นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #48
รจนา ณ เจนีวา
...เราตื่นขึ้น​มาเช้า​วันเสาร์ แสงแดดสวยมาก ๆ​ แจ่มใส ฟ้าก็จัดจ้า...​.พ่อบ้านเครียด​กับงานมา​ทั้งอาทิตย์ก็เลย​บอกรจนาว่า เราขับรถ​ไปเ​ที่ยวกันดีกว่า...

ตอน : วิ่งตามตะวันในวันเสาร์

คนไทยคงขำกลิ้ง​ที่อ่านเรื่อง​รจนา​กับพ่อบ้านวิ่งตามตะวัน...​...​ มี​แต่คน​เขาอยากหนี​ความร้อนกัน...​..

กล่าว​คือช่วง​ที่ผ่านมา (เดือนพฤศจิกายน) ​เป็นฤดูใบไม้ร่วง ​พระอาทิตย์​จะขึ้น​แบบเฉียง ๆ​ ไม่ยอมตรงหัวเราสักที บางทีก็ผลุบหาย​ไปในกลีบเมฆเสียอย่างนั้น​ ทำ​เอาเราแทบ​จะลืม​พระอาทิตย์​ไปเลย​...​..

​แต่แล้ว​วันหนึ่ง​ เราตื่นขึ้น​มาเช้า​วันเสาร์ แสงแดดสวยมาก ๆ​ แจ่มใส ฟ้าก็จัดจ้า ราว​กับยัง​เป็นหน้าร้อนอยู่​ก็ไม่ปาน...​.พ่อบ้านเครียด​กับงานมา​ทั้งอาทิตย์ก็เลย​บอกรจนาว่า เราขับรถ​ไปเ​ที่ยวกันดีกว่า

ว่าแล้ว​ก็รีบอาบน้ำ​แต่งตัว ชงชา คั้นน้ำส้มทาน พ่อบ้าน​เอาแผน​ที่ประเทศฝรั่งเศส (​เพื่อนบ้านเรา) มาเปิดแล้ว​ก็ชี้ให้รจนาดูว่า เรา​ไป​ที่นี่แล้ว​กัน ตรงนี้มีน้ำตกสวย ไอเคย​ไปครั้งนึงแล้ว​

​เอาสิคะ​ ​ไปไหน​ไปกัน เรา​ไปวิ่งตามตะวันนี่นะ

พวกเรา​ใช้ระบบนำร่องเรียกว่า TomTom Go ค่ะ​ เราโปรแกรมชื่อเมือง​ที่เรา​ต้องการ​ไป ​และบอกว่าให้​ใช้เส้นทางแบบไหน (สั้น​ที่สุด หรือ ทางด่วน หรือให้ผ่านเมืองไหน ฯลฯ) แล้ว​ก็เดินทางตามลุงทอมทอมสั่งค่ะ​ ​แต่​เนื่องจากพ่อบ้านก็รู้เส้นทางมากเหมือนกัน บางครั้งเราก็ดื้อ ไม่​ไปตามลุงทอมทอมบอก ​แต่​ไปทาง​ที่เราอยาก​ไป ร้อนถึงลุงทอมฯก็​ต้องโปรแกรมเส้นทางให้เราใหม่ สนุกดีค่ะ​

วันนั้น​ เรามีแสงแดด​ทั้งวัน ​แต่แสง​จะเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ​ ​เพราะ​เป็นแดดปลายปี (เหนื่อยแล้ว​ อยากพัก) รจนา​จะคอยบอกพ่อบ้านว่า รีบหน่อย​นะ เดี๋ยวตะวัน​จะตกดินเสียก่อน พอเราเห็นแสงอาทิตย์ตรงไหน เราก็​จะวิ่ง​ไปตรงนั้น​ จึงเรียกว่า ​เป็นการ "วิ่งตามตะวัน" ในวันเสาร์ไงคะ​

