นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #47
รจนา ณ เจนีวา
...บริจิตต์​ได้รับอุบัติเหตุ ตกลงมาจากระเบียงบ้าน​ระหว่าง​ที่​กำลังทำสวนอยู่​ อุบัติเหตุครั้งนั้น​ทำให้บริจิตต์​ต้องพิการขา​และเดินไม่​ได้นับ​แต่นั้น​มา...

ตอน : วันเกิดเพื่อนริมทะเลสาบคอนสแต๊นซ์

พวกเรามี​เพื่อนคนหนึ่ง​ชื่อว่า คุณบริจิตต์ ​เป็นคนเยอรมัน สามีก็​เป็นคนเยอรมัน ชื่อ อูลี่ ​แต่ทำงานอยู่​ในประเทศสวิตฯฝั่ง​ที่พูดภาษาเยอรมันค่ะ​ ​เพื่อนคนนี้มาเมืองไทยบ่อย ​และทำงาน​เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รับจ้างเขียนงานวิจัยสังคมต่าง ๆ​ มากมาย​

บริจิตต์ ​กับอูลี่​แต่งงาน​ได้หกปีมาแล้ว​ ​และมีเรื่อง​น่าเศร้าเกิดขึ้น​หลังจาก​แต่งงาน​ได้ปีเดียว ​คือ บริจิตต์​ได้รับอุบัติเหตุ ตกลงมาจากระเบียงบ้าน​ระหว่าง​ที่​กำลังทำสวนอยู่​ อุบัติเหตุครั้งนั้น​ทำให้บริจิตต์​ต้องพิการขา​และเดินไม่​ได้นับ​แต่นั้น​มา

พ่อบ้าน​และรจนา​เมื่อย้ายมาเจนีวาก็​ได้​ไปเยี่ยมบริจิตต์หลายครั้ง​ทั้ง​ที่คลีนิกรักษาตัว​และ​ที่บ้าน ​และ​ได้เห็นการต่อสู้​กับ​ความพิการอย่างไม่ยอมแพ้ของบริจิตต์ค่ะ​

​คือ ​เขา​จะทำกายภาพบำบัดตลอด ​และหมอ​ที่ไหน​ที่ว่าดี ​เขาก็​จะ​ไปหา​เพื่อดูว่า​จะฟื้นฟูกล้ามเนื้อ​และเส้นประสาทต่าง ๆ​ ​เพื่อให้เดิน​ได้อีกครั้งหรือเปล่า ​แต่ห้าปีผ่าน​ไปแล้ว​​ความหวังก็น้อยลงทุกที

ถึงกระนั้น​บริจิตต์ก็พยายาม​ใช้ชีวิตอย่างดี​ที่สุด พยายามออกนอกบ้าน ออก​กำลังกาย ขับรถเอง (รถสำหรับคนพิการขา​โดยเฉพาะ ​จะมีคันเร่งอยู่​ตรงพวงมาลัย กลไกบังคับต่าง ๆ​ ​ใช้มือล้วน ๆ​) ยังคงรับจ้างทำงานวิชาการ-งานวิจัย (ผ่านเน็ต) เท่า​ที่ทำ​ได้ ยังพยายามมีชีวิต​ที่แอกทีฟ ไม่ปล่อยให้​ความพิการ​เป็นอุปสรรค

​เป็นตัวอย่างคนสู้ชีวิต​ที่น่านับถือมาก ๆ​ เลย​ค่ะ​

ฝรั่งนั้น​​เขา​จะถือว่าวันเกิด​ที่ครบรอบ​แต่ละ ๑๐ ปีนี้มี​ความสำคัญมาก ปีนี้บริจิตต์อายุครบ ๕๐ ปี ​เขาเลย​ถือโอกาสจัดงานใหญ่ ใกล้​กับ​ที่บ้านค่ะ​ ​คือ ​เขา​ไปจองบ้านพักเยาวชนไว้ให้พวกเรา​โดยเฉพาะ ​โดยจัดงาน​ที่นั่นด้วย พวกเราก็​ไปพัก​และจ่ายค่าเช่าเอง หมู่บ้าน​ที่จัดงานชื่อว่า เมืองเครอ-ส-ลิงเง่น (Kreuzlingen) อยู่​ติดทะเลสาบชื่อดัง​คือ Lake Constance ในภาษาอังกฤษ หรือ Bodensee (ทะเลสาบพรมแดน) หรือ Constanz ในภาษาเยอรมัน Lac Constance หรือ ในภาษาฝรั่งเศส

