นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #38
รจนา ณ เจนีวา
...วันนี้พา​ไปเ​ที่ยวเมืองดังเมืองหนึ่ง​ชื่อว่า นูชาเต็ลค่ะ​ (Neuchâtel) แปลว่า เมืองปราสาทใหม่ ชื่อนี้​เป็นชื่อของทะเลสาบด้วย​และ​เป็นทะเลสาบสวิส​ที่ใหญ่​ที่สุดค่ะ​...

ตอน : นักเรียนภาษาพาเพลิน (สิบ) - Neuchâtel 1

วันนี้พา​ไปเ​ที่ยวนอกเมืองเชอเนฟอีกดีกว่า

​จะพา​ไปเ​ที่ยวเมืองนูชาเต็ลค่ะ​ (Neuchâtel) แปลว่า เมืองปราสาทใหม่ ชื่อนี้​เป็นชื่อของทะเลสาบด้วย ไก๊ด์ของเราบอกอย่างภูมิใจว่า ทะเลสาบนูชาเต็ล​เป็นทะเลสาบของชาวสวิส​ที่ใหญ่​ที่สุดในประเทศสวิตฯค่ะ​ ​แต่ฟังดังนี้แล้ว​​ต้องเข้าใจว่า ยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่อีกอย่างน้อยสามแห่ง ​คือ

ทะเลสาบเลม็อง Lac Leman (​ส่วน​ที่ติด​กับเจนีวา​จะเรียกว่า ทะเลสาบเจนีวา ​ซึ่งก็​เป็นทะเลสาบเดียวกัน) ​และครอบคลุม​ไปถึงเมืองโลซานน์ (Lausanne) ม็องโทรซ์ (Montreux) ​และเวเว่ย์ (Vevey) ในตอนเหลือของทะเลสาบ ​และตอนใต้ของทะเลสาบ​เป็นของประเทศฝรั่งเศส ครอบคุลมเมืองอีวัวร์ (Yvoire เมืองท่องเ​ที่ยวเอกในย่านนี้) ​และอีกหลายเมือง เมืองเวเว่ย์นั้น​​เป็น​ที่ตั้งของบริษัทเนสเล่ย์​ที่พวกเรารู้จักกันดีค่ะ​

​ส่วนอีกทะเลสาบหนึ่ง​อยู่​ติดชายแดนสามประเทศ ​คือ สวิตฯ เยอรมนี ​และออสเตรีย เรียกว่า ทะเลสาบคอนสต๊านซ์ Lac Constance เรียกว่า Bodensee ก็เรียกค่ะ​ ​เป็นภาษาเยอรมันแบบว่า ทะเลสาบชายแดน

ทะเลสาบอีกแห่งด้านใต้ของประเทศ อยู่​ติด​กับอิตาลี ​คือ ทะเลสาบลูกาโน่ Lac Lugano ในภาษาอิตาเลียน​จะเรียก Lago Lugano

​ทั้งสามทะเลสาบ​ที่ว่านี้​แม้ว่าบางแห่งอาจ​จะมีขนาดใหญ่กว่านูชาเต็ล ​แต่มิ​ได้​เป็นของสวิตฯเพียงประเทศเดียว ดังนั้น​ ​เขาจึงกล่าวว่า นูชาเต็ล​เป็นทะเลสาบสวิสแท้ ๆ​ ​ที่ใหญ่​ที่สุดค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

วันนั้น​เรานั่งรถไฟกัน​ไปเหมือนเคย ​แต่เมืองนี้อยู่​ไกลกว่าโลซานน์ นั่งรถประมาณสองชั่วโมง รจนา​ได้เจอ​เพื่อนนักเรียนคนสิงคโปร์ (ผู้หญิง) ก็เลย​คุยกันมาตลอดทาง ​เขา​เป็นครูสอนภาษาอยู่​​ที่บ้าน แล้ว​ช่วงนี้ปิดเทอมเลย​มาเ​ที่ยวยาว พี่สาวอยู่​​ที่เจนีวานี่เองก็เลย​มาพักอย่างสะดวก​สบาย

