นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #52
รจนา ณ เจนีวา
...รจนา​ต้องชมคนเยอรมันอย่างหนึ่ง​ว่า ​เขาพยายามสร้างบรรยากาศการทานอาหารให้ดูสวยงามน่าทานค่ะ​ รจนา​ไปบ้านมาเรนสามครั้ง ​เขา​จะจัดโต๊ะไม่เหมือนกันสักครั้ง...

ตอน : คริสต์มาสกับครอบครัวเยอรมัน (หนึ่ง)

ปีนี้พวกเราไม่​ได้​ไปเมืองไทยกัน ก็เลย​เปลี่ยนเข็ม​ไปฉลองคริสต์มาส​กับครอบครัวของพ่อบ้าน​ที่เยอรมนีแทน

ก่อน​ไป พวกเราติดต่อกันทางโทรศัพท์ ครอบครัวนี้​เขามีธรรมเนียมเรื่อง​ของขวัญแปลกเหมือนกัน ​คือ ​เขา​จะถามว่าเราอยาก​ได้อะไร​ เราก็​ต้องคิดหาของ​ที่เราอยาก​ได้​แต่ไม่แพงจนเกิน​ไป แล้ว​ก็บอก​เขา​ไปสองสามอย่าง ให้​เขาเลือกเองว่า​จะให้อะไร​ หรือไม่ก็บอกประเภทของสิ่งของแล้ว​ให้​เขา​ไปเลือกมา

ปีนี้ แม่เวร่าอยาก​ได้นาฬิกาปลุกเรือนใหม่ น้องสาวมาเรนอยาก​ได้น้ำหอม น้องชายฮารัลด์​และครอบครัวอยาก​ได้หม้อฟองดูชีส รจนาอ้อนพ่อบ้านว่า อยาก​ได้เสื้อกันหนาวตัวใหม่ บอกแม่เวร่าว่าอยาก​ได้ถ้วยชาสองใบไว้ดื่มชา​กับพ่อบ้าน บอกน้องชายฮารัลด์ว่าอยาก​ได้ของ​ใช้เกี่ยว​กับการดื่มชา...​.พ่อบ้านอยาก​ได้ของ​ที่เกี่ยว​กับรถยนต์ ​และถุงเท้าใหม่

ก่อนเดินทางเราต่างก็วุ่นวาย​กับการซื้อของฝาก นอกจากนั้น​รจนายังมีแขกมาทานข้าวบ้านหลายชุดด้วยกัน เครื่องล้างจานก็เกิดขัดข้อง มีใบมีดจากเครื่องปั่นอาหารหล่นลง​ไปขวางการทำงาน ไม่มีเวลามานั่งแงะ ก็เลย​​ต้องล้างจานด้วยมือเหมือนสมัยอยู่​เมืองไทย​ไปก่อน ก็เลย​ค่อนข้างวุ่นนิดหน่อย​ก่อนเดินทาง...​

เราจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกชื่อว่า อีซี่เจ็ท EasyJet ค่าตั๋วหากซื้อล่วงหน้าสักสองเดือนก็​จะไม่แพงมากเท่าไร...​.วันเดินทาง​คือ วันศุกร์​ที่ ๒๒ ธันวาคมค่ะ​ สนามบินก็เลย​คลาคล่ำ​ไปด้วยผู้คน ​ต้อง​ไปเข้าคิวยาว​เป็นเวลานานทีเดียว

เครื่องก็เสียเวลา กว่า​จะ​ได้ออกก็เหลด​ไปประมาณชั่วโมงครึ่งค่ะ​ ก็พอไหว ช่วงเทศกาลอย่างนี้​ต้องทำใจหน่อย​

เราเดินทางชั่วโมงครึ่งก็ถึงเมืองฮัมบูร์ก อากาศหนาว ประมาณ ๑ องศา เรา​ไปรับรถเช่า​ที่เราจองไว้​พร้อม​กับตอน​ที่ซื้อตั๋ว ​ใช้เวลาไม่นานก็ปร๋อออกจากสนามบิน ​ไปเช็คอิน​ที่โรงแรม​ที่จองไว้ในเมืองค่ะ​ เราเข้าพักโรงแรมก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว​ ​แต่เรายังนัด​ไปเจอมาเรน​กับแม่เวร่า​ที่บ้านมาเรน ก็เลย​รื้อกระเป๋าด้วย​ความรวดเร็ว หยิบของฝาก แล้ว​ก็ตรง​ไปบ้านมาเรน

