นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
สื่อรักจากเพลง #4
จันทน์กะพ้อ
... "เราคง​ได้พบกันค่ะ​" ​เขา​และเธอบีบมือกันแน่น ​และค่อยๆ​คลายจากกัน ​เขาเดินจาก​ไปอย่างตัดใจ ​และหันกลับมาโบกมืออำลา เธอโบกมือตอบ น้ำตาพร่าพรายมองเห็นเพียงร่างสูงในชุดเขียวเลือนลางเดินจาก​ไปจนลับตา...

ตอน : ความหลังฝังใจ

​เมื่อพรพรรณคิดย้อน​ไปถึงชีวิตในป่า ไร่​ที่กว้างขวางอยู่​บนเนิน​เขาหลายลูก​เพื่อปลูกข้าวปลูกผักเลี้ยงกองทัพ งานในไร่​เป็นงานหนัก​ที่​ต้องเจอแดดลมตั้งแต่เช้า​จรดเย็น ​ต้องถาง​ต้องถาก ​ต้องขุด ​ต้องปลูก ถอนหญ้า​และเก็บเกี่ยว ถึง​แม้ว่าอาจไม่​ต้องทำงาน​ใช้แรงงานหนักทุกวัน ​แต่มันก็ทำให้คน​ที่เคย​แต่จับปากกาเรียนหนังสืออย่างพวกนักศึกษามีปัญหา​ไปเหมือนกัน​เพราะ​ความไม่เคยชิน นอกเหนือจากนี้​คือ​ความขัดแย้ง ​ความไม่เข้าใจกัน​ระหว่างชาวนา​กับนักศึกษาก็ทำให้แก้วรู้สึกท้อใจ ยาม​เมื่อแก้วทำงานอยู่​คนเดียวก็อดคิด​ไปต่างๆ​นานาไม่​ได้

วันนั้น​เธอเข้าเวรครัว เธอ​กำลังถอนมันสำปะหลัง​และปลิดหัวมันใส่ลง​ไปในเป้​เพื่อ​จะ​เอาลง​ไปทำ​เป็น​กับข้าวมื้อเย็น ​จะ​เอามัน​ไปทำอะไร​ดีนะ ผัด แกง แกงส้ม? ​เอามันสำปะหลังมาทำ​เป็น​กับข้าว ​จะมี​ใครเคยกินบ้าง ​แต่ในยาม​ที่อดอยากแบบนี้ก็​ต้องถือว่าโชคดีแล้ว​​ที่มีกิน เธอคิดถึงบ้าน บ้าน​ที่เธอเคยอยู่​สุขสบาย บ้านชนบท​ที่​แม้ไม่ใหญ่โตร่ำรวย​แต่ก็มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์​เพราะแม่​เป็นแม่บ้าน​ที่เพียบ​พร้อม รู้จักปลูกผักเก็บผักถนอมอาหาร​เอาไว้กินตลอด​ทั้งปี บ้าน​ที่มีแม่มีพ่อ​และพี่น้อง​พร้อมหน้า ป่านนี้แม่​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​ แม่​จะคิดถึงลูก​เป็นห่วงลูกมากไหม แม่​จะรู้ไหมว่าลูกมาอยู่​ลำบาก ​ต้องมาขุดดิน ถากหญ้า จนมือกร้านด้านดำ เธอยกสองมือขึ้น​ดูมันเต็ม​ไปด้วยดินเปรอะเปื้อน นี่เธอมาทำอะไร​ มาทำงานปฏิวัติ​เพื่ออุดมการณ์​ที่คาดหวังกันไว้​เพื่อให้ประเทศไม่มีชนชั้น ให้คนทุกคนมี​ความเท่าเทียมกัน หรือมาปลูกข้าวปลูกมันให้คนอื่น​เขากินกัน ​และดินแดน​ที่เธอนี้อยู่​มันช่างไกลแสนไกลจากบ้านเหลือเกิน กว่า​จะติดต่อกัน​ได้ก็​ต้องข้ามเดือนข้ามปี

แก้วทรุดนั่งลง​กับพื้นดิน ปล่อยให้น้ำตารินไหล รู้สึกท้อแท้ยิ่งนัก มีเสียงกระแอมไอดังขึ้น​ไม่ไกล

"คุณแก้วๆ​" เธอตกใจรีบยกแขนเสื้อขึ้น​ปาดน้ำตาไม่กล้าหัน​ไปมอง จนรู้สึกว่า​มีคนเดินมาใกล้ ​และนั่งลงใกล้เธอ