แล้ว​ก็เจอคนตรวจตั๋วรถไฟ​ที่​เป็นสามีของ​เพื่อนคนไทย​โดยบังเอิญ ก็เลย​เจ๊าะแจ๊ะ​กันตอน​ที่​เขาตรวจตั๋วเสร็จแล้ว​ วันนั้น​​เขาเลย​เดินมาส่งพวกเราลงรถกัน รจนาเลย​ถ่ายรูป​เพื่อน (เจ้าหน้า​ที่ตรวจตั๋ว) ไว้​เป็นหลักฐาน ​เขาใส่สูทอย่างหล่อเลย​ค่ะ​

สถานีรถไฟนั้น​อยู่​สูงจากระดับน้ำทะเลสาบ เรา​ต้องนั่งรถเคเบิ้ลรอดอุโมงค์จากสถานีลงมา ก็นับ​เป็นประสบการณ์​ที่แปลกดี

คลิกดูภาพขยาย

​ที่เมืองนี้​เขาภูมิใจ​กับหินสีน้ำผึ้งของ​เขามาก ​เพราะ​เป็นหิน​ที่​ได้มาจากภูเขา​ที่อยู่​ไม่ไกล ​และ​ได้สร้างบ้านแปงเมืองก็ด้วยหินนี้

คลิกดูภาพขยาย

สะพาน​ที่ระลึกของเมืองค่ะ​ มีนกเกาะดูน่ารักเชียว สมัยก่อนนั้น​น้ำในทะเลสาปยังสูงกว่านี้อีกสามเมตร ตัวเมืองจำนวนมากยัง​เป็นดิน​เป็นโคลนอยู่​ใต้น้ำ

คลิกดูภาพขยาย

เมืองนูชาเต็ลอันสวยงาม​เมื่อมองจากริมฝั่งน้ำค่ะ​ ​ส่วนหนึ่ง​ของเมือง (ด้านล่าง) ก็ก่อกำเนิดขึ้น​​ได้​เพราะ​เขาขยันระบายน้ำ​ไปทิ้ง​ที่อื่นค่ะ​ เลย​​ได้พื้น​ที่เพิ่มมา

คลิกดูภาพขยาย

คุณไก๊ด์กิติมศักดิ์ของเราค่ะ​ ​กำลังอธิบายลักษณะทางภูมิประเทศของเมืองอยู่​ ไก๊ด์คนนี้รจนาชอบค่ะ​ ​เพราะพูดเสียงดังฟังชัด สู้​กับเสียงรถบนถนน​ได้สบาย ​เขาอธิบายทุกอย่าง​เป็นภาษาฝรั่งเศส ​แต่หากเราไม่เข้าใจคำไหน ​เขาก็หาคำในภาษาอังกฤษบอกเรา​ได้ด้วย

คลิกดูภาพขยาย

​ไปไหน รจนาก็อด​จะแอบถ่ายรูปของกินไม่​ได้ ตู้ขายชีสค่ะ​ ​เป็นอาหารขึ้น​ชื่อของ​ที่นี่ ​โดย​ส่วนใหญ่​จะมีชีส​ที่ทานเหมือนกัน​ทั้งประเทศอยู่​หลายแบบ ​แต่ในขณะเดียวกัน ​แต่ละเมือง ​แต่ละมลรัฐ ​เขาก็​จะมีชีสเฉพาะอย่างด้วยเช่นกัน

คลิกดูภาพขยาย

สัญญลักษณ์แห่งเสรีภาพประจำเมือง ​เป็นผู้หญิงถือตราชู (แห่ง​ความยุติธรรม) ​แต่ทำไม​ต้องถลกกระโปรงด้วยก็ไม่รู้นิ รจนาก็ไม่กล้าถามคุณไก๊ด์

คลิกดูภาพขยาย

หอนาฬิกาประจำเมือง แทบ​จะเรียก​ได้ว่า​เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองเก่าในยุโรปทีเดียว

คลิกดูภาพขยาย

ขณะ​ที่ วัว ​คือ สัญญลักษณ์ทางการเกษตร​ที่สำคัญของประเทศสวิสค่ะ​ เห็น​เขาทำวัวปลอม ระบายสีสันน่ารัก ก็​เอามาฝากกัน

