นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #46
รจนา ณ เจนีวา
...การท่องเ​ที่ยวคราวนี้ก็เลย​เน้นการขับรถรอบทะเลสาบเจนีวา ​โดยตัดเข้า​ไปฝั่งฝรั่งเศสก่อนแล้ว​จึงย้อนกลับมาสวิตฯอีกครั้ง ผ่านเมืองสำคัญ ๆ​ หลายแห่ง...

ตอน : พาเพื่อนเที่ยวรอบทะเลสาบเลม็อง

นาน ๆ​ รจนา​จะมี​เพื่อนมาเ​ที่ยวจากเมืองไทยเสียทีนึง ​เพราะค่าเดินทาง​และค่า​ใช้จ่ายในสวิตฯนี่แพงไม่ใช่เล่นทำให้คนไทยไม่ค่อยอยากมาเ​ที่ยวกัน

บังเอิญ​เพื่อนเก่ารุ่นพี่ของรจนา​เขา​ได้มาประชุม​ที่สวิตฯ​พอดี รจนาก็ชวนมาพัก​และเ​ที่ยวแถว ๆ​ เจนีวาค่ะ​ ​เพื่อนรุ่นพี่คนนี้ชื่อว่า พี่ปราโมทย์ (นามสมมติ)

การท่องเ​ที่ยวคราวนี้ก็เลย​เน้นการขับรถรอบทะเลสาบเจนีวา ​โดยตัดเข้า​ไปฝั่งฝรั่งเศสก่อนแล้ว​จึงย้อนกลับมาสวิตฯอีกครั้ง ผ่านเมืองสำคัญ ๆ​ หลายแห่ง ​แต่​ส่วนใหญ่เราสองคนก็​จะเม้าท์เรื่อง​ต่าง ๆ​ หลังจากไม่​ได้เจอกันสิบปีมากกว่า

​แต่รจนาก็ไม่ลืมทำหน้า​ที่ไก๊ด์​ที่ดี อธิบาย​ความ​เป็น​ไป​เป็นมาของสถาน​ที่ต่าง ๆ​ ​ที่เรา​ไปเ​ที่ยวกัน พี่ปราโมทย์​เป็นอาจารย์สอนเรื่อง​การพัฒนาสังคมให้แก่นักศึกษาปริญญาโท จึงมี​ความสนใจในเรื่อง​ราวต่าง ๆ​ ​โดยเฉพาะ​ที่​เป็นด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ​และประวัติศาสตร์ ทำให้รจนามีเรื่อง​โม้มาก (อิอิ)

เราคุยกันเรื่อง​ระบบการเมืองของสวิตฯ​ที่​เป็นระบบประชาธิปไตยสายตรง (Direct democracy) ​คือ​แม้ว่า​จะมีผู้แทนราษฎรทำหน้า​ที่ในการบริหารประเทศก็จริง ​แต่การตัดสินใจสำคัญ ๆ​ ทางการเมือง​และเศรษฐกิจ ​เขา​ใช้ระบบโหวตทั่วประเทศค่ะ​ ​เนื่องจาก​เป็นประเทศเล็ก ประชากรไม่ถึง ๗ ล้านคนดี ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงทุกมุมเมือง จึงทำ​ได้ไม่ยาก พี่ปราโมทย์สนใจเรื่อง​นี้มาก ถึง​กับบอกว่า ​จะ​เอา​ไปเล่าให้นักศึกษาฟังว่า อาจารย์ไม่​ได้มาเ​ที่ยวเปล่า ๆ​ นะจ๊ะ​ ยัง​ได้​ความรู้กลับเมืองไทยด้วย รจนาก็เลย​พลอยปลื้มใจ​ไปด้วยค่ะ​

