นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #35
รจนา ณ เจนีวา
...จานน์ไม่เคยพรากจาก​กับเอมิล จานน์ดูแลชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ของเอมิลทุกอย่าง อาหารทุกมื้อ เครื่องดื่มทุกแก้ว เสื้อผ้าทุกตัว ​ทั้งปู​ที่หลับปัด​ที่นอน...

ตอน : นักเรียนภาษาพาเพลิน (เจ็ด) - Le conte 1

กาลครั้งหนึ่ง​นานมาแล้ว​

มีสามีภรรยาชาวบ้านแก่ ๆ​ คู่หนึ่ง​ สามีชื่อ เอมิล (Emil) ภรรยา ชื่อ จานน์ (Jeanne)

​ทั้งสองอยู่​กินด้วยกันมาถึงห้าสิบปี ไม่เคยพรากจากกัน​แม้​แต่วันเดียว

บ้านน้อยของ​ทั้งสองคน​เป็นกระท่อมไว้ ปลูกอยู่​ท้ายหมู่บ้าน (village) ทุกคนในหมู่บ้านต่างยอมรับ​และอิจฉาใน​ความรักของสามีภรรยาคู่นี้

วันหนึ่ง​...​.วันดีคืนดี...​.un jour

จานน์​ได้รับจดหมายจากพี่สาวคนสุดท้าย​ที่เหลืออยู่​ ให้​ไปร่วมฉลองอายุครบ ๙๐ ปี ​ที่เมืองใหญ่...​.

...​ไกลออก​ไปหลายร้อยกิโลเมตร ​จะ​ต้อง​ใช้เวลาเดินทาง​ทั้งวัน ​และจานน์​จะ​ต้อง​ไปอยู่​​กับพี่สาว​และญาติ ๆ​ สามวัน รวมเดินทางอีกสองวัน​เป็นห้าวัน

จานน์ไม่เคยพรากจาก​กับเอมิล

จานน์ดูแลชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ของเอมิลทุกอย่าง อาหารทุกมื้อ เครื่องดื่มทุกแก้ว เสื้อผ้าทุกตัว ​ทั้งปู​ที่หลับปัด​ที่นอน ปรนนิบัติมาห้าสิบปีไม่เคยขาด ​ทั้งคู่เข้านอน​พร้อมกัน ตื่นนอน​พร้อมกัน ทำอะไร​ด้วยกัน

สำหรับจานน์ การเดินทางครั้งนี้​เป็นการเดินทาง​ที่ยิ่งใหญ่​และยาวนาน​ที่สุดในชีวิต

จานน์ไม่อยาก​ไป ​แต่ไม่มีเหตุผล​ที่​จะปฏิเสธ

จานน์​เป็นห่วงเอมิล หากจานน์ไม่อยู่​ เอมิล​จะทำอย่างไร ​ใคร​จะหุงหาอาหาร เก็บกวาดล้างจาน ทำ​ความสะอาด เอมิลยืนยันว่า ดูแลตัวเอง​ได้ ​และส่งเสริมให้จานน์​ไปร่วมงานฉลองวันเกิด

ใน​ที่สุดจานน์ก็​ต้องตัดสินใจเดินทาง

วันก่อนเดินทาง จานน์เตรียมซุปไว้หนึ่ง​หม้อใหญ่ อบเนื้อไว้ชิ้นใหญ่ ต้มมันฝรั่งมากมาย​ แล้ว​ก็เตรียมขนมปัง เนยแข็ง นม ​และ ของทุกอย่าง​ที่​ต้องกิน​ต้อง​ใช้

จานน์จัดแบ่งอาหารไว้​เป็นห้าวัน ห้ามื้อ เรียงตามลำดับ อย่าง​เป็นระเบียบ

จานน์เรียกเอมิลมา​และบอกว่า "ตาจ๋า เวลาฉันไม่อยู่​ ตาอุ่นอาหาร​ที่ฉันจัดไว้ให้นะ ทีละอย่าง เรียงตามวัน ตาจำ​ได้ไหม"

เอมิลตอบด้วย​ความมั่นใจ "จำ​ได้ สบายมากจ้ะ​ ยาย"

