรรณพยายาม​ที่​จะไม่​เป็นคนหูเบา ไม่อยาก​จะให้เรื่อง​ซุบซิบนินทามา​เป็นเรื่อง​​ที่ก่อให้เกิด​ความร้าวฉานในชีวิตครอบครัว แม่เคยพูดไว้ว่า ​แต่งงานแล้ว​เรา​ต้องปิดหูปิดตาเสียข้างหนึ่ง​ พรพรรณก็ทำอย่างนั้น​

"พ่อยอดชายนายวาทิตของเธอ​เป็นไงบ้าง" มณีถาม

"ก็ดีนี่ ทำไมเหรอ" แล้ว​พรพรรณก็ถามกลับ "มีอะไร​เหรอ?"

"เปล๊า.."แล้ว​มณีก็ไม่พูดอะไร​อีก คนอื่นๆ​ก็ชอบถามเธอคล้ายๆ​แบบนี้เหมือนกัน จนใน​ที่สุดเธอก็รู้ว่าทำไม​ใครๆ​จึงพากันถามถึงวาทิตกันนัก ​เป็น​เพราะข่าว​ที่ว่า​เขา​กำลังมีผู้หญิงคนใหม่ ข่าวนี้ทำให้เธอวุ่นวายใจมาก จนถึงขั้นไม่​เป็นอันทำงาน เธอกลับมาบ้านในวัน​และเวลา​ที่ไม่ใช่เวลากลับตามปกติ เธอก็เจอ​เขาอยู่​​ที่บ้าน ​และอยู่​คนเดียว

"อ้าว ทำไมวันนี้กลับมา​ได้ล่ะ" ​เขาทักทายเธออย่างไม่มีพิรุธร่องรอย หรือว่า​เป็นเพียง​ความเข้าใจผิดนะ

"ก็อยากกลับน่ะ"เธอนั่งลงข้างๆ​​เขาแล้ว​มองหน้า​เขาอย่างพินิจ

"ทำไม มีอะไร​" ​เขาโอบกอดเธอ เอื้อมมือมาบีบจมูกเธอ ด้วย​ความ​ที่เธอ​เป็นคนซ่อน​ความรู้สึกไม่​เป็น เธอจึงโพล่งถาม​เขาขึ้น​ว่า

"​เขาลือกันว่าคุณมีผู้หญิงอื่นน่ะสิ"

"โห..ใจร้ายจัง คุณเชื่อ​เขาเหรอ" ​เขามองตาเธอ เธอมองตอบ พยายามค้นหาแววตา​ที่ซ่อนเร้น เธอเริ่มลังเล ​และส่ายหน้า "ก็ไม่หรอก" เธอตอบ ​เขาจูบเธอเบาๆ​​และชวนเธอคุยเรื่อง​อื่นๆ​ต่อ​ไป ​ความคลางแคลงใจของเธอค่อยจาง​ไป

วันต่อๆ​มาเธอก็ยังไม่เชื่อใจ​เขาเสียทีเดียว ถึง​แม้ว่าดู​เขา​จะปฎิบัติ​กับเธอดีก็ตาม เธอแอบ​ไปติดต่อพนักงาน​ที่ร้าน​ที่​เขาเล่นดนตรี ​และสอบถามถึงเรื่อง​​ที่มีผู้หญิงมาติดพัน​เขา พวกพนักงานก็ตอบเลี่ยงๆ​​ไป ​แต่เธอจึงติดเงินสินบนพวก​เขาให้โทรบอก​เมื่อมีเรื่อง​ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น​ เธอไม่​เป็นอันทำงาน​ที่ค่าย คอย​แต่ฟังรายงานจับผิด​เขาเรื่อง​ผู้หญิง บ่อยครั้งเธอถึง​กับขอลางานออกมาในเมือง มา​เพื่อให้เห็นชัดถนัดตาว่า​เขาอยู่​​กับ​ใคร ​แต่ไม่เคยจับผิด​เขา​ได้ ​เขาก็คงมีเส้นสาย​ที่คอยบอกให้​เขารู้ตัวว่าเธอ​จะมา