การจัดงาน​เขาแบ่ง​เป็นเลี้ยงน้ำชา​และขนมเค้กตอนบ่ายวันเสาร์​ที่​เพื่อน ๆ​ เดินทาง​ไปถึง (​ส่วนใหญ่มาจากเยอรมนี​และในสวิตฯ) พวก​เพื่อน ๆ​ ผู้หญิงก็ช่วยกันทำเค้ก​ไปสมทบ

พอตอนค่ำก็กินเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ​เป็นพวกสลัด มันฝรั่ง เส้นพาสต้า ​และเนื้อย่างจากเตาบาร์บีคิว เครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า​และไวน์มากมาย​ ​ใช้งบประมาณไม่มาก ​แต่อร่อย​และสนุกสนาน แขก​ส่วนใหญ่​จะนำไวน์​และแชมเปญ​ไปสมทบ

วันจัดงานนั้น​ บริจิตต์โชคดีมาก ​ที่อากาศดีมาก ๆ​ ท้องฟ้าสวยงาม อบอุ่น (ปลายตุลาคม) พวกเราออก​ไปเดินเล่นในทุ่งใกล้​กับบ้านพักเยาวชน ​ซึ่งอยู่​ในทำเล​ที่งดงามริมทะเลสาบคอนสแต๊นซ์ (Lake Constance)


ทิวทัศน์ใกล้ ๆ​ ​กับบ้านพักเยาวชน​ที่พวกเรา​ไปพัก บ้านพักเยาวชนเอง​เป็นอาคารของผู้มีอัน​จะกิน(ระดับชาวนา)เก่า ​ที่แปลงมา​เป็น​ที่พักเยาวชนราคาประหยัด ในทำเล​ที่แสนสวยงาม


วิวอีกด้านหนึ่ง​ของทะเลสาบ


มีปราสาทเล็ก ๆ​ อยู่​ใกล้ ๆ​ ด้วยค่ะ​


อย่าง​ที่บอกว่า วันนั้น​​เขาเลี้ยงเนื้อแกะย่าง เตาบาร์บีคิวใหญ่โตเลย​ค่ะ​ ​เขา​ต้องสั่งไว้ล่วงหน้า​เป็นเดือน ​แต่​เนื่องจาก​เขากะไม่ถูกว่าอากาศ​จะดีหรือ​จะร้าย ​เนื่องจากเดือนตุลาฯนั้น​อาจ​จะฝนตกหนัก​และหนาวแล้ว​ก็​ได้ ​แต่ก็อาจ​จะอบอุ่นแดดดีเหมือนวันนี้

​แต่​เขาตัดสินใจตั้งโต๊ะในตัวตึก ​เพราะตอนค่ำมาก ๆ​ ​จะหนาวขึ้น​เรื่อย ๆ​ หากนั่งข้างนอก พวกเราก็​จะอยู่​ดึกไม่​ได้ค่ะ​

โต๊ะจัดเลี้ยงนี่รจนาชอบมากเลย​ค่ะ​ ฝรั่งเจ้าของงาน​เขา​จะมาจัดโต๊ะกันเอง เรียกว่า ทางสถาน​ที่​เขาไม่​ได้มาช่วยคิดให้ (​เพราะ​เขามีคนงานแค่ ๒-๓ คน ​และค่าแรงก็แพง ดังนั้น​เจ้าของงานจึง​ต้องทำเองหลายอย่าง)


​เขา​จะจัดโต๊ะตามฤดูกาล ​คือ ฤดูนี้มีดอกอะไร​ ผลอะไร​ ใบอะไร​​ที่เด่น ๆ​ ​เขาก็​เอามา​แต่งค่ะ​ โต๊ะนี้​จะเห็นลูกฟักทองจิ๋ว (เหลือง) ลูกเกาลัดฝรั่ง หรือเชสต์นัท (ดำ ๆ​) ​และเปลือก​ที่เห็น​เป็นหนาม ๆ​ ใบองุ่น ​และลูกไม้แดง ๆ​ เล็ก ๆ​ ​ที่รจนาไม่รู้จักชื่อเหมือนกัน ​เป็นลูกไม้ประดับ ทานไม่​ได้ค่ะ​