แล้ว​วันเดินทางก็มาถึง สองผัวเมียออกจากบ้าน​แต่เช้า​ เดินข้ามห้วยข้าม​เขา​ไป​ที่สถานีรถไฟเล็ก ๆ​ (gare)ในเมือง

จานน์กลับหน้าสั่งกลับหลังสั่งเอมิลทุกอย่าง ไม่ให้ลืมอะไร​ (ne pas oublier) ​และสั่งให้เอมิลมารับในวันเดินทางกลับ อย่าพลาด​ได้

จนสุดท้ายจานน์ก็​ต้องขึ้น​นั่งบนรถไฟ

รถไฟแล่นออกจากสถานีช้า ๆ​ แล้ว​ก็เร็วขึ้น​ เร็วขึ้น​ เร็วขึ้น​

เอมิลยืนดูนิ่งอยู่​​ที่สถานี จนรถไฟลับ​ไปจากสายตา...​..​พร้อม​กับจานน์

​ส่วนจานน์เองก็​ได้​แต่เพ่งมองจุด​ที่เอมิลยืนอยู่​ จนจุดนั้น​เล็กลงทุกที ทุกที ทุกที จนมองไม่เห็นใน​ที่สุด

จานน์​ไปร่วมงานฉลองด้วยใจ​ที่ไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัว ไม่นึกสนุก เฝ้า​แต่นับวันเวลา​ที่​จะ​ได้กลับบ้าน กลับ​ไปหาเอมิล



วัน​ที่หนึ่ง​ผ่าน​ไปอย่างเชื่องช้า







วัน​ที่สองผ่าน​ไปอย่างเชื่องช้า







วัน​ที่สามผ่าน​ไปอย่างเชื่องช้า







วัน​ที่สี่ผ่าน​ไปอย่างเชื่องช้า






วัน​ที่ห้าผ่าน​ไปอย่างเชื่องช้า



​แต่ใน​ที่สุดวัน​ที่​จะ​ได้กลับบ้านก็มาถึง

จานน์ไม่ยอมเสียเวลา​แม้​แต่วินาทีเดียว​ที่​จะออกจากบ้านของพี่สาว ไม่ว่า​ใคร​จะชักชวนให้อยู่​ต่อ จานน์ก็ปฏิเสธ

จานน์ขึ้น​รถไฟด้วย​ความตื่นเต้น รถไฟเคลื่อน​ไปบนราง จานน์นับทุกนาที​ที่ผ่าน​ไป ​เป็นชั่วโมง ​และหลายชั่วโมง

แล้ว​ระยะทาง​ระหว่างจานน์​กับเอมิลก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ​ เข้ามาเรื่อย ๆ​ ใน​ที่สุด จานน์ก็มองเห็นยอด​เขา​ที่อยู่​หลังหมู่บ้านอยู่​ในสายตา แล้ว​เนิน​เขา​ที่คุ้นตาก็ทะยอยมาให้เห็น

รถไฟของจานน์ลด​ความเร็วลง มองเห็นสถานีอยู่​ลิบ ๆ​

จานน์มี​ความสุข (elle est heureuse) อย่างไม่เคยมีมาก่อน เฝ้าชะเง้อดูผ่านหน้าต่างรถไฟ ​เพื่อหาร่องรอยของเอมิล ​ที่นัดแนะกันไว้ว่า ​จะมารับจานน์​ที่สถานี

รถไฟช้าลง ช้าลง ​และหยุดจอดใน​ที่สุด (s'est arrêté)

จานน์หอบข้าวของ ลงจากรถไฟ ​แต่มองไม่เห็นเอมิล...​.ไม่มีร่องรอยของเอมิล​ที่ไหนเลย​ เอมิลอยู่​​ที่ไหน

จานน์รอเอมิลอยู่​​เป็นเวลานาน บางทีเอมิลอาจ​จะทำงานในนายังไม่เสร็จ บางทีเอมิลอาจ​จะ​กำลังเดินทางมา บางทีเอมิลอาจ​จะไม่สบาย บางที...​.

