นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
สื่อรักจากเพลง #5
จันทน์กะพ้อ
... หลังจากนั้น​พรพรรณก็ไม่​ได้ข่าวใดๆ​จาก​เขาอีกเลย​...

ตอน : ชีวิตใหม่ในโลกใบเก่า

หลังจากนั้น​พรพรรณก็ไม่​ได้ข่าวใดๆ​จาก​เขาอีกเลย​ จนกระทั่งป่าแตก การปฎิวัติ​ที่คาดหวัง​จะให้ไม่มีชนชั้นในประเทศไทยนั้น​​เป็นจริง​ไปไม่​ได้ คนในป่าทยอยกันลงมาสู่เมือง พรพรรณลงมา​พร้อม​กับ​เพื่อนๆ​ ใน​ที่สุดเธอก็​ได้กลับบ้านเสียที ​เป็นการกลับมาอย่างพ่ายแพ้​และสิ้นหวัง พ่อแม่​และพี่น้องต่างดีใจ​ที่เธอกลับมา เธอเองก็ดีใจ​ที่​ได้กลับมาบ้าน ​แต่กลับรู้สึกเคว้งคว้าง​ต้องปรับตัวเองให้เข้า​กับสังคมเมืองอีกครั้งหนึ่ง​ ชีวิตของเธอ​จะ​ต้องเดิน​ไปอย่างไรก็ล้วน​แต่​เป็นเรื่อง​​ที่เธอ​ต้องมาคิดทบทวน​และจัดการใหม่ ใน​ที่สุดเธอก็ตัดสินใจ​ไปเรียนต่อจนจบ แล้ว​ก้าวเข้า​เป็นตัวฟันเฟืองเครื่องจักรของระบบทุนนิยมเต็มตัวด้วยการหางานทำ ​เพื่อ​จะให้​ได้มีเงินมา​ใช้จ่าย เธอหวนคิด​ไปถึงชีวิตในป่า​ซึ่งไม่​ต้องยุ่งเกี่ยว​กับเรื่อง​เงินทองมากนัก เพียง​แต่​ใช้แรงงานสร้างผลิตผลขึ้น​มาเอง ปลูกข้าวปลูกผัก ก็พอ​จะเลี้ยงชีวิตอยู่​​ได้ ​แต่ในสังคมเมือง ​ถ้าไม่มีงานทำ ก็ไม่มีเงิน ​และไม่​สามารถดำรงชีวิตอยู่​​ได้ มันก็เท่า​กับว่าเธอกลับมาสู่วังวนของสังคมเดิม​ที่เธอจาก​ไป​เมื่อ 4-5 ปีก่อนนั่นเอง สังคม​ที่ถือเงิน​เป็นใหญ่

เธอเริ่มงานแรกด้วยการ​ไปทำงานสอนหนังสือเด็กชาวกัมพูชา​ที่ค่ายอพยพชายแดนไทย-กัมพูชา ในโครงการของสหประชาชาติ ​ทั้งนี้​เนื่องมาจากสงคราม​ที่ยืดเยื้อยาวนานในกัมพูชา​ซึ่งทำให้เกิดปัญหามากมาย​ เด็ก​ที่กำพร้าพ่อแม่ เด็ก​ที่​ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่​เพราะภัยสงคราม เด็ก​ที่พิการ​เพราะถูกระเบิด ฯลฯ ​ส่วนหนึ่ง​ของโครงการนี้​คือ​ต้องสอนให้เด็กมี​ความรู้พื้นฐานเกี่ยว​กับภาษาอังกฤษ เรียนรู้วัฒนธรรม​และมารยาทของประเทศตะวันตก ​เพื่อ​ที่ประเทศเหล่านั้น​​จะรับเด็กเหล่านี้​ไป​เป็นพลเมืองของ​เขาต่อ​ไป เด็ก​ที่เก่ง​ที่สุดดี​ที่สุด​จะถูกคัดเลือกก่อนส่ง​ไปยังประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา ​และตามด้วยประเทศอื่นๆ​ จนใน​ที่สุด​จะเหลือ​แต่เด็ก​ที่ไม่​เป็น​ที่​ต้องการ เช่นเรียนรู้ช้า หรือพิการ ​เป็นต้น