ดอกไม้กลีบส้ม ๆ​ นี่​จะเห็นมากเลย​ค่ะ​ในช่วงนี้ ​แต่จนใจจำชื่อไม่​ได้จริง ๆ​ ค่ะ​


สองสาวนี้​เป็นหลานของบริจิตต์ (ลูกของพี่สาว) ค่ะ​ ชื่อ น่ารักมาก ๆ​ คนซ้ายมือค่อนข้าง​จะเงียบ ชื่อ เอียริส คนขวามือคุยเก่งมาก ชื่อเอลเก้ ​ทั้งคู่เคยมาเมืองไทยแบบลุยทุกที พอเห็นรจนาก็เข้ามาชวนคุยเรื่อง​เมืองไทยอย่างสนุก ไม่หยุดเลย​ค่ะ​ ทำให้รจนามี​เพื่อนคุย ไม่​ต้องเขิน

พอ​ได้เวลาทานอาหาร สองสาวก็เลย​พารจนา​ไปนั่งด้วย ​ส่วนพ่อบ้านแอบ​ไปงีบมา​เพราะขับรถมาเหนื่อย ๆ​ ค่อยมาร่วมโต๊ะทีหลังค่ะ​ รจนาประทับใจน้องสาวต่างชาติ​ทั้งสองมากเลย​ค่ะ​


โต๊ะบุฟเฟต์สลัดอย่างง่าย ๆ​ เราเริ่มทานสลัดก่อน แล้ว​​เขาจึง​เอาพวกเนื้อมาวางทีหลัง


บรรยากาศในงานเลี้ยง​โดยทั่ว​ไป


โต๊ะอาหารจานหลัก ​เขามีการตักแจกให้ด้วย วันนั้น​​เขาเสิร์ฟเนื้อให้จานแรกคนละนิดเดียวเองค่ะ​ สงสัย​เขา​จะกลัวไม่พอ คนเสิร์ฟก็หน้าดุ ๆ​ เราเลย​ไม่กล้าขออีก ​แต่พอเรา​ไปทีหลังก็มีมาเสริม เข้าใจว่าค่อย ๆ​ ย่างมาเติม แล้ว​เราก็เติมจนพอทานค่ะ​ ​จะว่างานนี้กินข้าวไม่อิ่มก็คง​จะ​ได้ ​แต่ขนมนมเนยก็มากมาย​พอกินค่ะ​


เจ้าหน้า​ที่ของบ้านพักเยาวชนมายืนกำ​กับการแจกอาหาร

การจัดงานแบบฝรั่งก็ดีอยู่​อย่างหนึ่ง​​คือ แขก​ที่รับเชิญควร​ต้องถามล่วงหน้าว่าเจ้าภาพอยาก​ได้ของขวัญอะไร​ ​จะ​ได้หามาให้ถูกใจ ​เนื่องจาก​เขามี​ความเชื่อว่า การซื้อของขวัญ​ที่ถูกใจคนให้ ​แต่ไม่ถูกใจคนรับนั้น​ ไม่มีประโยชน์ ​เพราะคนรับ​ไปแล้ว​อาจ​จะ​เอา​ไปทิ้งหรือ​เอา​ไปเก็บซุก ๆ​ ไว้​เป็นภาระเปล่า ๆ​ จึง​เป็นเรื่อง​ปกติ​ที่เรา​จะ​ต้องถาม

​และเจ้าภาพ​ที่ดี​เขา​จะไม่บอกว่า อะไร​ก็​ได้ ​แต่​เขา​จะมีรายการของ​ที่อยาก​ได้ ​ส่วนใหญ่ก็​จะราคาไม่แพง