มาว่าเรื่อง​เ​ที่ยวกันนิ เราขับรถรอบทะเลสาบอย่าง​ที่บอกนะคะ​


จุดแรก​ที่เรา​ไปเ​ที่ยวกันก็​คือ เมืองเอเวียง (Evian) เมืองแห่งน้ำแร่ชื่อดังค่ะ​ ​ที่เมืองนี้​เขามีคาสิโนให้คนมาเล่นพนันด้วย


น้ำแร่​ที่ว่านี่ไหลอยู่​ใต้เมือง ทางบริษัทหัวใส​เขาก็​เอาน้ำนั้น​มากรอกใส่ขวดขายส่ง​ไปทั่วโลกจนร่ำรวย บ้านเราก็ไม่รู้ว่าขายขวดเท่าไรนะคะ​


มีจุด​ที่​เขาทำน้ำพุเล็ก ๆ​ ไว้ให้นักท่องเ​ที่ยวมาชม​และลองดื่มน้ำกัน คน​ส่วนใหญ่ก็​จะแบบ​เอาขวดพลาสติกกันมาหลาย ๆ​ ขวด มากรอกน้ำ​ไปทานกันค่ะ​ น้ำ​เขาหวานเย็นชื่นใจสะอาด ดื่ม​ได้จากก๊อก​ที่เห็นนั่นเลย​ค่ะ​

รจนา​กับ​เพื่อนก็ยังกรอกน้ำกันมาดื่มขวดนึงค่ะ​ ​เป็น​ที่ระลึก

นึกถึงว่า หาก​เป็นเมืองไทย คงมีชาวบ้านหัวใสมากรอกใส่ขวด​ไปขายกันสนุกสนานนะคะ​



จุดถัด​ไปเรา​ไปเ​ที่ยวปราสาทแห่งชิญ็อง (Château de Chillon) ​ที่รจนาเคยเขียนถึงนานแล้ว​ คราวนี้ก็เหมือน​ไปเ​ที่ยวทบทวน​ความหลัง ​เป็นการ​ไปเ​ที่ยวครั้ง​ที่สี่ของรจนาแล้ว​ค่ะ​


โมเดลของปราสาทค่ะ​ ​เขาทำให้เราเห็นว่าปราสาทนี้หน้าตา​เป็นอย่างไร


โมเดลอีกด้านหนึ่ง​​เพื่อให้เห็นว่าตัวปราสาทนั้น​ตั้งอยู่​บนเกาะ​ที่​เป็นหิน​ทั้งก้อน ​ที่จมอยู่​ในน้ำ


รจนา​กับ​เพื่อนก็เดินสำรวจดูจนทะลุปรุโปร่งค่ะ​ เข้านอกออกในทุกห้อง สุดท้ายก็​ไปจบ​ที่หอคอย​ซึ่งมีหน้าต่างให้ดูวิวทุกด้าน


ก็เลย​เก็บวิวจากช่องหน้าต่างมาให้ดูนะคะ​ ด้านนี้เห็นทางเดินด้านหน้าปราสาท ตรง​ที่เราเดินเข้ามา


แล้ว​ก็ทางรถวิ่งอีกด้านหนึ่ง​ มองเห็นเมืองม็องโทรซ์ (Montreux) อยู่​ไม่ไกล เรา​ไปกินข้าวกลางวันกัน​ที่เมืองนี้แหละ​ค่ะ​ วันนั้น​ทานอาหารจีนกัน (คนไทยสองคน​ไปเ​ที่ยว ย่อม​จะไม่​ไปทานอาหารฝรั่งอยู่​แล้ว​)


คุ้งน้ำ​ที่ดูอ้างว้าง บรรยากาศแบบฤดูใบไม้ร่วง


บรรยากาศอันครึ้มฟ้าครึ้มฝนเหนือทะเลสาบเลม็อง


วิวของทางเดินเล่นในปราสาท


ทางเดินเล่นอีกมุมนึง มีสีเขียว ๆ​ ด้วย ทำให้​ความแข็งของหินผาซอฟท์ลงมานิดนึงนะคะ​