จานน์สอบถามนายสถานีรถไฟ ​แต่นายสถานีบอกว่ายังไม่เห็นเอมิลเลย​ในวันนี้

จานน์คอตก หอบกระเป๋าเสื้อผ้า ค่อย ๆ​ เดินออกจากสถานีรถไฟ เดินผ่านหมู่บ้าน เดินออก​ไปนอกหมู่บ้าน ใจก็หวังอยู่​ตลอดเวลาว่า​จะสวนทาง​กับเอมิล

จนมองเห็นหลังคาบ้านอยู่​ไกล ๆ​ ​แต่ก็ยังไม่มีเอมิล

ปล่องไฟบนหลังคาไม่มีควันไฟ ประตูรั้วเปิดทิ้งไว้ วัว (la vache) ​ที่เลี้ยงยืนกินหญ้าอยู่​อย่างเกียจคร้าน วัวหันมามองจานน์ ส่งเสียงร้องมอ ​และแกว่งหางอย่างยินดี จานน์ไม่มีเวลาเข้า​ไปลูบหลังวัว จานน์​เป็นห่วงเอมิล

จานน์เปิดประตูบ้าน ประตูบ้านไม่​ได้ล็อคไว้

จานน์ก้าวเข้า​ไปในบ้าน...​.ผงะ​กับ​ความรกรุงรัง​ที่เห็น

ชามซุปตกแตกอยู่​​กับพื้น ถ้วยเบียร์คว่ำอยู่​บนโต๊ะ นอกนั้น​ อาหาร​ทั้งหมดไม่มีร่องรอยว่า ​ได้ถูกแตะ​ต้อง ห้องครัวมีร่องรอยรื้อค้น ข้าวของกระจัดกระจาย

จานน์สูดหายใจลึก ๆ​ วางกระเป๋าเดินทาง ก้าว​ไป​ที่ห้องนอน

ห้องนอนไม่มีคนอยู่​ เตียงนอนมีร่องรอยถูก​ใช้งาน ​แต่หมอน​ไปทาง ผ้าห่ม​ไปทาง หน้าต่างเปิดทิ้งไว้ครึ่งหนึ่ง​

​แต่ไม่มีร่องรอยของเอมิล

จานน์เดินดูทั่วทุกมุมบ้าน ขณะ​ที่ก็ร้องเรียกหาเอมิลครั้งแล้ว​ครั้งเล่า จานน์เดินออก​ไปดูรอบ ๆ​ บ้าน ​แต่ก็ยังไม่เห็นเอมิล

​เพื่อนบ้านของจานน์​ซึ่ง​เป็นหญิงทึนทึกเดินมาทักทายจานน์​ที่ริมรั้ว

จานน์ถามว่า "เธอเห็นตาแก่ของฉันไหม"

​เพื่อนบ้านของจานน์​เป็นคนขี้อิจฉา ​เพราะเธออยู่​ตัวคนเดียวมาตลอดชีวิต เธอตอบว่า "โน่นแน่ะ เอมิลอยู่​​ที่โรงเหล้า"

จานน์ไม่เชื่อหูตัวเอง ​แต่​เมื่อไม่มีทางเลือก จานน์ก็เลย​เดิน​ไป​ที่โรงเหล้า

จานน์​ต้องเดินผ่าน​เพื่อนบ้านหลายหลัง ทุกคนทักทายจานน์อย่างอบอุ่น ​แต่จานน์ตอบสั้น ๆ​ ก้มหน้าก้มตาเดิน ผ่านบ้านหลังแล้ว​หลังเล่า ข้ามสะพาน ผ่าน​ไปรษณีย์ ผ่านร้านขายเนื้อ ผ่านร้านขายของชำ จนถึงกลางหมู่บ้าน

จานน์ตรงเข้า​ไป​ที่ร้านเหล้า มีเสียงพูดคุยเอะอะรื่นเริงอยู่​ในนั้น​

จานน์เปิดประตูเข้า​ไป ประตูส่งเสียงดังเอี๊ยด

ทุกคนในร้านหันมาดูจานน์

นั่นเอง...​.เอมิลของจานน์ ​กำลังกอดขวดเบียร์ด้วย​ความสุข บอกอาการว่า​กำลังกร่ำ​ได้​ที่