"ผมเรียกตั้งนานคุณแก้วไม่ตอบเลย​" คุณทันนั่นเอง ​เขาเข้ามาจนใกล้

"ร้องไห้ทำไม" ​เขาถามอ่อนโยน

"...​คิดถึงบ้าน...​คิดถึงแม่" แก้วตอบเสียงสั่นเครือ ยกแขนเสื้อขึ้น​เช็ดน้ำตาอีก

"อีกไม่นานเราคง​ได้กลับบ้านกันนะ...​" ​เขาปลอบ น้ำเสียง ​เขาฟังดูอ่อนโยนอย่าง​ที่ไม่เคย​ได้ยินมาก่อนในชีวิตปกติ

"ค่ะ​ ก็หวังว่าอย่างนั้น​" แก้วเงยหน้าขึ้น​มองหน้า​เขา เห็น​เขายิ้มอย่างเต็ม​ที่​เป็นครั้งแรก ​เป็นยิ้ม​ที่กระจ่างสว่างไสวแว่บเข้า​ไปในใจเธอ ฟันของ​เขาขาว​เป็นระเบียบสวยมาก ​เขายิ้มแล้ว​ดูดี ไม่เคร่งเครียด คิ้วไม่ย่นเหมือน​ที่เคย​เป็น แก้วมองหน้า​เขานานอย่างประทับใจ

"คุณจ้องมองอะไร​ผม" ​เขาถามอย่างสงสัย

"คุณยิ้มสวยมากเลย​ คุณทัน ยิ้มแล้ว​ดูดีมากๆ​ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"

"ฮ่าๆ​ " ​เขาหัวเราะชอบใจ

"ผมชอบคุณมากเลย​" ​เขาพูดประโยคนี้ทำให้แก้วรู้สึกหวิววาบเข้า​ไปในหัวใจ

"ผมชอบ​ที่คุณพูดตรง​ไปตรงมาดี ​แต่ผม​จะบอกอะไร​ให้นะ" ​เขายังยิ้มละมัย

"อะไร​คะ​" แก้วชัก​จะรู้สึกเขินๆ​

"หน้าคุณเปื้อนดินเลอะเทอะเลย​" แก้วอายจนหน้าแดงตามวิสัยหญิงสาว​ที่รักสวยรักงาม รีบยกแขนเสื้อขึ้น​เช็ด​ไปทั่ว​ทั้งหน้า

"นั่นไง​ที่แก้มน่ะ" ​เขายังหัวเราะอยู่​

"ช่างมัน หัวเราะอยู่​​ได้ ไม่เห็นขำเลย​" เธอเริ่มงอน​ที่เห็น​เขาหัวเราะร่วนอยู่​

"อ้อ...​หมดแล้ว​ๆ​ ก็คุณว่าผมยิ้มสวย ผมก็ยิ้มไม่หุบน่ะสิ"

"ไม่เคยเห็นคุณอารมณ์ดีอย่างนี้เลย​ จริงๆ​นะ" แก้วมองหน้า​เขาอีก

"ครับ​ผม ผมดีใจ​ที่คุณไม่เศร้าแล้ว​" ​เขายิ้มให้อีก "ชื่อแก้วเหมาะ​กับคุณดีนะ คุณตัวเล็กๆ​บางๆ​เข้มแข็ง ทำงานเก่งมาก อดทนมากเลย​ ​แต่ก็ดู​จะแตกสลาย​ได้ง่ายนะ หัวใจคุณน่ะ"

"ตายละ คุณ​เป็นหมอดูหรือไง" แก้วหัวเราะคิก

"ผมล่ะ หมอดูแม่นๆ​เลย​ละ ถูกเผงไหมล่ะ"

"ไม่รู้สิ" แก้วเชิดหน้า

"กลับกันเถอะนะ เดี๋ยวทำ​กับข้าวไม่ทัน มาผมเป้​ไปให้" ​เขาเปลี่ยนเรื่อง​ กุลีกุจอเก็บหัวมันสำปะหลังบรรจุลงในเป้ มัดเป้แล้ว​​เอามันใส่หลังเดินนำหน้า​ไป

เธอ​และ​เขาพากันเดินลงมาจากเนิน​เขา ​เขายังหันมาบอกเธออีกว่า

"คุณแก้ว อย่า​ไปบอก​ใครนะว่าผมยิ้มสวยน่ะ"

"อ้าวทำไมล่ะ"

"ก็ผมไม่อยากยิ้มให้คนอื่นดูนี่"


เย็นวันนั้น​ หลังจากทุกๆ​คนในไร่กินข้าวมื้อเย็น​กับมันสำปะหลังผัดกระเพราฝีมือของแก้วกันเสร็จแล้ว​ ​เขาเดินมากระซิบบอกเธอว่า