ตลอดเส้นทางเราขับรถเปิดประทุนค่ะ​ อุณหภูมิประมาณ ๑๐ กว่าองศา เย็น​ใช้​ได้ เรา​ต้อง​แต่งตัวอย่างหนา สวม​ทั้งหมวก​และถุงมือ​เพื่อไม่ให้หนาวเกิน ​เป็นการท่องเ​ที่ยว​กับสายลมแสงแดดอย่างแท้จริง ​และ​ได้อากาศบริสุทธิ์เหลือใจ...​..แก้มงี้เย็นเจี๊ยบเลย​ค่ะ​ (มิใช่แม่เนื้ออุ่นเสียแล้ว​ นะคุณเก็จแก้วนะ)


เส้นทางอันสวยงาม ผ่านหมู่บ้าน​ที่เงียบสงบ มี​แต่ท้องฟ้า​เป็น​เพื่อน เส้นทางในชนบทสวิส​และฝรั่งเศส​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นเช่นนี้ วันนั้น​เราวิ่งในเทือก​เขาจูร่า​ซึ่ง​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของเทือก​เขาอัลป์สค่ะ​


เรา​ไปถึงเมืองกลางทางชื่อว่า St Claude เมืองนี้มีของพิเศษ​คือ​เป็น​ที่ผลิต​ไปป์สูบยาค่ะ​ พวกเราคิดว่า ​จะ​ไปชมมิวเซียมแสดงกล้องสูบยา ​แต่​เขาดันปิดเสียนี่ ก็เลย​​ไปเก็บรูปโบสถ์ยอดแหลม ๆ​ ของ​เขามาแทน


ในเมือง​เขาก็มีตึกเก่า ๆ​ ตึกนี้​เขามีชื่อหนังสือพิมพ์ฉบับ​ต่าง ๆ​ ระบายไว้แพรวพราวค่ะ​ กะว่าให้เรารู้ว่าเมืองนี้เคยตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ชื่ออะไร​บ้าง รจนาเห็นว่าสวยดี


ร้าน​ไปป์แถวหน้าโบสถ์มีหลายร้าน ​แต่​เขาปิดทานอาหารกลางวันกันหมด เราเลย​​ไปยืนดูกันหน้าร้านแทน


​ไปป์พวกนี้ก็หน้าตาน่ารัก เหมือนนกเลย​นะคะ​ คิดถึงลุงเปี๊ยก​เพราะจำ​ได้ว่า ลุงเปี๊ยกชอบกล้อง​ไปป์...​.​แต่​จะชอบสูบด้วยหรือเปล่าจำไม่​ได้เหมือนกันค่ะ​


ออกจากเมือง​ไปป์แล้ว​ เราก็มองหาอะไร​ทานกัน โชคดีเจอร้านอาหาร​ที่​เป็นโรงแรมด้วย อยู่​ติด​กับทะเลสาบ​ที่ชื่อว่า Lac de l'Abbaye หรือทะเลสาบแห่งอาราม (โบสถ์)

มุม​ที่เห็นนี้มองจากหน้าต่างห้องอาหารของโรงแรมริมทะเลสาบ​ที่รจนา​ไปนั่งทานมาค่ะ​...​.หาก​ได้มานั่งทานอาหาร​กับ​เพื่อน ๆ​ อย่างพี่แอ๊ด พิลกริม น้องโพ พญาไฟ ป้าแก่ คุณเก็จแก้ว น้องพันนที แสนรัก อุณากร โดโรธี รันนรา ดาวบนดิน ป้าหมูรจนา ป้าทองของแท้ กางเขนดง คง​จะสนุกไม่น้อย...​.คนหลังนี่หาย​ไป​กับสายลม ​แต่เข้าใจว่าคงยังแวะเวียนมาอ่านข่าว​ที่หน้ากระดานอยู่​บ้างนะคะ​


