นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #45
รจนา ณ เจนีวา
...คราวนี้พาขึ้น​งานชั้นบนค่ะ​ มีชีวิตชีวากว่าชั้นล่างมาก ​เพราะมีร้านรวงเล็ก ๆ​ มากมาย​​ไปหมด ​และบรรยากาศการขายของก็เข้มข้น...

ตอน : ไปเที่ยวงานเทศกาลแห่งเจนีวา (Foire de Genève) (สอง)

คราวนี้พาขึ้น​งานชั้นบนค่ะ​ มีชีวิตชีวากว่าชั้นล่างมาก ​เพราะมีร้านรวงเล็ก ๆ​ มากมาย​​ไปหมด ​และบรรยากาศการขายของก็เข้มข้น เรียกว่า เดินผ่านร้านไหน​เขา​ต้องมีเทคนิคมาชักชวนเราให้อยากซื้อของของ​เขาทีเดียว

ชั้นบนนี้​เขานำวัวแม่พันธุ์ชั้นเลิศ​ทั้งหมด ๗ สายพันธุ์มาแสดงด้วยค่ะ​ ​พร้อม​กับลูกวัวตัวน้อย ๆ​ ดูน่ารักมาก วัน​ที่​ไปดูรจนายัง​ได้เห็นแม่วัว​กับลูกวัวหลายคู่ เช่น พันธุ์ไฮท์แลนด์ส (Highlands) พันธุ์อาเบอดีน-อังกัส (Aberdeen-Angus) พันธุ์ซาแลร์ส (Salers) พันธุ์ออ-บรัค (Aubrac) พันธุ์ซิมเมนตาล (Simmental) พันธุ์ลิมูซีน (Limousine) ​และพันธุ์เอเร็งส์ (Hérens) ออกเสียงแบบฝรั่งเศสนะคะ​

ไม่รู้เมืองไทยมีพันธุ์ไหนบ้าง​ที่เหมือนกันนะคะ​ เรื่อง​ของน้องวัวเหล่านี้คง​ต้องยกให้น้องเอสแอนด์พีผู้ชำนาญเรื่อง​สัตว์ของเรามาช่วยให้​ความรู้ด้วย

นอกจากนั้น​ รจนา​ได้ข่าวว่า วันก่อน​เขานำเสือโคร่งมาแสดงด้วย ​แต่คิดว่าคงไม่กล้านำมาวันเดียว​กับแม่วัว ​เพราะของอย่างนี้ไม่ถูกโรคกันก็รู้อยู่​แล้ว​

พา​ไปเ​ที่ยวชมงานจุดอื่น ๆ​ กันต่อดีกว่า


มุมแสดงดอกคริสแซนติมั่ม (เก๊กฮวย หรือ เบญจมาศ) สวิส ​พร้อมเกวียนสวิส ​เป็นจุด​ที่เตะตาทันที​ที่เราเดินขึ้น​บันได​ไปชั้นสอง


ร้านขายตะกร้าอาฟริกัน รจนาชอบมากเลย​ค่ะ​ ทรง​เขาสวยดี หากไม่ติดว่าเกะกะคงซื้อกลับบ้านแล้ว​


ร้านสาธิตมีดปอกผักผลไม้ แม่บ้านยืนดูกันตรึมเลย​ค่ะ​ คนขาย​เขาก็เก่งนะคะ​ ​เขารู้ว่า​ต้องแนะนำอย่างไรให้เราทึ่ง​กับคุณสมบัติ เสร็จแล้ว​ก็ขายของให้เราปั๊บเลย​ คนดู​ต้องตั้งหลัก (หา​ที่หลบ) ให้ดี รจนาถึง​กับ​ต้องยืนไกล ๆ​ กลัว​เขาเรียกซื้อค่ะ​ นอกจากไม่มีกะตังก์แล้ว​ยัง​จะแบกไม่ไหวอีกต่างหาก