"ผมเล่นเพลงนี้ให้คุณนะ...​"

แล้ว​​เขาก็เป่าเมาท์ออร์แกนเพลง "เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ"​ซึ่งรู้จักกันดีว่า​เป็นเพลงของ จิตร ภูมิศักดิ์ ​ที่​แต่งขึ้น​ในช่วง​ที่​เขา​ต้องจากบ้าน​ไปอยู่​ป่า ให้แก้ว​และสหายทุกคนฟัง ทุกคนก็พากันร้องคลอ​ไป ส่งใจข้ามภูเขา​และฟากฟ้า​ไปหาคน​ที่บ้าน ท่ามกลางท้องฟ้าใกล้ค่ำ​ที่แดงสลัวมัวหม่น

"...​..ม่านฟ้ายามค่ำ ดั่งม่านสีดำม่านแห่ง​ความร้าวระบม...​.
เปรียบเหมือนดวงใจมืดทึบระทม พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา
...​...​...​...​...​...​...​...​...​
...​..แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบฟ้าไกลแว่วดังจากโพ้นนภา...​.
...​บ้านเอ๋ยเคยเนาว์กังวานครวญมา รอคอยเรียกข้าอยู่​ทุกวัน...​"

​และแก้วก็​ได้ยินเพลงนี้ทุกเย็น​ที่​เขาอยู่​​ที่ไร่



​ต่อมาอีกไม่กี่วัน​เขาก็​ต้องเดินทางกลับ​ไป​ที่ค่ายใหญ่ ​ไปทำหน้า​ที่​ที่โรงเทคนิคของ​เขา แก้ว​จะ​ได้เจอ​เขาบ้างก็เฉพาะวัน​ที่เธอ​ต้องเป้ของจากไร่​ไปส่งให้​ที่ค่ายเท่านั้น​ ​ถ้า​เขารู้ว่ามีคนมาจากไร่​เขาก็​จะแว่บลงมาดูว่าแก้วมาหรือเปล่า ​ถ้าเธอมา​เขาก็​จะหาโอกาสมาทักทายเธอ

"สบายดีไหม คิดถึงบ้านหรือเปล่า?" แล้ว​​เขา​จะยิ้มให้เธอ

"สบายดี คุณล่ะ งานหนักไหม?" แก้วยิ้มตอบ

"ผมเป่าเพลงเสียงเพรียกทุกวันเลย​ คิดถึงคุณ"

"ฉันก็ร้องเพลงนี้ทุกวันเหมือนกันค่ะ​" แก้วเริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจ ​และห่วงใยในตัว​เขา



​และครั้งสุดท้าย​ที่เธอ​ได้เจอ​กับ​เขา แก้วนั่งถอนหญ้าในแปลงมะเขือเทศอยู่​ริมลำธารในไร่ ​เขาเดินมาหาอย่างรีบร้อน ดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง​ที่​ได้เจอกัน

"คุณแก้ว" ​เขาเดินตรงมาหาเธอ แก้วลุกขึ้น​ยืนยิ้มให้​เขาอย่างดีใจ เธอรีบก้มล้างมือในลำธารแล้ว​เช็ด​กับชายเสื้ออย่างลวกๆ​

"คุณทัน" แก้วทักตอบ ​เขาตรงเข้ามาจับมือเธอ​ที่ยังเปียกชื้นบีบแน่น ​ทั้งสองจ้องมองตากันอย่างมี​ความหมายแล้ว​ยิ้มให้แก่กัน

"คุณแก้ว ผมไม่มีเวลา คุณแก้ว ผมไม่มีเวลา จัดตั้งให้ผมเดินทางด่วน​ไปช่วยทำงาน​ที่เขตอื่น ไม่รู้ว่า​จะ​ได้กลับมาอีกไหม ผมมาลาคุณ" แก้วใจหายวาบ ​แต่ด้วยงาน​และหน้า​ที่เธอจำ​ต้องยอมรับ

"ค่ะ​ ขอให้คุณปลอดภัย ฉัน​เป็นห่วงคุณมาก" เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่​ มันรินไหลมาตามร่องแก้ม

"ผมรักคุณนะแก้ว ​แต่...​.เราต่างไม่รู้ชะตาชีวิตของเรา จึงไม่อยาก​จะผูกมัดคุณ" เธอยิ่งร้องไห้มากขึ้น​อีก

"อย่าร้องไห้นะคนดีของผม ชื่อแก้ว​แม้​จะบอบบาง​แต่ก็แข็งแกร่ง เข้มแข็งนะ ไม่​ต้องห่วงผม" ​เขาบีบมือเธอแน่นอยาก​จะโอบกอด​แต่ก็ทำไม่​ได้อย่างใจคิด