เอมิลไม่​ได้พูดอะไร​

จานน์ก็ไม่​ได้พูดอะไร​

จานน์ตรงเข้า​ไปหาเอมิล ดึงหูข้างซ้ายแล้ว​ก็ลากเอมิลออกมาจากร้าน

เอมิลร้องโอดโอย ​แต่ไม่​สามารถปลดตัวเองให้​เป็นอิสระจากการลากถูของจานน์​ได้

จานน์ลากเอมิลออกจากกลางหมู่บ้าน ผ่านร้านขายของชำ ผ่านร้านขายเนื้อ (le boucherie) ผ่าน​ไปรษณีย์ (la poste) ข้ามสะพาน (le pont) ผ่านบ้านหลังแล้ว​หลังเล่า ผ่าน​เพื่อนบ้านขี้อิจฉาคนนั้น​ จนใน​ที่สุดก็ถึงบ้าน เอมิลร้องโวยวายตลอดทาง ​แต่จานน์​จะ​ได้วางมือก็หาไม่

คืนนั้น​ ทุกคนในหมู่บ้านไม่​ได้ยินเสียงทะเลาะของสองผัวเมีย จานน์​และเอมิล

วันรุ่งขึ้น​ ​เพื่อนบ้าน (voisins) พากันแวะ​ไปหาจานน์​และเอมิล ​เพื่อ​ไปทักทายหลังจาก​ที่จานน์หายตัวจากการเดินทางจากบ้าน​ไปห้าวัน ​เป็นการเดินทางคนเดียว​ที่ไม่มีเอมิล

​เพื่อนบ้านเคาะประตู ​แต่ทุกอย่างเงียบเชียบ (silent)

​เพื่อนบ้านเปิดประตู กลอนไม่​ได้ล็อคไว้

​เพื่อนบ้านเข้า​ไปในบ้าน ทุกอย่างสะอาดเอี่ยม พื้นขัดถูไว้​เป็นมัน ห้องครัวเอี่ยมอ่อง​เป็นประกาย ทุกอย่างอยู่​ใน​ที่ในทาง

​เพื่อนบ้านร้องเรียก ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

​เพื่อนบ้านเคาะประตูห้องนอน ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

​เพื่อนบ้านตัดสินใจเปิดประตูห้องนอน แสงแดดอันอบอุ่นส่องลอดขอบหน้าต่างเข้ามา ทำให้มองเห็นจานน์​และเอมิล​ที่หลับพริ้มอยู่​บน​ที่นอน ในห้องนอน (la chambre) ​ที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย​ไม่มี​ที่ติ

​เพื่อนบ้านยื่นมือ​ไปรอง​ที่จมูกของ​ทั้งสองคน...​...​ไม่มีลมหายใจอุ่น ๆ​ ให้รู้สึก

จานน์​และเอมิลหลับ​ไปแล้ว​ตลอดกาล ใบหน้า​ทั้งสองมีรอยยิ้มน้อย ๆ​ (souris)

ใน​ที่สุด จานน์​และเอมิลก็​ได้ออกเดินทางไกลอีกครั้ง

คราวนี้ ​เขา​ทั้งสอง​ได้​ไป​พร้อมกัน (Ils sont partis emsemble) ไม่พรากจากกันตลอด​ไป

---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​--


​เพื่อน ๆ​ คะ​ ​ที่รจนาเขียนเล่ามา​ทั้งหมดนี้ ก็เพียง​แต่​จะเล่าถึงกิจกรรมการเรียนภาษาอย่างหนึ่ง​ของพวกเรา ​คือ ​เป็นชั้นเรียนเล่านิทานค่ะ​ ​แต่ละอาทิตย์ก็​จะมีการเล่านิทาน​ที่น่าสนใจ​เป็นภาษาฝรั่งเศส ​โดยนักเล่านิทานระดับยอด

คน​ที่รจนา​ได้​ไปฟังนี้อายุคงเกือบ ๖๐ ปีแล้ว​ค่ะ​ ลีลาการเล่าของ​เขายอดเยี่ยมมาก มีการขึ้น​เสียงสูงต่ำ ทำหน้าทำตา เว้นจังหวะ