ร้านขายเครื่องทำกาแฟสีสดใส ตลาดเครื่องทำกาแฟนี่แข่งขันสูงมากค่ะ​ มีหลากหลายยี่ห้อ​และราคา บางทีขายเครื่องให้ฟรี ๆ​ ไม่คิดค่าเครื่องทำกาแฟ ​แต่​ต้องสั่งซื้อกาแฟของ​เขา​เป็นเวลาสองปี ทำให้เห็นว่า ตลาดกาแฟนั้น​​เป็นตลาดใหญ่จริง ๆ​ ​ได้​แต่ภาวนาว่า คนปลูกกาแฟคง​ได้กำไรจากการปลูกมากเหมือนคน​เอากาแฟมาขายให้เราทาน

คน​ที่นี่นิยมกินกาแฟสดแบบ​ที่คนไทยเรียกกัน กล่าว​คือ​เป็นกาแฟเม็ด​ที่คั่ว​และอบมาแล้ว​ บางที​เขาก็บดใส่ห่อขาย บางทีเราก็ซื้อแบบเม็ดแล้ว​มาบดเองก่อน​จะชงดื่ม ​โดย​เอาอัดใส่กรวยแล้ว​เสียบเข้า​ไป​ที่เครื่อง ให้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟ​ที่อัดแน่นลงมา นั่นแหละ​ค่ะ​ ในเมืองเจนีวา ไม่มีกาแฟผงชงสำเร็จรูปขายตามร้านเลย​ค่ะ​ ​แต่ในซุปเปอร์ฯนั้น​มีขายอยู่​ สำหรับคน​ที่อยากชงง่าย ๆ​


ร้านนี้ขายตับเป็ดค่ะ​ ​ที่เห็นในกระปุกแก้วนั้น​มีตับเป็ด ​ที่​เขาเรียกชื่อรวม ๆ​ ว่า ฟัวกราส์ แปลว่า ตับ​ที่เต็ม​ไปด้วยไขมัน (foie gras) ​และยังมีขาเป็ดปรุงรสแล้ว​บ้าง (เนื้อร่วน ๆ​ เละ ๆ​ ไม่กรอบนะคะ​) เนื้อเป็ดกระป๋องบ้าง เรียกว่าผลิตภัณฑ์เกี่ยว​กับเป็ด ๆ​ ​ที่ฝรั่งนิยมทานค่ะ​ เรา​สามารถสั่งตับเป็ด​และนั่งทาน​ที่ร้าน​เขา​ได้ ​เขา​จะ​เอาขนมปังปิ้งกรอบ ๆ​ มาให้ทานด้วยกัน ​โดยปกติ​เขามัก​จะทานตับเป็ด​ที่ว่านี้​กับซอสผลไม้ออกรสหวาน เช่น แอปเปิ้ลผัดหรือเคี่ยวให้เละ ๆ​ หรือลูกเบอร์รี่แดง ๆ​ หวาน ๆ​ ค่ะ​ ​และนิยมดื่ม​กับไวน์​ที่ให้รสหวานเช่นกัน

​แต่​ที่จริงฟัวกราส์ต้นฉบับ​นั้น​​ต้องมาจากตับห่านค่ะ​ ​เป็นห่าน​ที่น่าสงสารมาก ​เพราะ​จะถูกบังคับให้กินอาหารเสริม​ที่​เขา​เอามากรอก(บังคับ)ใส่คอจนตับของห่าน​ทั้งอวบ​และมัน แล้ว​ก็​เอามาเชือด ​เพื่อ​เอาตับมาทำอาหารเลิศรสราคาแพงนี้ ราคาตับห่าน​จะแพงกว่าตับเป็ดอย่างน้อยก็สองสามเท่าค่ะ​ ​เขาเลย​นิยมขายตับเป็ดกันมากกว่า ข่าวไม่​ได้บอกว่า ​ต้องบังคับกรอกอาหารใส่คอเป็ดด้วยหรือเปล่า

รจนาหากว่าไม่ติดว่า​ไปเดินเ​ที่ยวงานคนเดียว คงชวนพ่อบ้าน​ไปนั่งชิมแล้ว​ แหะ แหะ ​เพราะตับเป็ดนี่ก็ของโปรดรจนาค่ะ​ ​แต่ไม่กล้าทานมาก กลัวอ้วน...​..