จากปราสาทชิญ็องพวกเราก็เดินทาง​ไปเ​ที่ยวเมืองโลซานน์ต่ออย่างรวดเร็ว แดดตก​และฝนก็ตก ก็เลย​เ​ที่ยวโลซานน์แบบนั่งรถเ​ที่ยว ไม่​ได้เดินเ​ที่ยวค่ะ​ เรียกว่า แว่บผ่านก็คง​จะ​ได้


วันรุ่งขึ้น​อากาศก็ดี ๆ​ ร้าย ๆ​ เดี๋ยวมีฝน เดี๋ยวแดดออก ​แต่พวกเราก็พากัน​ไปเ​ที่ยวกรุงเก่าในเมืองเชอเนฟ


​ได้ภาพมหาวิหาร (Cathedral) มาฝากอีกแล้ว​


​และก็ตบท้ายด้วยวิวเหนือทะเลสาบเจนีวา (Lac de Genève) จากหมู่บ้านชื่อว่า Chambésy (ฌ็องเบซี) ค่ะ​ ​เพื่อน ๆ​ คงจำ​ได้ว่า ทะเลสาบเจนีวา​ที่จริงก็ทะเลสาบเดียว​กับทะเลสาบเลม็อง (Lac Leman) นะคะ​

เล่าเรื่อง​เ​ที่ยวแล้ว​ก็​ต้องบอกว่า ​เพื่อนมาเ​ที่ยวนี้รจนาทำอะไร​ให้ทานบ้าง ​ที่จริงรจนา​ได้ทำแค่มื้อเดียวเองค่ะ​ ​เป็นอาหารง่าย ๆ​ ​ส่วนมื้ออื่นนั้น​ออกกินนอกบ้าน (​เพราะออก​ไปเ​ที่ยว) ​และมีคนเชิญ​ไปกินข้าว​ที่บ้าน​เขาอีกหนึ่ง​มื้อ สำหรับพี่ปราโมทย์คิดว่า การ​ได้​ไปทานข้าวบ้านคนอื่นก็ทำให้​ได้เรียนรู้ธรรมเนียมฝรั่ง​และ​ได้รู้จักบ้านฝรั่งเพิ่มเติมด้วย

มื้อแรก พี่ปราโมทย์มาถึงดึกแล้ว​ เกือบสี่ทุ่ม ดังนั้น​ไม่ค่อยหิวเท่าไร รจนาก็เลย​เจียวไข่ให้ทานค่ะ​ ใส่หอมผักชี​กับโหระพาเสร็จสรรพ พ่อบ้านก็ทานด้วย​ความเอร็ดอร่อย ​และมีต้มจับฉ่ายทำไว้อย่างอร่อย ก็เสิร์ฟ​เป็นซุปให้คล่องคอ ​ที่เลือกอาหารไม่เผ็ดก็​เพราะ​จะ​ได้ย่อยง่าย นอนหลับสบาย จริง ๆ​ พี่ปราโมทย์ถูกใจก็น้ำปลาพริก​ที่โรยไข่เจียวนี่แหล่ะค่ะ​

​ส่วนตอนออก​ไปเ​ที่ยวรอบทะเลสาบก็ทานอาหารจีนอย่าง​ที่เล่า​ไปแล้ว​

​และเย็นวันเดียวกัน​ที่ออกเ​ที่ยว รจนาก็ไม่​ต้องทำ​กับข้าว​เพราะ​เพื่อนพ่อบ้าน ​คือ คุณพอล ​และ คุณมารีโรส เชิญพวกเรา​ไปทานวันเกิด​ที่บ้าน​เขา ​เพราะคุณพอลเกิดวันเดียว​กับพ่อบ้าน (๑๐ พฤศจิกายน) พี่ปราโมทย์ก็​ได้รับเชิญด้วย