เคยเล่าหรือเปล่าคะ​ว่า รัฐบาลสวิสนั้น​​เขาเลี้ยงดูชาวไร่ชาวนาของ​เขา​เป็นอย่างดี ให้เงินอุดหนุนการเกษตรมากมาย​ จนคนสวิสเองก็บ่น ๆ​ ว่า อาหารการกินแพงก็​เพราะต้นทุนการผลิตสูง ภาษีก็​เอา​ไปช่วยชาวนาเสียเยอะ

ชาวนา​ที่เลี้ยงวัวก็​ได้เงินช่วยจากรัฐ นับ​เป็นรายหัวของวัว​ที่เลี้ยงค่ะ​ มีสถิติปีหนึ่ง​​เขาบอกว่า วัวสวิสนี่มีราย​ได้ปีละพันกว่าฟรังก์เชียวนะ น่าอิจฉาวัวไหมค่ะ​ อยู่​เฉย ๆ​ วัน ๆ​ ก็เคี้ยวเอื้องอย่างเดียว ตอนเช้า​มีคนมารีดนมให้ ก็มีเงิน​ใช้ (แฮ่ม ​แต่ก็มีวัวตัว​ที่ถึงเกณฑ์​ต้องถูกเชือดด้วยเหมือนกันแหละ​)

คลิกดูภาพขยาย

วิหารใหญ่ประจำเมือง หินสีน้ำผึ้ง สะท้อนแสงอาทิตย์อุ่นยามอัศดง ดูงามไม่น้อย วิหาร​ที่นี่ไม่​ได้ชื่อว่า มหาวิหาร (Cathedral) ​แต่​ได้ชื่อว่า ​เป็นคอลเลจ ภาษาฝรั่งเศส เรียก Collegien ​เพราะไม่มีบิชอปมาประจำค่ะ​ ​แต่​ใช้​เป็นทำกิจกรรมทางศาสนาให้ชุมชน​และ​เป็น​ที่เล่าเรียนเขียนอ่านของ​พระ

คลิกดูภาพขยาย

แล้ว​ก็สวนด้านในวิหารค่ะ​ รจนาเห็นมีต้นกล้วยปลูกอยู่​ด้วย คิดว่าแปลกดี (อีกแล้ว​) ​เพราะ​ที่จริงเมืองหนาวอย่างนี้ปลูกกล้วยไม่ขึ้น​ นี่​เขาคงปลูก​ได้เฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น​

คลิกดูภาพขยาย

ประตูโค้ง​ที่อยู่​หลังวิหารนี่ไม่ใช่แค่ประตูเฉย ๆ​ ค่ะ​ ​แต่​เขาสร้าง​ได้เก๋มาก ขอให้พิจารณาดูขอบโค้งของประตูให้ดี (ขอบหิน) ​เขา​จะทำ​เป็นร่องสามร่อง หากเรา​ไปพูดกระซิบใส่ร่องใดร่องหนึ่ง​ข้างหนึ่ง​ของประตู แล้ว​​เพื่อน​ไปแนบหูฟัง​ที่ร่อง​ที่ตรงกันอีกด้านหนึ่ง​ของประตู เรา​จะ​ได้ยินเสียงกระซิบนั้น​ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว รจนาลอง​ไปฟังดูแล้ว​ ​ได้ยินจริง ๆ​ ค่ะ​ น่าทึ่งมาก การเดินทางของเสียง แฮ่ม...​.เลย​เก็บรูปมาฝาก ตามประสาคนขี้เห่อนิ

ยังมีเ​ที่ยวนูชาเต็ลต่ออีกตอนนะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1844 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน นักเรียนภาษาพาเพลิน (สิบ) - Neuchâtel 1 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ดาวเคียงเดือน [C-9703 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๑๔ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๔๗ น.

แหม! ​​ได้​​ความรู้เพียบค่ะ​​ ขอบคุณ​​ที่นำภาพ ​​และเรื่อง​​ราวดีๆ​​ มาฝากค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนาตอบคุณดาวเคียงเดือน [C-9754 ], [83.176.60.174]
เมื่อวันที่ : ๑๗ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๓๓ น.

ยินดีค่ะ​​ ยังมีอีกหลายตอนนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น