​ที่รจนาพบ​ส่วนใหญ่​คือ เจ้าภาพ​จะขอให้เราบริจาคตามศรัทธา​กับองค์กรการกุศล​ที่พวก​เขาเลื่อมใส หรือบางที​เขาอาจอยาก​ได้ของ​ใช้ หนังสือ หรือของประดับบ้านอื่น ๆ​ ​ที่อาจ​จะราคาสูง เราก็รวมเงิน​กับ​เพื่อนคนอื่น ๆ​ ​ที่​ไปงานเดียวกันช่วยกันซื้อ​ได้ค่ะ​ เช่นบางทีงานวันเกิดเด็ก ๆ​ เด็กเจ้าของวันเกิดอยาก​ได้จักรยานใหม่ เราก็​เอาให้เงินเท่า​ที่เราพอให้ไหว​ไป แล้ว​​เขาก็​เอาเงิน​ไปรวมซื้อกันเอง

ในกรณีของบริจิตต์​เขาทำน่ารักค่ะ​ ​เขาบอกว่า เราให้ของขวัญ​เขา​ได้สามทาง ​คือ หนึ่ง​ บริจาคให้องค์กร​เพื่อเด็กพิการ (​โดยให้เงิน​กับ​เขาหรือฝากเข้าบัญชีขององค์กรฯ) สอง ช่วยกันซื้อฉลาก​เพื่อจับของขวัญ ​โดยราย​ได้จากฉลาก​เขาก็​จะ​เอา​ไปซื้อเครื่องมือสำหรับผู้หญิงพิการในประเทศอินเดีย ​และสาม ​คือ ช่วยกันประมูลซื้อของ​ที่​เขาจัดมา ​เพื่อ​เอาเงิน​ไปทำบุญอีกนั่นแหละ​

วันนั้น​พวกเราก็​ได้ช่วยทุกอย่าง


หลังอาหาร เราก็คุยกัน​ไป ดื่มกัน​ไป เด็กน้อย​ที่​เป็นลูกหลานของบริจิตต์ก็พากันมาขายสลากค่ะ​ หนุ่มน้อยเสื้อขาวนี่โชคดีค่ะ​ ​ได้รางวัลใหญ่หลายชิ้น


หน้าตาของ "ฉลาก" แบบฝรั่ง หลากสี น่ารักดีค่ะ​


นี่​คือของขวัญ​ที่บริจิตต์​ได้รับจากพวกเรา นอกเหนือจากของขวัญสามแบบ​ที่กล่าว​ไปแล้ว​ รจนาเอง​กับพ่อบ้านก็ถือแชมเปญ​ไปช่วยงานด้วย (ขวามือ) ​เพราะรู้ว่างานแบบนี้​จะเปลืองเครื่องดื่มมาก ​และซื้อกล้วยไม้​ทั้งต้นให้บริจิตต์หนึ่ง​ต้น (กลางโต๊ะ ห่อพลาสติก) ​เป็นอะไร​สวย ๆ​ พอ​เป็น​กำลังใจค่ะ​


ดอกไม้ในงาน ไม่รู้​ใครจัดมาให้ เห็นสวยดีค่ะ​ เหมือนภาพวาดของวานโก๊ะห์หน่อย​ ๆ​ นะคะ​


พ่อบ้าน​กำลังคุยออกรส เด็กชายผิวดำนี้​เป็นลูกบุญธรรมของผู้หญิงเยอรมันผิวขาวคนหนึ่ง​ค่ะ​ สุภาพเรียบร้อย​ดีเชียว ​และชอบบาสเก็ตบอลมาก ๆ​ เลย​ค่ะ​


นี่​เป็นบรรยากาศตอนคนเข้า​ไปออ-รอรับรางวัลค่ะ​ ​เขามี​เป็นร้อยชิ้น พวกเราช่วยซื้อฉลากหมดเงิน​ไปสิบกว่ายูโร ​ได้รางวัล​เป็นของจุ๋มจิ๋มสามรางวัล ​ได้แก่กระเป๋าใส่ตังก์ ราวโลหะแขวนพวกตะหลิวในครัว ​และพาสต้าอีกห่อนึง (แหม เหมาะ​กับแม่ครัวอย่างรจนาจริง ๆ​ เลย​)

​ส่วนเด็กน้อยคน​ที่ขายฉลากเอง​ได้รางวัลใหญ่ ๆ​ ​ทั้งนั้น​เลย​ค่ะ​ เช่น เครื่องออก​กำลังกาย ทำ​เอาผู้ใหญ่อิจฉา​ไปตาม ๆ​ กัน

​ส่วน​เพื่อนบางคนก็มาบ่นว่าซื้อ​ไปตั้งเยอะไม่​ได้สักรางวัล ของอย่างนี้มันอยู่​​ที่ดวงจริง ๆ​ เลย​ค่ะ​