งานนี้รจนาทำ​เอาเจ้าภาพวุ่นวายทีเดียวค่ะ​ ​ต้องสารภาพ ​คือตอนแรก​เขาบอกว่า ​จะทำอาหาร​ที่​ได้จากสัตว์​ที่​เขาล่าตามฤดูกาล (ใบไม้ร่วง) ​เพราะ​เป็น​ที่นิยมตามฤดูกาล ร้อนถึงพ่อบ้าน​ต้องบอก​เพื่อนแทนรจนาว่า รจนาคงทานไม่​ได้​เพราะไม่เคยทาน(​และไม่ชอบ)สัตว์ล่า ​ซึ่ง​ส่วนใหญ่มัก​จะ​เป็นกวาง กระต่ายป่า หรือนก/เป็ดป่า ประมาณนั้น​ ​เพื่อนก็ดีใจหาย รีบคิดเมนูใหม่​โดยพลัน​เพื่อ​เอาใจพวกเราคนไทย

พ่อบ้านก็บ่นว่ารจนาเรื่อง​มาก อาจ​จะเข้าข่ายไม่สุภาพ​ได้ รจนาก็เลย​​ต้องอธิบายว่า เวลาแขกมาบ้าน รจนาก็มัก​จะถามก่อนเสมอว่า ทานอะไร​ไม่​ได้ (เช่น ​เป็นมังสวิรัติ หรือมีข้อห้ามทางศาสนา หรือแพ้อาหารบางอย่าง ฯลฯ) ​เพราะไม่อยากทำ​กับข้าวแล้ว​ไม่มี​ใครทาน อีกอย่างเห็นว่า ​เพื่อนพ่อบ้านสนิทกันก็เลย​กล้าบอก ดีกว่าให้​เขาทำเนื้อกวางหรือเนื้อกระต่ายมาแล้ว​เราทานไม่​ได้ อย่างนั้น​ยิ่งไม่สุภาพมากกว่า

สุดท้าย คุณพอล​เขาอบซี่โครงแกะให้ทานค่ะ​ คุณมารีโรสหุ่งข้าวบาสมาติ​กับใบสะระแหน่ หอมอร่อยมากทีเดียว ​คือ​เป็นอาหารฝรั่งปนอินเดีย ​เพราะคุณมารีโรส​เขาเคย​แต่งงาน​กับคนอิหร่านค่ะ​ นอกจากนั้น​ก็ยังมีสลัดผักชามใหญ่ มีผักต้ม ผักผัด (แบบฝรั่ง) หลายแบบให้เลือก ผักต้มนี่​เขาก็ใส่พริกแขกนิดหน่อย​ มีรสเผ็ดแซ่บ ๆ​ ชวนให้ทานข้าวอร่อย

​แต่ทีเด็ดก็​คือ ของกินเล่นค่ะ​ คุณพอล​เขาทำเอสคาโกต์ (Escargots) ให้ลองชิมด้วยค่ะ​ คนไทยคง​จะเคย​ได้ยินชื่อ ​เพราะเอสคาโกต์ก็​คือหอยทากฝรั่งนี่เองค่ะ​ ​เป็นอาหารชั้นเลิศ ราคาแพง ​แต่รจนาน่ะไม่ค่อย​จะพิศวาสเท่าไร ​เพราะไม่ค่อยชอบพวกหอยโข่งหอยขมอยู่​แล้ว​ (​แต่ชอบหอยลาย หอยแมลงภู่ หอยนางรม หอยกาบ) หอยนี้บางที​เขาอบมาในเปลือกของหอยเอง หรือบางทีก็​เอา​แต่เนื้อ​ไปอบ​กับเนยใส่ผักสมุนไพรเขียว ๆ​ กระเทียม พริกไทยเยอะ ๆ​ ค่ะ​