คลิกดูภาพขยาย

มาเรนน่ารักมาก จัดโต๊ะกินข้าวแบบง่าย ๆ​ เสียสวยงาม ​เอาผ้ารองจาน​กับผ้าเช็ดปากของจิมทอมป์สัน​ที่เราเคยซื้อให้​เขานานแล้ว​มา​ใช้...​.พ่อบ้านก็เหนื่อยเต็ม​ที่ รินไวน์แดงหกใส่ผ้าไหมแสนสวย ​แต่โชคดีว่า ผ้า​เขาทอแน่นมาก ไวน์ไม่ไหลซึมลงผ้าเลย​ เยี่ยมจริง ๆ​

รจนา​ต้องชมคนเยอรมันอย่างหนึ่ง​ว่า ​เขาพยายามสร้างบรรยากาศการทานอาหารให้ดูสวยงามน่าทานค่ะ​ รจนา​ไปบ้านมาเรนสามครั้ง ​เขา​จะจัดโต๊ะไม่เหมือนกันสักครั้ง ​และก็​จะเปลี่ยนผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน กระดาษเช็ดปาก ถ้วย จาน ชาม ด้วย เรียกว่า ​เขาพยายามสร้าง​ความประทับใจให้เราเต็ม​ที่...​.รจนารู้สึกว่า​ การ​ที่พ่อบ้าน​เป็นลูกชายคนโต รู้สึก​จะ​เป็น​ที่รักของแม่​และน้อง ๆ​ ทุกคน ​และทำหน้า​ที่เหมือนหัวหน้าครอบครัวหน่อย​ รจนา​เป็นสะใภ้ใหญ่ ก็เลย​​ได้รับ​ความรักจากทุกคน​ไปด้วย

อาหารเย็นวันนั้น​​ที่บ้านมาเรน มีพายขนาดพอคำ ไส้ปลาซัมม่อน​กับผักโขมค่ะ​ ร้อน ๆ​ อร่อยมากทีเดียว นอกนั้น​ก็​เป็นขนมปัง​กับเนื้อเย็น พวกแฮม ชีส ​และตับบด ​ซึ่ง​เป็นอาหารเย็นตามปกติของชาวเยอรมัน

เราคุย​กับมาเรน​และแม่เวร่าจนเ​ที่ยงคืนกว่า ก็ลากลับ​ไปนอนโรงแรม มาเรนอยู่​อพาร์ตเม้นท์เล็ก ๆ​ ไม่สะดวก​​ที่​จะรับรองเราสองคน​กับแม่เวร่า​พร้อมกัน แม่เวร่าก็เลย​พัก​กับมาเรน (อ้อ แม่เวราเดินทางมาจากอีกเมืองนึงค่ะ​)

วันรุ่งขึ้น​เราตื่นกันจนสาย แล้ว​ก็​ใช้เวลาออก​ไปซื้อของกันนิดหน่อย​ เรียกว่า​เป็นของขวัญนาทีสุดท้าย

จากนั้น​ก็​ไปเดินดูงานริมน้ำกัน ​เขาก็ประดับไฟสวยงาม มีต้นคริสต์มาสกลางน้ำ สูง ๓๐ เมตร กล่าวกันว่า ปีนี้​ทั้งเมืองฮัมบูร์กหาต้นคริสต์มาส​ที่สูง ๓๐ เมตรไม่​ได้เลย​ ​ต้อง​ไปซื้อมาจากเมืองอื่น

คลิกดูภาพขยาย


บรรยากาศคนเดินท่ามกลางอากาศหนาวในตลาดคริสต์มาส มีร้านรวงขายของขวัญนาทีสุดท้าย ​และร้านขายของกินเล่นร้อน ๆ​ พวกแป้งจี่ทอด เกาลัดคั่ว ไส้กรอก ไวน์ร้อน ๆ​ เครื่องดื่มหวาน ๆ​ ร้อน ๆ​ ผลไม้ชุบน้ำหวานสีต่าง ๆ​ มีเต๊นท์ขายไวน์ร้อน ๆ​ ค่ะ​ ​เป็นไวน์แดง​ที่ผสมพวกเครื่องเทศลง​ไป นิยมดื่มในช่วงคริสต์มาส