การเล่าของ​เขาตรึงใจพวกเรามาก ชนิดว่า เรา​ต้องกลั้นลมหายใจฟังเชียวค่ะ​ กลัว​จะพลาดตอนสำคัญ ๆ​

แถม​เป็นการเรียนภาษา​ที่ยอดเยี่ยม ศัพท์​ที่​ใช้ในการเล่านิทาน​จะ​เป็นศัพท์​ที่ง่ายมาก ไวยกรณ์ก็ไม่ซับซ้อน ประโยคก็สั้น ๆ​ ง่าย ๆ​ ​ทั้งนี้​เพราะการเล่านิทานนี้​จะ​เป็นกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ​ รจนาพยายามแทรกศัพท์บางตัวให้​ได้บรรยากาศนะคะ​

​ส่วนเด็กโตไม่เดียงสา(เรื่อง​ภาษา)อย่างรจนาก็ฟัง​ได้ด้วย​ความเพลิดเพลินเช่นกัน

หวังว่า ​เพื่อน ๆ​ ​จะเพลิดเพลิน​กับนิทานเรื่อง​นี้เหมือนรจนานะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1837 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน นักเรียนภาษาพาเพลิน (เจ็ด) - Le conte 1 --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : เก็จแก้ว [C-9636 ], [202.12.118.36]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๖.๓๕ น.

แก้วตามมาฟังนิทานค่ะ​​คุณรจ...​​..เรื่อง​​ของคุณตา-คุณยาย คู่นี้ฟังดูโรแมนติกจังค่ะ​​

แก้วฟังเพลินเลย​​ค่ะ​​คุณรจ...​​..งั้น...​​แก้วขอจินตนาการต่ออีกนิ๊ดนึงนะคะ​​...​​..

​​ถ้าคุณตาเอมิล ​​กับคุณยายจานน์มาอยู่​​เมืองไทย เวลา​​ไปสวรรค์แล้ว​​น่า​​จะ​​ไปเกิด​​เป็นตากะยาย ตำข้าวอยู่​​บนดวงจันทร์...​​.ไว้ให้ลูกหลาน​​ได้ชื่นชมในยามค่ำคืน นะคะ​​ (แบบว่าแก้วอิน กะนิทานคุณรจอ่ะค่ะ​​ )​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงเปี๊ยก [C-9637 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๖.๓๕ น.

ชอบวิธีเล่าเรื่อง​​แบบนี้มาก ๆ​​ เลย​​คุณรจฯ

ทำให้นึกถึงเรื่อง​​ "ไหม" ของอเลซซานโดร บาริกโก เรื่อง​​สั้นชั้นดี​​ที่เคยอ่านนานมาแล้ว​​ แปล​​เป็นภาคไทย​​โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ ​​ถ้าเห็นบนแผงคว้าไว้เลย​​นะครับ​​ น่าอ่านมาก
http://www.amazon.com/Silk-Vintage-International-Alessandro-Baricco/dp/0375703829

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ปอ เปลือกไม้ [C-9638 ], [203.172.199.250]
เมื่อวันที่ : ๐๙ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๖.๕๘ น.

​​เป็นสองคนตายายให้ข้อคิด
มีถูกผิดแค่ไหนไม่​​ได้เผย
​​จะบ้านนอกแค่ไหนก็ไม่เชย
ย่อมลงเอยเลย​​ลาลุล่วง​​ไป
ดุจนิทานสอนใจให้เห็นแจ้ง
ไม่เคลือบแคลงแสร้งเสทำเฉไฉ
​​จะแตกต่างทางประเทศเขตแดนใด
ย่อมไม่ไกลชีวิตอนิจจัง...​​

อยากอ่านอีก​​กับเรื่อง​​ขำๆ​​ดีๆ​​ในต่างแดน ...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : add [C-9657 ], [125.25.17.8]
เมื่อวันที่ : ๑๑ พ.ย. ๒๕๔๙, ๑๑.๒๒ น.

เอมิลคงเหงา (หรือไม่ก็ดีใจ อิอิ) ​​ที่จานน์ไม่อยู่​​บ้านหลายวัน เลย​​​​ไปกร่ำซะลืมวันลืมคืน เหอๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : รจนาตอบแฟนนิทาน [C-9747 ], [83.176.60.174]
เมื่อวันที่ : ๑๗ พ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๐๗ น.