ตอนนี้ทุกคน​กำลังลุ้นประมูลของพิเศษ ​ซึ่งวันนั้น​มีลูกฟุตบอลแบบ​ที่​ใช้ในฟุตบอลโลก มีวิสกี้อย่างพิเศษหนึ่ง​ขวด ​และมีเก้าอี้นั่งวาดรูป​กับเฟรมวาดภาพหนึ่ง​ชุด

บริจิตต์​คือคน​ที่อยู่​บนรถเข็น

รจนานึกแล้ว​สะท้อนใจ​เพราะรู้สึกว่า​ ลูกฟุตบอลนั้น​มี​ความหมายมากกว่าแค่​เป็นฟุตบอล ​แต่หมายถึงกีฬาอย่างหนึ่ง​​ที่ผู้พิการขาอยาก​จะเล่นใจ​จะขาด ก็ไม่​ได้เล่น ไม่ว่า​จะ​เป็นบริจิตต์เองหรือเด็กพิการ​ที่พวกเราร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือค่ะ​ ​เมื่อนึกย้อนกลับ​ไปก็คิดว่า ​เขาพยายามหาของ​ที่มี​ความหมายมาประมูล ​แต่เงิน​ที่​ได้รู้สึกไม่มากเท่าไร ​เพราะพวกเราตอนนั้น​ก็ไม่รู้ว่า​จะประมูล​เอา​ไปทำอะไร​ รจนา​กับพ่อบ้านเองตั้งใจ​จะร่วมบริจาคเงินให้มูลนิธิอยู่​แล้ว​ก็เลย​ไม่​ได้ตั้งใจประมูลเท่าไร

คืนนั้น​หลังจากประมูล ทุกคนก็สนุกสนานเฮฮา เต้นรำ ดื่ม คุย กันจนดึกดื่น รจนาเข้านอนห้าทุ่ม พ่อบ้านเข้านอนประมาณเ​ที่ยงคืน ​ได้ข่าวว่า คนอื่นอยู่​จนถึงตีสาม ห้องนอนของเราอยู่​ใต้ห้องจัดเลี้ยง​พอดี เลย​​ได้ยินเสียงลากเก้าอี้ตลอด ​แต่มางานอย่างนี้ก็ไม่มีอะไร​​จะบ่น เพียง​แต่​ไปหาสำลีมาอุดหู​จะ​ได้นอนสบายหน่อย​

ถึงกระนั้น​ก็ตื่นเช้า​อย่างอ่อนเพลีย ​และ​เป็นคู่แรก​ที่ลงมาทานอาหารเช้า​ มีชากาแฟแล้ว​ก็ขนมปัง​กับแยม แฮม​กับชีสอีกหน่อย​ มีพวกมูสลี่​และโยเกิร์ตด้วย

พอทานเสร็จเราก็ตรง​ไปบ้านบริจิตต์ เจ้าของบ้านก็เพิ่งตื่น​ได้ไม่นานเหมือนกัน ชวนพวกเราทานกาแฟ​กับ​เขาอีกครั้ง เราคุยกัน ให้​กำลังใจ มอบเงินบริจาคใส่ซองอีก​ส่วนหนึ่ง​​เพื่อช่วยคนพิการ ก่อน​จะลาจากมา

​ได้​แต่หวังว่า กุศลจากการจัดงานครั้งนี้​จะทำให้บริจิตต์​ได้รับ​ความเข้มแข็ง พ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ มีใจเบิกบาน ​และเกิดชาติหน้าฉันใดก็อย่า​ได้พบ​กับ​ความพิการในทางใด ๆ​ เลย​เทอญ


ดูภาพเก็บตกสองภาพค่ะ​


บรรยากาศ​ที่ร้านอาหาร​ที่อยู่​ไม่ไกลจากบ้านพักเยาวชนค่ะ​ เรา​ไปทานอาหารเ​ที่ยงกัน​ที่นั่นในวันงาน


วิวสวย ๆ​ ของทะเลสาบคอนสแต๊นซ์อีกครั้งหนึ่ง​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1861 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน วันเกิดเพื่อนริมทะเลสาบคอนสแต๊นซ์ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น