หลังจากเดินเล่นหนาว ๆ​ ริมน้ำแล้ว​ ตอนเย็นมาเรนก็เชิญเรา​ไปกินข้าวเย็น​ที่บ้านอีกครั้ง เย็นนี้มาเรนทำฟองดูเนื้อค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

การจัดโต๊ะก็น่ารักอีกเหมือนเคย หม้อไฟตรงกลาง​คือน้ำมันร้อน ๆ​ ​ที่เรา​เอาเนื้อเสียบไม้ยาว ๆ​ จุ่มให้สุก ก่อน​จะจิ้ม​กับน้ำจิ้มแบบต่าง ๆ​ (น้ำจิ้มฝรั่ง) มีสลัดผัก แตงกวาดอง เห็ดกระดุมสด ๆ​ พริกหวานหั่นชิ้นเล็ก ๆ​ ให้ทานแกล้มค่ะ​

​แม้​แต่อาหารมื้อนี้​เขาก็​จะถามเราไว้ล่วงหน้าว่า เราอยากกินเนื้ออะไร​ ​เพราะฟองดูเนื้อ​จะ​ใช้เนื้อหมูก็​ได้ เนื้อวัวก็​ได้ เนื้อไก่​และไก่งวงก็​ได้...​...​

กล้วยไม้​ที่เห็นริมโต๊ะ​คือกล้วยไม้จากเมืองไทยค่ะ​ รจนาสั่งร้านขายของไทย​ที่เจนีวาให้ช่วยสั่งมาจากเมืองไทย แล้ว​ก็หอบขึ้น​เครื่องบิน​เอา​ไปฝาก​ทั้งมาเรน แม่เวร่า ​และมาเรียน แฟนของฮารัลด์ คนละช่อ

เรากิน​และคุยกันจนดึกอีกตามเคย กว่า​จะ​ได้กลับโรงแรมก็ประมาณตีหนึ่ง​ เรียกว่า ช่วงนี้นอนดึกตื่นสายกันทุกวัน

คลิกดูภาพขยาย

​ที่โรงแรม​เขาทำขนมเค้กคริสต์มาส​เป็นรูปบ้านวางไว้ให้แขกดู ปกติเด็ก ๆ​ ​จะ​เป็นคนทำ ขนมนี้ ​โดย​ใช้คุ้กกี้ ครีมแข็ง ลูกกวาด ​และขนมหวานอื่น ๆ​ มาประกอบกัน​เป็นบ้าน ​และ​จะ​ต้องช่วยกันทานบ้านหลังนี้ให้หมดภายในคืนวัน​ที่ ๒๔


วันถัด​ไป​คือ วันอาทิตย์​ที่ ๒๔ ​เป็นวัน​ที่ชาวเยอรมัน​จะทานอาหารค่ำคริสต์มาสกันค่ะ​ ​แต่ก่อนนั้น​ พวก​เขาก็พากัน​ไปโบสถ์​เพื่อฟังการร้องเพลงคริสต์มาส มาเรียนพาพวกเรา​ไป​ที่โบสถ์ใกล้ ๆ​ บ้าน มีเด็ก ๆ​ มาร้องเพลง มี​พระผู้ใหญ่มาเล่าเรื่อง​คริสต์มาส โบสถ์คนแน่นมาก ไม่มี​ที่นั่ง เรา​ต้องยืนอยู่​พักใหญ่ จนคณะนักร้องย้ายจากชั้นสามลง​ไปชั้นล่าง เราจึง​ไปนั่งแทน​ที่​ได้ รจนาก็ค่อนข้างเบื่อค่ะ​ รับตามตรง ​เพราะฟังไม่รู้เรื่อง​ ก็เลย​พยายามอยู่​​กับลมหายใจแทน หลับตาสมาธิ​ไปด้วย...​ดีกว่าอยู่​เฉย ๆ​ นาน ๆ​ ทีพ่อบ้านก็แปลให้ฟังสักทีนึงว่า ​เขาร้องอะไร​ พูดอะไร​ พิธีการนี้ไม่นานเท่าไรค่ะ​ สักไม่ถึงชั่วโมงดี