นี่ก็มุมจิบไวน์ค่ะ​ ​คือ ​เป็นไวน์ของบริษัทหนึ่ง​ ๆ​ ​โดยเฉพาะ ​เอามาโปรโมท มี​ที่ให้ดื่มฟรีหน่อย​หนึ่ง​ ​ใครอยากดื่มมากกว่านั้น​ก็นั่งดื่ม​เป็นเรื่อง​ราว (สั่ง​และจ่ายเงิน) หากพอใจรสชาติก็อาจ​จะสั่งซื้อ​เป็นโหล ๆ​ (ฝรั่งนิยมสะสมไวน์ไว้ในบ้านค่ะ​ ​เพราะ​เขาดื่มแทนเครื่องดื่มอื่น ๆ​)

รจนาสังเกตว่ามุมชิมไวน์นี่​จะ​เป็นมุม​ที่คนท่าทาง​จะอารมณ์ดี ​ได้จิบไวน์​ไป คุยกัน​ไป คนขายไวน์ก็อธิบาย​ความเลิศเลอของไวน์ตัวเอง​ไป เช่น องุ่นรุ่นไหน พันธุ์ไหน ผลผลิตปีนี้​เป็นอย่างไร ให้รสหวาน หรือรสอื่น จิบ​กับอาหารแบบไหน ฯลฯ ค่ะ​


นี่ก็มุมชิมไวน์อีกแห่งหนึ่ง​ มีร้านหนึ่ง​รจนาเดินผ่าน ​เขาก็ทักว่า "มาดาม ยูชอบดื่มบอร์โดซ์ไหม" บอร์โดซ์​เป็นไวน์แดงมีชื่อของฝรั่งเศส รจนาก็เลย​​ต้องส่ายหัวตอบ​ไปด้วย​ความเสียใจว่า "ขอโทษที ฉันไม่ดื่มอัลกอฮอล์จ้า" แล้ว​ก็ยิ้มแห้ง ๆ​ ก่อน​จะเดินจากมา รจนาว่า ตาคน​ที่ถามคงนึกค้อนรจนาในใจว่า ไม่ดื่มแล้ว​มาเดินเกะกะอะไร​แถวนี้ ​เพราะ​เป็นมุมไวน์​โดยเฉพาะ อิอิ


มุมนี้สนุกมาก ​คือ ชายหนุ่มคนนี้ขายผ้าพันคอสารพัดประโยชน์ อย่าง​ที่เห็นในหุ่นนะคะ​ ​คือ​เอาโพกหัวก็​ได้ ​เอามาพันอก​เป็นเสื้อเกาะอกก็​ได้ หรือใส่ให้เต็มตัวก็​ได้ ​เอาพันคอก็​ได้ สารพัดแบบ ราคาก็ไม่แพง รจนาก็รำ ๆ​ อยาก​จะซื้อเหมือนกัน ​แต่ตัดใจ​ได้ ​เพราะซื้อมาจริงก็ใส่ไม่​เป็นอีกนั่นแหละ​

มีอีกมุมหนึ่ง​ คุณผู้หญิงขายชุดชั้นใน ​ที่รจนา​ไปยืนขำ ​คือ คนขาย​เขา​จะใส่เสื้อคอลึก ​เป็นแบบเสื้อยืด ​เขาขายชุดชั้นในแบบมีตะขอข้างหน้า ​และมีคุณสมบัติเลอเลิศประมาณว่า ​แม้หน้าอก​จะเล็ก พอใส่แล้ว​​จะดูหน้าอกใหญ่ประมาณนั้น​ มีสาวใหญ่สาวน้อยยืนอออยู่​หน้าร้านเพียบ ไม่มีผู้ชายเลย​ค่ะ​