​เพื่อนๆ​ตำหนิว่าเธอทำตัวจากหน้ามือ​เป็นหลังมือ จากคน​ที่เคยทำงาน​เพื่อ​ส่วนรวมกลับกลายมา​เป็นหมกมุ่น​แต่เรื่อง​ของตัวเองอย่างสุดขั้ว ​ซึ่งตรงนี้เธอก็เข้าใจดีว่า เธอผ่านช่วงวัย​ที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงมาแล้ว​ในช่วง​ที่เข้าป่า เธอยอมสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง​เพราะคิดว่า​จะ​ได้สังคมใหม่ ​แต่​เมื่อเธอ​ต้องกลับมาสู่สังคมเดิม​ที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันแล้ว​ เธอ​จะไม่ยอมสูญเสียสิ่งใดๆ​​ไปอีก ​ความเห็นแก่ตัวครอบงำจนเธอ​สามารถทำ​ได้ทุกอย่าง ​แม้กระทั่งการแย่งชิงผู้ชายคนหนึ่ง​ ​ทั้งๆ​​ที่บางขณะจิตใต้สำนึกก็เตือนว่าเธอทำไม่ถูก เธอไม่ควรทำ ​แต่เธอ​ต้องทำให้​ได้ ถึง​จะ​ได้ชื่อว่า​เป็นนางมารร้ายก็ตาม

พรพรรณรู้สึกตัวเองแย่​ไปหมดทุกอย่าง งาน​ที่เธอรับผิดชอบอยู่​ก็ทำ​ได้ไม่ดี ​ความสัมพันธ์​กับ​เขาก็เหมือนมีเมฆหมอกแห่ง​ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจบดบังอยู่​ ใน​ที่สุดเธอก็ตัดสินใจแบบโง่ๆ​​คือลาออกจากงานมาอยู่​บ้านเสียเลย​ เธอให้เหตุผล​กับ​เขาว่า เธอ​จะอยาก​จะมีลูก ​แต่เหตุผล​ที่แท้จริงของเธอ​คือ​ความหวงแหนไม่อยากให้​เขา​เป็นของคนอื่น ​ต้องการยึดครอง​เขาไว้ให้​เป็นของเธอ​แต่ผู้เดียว

เธอทำงานทุกอย่างในบ้านบ้าน ทำ​ความสะอาด ทำอาหาร ​และจัดบ้าน พยายามติดตาม​เขา​ไปทุก​ที่​ที่​เขา​ไป ไม่ยอมเปิดโอกาสให้​เขา​ได้มีเวลาว่าง​กับคนอื่น เธอคิดว่านี่​เป็นวิธี​ที่ดี​ที่สุด​ที่​จะรักษา​เขาไว้ ​ที่​จะเก็บ​เขาไว้​กับเธอ แรกๆ​​เขาก็ไม่มีท่าทีอะไร​ ​แต่พอผ่าน​ไปไม่กี่วัน วาทิตเองก็รู้สึกอึดอัด ​แม้​แต่​จะ​ไปซ้อมดนตรี​ที่บ้าน​เพื่อนเธอก็ติดตาม​ไป ​ไปเล่นดนตรี​ที่ร้านอาหาร เธอก็ติดตาม​ไป มันเหมือน​เขาถูกควบคุมตัว ​เขาจึง​ใช้วิธีประท้วงด้วยการนิ่งไม่ค่อย​จะพูด​กับเธอ พรพรรณถามอะไร​​เขาก็​จะนิ่งเงียบ ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง พรพรรณก็ยิ่งไม่ยอม

"ทำไมคุณไม่ตอบล่ะ ผู้หญิงคนนั้น​​คือ​ใคร มานั่ง​ที่ร้านแทบทุกวัน หล่อนมาชอบคุณใช่มั้ย" วาทิตรำคาญเดินจากเธอ​ไปเฉยๆ​ เธอก็ยังคงตั้งคำถามอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ตื่น..กินข้าวจนกระทั่งก่อนนอน

"คุณพูดเหมือนพวกครูคอยจับผิดนักเรียนเลย​ ผมไม่ชอบนะ รำคาญ ​ถ้า​จะถาม​แต่เรื่อง​นี้ก็ไม่​ต้องมาคุยกัน" บางคืน​เขานอนนิ่งไม่ว่า​จะถามอย่างไร​เขาก็ไม่เอ่ยปากจนกระทั่งหลับ​ไปเลย​ บางคืน​เขาโมโหก็​จะปึงปังออกนอกบ้าน​ไปอีก ​ความสัมพันธ์ของเธอ​กับ​เขาเริ่มห่างกันออก​ไปทุกทีๆ​

สงสารใจฉันบ้าง วานอย่าสร้างรอยช้ำซ้ำ​เป็นรอยสอง
รักแรกช้ำน้ำตานอง ​ถ้า​เป็นสองฉันคง​ต้องขาดใจตาย