หลังจากโบสถ์พวกเราก็​ไปทานอาหารเย็นกัน​ที่บ้านมาเรียน ฝรั่ง​เขาชอบ​ใช้แสงเทียนมากกว่าแสงไฟฟ้าค่ะ​ ค่ำนั้น​ก็เลย​สลัว ๆ​ ​ได้บรรยากาศชวนง่วงดี

คลิกดูภาพขยาย

มาเรียนจัดบ้านสวยน่าอยู่​ค่ะ​ โต๊ะทานข้าวก็จัดน่ารัก มีการจุดเทียนเพิ่ม​ความโรแมนติคด้วย กล้วยไม้กลางโต๊ะก็จากเมืองไทย

นอกจากนั้น​​เขายัง​เอาก้านสนมาใส่แจกัน ประดับด้วยริบบิ้นสีแดง ​และลูกแก้วกลม ๆ​ ค่ะ​ ​ที่ถ่ายมา​จะเห็นว่ามืดหน่อย​...​​คือบรรยากาศในเย็นวันคริสต์มาสจริง ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ต้นคริสต์มาส​ที่บ้านมาเรียน สูง ๓ เมตรกว่า มองเห็นโต๊ะกินข้าว ​และห้องครัว​ที่อยู่​ท้ายสุด ทุกแห่งหนเต็ม​ไปด้วยแสงเทียน ต้นคริสต์มาสนี้เรา​จะ​ต้อง​เอา​ไปวางทิ้งไว้ตรงจุด​ที่​เขา​จะมาเก็บขยะสีเขียวภายในอาทิตย์แรกของมกราคมค่ะ​ หากไม่ทัน เรา​จะ​ต้องตัดก้าน​และขน​ไปทิ้งเอง

พ่อบ้านบอกว่า ชาวเยอรมัน​จะนิยมทานแค่สลัด​เป็นอาหารเย็นในวันก่อนคริสต์มาส (๒๔) เท่านั้น​ หรืออาหารจานเดียว ​แต่​จะทานบรั๊นช์มื้อใหญ่ในวัน​ที่ ๒๕

อาหารเย็นวัน​ที่ ๒๔ จึงมิ​ได้อู้ฟู้เต็มโต๊ะอย่าง​ที่เราคิด (แบบอเมริกัน)...​.ทำให้รจนาผิดคาดทีเดียว ​แต่ก็ดีค่ะ​ ​เพราะทานไม่ไหวแล้ว​

ค่ำนั้น​ แม่เวร่าทำสลัดปลาแฮริ่งใส่มายองเนส แตงกวาดอง มันฝรั่ง หัวบีทรู้ท (สีแดง) ​และถั่ว รสชาติอร่อยดีค่ะ​

​ที่จริงเรา​ต้องทานแค่นี้ ​แต่มาเรียน​เขาอยากทานห่าน ​เพราะครอบครัวของ​เขานิยมทานห่านกันทุกคริสต์มาส ​เขาก็เลย​อบขาห่านมา​เป็นอาหารจาน​ที่สองด้วย

คลิกดูภาพขยาย

หน้าตาของขาห่านอบ ​กับผักกระหล่ำปีแดงต้ม​กับลูกเกาลัดค่ะ​ ผักอร่อยดี ​แต่ขาห่านค่อนข้างเหนียว...​.ถึงตอนกินขาห่านพวกเราก็อิ่มแปร้กันแล้ว​ จึงทานกันแทบ​จะไม่หมดเลย​ค่ะ​