คุณผู้หญิงคนขายเธอก็ขาย​ได้สนุกมาก ​โดยดึงเสื้อชั้นนอกของตัวเองลงมาให้เห็นชุดชั้นในข้างใน​ที่แนบเนื้อเหมือนชุดอาบน้ำ ดูไม่น่าเกลียดอย่างใด แล้ว​ก็แกะตาขอให้ดู ก่อน​จะใส่กลับเข้า​ไป ประมาณว่าให้ดู​ความแตกต่างของขนาดหน้าอก อย่างนี้​ที่เมืองไทยคงไม่มี​ใครกล้าทำใน​ที่สาธารณะ ​แต่ฝรั่ง​เขาทำแบบหน้าตาเฉย จึงดูแล้ว​ไม่น่าเขินอายหรือยั่วยวน​แต่ประการใด

สาววัยรุ่นหลายคนชวนกันซื้อชุดชั้นใน​ที่ว่านี้ค่ะ​ เรียกว่า โฆษณา​ใช้​ได้ผล



มุมร้านอาฟริกันสุดโปรดของรจนาอีกเ​ที่ยวนึงนะคะ​


นี่​เป็นผักกินก้าน​ที่ขึ้น​ชื่อของเมืองสวิสค่ะ​ ชื่อว่า Cardons มีเฉพาะฤดูนี้ ​จะว่า​ไปก็เหมือนก้านคึ่นช่ายยักษ์นะคะ​

มุมนี้​เขามีสาธิตการทำผัก​ที่ว่า แล้ว​ก็ขายด้วย ​โดยปกติ​เขา​จะ​เอา​ไปอบ​กับซอสเชเมล หรือซอสขาว ​เอาไว้ทานแกล้ม​กับอาหารอื่นค่ะ​ บางทีก็มีคน​เอา​ไปทำพายแบบมังสวิรัติเหมือนกัน เหมือนกินก้านคึ่นช่ายใหญ่ ๆ​ ​แต่ไม่เหม็นเขียว


​แต่ไฮไล้ท์สำหรับคนรักการทำอาหารอย่างรจนา​คือ ​ไปดูกร็องด์เชฟ (Grand chef) หรือเชฟใหญ่​เขาแสดงการทำอาหารค่ะ​

วัน​ที่​ไปดู ​เขาสาธิตการทำแผ่นแป้งพาสต้าห่อเนื้อบด ราดซอส ประดับด้วยฟักทองบด ​กับผัดผักค่ะ​ ดูแล้ว​ทำง่ายมาก ๆ​ (แหม เราก็มาคิดว่า ขนาดเชฟใหญ่ ​เขาน่า​จะบอกสูตรอะไร​​ที่พิศดารกว่านี้นะ) ​แต่ก็สนุกดีค่ะ​


เชฟของเรา​กำลังจัดอาหารใส่จาน

การมาดูเชฟนี้ก็​ได้​ความรู้หลายอย่าง อย่างแรก​คือ เชฟก็​คือคนธรรมดานี่แหละ​ หน้า​ที่ในครัวก็ไม่​ได้แตกต่าง​ไปจากคนอื่น ๆ​ ​ต้องล้างกระทะ หม้อ ไหเอง (เชฟ​เขาพูดเองค่ะ​ ​ที่จริง​เขาคงหมาย​ความว่า เวลายุ่ง ๆ​ ​จะ​ไปรอลูกมือมาล้าง มันก็​จะไม่ทันกินนั่นเอง)

อย่าง​ที่สอง​คือ เตาไฟในครัวชั้นเลิศนั้น​ ​เขานิยมให้เตาแก้ส ไม่ใช่เตาไฟฟ้าหน้าเรียบ ​เพราะให้​ความร้อนสูงในทันที (​และคงประหยัดค่าไฟกว่ากันเยอะเลย​) วันนั้น​เชฟของเราเลย​บ่นว่า ไฟฟ้าร้อนไม่ทัน​ใช้ เจ้าของยี่ห้อ​ที่ให้​ใช้เตาก็​ต้องมากล่าวแก้ว่า ​สามารถปรับแบบให้​ความร้อนสูง​ได้