นี่​คือเพลงเสน่หาในท่อนหลัง ​ที่ตรง​กับชีวิตเธอในตอนนี้

พรพรรณรู้สึกไม่ค่อยสบาย กินไม่ค่อย​ได้นอนก็ไม่ค่อยหลับ เธอจึง​ไปหาหมอตรวจ หมอบอกว่าเธอท้อง วูบแรกเธอรู้สึกดีใจ​ที่​จะ​ได้​เป็นแม่คน อีก​ความรู้สึก​ต่อมา​คือไม่สบายใจ ไม่มั่นใจในชีวิตครอบครัว​ที่เธอ​กำลังเผชิญอยู่​ ​แต่การ​ที่​จะ​ได้​เป็นแม่ทำให้เธอปลาบปลื้มใจ

"ฉันท้องนะ" เธอบอก​เขา

"เหรอ อ้อดีๆ​ ให้ลูกชื่อเพลงนะ " ท่าทาง​เขาดีอกดีใจ เธอใจชื้นขึ้น​ การมีลูกอาจทำให้​เขาดี​กับเธอ อาจทำให้​ความสัมพันธ์ของเธอ​กับ​เขากลับดีดังเดิม เธอติดตาม​เขาน้อยลง​เพราะอาการแพ้ท้อง ​ต้องหันมาใส่ใจ​กับการดูแลตัวเอง​เพื่อลูก ​เขาก็ดู​จะผ่อนคลาย​และ​เอาใจใส่เธอมากขึ้น​ คอยหาของ​ที่เธออยากกินมาให้สารพัด

​แต่เหตุการณ์กลับตรงกันข้ามผู้หญิงคนนั้น​เปิดเผยตัวมากขึ้น​ ​ไปไหนมาไหน​กับ​เขาจนมีคนมากระซิบบอกให้เธอ​ไปดักดู เธอ​ทั้งหึงหวง​และแค้นเ​คือง​เมื่อ​ได้เห็นภาพ​ที่​เขาซ้อนมอเตอร์ไซค์พาผู้หญิงคนนั้น​​ไป เหมือน​กับ​ที่​เขา​ได้เคยทำ​กับเธอ​เมื่อแรกเริ่มรักกัน ภาษาท่าทางแนบสนิทจนเข้าใจ​เป็นอย่างอื่น​ไปไม่​ได้ ดูท่าทางพวก​เขามี​ความสุขกันมาก เธอหัวใจเต้นแรงมือไม้สั่นจนทำอะไร​ไม่ถูก การ​ได้เห็น​กับตา​เป็นการสรุปเรื่อง​​ได้แน่ชัด ไฟแห่ง​ความเลว​ทั้งหลายร้อนพลุ่งพล่านอยู่​ในใจเธอ โกรธ เกลียด ชิงชัง​และเคียดแค้น เธอเข้าใจแล้ว​ว่าทำไมเมียหลวงจึง​ไปตามตบเมียน้อย ​เพราะอารมณ์แบบ​ที่เธอ​เป็นอยู่​ ​แต่เธออยาก​จะตบอยาก​จะทำร้าย​เขาเสียมากกว่า เธอเข้าใจแล้ว​ว่าทำไมคนถึงฆ่าตัวตาย มันมีวูบหนึ่ง​ของอารมณ์​ที่อยาก​จะหนีปัญหา ไม่อยากรับรู้​และแก้ปัญหาใดๆ​อีกแล้ว​นั่นเอง ​แต่เธอไม่เลือกวิธีนี้อย่างแน่นอน

คืนนั้น​เธอไม่​ได้นอนนั่งคอย​เขากลับมาจนตีสาม คิดกลับ​ไปกลับมาแล้ว​ร้องไห้ ไม่รู้​จะ​เอายังไง​กับชีวิตตัวเองดี ​เขาดู​จะตกใจ​ที่​เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เจอเธอนั่ง​เป็นเงาตะคุ่มอยู่​ในแสงไฟสลัว

"อ้าวทำไมยังไม่นอนล่ะ"​เขาเดินมาหาเอื้อมมือมา​จะสัมผัสตัวเธอ ​แต่เธอปัดมือ​เขาออก​ไป แล้ว​ตวาดว่า

"ไม่​ต้องมาทำดี​กับฉัน คุณ​ไปเ​ที่ยว​กับแม่นั่นมา ฉันเห็น​กับตา"แล้ว​เธอก็ร้องไห้โฮ ​เขายืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร​

