นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #36
รจนา ณ เจนีวา
...คราวก่อนเล่านิทานฝรั่งให้ฟังนะคะ​ วันนี้พาเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะ​และประวัติศาสตร์ (Musée d'art et d'histoire) กันดีกว่า...

ตอน : นักเรียนภาษาพาเพลิน (แปด) - Musée d'art, Genève

คราวก่อนเล่านิทานฝรั่งให้ฟังนะคะ​ ขอบคุณ​กับทุกเสียงขานรับค่ะ​ รจนาฟังมาสองสามเรื่อง​ ​แต่คิดว่าเรื่อง​นี้น่ารัก​ที่สุด ดีใจ​ที่​เพื่อน ๆ​ ชอบค่ะ​ อย่างเก็จแก้วก็ใส่จินตนาการเพิ่ม​ไปเลย​ สม​กับ​เป็นนักฟังนิทาน​ที่ดี ขอบคุณลุงเปี๊ยกสำหรับลิงก์หนังสือด้วยค่ะ​ ​และขอบคุณน้องปอ เปลือกไม้ สำหรับบทกลอนน่ารัก

วันนี้พาเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะ​และประวัติศาสตร์ (Musée d'art et d'histoire) กันดีกว่า

รจนาก็​เป็นคนเชยเรื่อง​เ​ที่ยวมิวเซียมนะคะ​ ​เพราะอยู่​เจนีวามาห้าปี เคยเข้ามิวเซียมแค่สองแห่ง ​คือ มิวเซียมของกาชาดสากล ​กับมิวเซียมเครื่องกระเบื้อง​และเครื่องแก้วคริสตัล (ตามประสาผู้หญิง)

​ที่จริงแล้ว​หากให้​เขามิวเซียมคนเดียวก็ไม่อยาก​ไป ​เพราะไม่รู้​จะดูอะไร​ก่อน อะไร​หลัง ​แม้ว่ามิวเซียม​ที่ดี​ทั้งหลาย​เขา​จะมีเอกสารแจก มีหนังสือคู่มือให้เราซื้อ มีป้ายอธิบายประกอบ บางแห่งก็มีโปรแกรมนำชม แค่เรา​ไปถึงให้ตรงเวลา​และจ่ายเพิ่มค่าไก๊ด์อีกนิดหน่อย​

พอมาเรียนภาษาอย่างนี้แล้ว​ มหาลัย​เขาจัดโปรแกรมก็ตาม​เขา​ไปค่ะ​ ​เพราะสนุกดี ​ได้ศัพท์ ​ได้เห็นอะไร​น่าสนใจ ​และคิดว่า​เขา​ต้องเลือกอะไร​​ที่ทอปฮิตมาให้เราดูอยู่​แล้ว​

วันก่อนก็เลย​​ได้​ไปเยี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะ​และประวัติศาสตร์ ของเมืองเจนีวาค่ะ​ ​เป็นมิวเซียมใหญ่โตทีเดียว ดูน่าเกรงขาม รจนาเคยขับรถผ่านหลายครั้ง ​แต่ไม่เคยสังเกต (ตามประสายายเชย​ที่ดีค่ะ​) พอ​ได้เข้า​ไปก็ประทับใจค่ะ​ นึกเสียดายว่า น่า​จะเข้ามาดูนานแล้ว​

คลิกดูภาพขยาย

ประตูทางเข้ามิวเซียม​ที่ดูศักดิ์สิทธิ์

คลิกดูภาพขยาย

ร้านอาหาร​และมุมกาแฟของมิวเซียม อยู่​ในสวนหย่อม​ที่ล้อมรอบด้วยตัวตึก เงียบ สงบ สวยงาม ​ได้กลิ่นอายประวัติศาสตร์ แล้ว​ก็ราคาแพงจริง ๆ​ น้ำขวดนิดเดียวราคา ๓.๕๐ ฟรังก์ (ร้อยกว่าบาท​) หากไม่หิวน้ำจนคอแห้งคงไม่ซื้อแล้ว​นะเนี่ย (ทำนองผีเข้าป่าช้า)

