นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #50
รจนา ณ เจนีวา
...จิตรกรท่านนี้อยู่​ร่วมสมัย​กับพอล เคลค่ะ​ มีชื่อว่า วัสซิลี่ย์ คันดินสกี้ (Wassily Kandinsky) ถือว่า​เป็นผู้สร้างสรรค์คนสำคัญของศิลปะสมัยใหม่ ​โดย​ใช้แนววาดแบบ abstraction...

ตอน : ภาพวาดแบบคันดินสกี้ (Kandinsky)

รจนา​กำลังสนุก​กับการเรียนรู้เรื่อง​ศิลปะสมัยใหม่ค่ะ​ ​พอดีช่วงนี้​เขามีนิทรรศการภาพวาดของจิตรกรชาวรุสเซียมาแสดง​ที่เมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ ก็เลย​ถือโอกาสนำมาฝาก​เพื่อน ๆ​ นะคะ​

มารู้จักกันไว้ไม่เสียหาย เกิดมี​ใครพูดถึงก็ยัง​จะพอนึกออกว่า หน้าตารูปเขียนของ​เขา​เป็นอย่างไร

จิตรกรท่านนี้อยู่​ร่วมสมัย​กับพอล เคลค่ะ​ มีชื่อเต็มว่า วัสซิลี่ย์ คันดินสกี้ (Wassily Kandinsky) ถือว่า​เป็นผู้สร้างสรรค์คนสำคัญของศิลปะสมัยใหม่ ​โดย​ใช้แนววาดแบบ abstraction


ดูภาพเหมือนของคันดินสกี้ คนนี้หน้าไม่ดุเหมือนพอล เคล ค่ะ​

นอกจาก​เป็นจิตรกรแล้ว​คันดินสกี้ยัง​เป็นนักทฤษฎีด้านการพัฒนาศิลปะแบบนามธรรม (abstract art)

คันดินสกี้เกิดในกรุงมอสโคว์ ​เมื่อวัน​ที่ ๔ ธันวาคม ๑๘๖๖ สมัยเด็ก ๆ​ ​เขาอาศัยอยู่​​ที่เมือง Odessa พ่อของ​เขา​เป็นนักเปียโน ​และตัวคันดินสกี้เองก็เรียนเปียโน​และเชลโลตั้งแต่เด็ก ๆ​ นั่น​เป็นเหตุผลให้ดนตรีมีอิทธิพล​กับงานวาดของ​เขาอย่างยิ่ง

ในปี ๑๘๘๖ ​เขาเข้าเรียน​ที่ University of Moscow ​และเลือกเรียกกฎหมาย​กับเศรษฐศาสตร์ หลังจากผ่านการสอบ​ทั้งหลายแล้ว​ ​เขาเริ่ม​เป็นผู้บรรยาย​ที่มหาวิทยาลัย ​เขา​เป็นคน​ที่รัก​ความสำเร็จ ไม่เฉพาะในฐานะ​ที่​เป็นอาจารย์ ​แต่ยังในเรื่อง​การเขียนเกี่ยว​กับจิตวิญญาน​ความเชื่อ (spirituality)


ในปี ๑๘๙๕ ​เขา​ไปชมงานเขียนของจิตรกร Impressionist ชาวฝรั่งเศส​ที่​เขา​ได้เห็นภาพของ Monet ​ที่ชื่อว่า Haystacks at Giverny (กองฟาง​ที่จิแวร์นี) ​เขากล่าวถึงภาพนี้ว่า "กว่า​จะรู้ว่า​เป็นภาพกองฟาง ผมก็​ต้อง​ไปอ่านจากในแคตตาล็อคภาพ ผมรู้สึกโมโห​ที่ดูไม่ออกเสียก่อนว่า​เป็นภาพกองฟาง ผมคิดว่า จิตรกรไม่มีสิทธิ​ที่​จะวาดภาพ​ที่ดูไม่รู้เรื่อง​เช่นนี้ ผมยังรู้สึกด้วยว่า กองฟางนั้น​ไม่ปรากฎอยู่​ในภาพเขียนเลย​...​.."


จิตรกรของเราศึกษาศิลปะ​ที่ Academy of Fine Arts ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนีใน​ระหว่างปี ๑๘๙๖-๑๙๐๐ ภาพวาดในระยะแรก​จะมีลักษณะทางธรรมชาติ (naturalistic style) ​แต่พอถึงปี ๑๙๐๙ หลังจากเดินทาง​ไปเยือนปารีส คันดินสกี้จึง​ได้แรงบันดาลใจจากงานของ Fauves ​และจิตรกรแบบ post-impressionists ภาพเขียนของ​เขาจึงเริ่มมีสีสัน​และมีการจัดวาง​ที่​เป็นระบบขึ้น​


ในปี ๑๙๑๓ คันดินสกี้จึงเริ่มสร้างผลงาน​ที่ถือว่า​เป็นงานศิลปะสมัยใหม่เชิงนามธรรมอย่างเต็มตัว ​โดยไม่อ้างอิงวัตถุใด ๆ​ ​ที่คนรู้จักกัน ​และ​ได้รับการสร้างสรรค์​โดยอิทธิพลของดนตรี​โดยแท้



ในปี ๑๙๑๑ คันดินสกี้​ได้ร่วม​กับฟร้านซ์ มาร์ค (Franz Marc) ​และจิตรกร expressionists ชาวเยอรมันคนอื่น ๆ​ ก่อตั้ง กลุ่ม Der Blaue Reiter (The Blue Rider หรือ นักขี่ม้าสีฟ้า) ​ทั้งนี้​เพราะคันดินสกี้รักสีฟ้า ​และมาร์คเองรักม้า ในช่วงนี้จิตรกรเอกของเรารังสรรค์ผลงานแบบแอ๊บสแตร็กท์​และแบบ figurative ​โดย​ใช้สีสันอันยอดเยี่ยม ​และมีแพทเทิร์น​ที่ดูซับซ้อนยิ่ง