อย่างต่อ​ไป​ที่หลายคนคงสังเกต ​คือ เวลา​เขาผัดอะไร​ก็ตาม เช่นวันนั้น​​เขาผัดผักพวกเห็ด​กับผักก้าน ๆ​ ​เขา​จะไม่​ใช้ตะหลิวเลย​ค่ะ​ เชฟ​เขา​จะเขย่าอาหารให้ลอยขึ้น​มาคลุกเคล้ากัน ​และ​เขา​จะบดพริกไทยใส่อย่างไม่เสียดายเลย​

อย่างต่อ​ไป​คือ เชฟ​เขา​จะ​ใช้นิ้วมือจิ้มทุกอย่าง เช่น ต้มเส้นพาสต้า ​เขาก็​จะตักพาสต้าขึ้น​มาแล้ว​​เอานิ้วหยิกดูว่า นุ่มหรือยัง ​ทั้ง ๆ​ ​ที่สำหรับเราก็คง​จะร้อนทีเดียว

หรือ​เขาทำซอสราสพาสต้า ​เขาก็​เอานิ้วจุ่มลง​ไปในหม้อ แล้ว​​เอาขึ้น​มาดูดต่อหน้าเราเฉยเลย​ ​โดย​เขาบอกว่า ไอ้​ที่เราคิด​ไปเองว่า เชฟ​ที่ยิ่งใหญ่นั้น​​ต้อง​ใช้ช้อนตักชิมอาหารนั่น ลืม​ไป​ได้เลย​ ​เพราะ​เขาไม่มีเวลาวิ่ง​ไปหาช้อนหรอก ​ใช้นิ้วมือนี่แหละ​ดี​ที่สุด

​แม้​แต่ เกลือ เชฟก็​เอามือขยุ้มแล้ว​เทลงหม้อต้มพาสต้ากำมือใหญ่ ชนิด​ที่พวกเราทำตาโตกันทีเดียว (กลัวเค็มอ้ะ)

มีคำพังเพยฝรั่งว่า หากวันไหนอาหาร​ที่เราสั่งมาแล้ว​เกิดเค็มจัด เรา​จะถามกันว่าวันนี้ "เชฟตกหลุมรัก" หรือเปล่า ​เพราะเชฟ​จะมัวนึกถึงหน้าสาวคนรัก จนลืมว่า ขยำเกลือใส่อาหาร​ไปเท่าไรแล้ว​

พาเ​ที่ยวงานก็จบลงแค่นี้นะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1859 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ไปเที่ยวงานเทศกาลแห่งเจนีวา (Foire de Genève) (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : โพและพลพรรคน้องงูเองฮับ [C-9888 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : ๒๘ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๓.๔๕ น.

โห...​​ งานแบบนี้ไอ้โพชอบมากค่ะ​​ ให้อารมณ์ประมาณเกษตรแฟร์บ้านเรา ตอนอยู่​​บริสเบน​​เขาก็มีงานแบบนี้เหมือนกันค่ะ​​ มีหลายโซน โซนปศุสัตว์ก็แสดงพันธุ์สัตว์ในประเทศ โซนอาหารก็มี (ตรงนี้วนอยู่​​นานหน่อย​​​​เพราะเค้กอร่อยมั่ก ๆ​​) โซนการแสดงต่าง ๆ​​ โซนงานฝีมือก็มีนะคะ​​ เดินวนอยู่​​​​ได้​​ทั้งวันเลย​​ค่ะ​​


...​​


​​ส่วนเรื่อง​​วัวฝรั่งในบ้านเรา ​​ถ้า​​เป็นวัวนม ชาวบ้าน​​จะชอบพันธุ์ผสม Holstein กันค่ะ​​ ​​เพราะคิดว่าวัวนม​​ต้องตัวสีขาว-ดำเท่านั้น​​ (​​แต่​​ถ้าถามโพ โพชอบพันธุ์ Jersey มากกว่าแฮะ​​เพราะตัวเล็กน่ารัก เชื่อง ขี้อ้อน แถมตาหวานเชี้ยบเลย​​ค่ะ​​ ^^ <---​​ วัวหรือหมากันแน่เนี่ย?)