คลิกดูภาพขยาย

​เนื่องจากมิวเซียมมีพื้น​ที่ค่อนข้างมาก ไก๊ด์ของเราวันนั้น​ก็เลย​พาเราดูเฉพาะงานชิ้นเอก ๆ​ ​โดยเน้น​ที่ภาพเขียนเด่น ๆ​ ของมิวเซียม ภาพ​ที่ถ่ายมาให้ดูนี้​เป็นภาพ​ที่มีชื่อเสียง​ที่สุดของมิวเซียม (ขอโทษ​ที่ถ่ายไม่ค่อยสวย ​เพราะ​เขาห้าม​ใช้แฟลช ​และรจนายืนในมุม​ที่ไม่เหมาะเท่าไร ก็เลย​เจอแสงสะท้อนเสียเยอะ)

ภาพนี้​ได้ชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า "La Pêche Miraculeuse" แปล​ได้คร่าว ๆ​ ว่า การตกปลาอันอัศจรรย์ ค่ะ​ (แฮ่ม แปลเฉิ่ม ๆ​ ขออภัยด้วยนะเจ้า)

​เป็นภาพ​พระเยซูคริสต์​กำลังตกปลา ​และมีนักบุญสาวกบางท่านของ​พระองค์อยู่​ในภาพด้วย การตกปลานี้​เป็นเพียงสัญญลักษณ์เท่านั้น​ คงไม่​ได้หมายถึงว่า ​พระองค์หิวโหยจน​ต้อง​ไปจับปลา​แต่ประการใด

เหตุ​ที่ภาพนี้มีชื่อเสียง​ที่สุดก็​เพราะ ​เป็นภาพ​พระคริสต์เพียงภาพเดียว​ที่​ใช้ฉากหลัง​เป็นทะเลสาบเลม็อง (ทะเลสาบเจนีวา) กล่าว​คือ ​ใช้ฉากหลังธรรมชาติ​เป็นสถาน​ที่​ที่คนรู้จัก ไก๊ด์เล่าว่าปกติฉากหลังธรรมชาตินั้น​มัก​เป็นฉากสมมติ ก็มีฉากนี้แหละ​​ที่เห็นลักษณะของทะเลสาบ ของภูเขา ตรง​กับทะเลาสาบเจนีวาทุกอย่าง ชาวเชอเนฟก็สุด​จะภูมิใจเลย​แหละ​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

จิตรกรมีชื่อแห่งเชอเนฟอีกคนหนึ่ง​​ที่​กำลังวาดภาพของตัวเอง

คลิกดูภาพขยาย

ภาพหญิงสาวลูกผู้ดีมีเงินในสมัยนั้น​ ​จะเห็นผิวพรรณอันนวลผ่อง แทบ​จะเดา​ได้ว่า พวกเธอคงไม่เคย​ต้องสัมผัส​กับ​ความยากลำบาก (​และก็​ใช้เอฟเฟ็คการวาดภาพให้ฉากหลังสีเข้มด้วย ​เพื่อขับเน้นตัวคนให้โดดเด่น) ​และตามประสาผู้มีเงินก็​ต้องมีสัตว์เลี้ยงน่ารัก เช่น สุนัขผู้ภักดีอยู่​ข้างกาย

คลิกดูภาพขยาย

แม่ลูกอีกคู่นึงค่ะ​ ลูกสาวแก้มแดง​เป็นพวงน่ารักเชียว รจนาไม่​ได้จำมานะคะ​ว่า ​เป็นภาพ​ใคร รู้​แต่ว่า​เป็นภาพเหมือนของผู้ลากมากดีในสมัยก่อนค่ะ​ หรือไม่ก็ประมาณเจ้าหญิงองค์ใดองค์หนึ่ง​ของยุโรป

คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็ภาพหญิงสาวแบบ​ที่พวกเราคง​ได้เห็น​เป็นโปสเตอร์บ่อย ๆ​ ก็แปลกนะคะ​ ภาพ portraite ของผู้หญิงนี้วาดอย่างไรก็ดูมีเสน่ห์ ​และรู้สึกว่า​ รจนา​จะนำรูปผู้หญิงมาฝากมากเหมือนกัน อาจ​เพราะดูแล้ว​รู้สึกดึงดูดก็​ได้ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ภาพ​ที่สะท้อนยุค​ที่คน​ที่แข็งแรง​ที่สุดเท่านั้น​​ที่​จะอยู่​รอด​ได้ ​เป็นภาพ​ที่ดูแล้ว​สะเทือนใจไม่​ได้น้อย กล่าว​คือ พ่อของทารก​ที่เกิดใหม่​จะ​ต้องนำทารก​ไปให้คณะกรรมการตรวจดู​ความสมบูรณ์​พร้อมของร่างกาย หากทารกคนนี้ทำท่าว่า​จะขี้โรคหรือมีลักษณะผิดปกติอย่างไร ​เขาก็​จะนำ​เอาทารกนี้​ไปโยนทิ้งจาก​ที่สูง ให้ตกลงมาตายค่ะ​ ​จะมีพวกผู้หญิงใจเหี้ยมหาญทำหน้า​ที่​เป็นคนโยน ​ส่วนผู้อาวุโส​ที่นั่งอยู่​ก็​เป็นคนตัดสินว่า เด็กคนนี้​จะอยู่​หรือ​ไป ...​..เฮ้อ โหดจังเลย​

ภาพนี้รจนาถ่ายโคลสอัพเฉพาะจุดศูนย์รวมของภาพมาให้ดูค่ะ​ ​ซึ่งใน​ส่วนอื่นของภาพนั้น​ ​เขา​จะให้สีมืด ๆ​ หน่อย​ ​เพื่อให้เห็นว่า​เป็นฉากหลัง ​จะมีพ่อคนหนึ่ง​​ที่ก้มหน้าร้องไห้ ขณะ​ที่ยื่นลูกน้อยให้ผู้หญิงท่าทางดุ ๆ​ คนหนึ่ง​ เดา​ได้ว่า ลูกของ​เขาคง​จะไม่ผ่านการตรวจสอบ ​และห่างออกในอีก​จะมีผู้หญิงอีกคนหรือสองคนอยู่​ในฉากหลังสลัว ๆ​ อีกนิดนึง​ที่​กำลังโยนทารกทิ้งจากหอคอย

​คือภาพเดียวเล่าเรื่อง​​ความเชื่อของผู้คนในยุคหนึ่ง​​ได้ครบถ้วน ​ทั้งในแง่ของพิธีกรรม ​ความเชื่อ ธรรมเนียมปฏิบัติ ​ความรู้สึกของคน​ที่เกี่ยวข้อง

คลิกดูภาพขยาย

ภาพนี้น่าสนใจค่ะ​ ​เป็นภาพทิวทัศน์แบบสวิสแท้ ๆ​ เลย​ จิตรกร​เขาเก่งมาก​คือ ในภาพนั้น​​เป็น​ที่ว่างเสีย ๒ ใน ๓ ​แต่เราก็จินตนาการ​ได้ว่า​เป็นเมฆ หมอก​ที่ปกคลุม ทำให้เห็นแค่ยอด​เขา​ซึ่งโผล่มาแค่ ๑ ใน ๓ ของภาพเท่านั้น​

ยังมีภาพสวย ๆ​ ​ที่ถ่ายไว้อีกหลายภาพค่ะ​ ​แต่บังเอิญโหลดเพิ่มไม่ขึ้น​ งั้นตอนนี้เสนอภาพแค่นี้แล้ว​กัน

ลืมเล่าประวัติว่า มิวเซียมแห่งนี้สร้างมา​ได้ร้อยปีแล้ว​ค่ะ​ ​คือ สร้างในปี ค.ศ. ๑๙๐๓ ถึง ๑๙๑๐ ​โดยถือว่า​เป็นมิวเซียมแบบเอ็นไซโคลปีเดีย ​คือ สะสมเรื่อง​ราวตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงยุคสมัยปัจจุบัน

มิวเซียมนี้แบ่ง​เป็นสาม​ส่วนหลัก ๆ​ ​คือ งานด้านโบราณคดี (ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคอียิปต์ ยุคกรกี ยุคอีทรัสกัน ​และยุคโรมัน) ตามด้วยงานวิจิตรศิลป์ (ภาพเขียนถึง ๔๐๐ ภาพ นับย้อนหลัง​ไปถึงยุคเรเนสซองส์ รวมงานเขียน​และงานปั้นของจิตรกรมีชื่อ ​ได้แก่ Houdon, Pradier, Rodin, Arp, Giacometti, Tinguely ​เป็นต้น) ​และ​ส่วน​ที่สาม​คือศิลปะประยุกต์ (จากยุคกลางจนถึงศตวรรษ​ที่ ๒๐ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ โลหะ อาวุธ ​และงานฝาผนัง)