วันนั้น​คุณพอลทำแบบ​เอาเนื้อหอย​กับซอสใส่ชามมีหลุมเหมือนพิมพ์ขนมครกเรา แล้ว​​เอาเข้าเตาอบ มาเสิร์ฟร้อน ๆ​ กิน​กับขนมปัง ​เขาเกรงใจพวกเรามาก กลัวว่า​จะทานไม่​ได้ บอกว่า อยากให้ลองชิมสักชิ้นนึง ​และหากชิมแล้ว​ พวกเรา (คนไทย) ไม่ชอบทาน ​เขาก็​จะ​เอาปลาแซลม่อนรมควันมาเสิร์ฟแทน

พี่ปราโมทย์​กับรจนามองหน้ากันแล้ว​ก็บอกว่า "สู้ก็สู้ (ฟะ)" ก็เลย​ช่วยแบ่งกันทานหนึ่ง​พิมพ์​เป็นการ​เอาใจเจ้าของบ้าน พี่ปราโมทย์มากระซิบว่า "นี่ รจ เมืองไทยน่ะของแพงนะจ๊ะ​ ดังนั้น​เราจงดีใจ​ที่​ได้ทาน"

แล้ว​ก็จริงดังพี่ปราโมทย์ว่าค่ะ​ ว่าพอทานจริง ๆ​ เราสองคนก็ติดใจ (​แต่ไม่​ได้ขอเพิ่ม) เห็นว่ารสชาติทน​ได้จริง ๆ​ ไม่เหม็นคาวหรือแหยะ ๆ​ ต่อลิ้น​แต่ประการใด เราก็เลย​ทานหนึ่ง​จานกันหมดค่ะ​ ​และกลาย​เป็นว่า รจนาก็เกิดชอบขึ้น​มาจริง ๆ​ เหมือนกัน ถือว่าตอนนี้กิน​เป็นแล้ว​...​.แฮ่ม...​.​แต่คงไม่​ไปหาซื้อมาทำหรอกค่ะ​

ในภาพข้างบน ​คือ พี่ปราโมทย์​กำลัง​เอาจานหอยวางบนโต๊ะ


เย็นนั้น​คุณมารีโรสจัดโต๊ะสวย ผ้าเช็ดปาก​เขา​เอา​ที่รัด​เป็นตุ๊กตาพื้นบ้านน่ารักทีเดียว ​เป็นของเอกวาดอร์ค่ะ​ (คุณมารีโรสมาจากประเทศนี้) พวกเราเห็นไอเดียดีก็เลย​เก็บภาพไว้​เป็น​ที่ระลึก

​ส่วนเ​ที่ยงวันสุดท้ายก่อนพี่ปราโมทย์​จะบินจาก​ไป รจนาไม่รู้​จะพา​ไปทานอะไร​ ไม่​ได้ทานข้าวบ้าน​เพราะเราอยาก​จะออกเ​ที่ยวกัน ก็เลย​พา​ไปทานไก่ย่างเจนีวาค่ะ​ มื้อนี้พ่อบ้านก็ออกจาก​ที่ทำงานมากินข้าวเ​ที่ยงด้วยกัน


ไก่​เขาย่าง​และขายจานละครึ่งตัว (เล็ก) เสิร์ฟ​พร้อมมันฝรั่งทอด ​และสลัดผัก ราคา​ทั้งชุดตก ๑๔ ฟรังก์ต่อคน ​ซึ่งถือว่าถูกมาก ๆ​ สำหรับเมืองเจนีวา ​แต่​ที่รจนาชอบ​ไป​เพราะ​เขาย่างไก่​ได้กรอบ ​และหมักไก่​ได้เค็มอร่อยมีรสชาติ รวม​ทั้งมันฝรั่งเองก็ปรุงรส​และทอด​ได้อร่อยมาก ไม่เลี่ยนน้ำมันเลย​ค่ะ​ แถมยังมีสลัดผักให้ทานเพิ่มวิตามินอีก