คนทำงานนี้ไม่ยากลำบากมากนัก ​ได้ราย​ได้ดีพอสมควร ​แต่ไม่ค่อย​ได้เจอแสงสีศิวิไลซ์ ไม่​ได้​ใช้เงิน ดังนั้น​บางค่ำคืนเธอ​และ​เพื่อนๆ​ก็ชวนกันเข้าเมือง​ไปหาเหตุเสียเงิน ​ไปนั่งกินอาหารตามร้าน​และฟังเพลงจนกระทั่งเธอ​ได้พบ​กับหนุ่มผมยาว​ซึ่งเล่นเพลง​กับ​เพื่อนอีก 2 คน​ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง​ ​เขามี​ความ​สามารถร้องเพลงสากล​ได้มากมาย​ ไม่ว่า​จะ​เป็นเพลงของบีทเทิ่ล การ์ฟังเกล บ็อบ ดีเลน ฯลฯ ​แต่​ที่เธอรู้สึกสะดุดใจก็​เพราะ​เขาเล่นเพลงไทยอย่างเพลง​เพื่อชีวิตหลายเพลง อย่างเช่น เปิบข้าว คน​กับควาย เธอจึงเขียนใส่เศษกระดาษ​ไปว่า ขอเพลง "เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ" แล้ว​​เขาก็เล่นให้ฟัง

...​...​บ้านเอ๋ยเคยเนาว์กังวานครวญมา รอคอยเรียกข้าอยู่​ทุกวัน" ตอนนี้เธอก็​ได้กลับมาอยู่​บ้านแล้ว​นี่ เธอหวนคิดถึง​เขา "คุณทัน" ​และ​ความประทับใจ​ที่ไม่ลืมเลือน ​แต่เธอก็สรุป​กับตัวเองว่า นั่น​เป็น​ความรักในช่วงชีวิตของวัยรุ่น​ที่คง​จะไม่หวนคืนมาอีก ​ความรัก​ที่ผ่านมาเหมือนสายลมแล้ว​ก็พัดผ่าน​ไป

"ขอเพลง เสน่หา หน่อย​ค่ะ​"เธอลุกขึ้น​ตะโกนบอกนักดนตรีอย่างไม่เขินอาย มณี​เพื่อน​ที่นั่งข้างๆ​ตีแขนเธอ

"เฮ้ยเมาหรือเปล่าวะ พรรณ"

"ไม่เมา อยากฟังเข้าใจมั้ย" พรพรรณตั้งใจฟังอย่างซาบซึ้งใจ​เมื่อ​ได้ยิน...​..

"​ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร มาดลจิตมาดลใจเสน่หา...​...​." ​จะคิดถึงอะไร​กันนักหนา ป่านนี้ไม่รู้ว่า​เขายังมีชีวิตอยู่​หรือไม่? หรือ​ถ้า​เขายังอยู่​​เขาอาจลืมเธอ​ไปแล้ว​ก็​ได้

"รักนี้จริงอย่างใจหรือเปล่า หรือเย้าเราให้เฝ้าร่ำหา"

อัน​ที่จริงเธอก็ไม่​ได้คิดถึง​เขาทุกวัน ​จะมีก็เฉพาะเวลาว่างๆ​​ที่มีสิ่งสะดุดใจให้คิดถึงแบบคืนนี้เท่านั้น​

หลังจากคืนนั้น​ เธอก็​ไป​ที่ร้านนี้บ่อยขึ้น​ ขอเพลง​ที่เธออยากฟังชอบฟัง จนสนิทคุ้นเคยกันดี​กับนักร้องนักดนตรี​ที่นั่น

​และจู่ๆ​​ความรักก็มาทักทาย นักร้องผมยาวหนึ่ง​ในนักดนตรีวงนั้น​เกิดติดอกติดใจพรพรรณ ​เขาชื่อวาทิต ​เขามาพูดคุย นัดพบ ​และชวนเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เ​ที่ยว​ไปรอบๆ​เมือง ​เป็น​ความสนุกสนานเพลิดเพลิน​กับคน​ที่เข้าใจกัน​โดยผ่านทางเสียงเพลง คบกันไม่กี่เดือน​เขาก็ขอ​แต่งงาน​กับเธอ พรพรรณไม่ปฎิเสธ เธอไม่แน่ใจว่ารัก​เขาไหม ​แต่เธอก็ตัดสินใจว่า​จะ​แต่งงาน​กับ​เขา

"เฮ้ย คิดดีแล้ว​หรือวะพรรณ" มณีทักท้วง​เมื่อรู้ว่าเธอ​จะ​แต่งงาน​กับนักดนตรีผมยาวคนนั้น​