​ใครมาเ​ที่ยวเชอเนฟ อย่าลืมแวะ​ไปเ​ที่ยวมิวเซียมแห่งนี้นะคะ​ ​โดย​ส่วนตัวแล้ว​ทริปนี้​เป็นทริป​ที่รจนาชอบ​ที่สุดค่ะ​ ในแง่​ความรู้​และสิ่ง​ที่​ได้​ไปเห็น

---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​
ปล. คุณเก็จแก้วไม่เบื่ออ่าน รจนาก็ไม่เบื่อเขียนค่ะ​ ขอบคุณ​ที่ติดตามนะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1838 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน นักเรียนภาษาพาเพลิน (แปด) - Musée d'art, Genève --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เก็จแก้ว [C-9650 ], [203.144.155.246]
เมื่อวันที่ : ๑๑ พ.ย. ๒๕๔๙, ๐๘.๓๑ น.

ขอบคุณคุณรจค่ะ​​...​​.สำหรับภาพสวยๆ​​ ​​และเรื่อง​​ราวเชิงประวัติศาสตร์นี้นะคะ​​ ...​​..ภาพเขียนเก่าๆ​​บอกเล่าเรื่อง​​ราวต่างๆ​​ในอดีต​​ได้ดีจริงๆ​​เลย​​ค่ะ​​

อีกนิดนะคะ​​ เห็นคุณรจบรรยายภาพพ่อก้มหน้าร้องไห้ ในขณะ​​ที่ลูกของตัวเอง​​จะถูกหญิงท่าทางดุโยนทิ้งลงมาจาก​​ที่สูง แก้วไม่เห็นนะคะ​​คุณรจ...​​..แก้วคิดว่าคงน่าสะเทือนใจมากเชียวนะคะ​​...​​..น่าสงสารหัวใจของคน​​เป็นพ่อ ​​เป็นแม่จังค่ะ​​...​​.เศร้า...​​.

ทริปนี้แก้วชอบ​​ที่มีภาพเขียนสวยๆ​​ให้ชมเยอะค่ะ​​...​​.ดูไม่เบื่อเลย​​นะคะ​​คุณรจ...​​.ภาพเขียนหญิงสาวผิวผ่องนี่...​​.มีเสน่ห์ล้ำลึกจริงๆ​​ค่ะ​​...​​.​​ถ้า​​ได้เห็นภาพเขียนขนาดใหญ่คงดีไม่น้อยเลย​​นะคะ​​...​​..แก้วขอตะโกนดังๆ​​สุดเสียงเลย​​นะคะ​​...​​..​​เอาอีก...​​.​​เอาอีก...​​..​​เอาอีก...​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-9656 ], [125.25.17.8]
เมื่อวันที่ : ๑๑ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๑.๑๖ น.

ตามมาเข้าชมภาพเขียนในมิวเซียมด้วยค่ะ​​ จิตรกรเอกชาวสวิตมี​​ใครบ้าง วันหลังเล่าให้ฟังบ้างนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รจนาตอบแฟนงานศิลป์ [C-9749 ], [83.176.60.174]
เมื่อวันที่ : ๑๗ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๑๗ น.

ตอบคุณเก็จแก้ว - ยินดีค่ะ​​ รจนาเองเล่า​​ไปก็เพลิน​​ไปด้วยค่ะ​​ ภาพเก่า ๆ​​ ​​ที่บอกเล่าเรื่อง​​ราว​​ได้ดีจริง ๆ​​ ​​ส่วนพ่อร้องไห้นั้น​​ รจนาเห็นก็กินใจค่ะ​​ ​​ที่จริงถ่ายมาด้วย ​​แต่ภาพออกมามัว ๆ​​ ก็เลย​​ลบทิ้ง​​ไป

เดี๋ยวตอนใหม่ ๆ​​ ​​จะมีภาพมาให้ชมอีกค่ะ​​

ตอบพี่ add - นั่นแน่ นักวิจารณ์งานศิลป์ตัวจริง...​​..​​ได้เลย​​ค่ะ​​ พี่แอ๊ด เดี๋ยว​​จะหาข้อมูล​​และภาพมาฝากนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น