"ฉัน​จะคิดถึงคุณตลอด​ไปค่ะ​ ฉัน​จะร้องเพลงเสียงเพรียก​เมื่อคิดถึงคุณ ส่งใจ​ไปหาคุณค่ะ​"แก้วเสียงสั่น

"ครับ​ ผมก็​จะร้องเพลงนี้ถึงคุณ คุณไม่​ต้องรอผม หากโชคดีเราคง​ได้พบกัน ขอให้คุณปลอดภัยเช่นกัน ผม​ต้อง​ไปแล้ว​"

"เราคง​ได้พบกันค่ะ​" ​เขา​และเธอบีบมือกันแน่น ​และค่อยๆ​คลายจากกัน ​เขาเดินจาก​ไปอย่างตัดใจ ​และหันกลับมาโบกมืออำลา เธอโบกมือตอบ น้ำตาพร่าพรายมองเห็นเพียงร่างสูงในชุดเขียวเลือนลางเดินจาก​ไปจนลับตา

...​..​ความหวังยังไม่เคยไหวหวั่น ยึดมั่นว่าจัก​ได้คืนเหมือนศรัทธา...​.

---​---​---​---​---​---​---​---​-

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1952 Article's Rate 27 votes
ชื่อเรื่อง สื่อรักจากเพลง --Series
ชื่อตอน ความหลังฝังใจ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๓๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เก็จแก้ว [C-10399 ], [203.118.127.99]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ม.ค. ๒๕๕๐, ๑๗.๓๐ น.

พี่แอ๊ดขา...​​ พี่แอ๊ดขา แก้วเผลอคิดว่าตัวเอง​​เป็นนางเอก​​ไปซะแย้วอ่ะค่ะ​​.. อิ อิ

นี่​​ถ้านางเอกมีบทตลก ให้​​ได้ฮากันมั่งนะคะ​​ ก้อ​​คือเก็จแก้วชัดๆ​​เลย​​ล่ะค่ะ​​ อิ อิ...​​ อุ๊ย...​​. ​​ต้องการกระโถนมะคะ​​พี่เพลงพิลขา...​​ อิ อิ อิ

ดูแล้ว​​เรื่อง​​นี้ท่าทางจาโรแมนติกนะคะ​​พี่แอ๊ด...​​ ​​พระเอก-นางเอก เห็นอกเห็นใจกัน ร่วมรับรู้ทุกข์ สุข ​​ซึ่งกัน​​และกันท่ามกลางป่า​​เขา​​และเสียงเมาท์ออร์แกน...​​ ว้าวววววว...​​ ช่างหวานซึ้งตรึงใจจังค่ะ​​ ...​​. แก้วชักตาร้อนแล้ว​​นะคะ​​พี่แอ๊ดขา คิกๆ​​ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-10407 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ม.ค. ๒๕๕๐, ๒๑.๓๐ น.

ฉากนี้มีโรแมนติกนะคะ​​

เอ น้องแก้วอ่านแล้ว​​ เช็ดน้ำลาย เอ๊ย น้ำตาเสียหน่อย​​นะจ๊ะ​​

ชีวิตกลางป่า​​เขาของนักศึกษาสมัยก่อน ​​เป็นชีวิต​​ที่ไม่สะดวก​​สบายเลย​​ใช่ไหมคะ​​ พี่จันท์กะพ้อ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงเปี๊ยก [C-10412 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ม.ค. ๒๕๕๐, ๐๘.๓๒ น.

ผมมาอยู่​​บ้านนอก ทำให้​​ได้จับจอบ.. ด้วย​​ความอยาก​​จะขุดร่องน้ำหน้าบ้าน ​​เพื่อให้​​เป็นทางระบายน้ำ หน้าบ้าน​​เป็นดินปนหิน​​ที่เหลือจากการทำถนน ขุด​​ได้ไม่นาน ก็รู้ซึ้งว่า การขุดดินไม่ง่ายอย่าง​​ที่เห็น ทำ​​ได้สักชั่วโมงก็มือพอง ​​ต้องหาทางจ้างชาวบ้านมาขุดให้

คน​​ที่เคยทำงานแบบนี้มา​​จะขุด​​และตกแต่งร่องน้ำ​​ได้สวย ​​และดูง่าย​​ไปหมด แป๊บเดียวก็เสร็จ​​และเรียบร้อย​​มาก

ภาพชีวิตกลางป่าของนักศึกษา​​ที่​​ต้องมาทำงานกลางไร่ คง​​ใช้​​ความอดทน ​​และจิตใจ​​ที่ต่อสู้อย่างมาก นับถือใจครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น