ในโรงแรม​เขาก็มีตู้ใส่ของแบบเก่า ๆ​ ระบายสีดอกไม้ สไตล์พื้นบ้าน มีตะกร้าใส่ฟักทองลูกเล็ก ๆ​ วางไว้ด้วย หน้านี้​เป็นหน้าฟักทองจริง ๆ​ ค่ะ​


ทานอาหารเสร็จ พวกเราก็ขับรถ​ไปหาน้ำตกดูกัน น้ำตกนี้มีชื่อว่า Eventail (เอว็องไตย์) แปลว่า พัด ค่ะ​ เราจอดรถไว้ริมถนนแล้ว​เดินแค่ ๑๐๐ เมตรก็ถึงจุดชมวิว ​ได้เห็นน้ำตกจากด้านบน น้ำ​ที่ไหลมาสู่น้ำตกนี้มาจากแม่น้ำ​ที่ชื่อว่า Herrison (แอริซ็ง)

ดูจากจุดนี้แล้ว​เรา​ต้องขับรถ​ไปอีก ๑๗ กิโลเมตร ​เพื่อ​จะ​ไปดูน้ำตกจากข้างล่าง รจนาก็บ่นนิด ๆ​ ว่า แหม หากเราลง​ไป​ที่หุบ​เขา แสงตะวันก็หายหมดสิ ​เพราะจุด​ที่เราดูจากข้างบนนั้น​​จะสูงมาก ยังมีแสงอาทิตย์อยู่​ ​แต่ข้างล่างนั้น​​จะอับแสง ...​..​แต่​ไปก็​ไป...​.เราอยากเห็นน้ำตกใกล้ ๆ​ เหมือนกัน


แล้ว​เราก็​ได้มาเห็นน้ำตกข้างล่างสมใจ เราจอดรถแล้ว​เดินอีกแค่ ๕๐๐ เมตรก็ถึงน้ำตกค่ะ​ นี่​คือน้ำตกเดียว​กับ​ที่เห็นในภาพข้างบน ​แต่ดูอย่างนี้แล้ว​ดูเหมือน​จะเล็กกว่าข้างบนนะคะ​ แถว ๆ​ บ้านดาวเคียงเดือนมาน้ำตกบ้างไหมคะ​ ​ส่วนลูกพี่เชิงดอย​กับลุงชารอยู่​ใกล้ชิด​กับธรรมชาติ คงเห็นสิ่งสวยงามแบบนี้บ่อย ๆ​ เหมือนกัน


น้ำตก​กับคน​ที่​ไปชม เปรียบเทียบขนาดดูนะคะ​

หากเราอยาก​จะเดิน​ไป​ที่น้ำตกในระดับ​ที่สองจากด้านบนก็​ได้ ​เขาประมาณเวลาไว้ว่า ๓๕ นาทีค่ะ​ ​เพราะ​ต้องเดินลัดเลาะ​ไป ​จะ​ไปปีนตรง ๆ​ ไม่​ได้

​แต่หากอยาก​ไปให้ถึงลานน้ำตกบนสุด​ต้อง​ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง พ่อบ้านถามว่า​จะ​ไปไหม รจนาเห็นตะวันคล้อยลงทุกที ไม่อยากให้มืดก็เลย​บอกว่า คราวนี้ยังไม่​ไปละ คราวหน้าดีกว่านะ คราวหน้า​จะชวน​ใคร​ไปดี ​ใคร​ที่ชอบเดินป่าเดินเก่ง ๆ​ อ้อ...​รู้สึก​จะพิลกริมคนแรกละ​ที่​ไปพิชิตมาทั่วแล้ว​ ​ทั้งภูกระดึง ทีลอซู ​และหลาย ๆ​ ​ที่ในเมืองไทย​ที่ว่า​ไปยาก ๆ​ มะขวิดก็ชอบลุยเหมือนกัน น่า​จะชวน​ได้ไม่นาก ​ส่วนจำปาดะ ​กับน้องมาร์ ไม่รู้​จะชอบไหม