"ก็ดี" เธอทำตาลอย

"กลัวรถไฟตกรางหรือไงยะ" ​เพื่อนอีกคนแซว

"ใช่ๆ​ ฉันกลัว​จะ​ต้อง​เป็นสาวโอลเมด​ไปจนแก่ตาย" เธอหัวเราะ

"ทำไมไม่​แต่งงาน​กับฝรั่งล่ะวะ โรเบิร์ต ทอม อะไร​ๆ​" นันทนาว่า

"ว้าย ชั้นไม่นิยมของนอกนี่" พรพรรณร้อง ฝรั่งไม่เห็น​จะน่ารักสักคนเธอคิดในใจ

"แบบมะปิ๊ดไง ​แต่งงาน​กับนักกีฏวิทยาแห่งรัฐเมนเชียวนะเฟ้ย ​แต่มันกินเบียร์​ทั้งวันเลย​ว่ะ กระทั่งวัน​แต่งงานมันยังไม่หยุดกินเลย​ พ่อตาเห็นแล้ว​ปวดหัวมาก" นันทนาหมายถึง​เพื่อน​ที่ทำงานด้วยกันคนหนึ่ง​​แต่งงานแล้ว​อพยพ​ไปอยู่​อเมริกา

"อะไร​วะ กีฎวิทยา" มณีถาม

"เกี่ยว​กับแมลง รู้ไว้ๆ​" ​เพื่อนอีกคนตอบ

"ฉันก็ว่า​เขาเข้า​กับฉัน​ได้ดีนะ" พรพรรณยังครุ่นคิดเรื่อง​ของตัวเองอยู่​
"เออ งั้นแกก็​แต่งๆ​​ไปเหอะ ​จะ​ได้ออกจากก๊วนสาวแก่ เอ๊ยสาวโสดซะที"

"ใช่ๆ​ ฉันไม่ใช่ยายน้อยนี่หว่า​ที่มีมือกลองมาบอกรัก คุณเธอก็ปฎิเสธทันที ด้วยเหตุผล​ที่ว่า ​ความรัก​เป็นอุปสรรค​กับงานชุมนุมประท้วง​เพื่อประชาชน"พรพรรณพูดถึง​เพื่อนคนหนึ่ง​​ที่คลุกคลีอยู่​​กับชาวบ้าน ​และดำเนินการประท้วงรัฐบาลอย่างต่อ​เนื่องทุกยุคทุกสมัยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

"ฮา ​ใครวะๆ​ ​ใครมารักสาวเหล็ก...​...​...​...​...​"

"นี่ๆ​ ฉันถามหน่อย​เถอะ ​เขาบอกว่า​เขารักแกตรงไหนวะ"

"​เขาบอกว่าฉันตัวเล็กๆ​ขาวบางน่ารัก"พรพรรณยิ้มภาคภูมิใจ

"ว้าว"เสียงแซว

"ชอบเสียงเพลง เปิดเผยจริงใจ หน้าซื่อๆ​ ​และดวงตา​เป็นประกาย"​เพื่อนๆ​เฮ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดลั่น

"ฮ่า โง่ด้วยป่าว" มณีแซวเจ็บ

"​ความรักของ​เขา​กับฉันสื่อกันด้วยเพลง" พรพรรณทำหน้าฝันหวาน

"เออว่ะ ข้าเห็นแล้ว​ มันขอเพลงเสน่หา คุณวาทิต​เขาเล่นเพลง รักคุณเข้าแล้ว​ให้ว่ะ" ​เพื่อนๆ​ส่งเสียงร้อง "อุยย..โรแมนกะติก"

"อ้อ อีกอย่างนะ ฉัน​แต่งงาน​กับ​เขา ฉัน​จะ​ได้ฟังเพลงทุกวันเลย​ ให้​เขาร้องเพลงให้ฉันฟังไง" พรพรรณทำท่าเคลิ้ม

"ฮ่าๆ​ ฝัน​ไปเถอะแม่คู้ณ"