วัวเนื้อพันธุ์ฝรั่งแท้ ๆ​​ ก็ไม่ค่อยมีค่ะ​​ ​​ส่วนมาก​​เป็นลูกครึ่งกันหมด (จึงไม่น่าแปลกใจเลย​​ว่าทำไมดาราบ้านเรา​​ส่วนใหญ่​​เป็นลูกครึ่ง อิอิ ​​เพราะคนไทยชอบลูกครึ่งนี่เองค่ะ​​) บางฟาร์มก็เล่นพวกลูกเสี้ยว ประมาณว่ามีหลายพันธุ์รวมอยู่​​ในตัวเดียว! พันธุ์​​ที่​​ใช้ผสมก็มีตั้งแต่พวกแองกัส(ตัวดำๆ​​ ก็มี ตัวแดง ๆ​​ ก็มี) เฮียร์ฟอร์ด (หน้าขาวตัวน้ำตาลแดง) Limousin ก็มีนะคะ​​ (มีคนเคยบอกโพว่าวัวพันธุ์นี้ตัวยาวเหมือนรถ Limousine ​​เขาเลย​​ตั้งชื่อมันแบบนี้อ่ะค่ะ​​) ​​เอามาผสม​​กับวัวเนื้อพื้นเมืองบ้านเรา​​ที่​​เป็นวัวเอเซีย บางทีก็ผสมวัวนมค่ะ​​ ลูกออกมาหน้าตาน่ารักมากถึงมาก​​ที่สุด โพ​​จะชอบเรียกพวกนี้ว่าไอ้ลูกฝรั่ง หัวทุย ๆ​​ ขนหน้าม้า(​​แต่อยู่​​บนหน้าวัว)หยิก ๆ​​ น่ารักชะมัดเลย​​ ข้อดีของวัวลูกครึ่งลูกเสี้ยวเหล่านี้​​คือทนโรคเมืองร้อน​​ได้ดีกว่าวัวฝรั่งแท้ ๆ​​ ค่ะ​​


...​​


ฮือ...​​ เห็นไวน์แล้ว​​อยากชิมไวน์จังค่ะ​​ ฮือ...​​ ยิ่งตอนนี้มี Smoked cheese ค้างเติ่งอยู่​​ในตู้เย็นยิ่งอยากมีไวน์ไว้กินแกล้มกัน ฮือ...​​


(อันนี้​​เป็นตัวอย่าง​​ที่ไม่ค่อยดี หนู ๆ​​ น้อง ๆ​​ ​​ทั้งหลายไม่ควรทำตามนะคะ​​ ​​เพราะนอกจาก​​จะผิดศีลข้อห้าแล้ว​​ยัง​​เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วยค่ะ​​ ถึง​​จะ​​เป็นแค่น้ำผลไม้หมัก ​​แต่แอลกอฮอล์ก็มีผลต่อตับอยู่​​ดีนั่นแล...​​)


...​​


เห็นด้วยค่ะว่า​​พ่อครัวฝรั่งนิยม​​ใช้มือมากกว่า​​ใช้อุปกรณ์อื่น ​​แต่เวลาดู​​เขาทำอาหารแล้ว​​ไม่ยักกะรู้สึกอี๋เนอะ...​​ แปลกใจตัวเองเหมือนกันแฮะ ​​แต่คิดว่าเรามัว​​แต่สนุก​​ไป​​กับท่าทางทะมัดทะแมงของเชฟจนไม่นึกถึงเรื่อง​​ตรงนี้มากกว่าค่ะ​​


...​​


ขอบคุณไกด์สาวคนสวย​​ที่ช่วยพาเ​​ที่ยวงานวัดเมืองเจฯ นะคะ​​ จุ๊บจุ๊บ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนาตอบจดหมายน้องหญิงโพฯ [C-10075 ], [83.180.229.80]
เมื่อวันที่ : ๑๒ ธ.ค. ๒๕๔๙, ๒๐.๑๘ น.

ขอบคุณน้องโพ​​ที่ให้​​ความรู้เรื่อง​​วัวค่ะ​​ จุ๊บ จุ๊บ เช่นกันค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น