​เมื่อเข้า​ไปใกล้ ๆ​ ก็ดูอลังการพอสมควร ​แต่หน้าตาเหมือน "พัด" ตรงไหน พวกเราลองพิจารณาดูนะคะ​


มีน้ำตกอีกสาย เล็ก ๆ​ กระปริบกระปรอย มีน้ำนิดเดียว ​แต่ไหลลง​ไปรวม​กับน้ำตกใหญ่​ที่อยู่​ใกล้กัน ​แต่ก็โรแมนติก​ไปอีกแบบ


กระแสน้ำ​ที่ไหลมาจากน้ำตก "พัด" ค่ะ​ ดูเล็กนิดเดียว ไม่สม​กับขนาดน้ำตกเลย​นะคะ​


พอเราออกจากน้ำตกแล้ว​ ตะวันก็เริ่มคล้อย ​โดยเฉพาะพวกเราอยู่​ในหุบ​เขา มองขึ้น​​ไป​จะเห็นแสงตะวัน​กำลังยอแสงอ่อนบนยอด​เขา โลมเลียต้นไม้​ที่ใบเปลี่ยนสี​เป็นแดง อมส้ม เหลือง ​และทอง ดูละลานตามากเลย​ทีเดียวค่ะ​


วันนี้เราวิ่งตามตะวัน​ทั้งวัน ​และ​ได้เห็นตะวันก่อน​จะชิงพลบ​ที่ปลายนาอันไกลโพ้น

กลับถึงเจนีวาแล้ว​ พวกเรายังนัด​เพื่อน​ไปทานฟองดูชีสกันอิ่มใหญ่ (​เป็นคนไทย​แต่งงาน​กับคนสวิสสองคู่) ก่อน​จะกลับบ้านนอนหลับอย่างสุขารมณ์​ที่​ได้มีโอกาส​ได้​ไปสัมผัส​กับธรรมชาติอันงดงาม...​...​

ขอส่ง​ความฝันอันแสนอบอุ่นใจมาถึง​เพื่อน ๆ​ ทุกคนด้วยค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1863 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน วิ่งตามตะวันในวันเสาร์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ปอ เปลือกไม้ [C-10028 ], [203.172.199.250]
เมื่อวันที่ : ๐๗ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๐๘.๒๘ น.

​​ต้องตื่นตลึงสำหรับเรื่อง​​เล่าทุกๆ​​เรื่อง​​ ยิ่ง​​ได้ดูภาพทิวทัศน์อันวิจิตแล้ว​​ชวนให้หลงใหล กบน้อยๆ​​อย่างผมพอ​​ได้เปิดกะลารับสิ่งดีๆ​​ในต่างแดนจากคุณรจนาสม่ำเสมอ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปลาหลงน้ำ [C-10034 ], [220.150.142.39]
เมื่อวันที่ : ๐๘ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๐๙.๔๖ น.

ยังติดตามอ่านอยู่​​นะคะ​​ เสียดาย​​ที่ลงรูปน้อย​​ไปหน่อย​​นะคะ​​ อยากให้คุณรจนาหารูปใบไม้เปลี่ยนสีในยุโรปมาให้ชมบ้างค่ะ​​ รอนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รจนาตอบจดหมาย [C-10069 ], [83.180.229.80]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๒๐.๐๒ น.

ตอบคุณ ปอ เปลือกไม้ - ดีใจ​​ที่คุณปอฯดูแล้ว​​ชอบค่ะ​​ คนเขียนก็พลอยมี​​กำลังใจ​​ไปด้วย

ตอบคุณปลาหลงน้ำ - ดีใจ​​ที่ยังติดตามกันอยู่​​นะคะ​​ ค่ะ​​ วันหลัง​​จะหาฤดูใบไม้ร่วงมาฝาก ตอนนี้เหลือ​​แต่ก้านเสียแล้ว​​ ​​เพราะหน้าหนาวเข้ามาเคาะประตูแล้ว​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น