แล้ว​เธอก็​แต่งงาน​ไป​กับ​เขาจริงๆ​ อย่างเรียบๆ​ง่ายๆ​ในแบบ​ที่เธอชอบ เธอ​และ​เขาเช่าบ้านอยู่​ในเมือง เธอยังทำงาน​ที่ค่ายอพยพต่อ​ไป เช่นเดียว​กับ​เขาก็ยังเล่นดนตรีอยู่​​ที่เดิม ถึง​แม้ว่า​เขา​และเธอ​จะไม่​ได้เจอกันทุกวัน ​แต่พรพรรณไม่รู้สึก​เป็นอุปสรรค​แต่อย่างใด ​เขาก็ยังน่ารัก ​เอาใจใส่ถามไถ่เธอเสมอ ​เป็นชีวิตการ​แต่งงาน​ที่เธอรู้สึกว่า​ ง่ายๆ​​และสบายใจมากทีเดียว มีอยู่​สิ่งเดียว​ที่เธอรู้สึกขาดหาย​ไปนั่น​คือ ​เมื่อเธอ​แต่งงาน​กับ​เขาแล้ว​เธอก็ไม่​ได้ฟังเพลงจาก​เขาอีกต่อ​ไป ​เพราะ​เมื่ออยู่​​ที่บ้าน​เขาไม่ร้องเพลง ​แต่​เขาซ้อมเล่นดนตรี​และซ้อมร้องเพลง เธอจึง​ได้ฟัง​แต่เสียงเพลง​เป็นท่อนๆ​ เฉพาะท่อน​ที่​เขา​จะฝึกซ้อมซ้ำ​ไปซ้ำมา ไม่เคย​ได้ฟังเต็มเพลง​และจบเพลง นี่​เป็นเรื่อง​​ที่เธอคาดผิด​ไปจริงๆ​


---​---​---​---​---​---​---​---​---​--

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1955 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง สื่อรักจากเพลง --Series
ชื่อตอน ชีวิตใหม่ในโลกใบเก่า --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๓๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-10432 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๒.๑๖ น.

นักดนตรีมักมีอารมณ์ "ติ๊ด" ค่ะ​​ หรือมี​​ความ​​เป็นศิลปินสูงมาก มัก​​จะวูบไหว​​ไปมา

อิๆ​​ๆ​​ เพลงพิล ก็เคยหลงรักนักดนตรีเหมือนกันค่ะ​​ นานมาแล้ว​​ ฮิๆ​​ๆ​​ๆ​​

​​แต่ึ​​ความรักมัก​​จะเลือกไม่​​ได้ใช่ไหมคะ​​ พี่จันท์กะพ้อ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปอ เปลือกไม้ [C-10434 ], [203.114.126.141]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๒.๔๖ น.

ชีวิตใหม่ในโลกโศกสลด มิอาจปลดพันธะภาระ​​ได้ ประหนึ่ง​​บ่วงหน่วงไว้ไม่ผ่อนคลาย ​​จะกลับกลายใหม่เก่าก็เท่าเดิม เขียนปลาร้าหรือปลาแดกเฉกเช่นกัน ​​คือปลาหมักใส่ข้าวคั่ว หลน(ภาษา​​ที่บ้าน)แล้ว​​ละลายน้ำพริกผสมปลาช่อนป่นหอมดี เขียน​​ได้น่าอ่านครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-10436 ], [83.180.93.228]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๓.๒๙ น.

มาตามอ่าน​​ความ​​เป็นมาของพรพรรณด้วยคนค่ะ​​...​​.
สงสัยว่า​​จะมาจากชีวิตจริงของ​​ใครคนหนึ่ง​​หรือเปล่าก็ไม่รู้นิ...​​​​แต่ก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ​​ ชีวิตก็​​คือนิยาย นิยายก็​​คือชีวิตนั่นแหละ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : เก็จแก้ว [C-10444 ], [203.144.155.199]
เมื่อวันที่ : ๐๙ ม.ค. ๒๕๕๐, ๑๐.๑๐ น.

นักดนตรีนี่เนื้อหอมนะคะ​​...​​ มักมีสาวๆ​​มาตอมกันหึ่งๆ​​ๆ​​...​​ อิ อิ ​​ที่จริงแก้วก็ชอบเหมือนพี่พิลอ่ะแหละ​​ค่ะ​​ ขอบอก

...​​.มะรุ.. ทำไมใจตรงกะพี่พิลเรื่อยเลย​​น้อออออออ...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : จันทน์กะพ้อ [C-10453 ], [203.188.47.191]
เมื่อวันที่ : ๐๙ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๐.๒๖ น.

ว้าว..เคยมี​​ความรัก​​กับนักดนตรี เล่าให้ฟังบ้างสิ พิล น้องแก้ว อิอิ

สวัสดีค่ะ​​คุณปอ เปลือกไม้ ​​และคุณรจ เจ้าของสโลแกน "นวนิยาย​​คือชีวิต ชีวิต​​คือนวนิยาย"

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น