อิทธิพลของคันดินสกี้ต่องานศิลปะในศตวรรษ​ที่ ๒๐ นี้ยิ่งเน้นชัดขึ้น​​เนื่องจาก​เขามีฐานะ​เป็นนักทฤษฎี (Theorist) ​และอาจารย์​ที่สั่งสอนศิลปินรุ่น​ต่อมาด้วย ในปี ๑๙๑๒ ​เขาตีพิมพ์หนังสือ​ที่ชื่อว่า Concerning the Spiritual in Art ​ซึ่ง​เป็นงานด้านทฤษฎีเกี่ยว​กับ abstraction เล่มแรก​ที่ทำให้แนวคิดของ​เขากระจาย​ไปทั่วทวีปยุโรป


นอกจากนั้น​​เขายังทำงานสอน​ที่ Moscow Academy of Fine Arts ใน​ระหว่างปี ๑๙๑๘ ถึง ๑๙๒๑ ​และสอน​ที่ the Bauhaus ในเมือง Dessau เยอรมนีจากปี ๑๙๒๒ ถึง ๑๙๓๓



หลังจากสงครามโลกครั้ง​ที่ ๑ (๑๙๑๔-๑๙๑๘) ​ความ​เป็นนามธรรมในงานของคันดินสกี้เริ่มมีลักษณะ​เป็นเรขาคณิตมากขึ้น​ ภาพ​ที่ชื่อว่า Composition VIII No. 260 ​เป็นตัวอย่างของการรวมตัวกันของเส้นสาย วงกลม วงโค้ง ​และรูปแบบเรขาคณิตอื่น ๆ​ งาน​ต่อมา เช่น Circle and Square ​จะดูหรูหรางดงามขึ้น​​และซับซ้อนขึ้น​ อัน​เนื่องมากจากการสร้างสมดุลอย่างงดงามในลักษณะ​ที่เหมือนอัญมณี


คันดินสกี้ถือ​เป็นจิตรกร​ที่มีอิทธิพลต่องานศิลป์มาก​ที่สุดคนหนึ่ง​ในยุคสมัยของ​เขา ​และ​เป็นผู้บุกเบิกหลักการแห่งศิลปะเชิงนามธรรม​ที่ "สมบูรณ์" อาจกล่าว​ได้ว่า ​เขา​เป็นผู้ปูทางให้ abstract expressionism ​ซึ่ง​เป็นสำนักวาด​ที่กุมแนวคิดของจิตรกรในช่วงสงครามโลกครั้ง​ที่สอง (๑๙๓๙-๑๙๔๕)


งานของคันดินสกี้มีแสดงอยู่​ทั่วยุโรป นับตั้งแต่ปี ๑๙๐๓ ​เป็นต้นมา ​และมักทำให้มวลชน​และนักวิจารณ์งานศิลป์เกิด​ความปั่นป่วน​ได้เสมอ ชื่อเสียงของ​เขา​เป็น​ที่รู้จักกันดีในสหรัฐอเมริกา ​โดยผ่านงานแสดงภาพ​ที่นับไม่ถ้วน นอกจากนั้น​ ​เขายัง​ได้ Solomon Guggenheim ​เป็นผู้ให้การสนับสนุนงานของ​เขาอย่างเต็ม​ที่



คันดินสกี้สิ้นชีวิต​ที่เมือง Neuilly-sur-Seine ชานเมืองปารีส​เมื่อวัน​ที่ ๑๓ ธันวาคม ๑๙๔๔ กล่าวกันว่า ​เขาวาดรูปจนแทบ​จะนาทีสุดท้ายของชีวิตเลย​ทีเดียว


รจนาว่าภาพของ​เขาหลายภาพก็​เป็นภาพทิวทัศน์ดูง่าย ๆ​ เช่น ภาพแรก​กับสองสามสุดท้าย ​แต่หลายภาพก็ดูเวียนหัวดี มีลักษณะเหมือน​ความคิด​ที่ฟุ้งกระจายแบบท่วงทำนองดนตรี...​..

(ปล ภาพ​ทั้งหมดนี้โหลดมาจากอินเตอร์เน็ตค่ะ​ ลุงเปี๊ยก ​เป็นขนาดต้นฉบับ​​ทั้งนั้น​เลย​ ก็เลย​ไม่​สามารถทำให้ใหญ่กว่านี้​ได้)

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1892 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ภาพวาดแบบคันดินสกี้ (Kandinsky) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๒๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-10079 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๑๓ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๐๙.๔๘ น.

ภาพสวยจังครับ​​ เสียดายว่าขนาดภาพออก​​จะเล็ก​​ไปสักหน่อย​​

ภาพขนาด​​ความกว้าง 500 pixel น่า​​จะแสดงผลบนนิตยสารเรา​​ได้ดีนะครับ​​ เพียง​​แต่​​ต้องอัพโหลดทีละน้อย ๆ​​ แล้ว​​ก็อย่า​​ไปติ๊ก resize (รีไซต์เนี่ย เค้า​​จะปรับขนาดลงตอนแสดงผลครับ​​ ​​แต่ไฟล์จริง​​จะเก็บขนาดใหญ่)

ชอบภาพ​​ที่นำมาโพสต์มาก สวยแจ่ม !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : assss [C-18930 ], [124.121.204.55]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ก.พ. ๒๕๕๖, ๑๙.๒๐ น.

อยากทราบชื่อผลงานอะครับ​​ null

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น