พี่ปราโมทย์บอกว่าประทับใจ​ได้เ​ที่ยวอย่างสนุก​และทานอร่อยทุกมื้อ ​ที่สำคัญ​คือพวกเรา​ได้พบหน้ากันอีกครั้งหลังจากห่างกัน​ไปตั้งสิบปีนะคะ​

หวังว่า​เพื่อน ๆ​ เ​ที่ยว​กับรจนาคง​ได้รับ​ความเพลิดเพลินทางสายตาไม่มากก็น้อยนะคะ​ ​และคงไม่ทำให้หิวมากเกิน​ไป​กับภาพสุดท้ายนะคะ​ เ​ที่ยว​กับรจนาก็มัก​จะเ​ที่ยว​ไปกิน​ไปค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1860 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน พาเพื่อนเที่ยวรอบทะเลสาบเลม็อง --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๔๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๗ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-9898 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : ๒๘ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๔๒ น.

น่าหนุกจังจ้ะ​​ รจนา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พันนที [C-9912 ], [124.120.191.115]
เมื่อวันที่ : ๒๙ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๐๑ น.

ขอตามพี่รจนา​​ไป​​ที่ยวทะเลสาบด้วยคนนะคะ​​ พันนทีชอบมากเลย​​ค่ะ​​ ดูวิวแล้ว​​อยากหายตัวเข้า​​ไปในนั้น​​​​ได้บ้างจัง ​​จะ​​ไปแอบทานน้ำแร่ค่ะ​​ อิอิ

ตบท้ายด้วยเมนูอาหาร แค่อ่านยังรู้สึกว่า​​น่าทาน ดีว่าพันนทีเพิ่งทานข้าวมาค่ะ​​ ไม่อย่างนั้น​​คงร้องหิวเหมือนตอนอ่านเรื่อง​​อื่นแน่เลย​​

คิดถึงพี่รจนานะคะ​​ รักษาสุขภาพนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ผ้าขาวม้า [C-9914 ], [203.113.56.73]
เมื่อวันที่ : ๒๙ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๑๒ น.

สถาน​​ที่ก็สวย อาหารก็น่ากิน คนเล่าก็ใจดี ขอบคุณคะ​​​​ที่นำโลกอีกข้างหนึ่ง​​มาให้เห็น

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : เก็จแก้ว [C-9960 ], [202.12.118.36]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๑๐.๒๘ น.

ทริปนี้เ​​ที่ยวสนุก + อิ่มท้องด้วยนะคะ​​

แก้วชอบบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ณ เมือง เลม็องค่ะ​​...​​ ดูสวย...​​ โรแมนติกจังค่ะ​​

คุณรจจ๋า...​​ ภาพสุดท้ายเนี่ยทรมานต่อมหิวมั่กมากกกกนะคะ​​...​​ เห็นก้างใหญ่-ไก่ย่างแล้ว​​อยากหม่ำจังง่ะ...​​. โธ่...​​. ไม่ฉงฉานกันมั่งเล้ยยยยคุณรจเนี่ย...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : รจนาตอบจดหมาย [C-10073 ], [83.180.229.80]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๒๐.๑๔ น.

ตอบ pilgrim - ยังคิดถึง​​ที่​​ไปเ​​ที่ยว​​กับพิลกริม ​​ไปพบคุณไหมหนัน​​กับน้องต้นหอม สนุกไม่แพ้กันเลย​​ค่ะ​​

ตอบคุณพันนที - มาเลย​​ค่ะ​​ พี่รจนายังมี​​ที่ว่างสำหรับผู้​​โดยสารอีกหลาย ๆ​​ คน แล้ว​​​​กับข้าว​​กับปลาก็เหลือเฟือ เ​​ที่ยว​​กับรจนาแล้ว​​ไม่หิวค่ะ​​

น้ำแร่​​เขาอร่อยจริง ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​ จืด​​แต่หอม บอกไม่ถูกค่ะ​​