รจนาชอบผ้าเช็ดปากของ​เขาค่ะ​ ปัก​เป็นรูปเทวดาตัวน้อย ๆ​ ​แต่ก็ขำตัวเอง ​เพราะไม่กล้า​เอาเช็ดปาก หรือพวกอะไร​​ที่​เป็นสีแดง ๆ​ ของมัน ๆ​ เลย​ค่ะ​ เกรงใจ​เขา​ต้องซักรีดลำบาก...​.ศัตรูตัวสำคัญสำหรับผ้าเช็ดปาก​และผ้าปูโต๊ะสีขาวก็​คือ ไวน์แดงค่ะ​ ​เพราะหากหกใส่แล้ว​ ซักไม่ออกเลย​ ​ต้อง​ใช้ผงเคมีเฉพาะเท่านั้น​...​.อันนี้เจอเอง​กับตัวบ่อย ๆ​ ก็เลย​​ใช้ของคนอื่นอย่างระมัดระวัง

คลิกดูภาพขยาย


ค่ำนั้น​ยาวนานมาก พอเรา​ไปถึงบ้าน ​เขาก็หาน้ำชากาแฟ​กับขนมหวาน คุ๊กกี้คริสต์มาสมาให้ทานเล่น แล้ว​ก็คุยกัน เด็ก ๆ​ ก็ตื่นเต้นอยากเห็นของขวัญ ​เขาก็แจกของขวัญกัน (บาง​ส่วน) นี่ก็​เป็นชั่วโมงแล้ว​ จากนั้น​ก็มาทานสลัดคุณแม่เวร่า จากนั้น​ก็กลับ​ไปนั่งเล่น ​และเปิดของขวัญอีก​เป็นชั่วโมง ก่อน​จะกลับมาทานขาห่าน แล้ว​ก็กลับ​ไปเปิดของขวัญต่อ ก่อน​จะกลับมาทานชากาแฟ​และขนมอีก...​ขั้นตอน​ทั้งหมดกว่า​จะลุล่วง​และลากลับบ้าน​ได้ก็เ​ที่ยงคืนค่ะ​

​โดยปกติ​ที่โบสถ์​เขา​จะมีการร้องเพลงอีกครั้งตอนใกล้ ๆ​ เ​ที่ยวคืน ​แต่ไม่มี​ใครอยาก​ไปแล้ว​ค่ะ​ตอนนี้ ​ทั้งอิ่ม​ทั้งง่วง กลับบ้านนอนดีกว่า

​จะเห็นว่า​เป็นช่วงเทศกาล​ที่เต็ม​ไปด้วยการกิน กิน กิน ​และกินจริง ๆ​ ค่ะ​ เรียกว่า เห็นอาหารแล้ว​ก็เข็ด​ไปเลย​ ​โดยเฉพาะพวกขนม

เดี๋ยวตอนต่อ​ไป​จะเล่าเรื่อง​ของขวัญ​และสิ่งประดับต้นคริสต์มาสนะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1937 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน คริสต์มาสกับครอบครัวเยอรมัน (หนึ่ง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เก็จแก้ว [C-10305 ], [203.144.155.215]
เมื่อวันที่ : ๐๒ ม.ค. ๒๕๕๐, ๐๑.๕๔ น.

แก้วตามมาฟังคุณรจเล่าบรรยากาศคริสต์มาสให้หายคิดถึงค่ะ​​

​​เป็นการฉลองคริสต์มาส​​ที่น่าอบอุ่นดีจังค่ะ​​...​​ ครั้งนี้แก้ว​​จะไม่แย่งหม่ำนะคะ​​คุณรจ รับรอง​​ได้เล้ยยยย...​​ ก้อมะช่ายว่าแก้วเลิกตะกละ หรืออะไร​​หรอกนะคะ​​...​​ เหตุผลมีอยู่​​ว่า แก้วเองก็ยังอิ่มกะปาร์ตี้ปีใหม่อยู่​​อ่ะจิคะ​​คุณรจขา อิ อิ อิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนาตอบคุณเก็จแก้ว [C-10418 ], [83.180.93.228]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ม.ค. ๒๕๕๐, ๑๘.๒๐ น.

นั่นสิคะ​​ คุณแก้ว ช่วงคริสต์มาสนี่เรียกว่า ทานกันจนเข็ด​​ไปเลย​​ค่ะ​​...​​.นึกแล้ว​​ยังอิ่มอยู่​​เลย​​ ตอนนี้สองคน​​กับพ่อบ้านพยายามทานกันน้อยลง ลดพวกเนื้อสัตว์​​ไป​​ได้อักโขเลย​​ค่ะ​​...​​.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น