"พูดสิๆ​ คุณ​ต้องพูดว่าคุณ​จะ​เอายังไง" เธอแผดเสียงสะอื้น"คุณโกหกฉันมาตลอดว่าคุณไม่มี​ใคร" เธอคร่ำครวญ

"เถอะน่า ค่อยพูดกัน ดึกแล้ว​" ​เขาเอ่ยเบาๆ​

"ไม่​ได้ พูดออกมาเดี๋ยวนี้เลย​ คุณ​จะเลือกฉันหรือนั่งนั่น"

"ผม...​ผม เลือกไม​ได้หรอก...​"​เขาอ้ำๆ​อึ้งๆ​ พรพรรณยิ่งเสียใจมากขึ้น​​เมื่อรู้ว่า​เขาลังเล "ผม...​ก็ให้คุณ​เป็นอันดับหนึ่ง​อยู่​แล้ว​" ​เขาพูดออกมา พรพรรณแทบ​จะหวีดร้องออกมา เธอรับไม่​ได้จริงๆ​ เธอรับไม่ไหวจริงๆ​

"เลว...​.ฉันเกลียดคุณ ​ไป! ​ไปให้พ้น!" เธอแผดเสียงตะโกน ร้องไห้คร่ำครวญจนฟุบหลับ​ไปบนเก้าอี้นั่นเอง...​..

ดูเหมือนเธอ​จะฝัน​ไป ฝันว่าอยู่​ในไร่​ที่สวยงาม มีท้องฟ้ากว้าง มีลำธารน้ำไหล มีใบไม้ปลิวว่อนมาตามสายลมพลิ้ว ​และนกน้อย​ที่ถลาบิน​ไปมา ​และมีเสียงเพลง...​

เคยสดใสรื่นเริงดั่งนกเริงลม ถลาลอยชื่นชมอย่างมีเสรี

​แต่เธอ​กำลังยืนร้องไห้อยู่​


---​---​---​---​---​---​---​--

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1960 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง สื่อรักจากเพลง --Series
ชื่อตอน ไฟในทรวง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๑๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เก็จแก้ว [C-10461 ], [202.12.118.36]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ม.ค. ๒๕๕๐, ๑๑.๐๐ น.

​​ความรัก​​เป็นเหมือนดาบสองคมนะคะ​​...​​ ​​คือให้​​ทั้ง​​ความหอมหวาน สดชื่นรื่นรมย์ ในขณะเดียวกัน ก็​​สามารถทำให้เรา ทุกข์ทรมาน ขมขื่น ปวดร้าวใจ ​​ได้อย่างมากมาย​​เกินกว่า​​ที่​​จะบรรยายออกมา​​เป็นถ้อยคำ​​ได้...​​ โอ้...​​ อนิจา วัฎ สังขารา...​​ ปลงซะเถอะโยม...​​



โถ...​​ น่าสงสารคุณแม่พรพรรณจังง่ะ...​​. พี่เพลงพิลช่วยปลอบใจคุณแม่​​ไปก่อนนะคะ​​...​​ เด๋วแก้วกะป๊ะป๋าจามาช่วยปลอบใจอีกแรงน๊า...​​ รอก่อนเด้อค่ะ​​.. พี่จันทน์กะพ้อบอกว่ายังมะถึงคิวอ้ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-10479 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : ๑๐ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๒.๓๕ น.

ชีวิตของผู้หญิงในสังคมไทยน่าสงสารนะคะ​​ ​​เพราะมัก​​จะเจอ​​แต่ผู้ชายเลื่อนลอย ​​และเห็นแก่ตัว ไม่เคยนึกถึงหัวใจผู้หญิง​​ที่​​เป็นเพศเดียว​​กับแม่ของตัวเอง เศร้าแทนพรพรรณค่ะ​​

​​ความรัก ​​เมื่อเปลี่ยน​​เป็น​​ความไม่รักแล้ว​​ ก็น่า​​จะจาก ให้จบกัน​​ไป นี่ยังมีการมากั๊กไว้อีก แฺ่ฮ่ๆ​​ๆ​​ อ่านแบบอิน​​ไปหน่อย​​ ไม่​​ได้มีประสบการณ์หรอกค่ะ​​ ​​เพราะอย่างพิล ไม่มี​​ใครกล้ามากั๊กหรอกค่ะ​​ ฮิๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​

น้องแก้ว​​จะให้พี่เพลงพิลปลอบใจมาม้า แล้ว​​​​แต่ตัวเอง​​จะแอบ​​ไปหาของกินก็บอกมาเถอะ ฮึ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น