รู้สึกมีเสียงขานหลายเสียงเลย​​ แสดงว่า นิทานนั้น​​อยู่​​ในใจของทุกผู้ทุกคนเสมอ

ตอบคุณเก็จแก้ว - รจนาก็ว่าโรแมนติกจริง ๆ​​ ค่ะ​​ ​​ที่จริงหากรจนา​​จะตี​​ความคิดว่า ตายายไม่​​ได้ฆ่าตัวตายนะคะ​​ ​​แต่ว่า ​​ทั้งคู่แก่แล้ว​​ มีเรื่อง​​ตื่นเต้นมาก​​ไปหน่อย​​ในวันสุดท้ายของชีวิต ก็เลย​​นอนหลับแล้ว​​ก็​​ไปแบบสบาย ๆ​​ น่ะค่ะ​​ แหม...​​.หากเรา​​ได้ "​​ไป" แบบนี้บ้าง คงไม่ทุกข์ทรมานดีนะ

ตอบลุงเปี๊ยก - ขอบคุณสำหรับ​​กำลังใจค่ะ​​ ลุง รจนาก็เล่าตาม​​ที่​​ได้ยิน​​เขาเล่ามา อาจเพี้ยนนิดหน่อย​​ ​​เพราะฟัง​​เป็นภาษาฝรั่งเศส แล้ว​​ฟังมาหลายวัน ก็อาจ​​จะพลาดเรื่อง​​รายละเอียดบางอย่าง

​​ถ้ามีโอกาส​​จะ​​ไปหาเรื่อง​​ "ไหม" ของอเลซซานโดร บาริกโก มาอ่านนะคะ​​

ตอบคุณ ปอ เปลือกไม้ - ขอบคุณมาก ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​ ​​ที่มา​​แต่งกลอนร่วมแจม​​กับนิทาน เข้ากัน​​ได้ดี​​เป็นปี่​​เป็นขลุ่ยเลย​​ทีเดียว...​​..ชอบมากเลย​​ค่ะ​​ สองบรรทัดสุดท้าย

...​​...​​​​จะแตกต่างทางประเทศเขตแดนใด
ย่อมไม่ไกลชีวิตอนิจจัง...​​...​​.

ตอบพี่ add - อิอิ เห็นด้วย​​กับพี่แอ๊ดค่ะว่า​​เอมิลคงเหงา​​ที่จานน์ไม่อยู่​​บ้านหลายวัน

แล้ว​​ยังมี ป้าหมูรจนายูเอสเอ หรือ นกเป็ดน้ำ ​​ที่ร่วม​​แต่งกลอนให้​​กับตายายคู่นี้ด้วย ​​ต้องขอบคุณมาก ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​

ข้างล่างนี้​​คือกลอน​​ที่ป้าหมู​​แต่งให้​​กับนิทานเรื่อง​​นี้นะคะ​​

---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​--
"จานน์ควรชวนสามี​​ที่ว่านั่น
​​ไปร่วมงานสังสันต์สุขหรรษา
​​เพราะสิบปี​​ที่อยู่​​ร่วมกันมา
ไม่​​ต้องลาจากกันห้าวันเต็ม

ไม่​​ต้องฆ่าตัวตายหมายอยู่​​ยั้ง
​​เพราะอาจไม่สมหวัง​​ที่ตั้งเข็ม
รัง​​แต่เน่าเปื่อย​​ไปให้หนอมเล็ม
กี่เกลือเค็มไม่ช่วยด้วยสายเกิน

หรืออย่างน้อยค่อยค่อยคิด
เอมิลผิด"​​เพราะจานน์"นั่นห่างเหิน
​​เพราะ​​ความเหงาเร้ารุมจึงดุ่มเดิน
​​และเพลิดเพลินตัว​​ไปใช่ประจำ

ฆ่าตัวตายหมายใจไม่พลัดพราก
​​พร้อมใจจากโลก​​ไปในคืนค่ำ
อาจ​​เป็น​​เพราะหมดบุญ​​ที่หนุนนำ
อาจมีกรรมเก่าด้วยช่วยดลใจ"
---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​---​​-

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น