ตอบคุณผ้าขาวม้า - อ๊ะ ผ้าขาวม้าก็ชอบเ​​ที่ยวเหมือนกันหรือ มาเลย​​ค่ะ​​ มาเ​​ที่ยวด้วยกัน

ตอบคุณเก็จแก้ว - คุณแก้ว​​เป็นคนโรแมนติกเลย​​ชอบฟ้าครึ้ม ๆ​​ นะคะ​​ รจนานี่ชอบฟ้าสีสดใสค่ะ​​ ​​แต่ก็ไม่รังเกียจเวลาครึ้ม ๆ​​ เพียง​​แต่กลัวเปียกฝนเท่านั้น​​เอง

ห้า ห้า ชอบไก่ย่างเหมือนกันเลย​​...​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : janeva2006@thaimail.com [C-13206 ], [124.121.143.4]
เมื่อวันที่ : ๑๑ พ.ย. ๒๕๕๐, ๒๑.๔๘ น.

อยากรู้ประวัติเกี่ยว​​กับรัฐนี้มากจัง อะไร​​ก้อ​​ได้​​ที่พอ​​จะ​​เป็นสาระ​​ได้อ่ะ ไม่อยากรู้หรอกว่า​​ไปทานอารัยมาบ้างนะ อยากรู้ว่า​​ที่นั่น​​เป็นอย่างไร อยาก​​ได้ภาพเกี่ยว​​กับทะเลสาบเจนีวา ​​และช่วยขยายวงกว้างของคำมากกว่านี้ด้วยนะ หรือเล่าอารัยก้อ​​ได้เกี่ยว​​กับ​​ที่นั่นที ​​กำลังศึกษาเรื่อง​​นี้อยู่​​อ่ะ ช่วยหาให้ทีเด่ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : Rotjana Geneva [C-13209 ], [83.189.136.154]
เมื่อวันที่ : ๑๒ พ.ย. ๒๕๕๐, ๐๑.๔๑ น.

สนใจประวัติเมืองรอบทะเลสาบ​​ต้องลองค้นกูเกิ้ลดูนะคะ​​ ​​ใช้ชื่อ lake leman หรือชื่อเมือง​​ที่เกี่ยวข้องค่ะ​​

หรือลองเว็บนี้ก็มีข้อมูลพอสมควรค่ะ​​ (ภาษาอังกฤษ) ทะเลสาบเลอม็อง

เรื่อง​​สวิตฯ รจนาเองเขียนกึ่งวิชาการไว้ก็หลายตอนค่ะ​​ ลองคลิก​​ไปดู มีคอลัมน์หนึ่ง​​ว่าด้วยประเทศสวิตฯ​​โดยเฉพาะ ​​คือ แว่วเสียงสำเนียงสวิส

หากไม่ถูกใจก็คง​​ต้องค้นคว้าต่อ​​เอาเองนะคะ​​...​​. ไหน ๆ​​ ก็รัก​​จะ​​เป็นนักค้นคว้าแล้ว​​ ลองดูค่ะ​​ ข้อมูลของรจนาก็มาจากกูเกิ้ล​​เป็น​​ส่วนใหญ่ ​​และจากการอ่านหนังสือด้วย

รจนาเขียนเรื่อง​​สวิตฯ​​ทั้งแนววิชาการ ​​และเบา ๆ​​ ค่ะ​​ แล้ว​​​​แต่ว่า​​จะคลิก​​ไปอ่านตอนไหน ​​เพราะเขียนมา​​ได้หลายปีแล้ว​​

เรื่อง​​อาหารการกินนั้น​​ ​​เป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรม​​ที่แตกต่างอีกแบบนึง การ​​จะเข้าใจประเทศชาติอื่นไ้ด้ บางทีก็​​ต้องมอง​​เขาผ่านอาหารการกินด้วยเหมือนกัน

ขอบคุณ​​ที่เข้ามาติดตามอ่านค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น