นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #25
รจนา ณ เจนีวา
...เรา​ไป​ที่หอโอเปร่าเซ็มแปร์ (Semperoper) กัน​แต่เช้า​ ​เพราะ​เป็นจุดท่องเ​ที่ยวสำคัญของเมือง เรียกว่า ​ใครมาแล้ว​ไม่​ได้​ไป เหมือน​กับ​ไปกรุงเทพฯแล้ว​ไม่​ไปเยี่ยมวัด​พระแก้ว ทำนองนั้น​...

ตอน : เหยียบเยอรมนี (เจ็ด) - เดรสเด็น ๔

เรานอนหลับสบาย​ใช้​ได้ ​แม้​จะมีเสียงรถจากถนนหน้าแฟลต รู้สึก​จะเล่า​ไปแล้ว​ว่า แกร์ฮาร์ดอยู่​แฟลตชั้นหกไม่มีลิฟต์ ​เพราะ​เป็นอาคาร​ที่พักราคาถูก พวกเราก็เลย​​ต้องเดินขึ้น​ลงบันไดหลายชั้น รวม​ทั้งหมด ๙๙ ขั้น (เลขดีนะคะ​)

​ต้องกล่าวชมระดับบันไดของ​เขาว่า ​แต่ละขั้นไม่ชันมาก ตัวทางเดินบันไดก็กว้างขวาง สะอาด มีหน้าต่างเปิดรับลม (​และปิดกันหนาว​ได้) ทุกชั้น ทำให้การเดินขึ้น​​เป็นเรื่อง​ไม่ยากนัก สถาปนิก​เขาก็คงคำนึงถึงจุดนี้เหมือนกันว่า ​เมื่อไม่มีลิฟต์ก็​ต้องทำบันไดให้ดี​ที่สุด

แกร์ฮาร์ดนั้น​ชินแล้ว​​เพราะเดินขึ้น​ลงทุกวัน พ่อบ้านก็ไม่ใช่คนขี้บ่น รจนาเอง​ได้เดินขึ้น​บันไดแบบนี้ก็ดีใจ ​เพราะ​เป็นการบังคับให้ตัวเอง​ได้ออก​กำลังกาย เดิน​ไปก็นับขั้นบันได​ไป ​และจับลมหายใจแบบทำสมาธิ​ไปด้วย ก็ถึงชั้นบน​โดยไม่ยากลำบาก​แต่ประการใด

อาหารเช้า​บ้านคนเยอรมัน​ที่อบอุ่นอีกแล้ว​ แกร์ฮาร์ดต้อนรับเราอย่างเต็ม​ที่ ออก​ไปซื้อขนมปังร้อน ๆ​ ใหม่ ๆ​ หอม ๆ​ ​แต่เช้า​ มีแยม มีน้ำผึ้ง มีแฮม แถมมีขนมเค้กพื้นบ้านอีก ​แต่พวกเราขอไม่ทานขนมเค้กในช่วงเช้า​ บอกว่า​จะมาฉลองศรัทธาตอนเ​ที่ยง หลังจาก​ไปเ​ที่ยวตัวเมืองแล้ว​กลับมาเก็บของกัน

แกร์ฮาร์ดชงชา​และกาแฟเลี้ยง รจนาทานชา พวกผู้ชายทานกาแฟกัน

วันนี้อากาศดีขึ้น​ โชคดีจริง ๆ​ ฟ้าสวยมาก ๆ​ พวกเราตัดสินใจกลับ​ไป​ที่กรุงเก่าอีกครั้ง ถ่ายภาพในแสงสวย พ่อบ้านมัว​แต่โทรศัพท์ติดต่อธุระ รจนาก็เดินวนหามุมถ่ายภาพสวย ๆ​

เรา​ไป​ที่หอโอเปร่าเซ็มแปร์ (Semperoper) กัน​แต่เช้า​ ​เพราะ​เป็นจุดท่องเ​ที่ยวสำคัญของเมือง เรียกว่า ​ใครมาแล้ว​ไม่​ได้​ไป เหมือน​กับ​ไปกรุงเทพฯแล้ว​ไม่​ไปเยี่ยมวัด​พระแก้ว ทำน้องนั้น​

เรา​ไปถึง​แต่เช้า​ก่อนสิบโมง ​เพราะ​ได้ยินว่า ​เขาเปิดให้เข้าชมตอนสิบเอ็ดโมง เห็นมีคนรอเข้าคิวอยู่​แล้ว​ สัก ๒๐ คน ​แต่​เขาบอกว่ายังไม่เปิดให้ชมจนกว่า​จะอีกสัก ๔๕ นาที แกร์ฮาร์ดก็เลย​อาสาเข้าคิวให้เรา เราอาศัยเดินดูใกล้ ๆ​ ​และ​ไปถ่ายรูปนิดหน่อย​

พอ​ได้เวลาเราก็รีบเดินกลับ​ไป​ที่หอโอเปร่า ปรากฎว่า ​เขาเปิดเร็วกว่า​ที่คิด ตอนกลับ​ไปถึง แกร์ฮาร์ดกลาย​เป็นคิวแรก คาดว่า คนหลัง​เขาคงเข้า​ไปก่อนหลายคนแล้ว​ ​และ​เขายืนรอจนเรากลับมา (น่ารักจริง ๆ​ ค่ะ​)

คลิกดูภาพขยาย


​เมื่อสั่งเสียกันดีแล้ว​ แกร์ฮาร์ดขอตัว​ไปทำธุระ​และ​จะกลับมารับเราตอนประมาณบ่ายโมง กะว่าให้เราชมโรงละครเสร็จในหนึ่ง​ชั่วโมง ​และมีเวลาอีกหนึ่ง​ชั่วโมง​ไปชมมิวเซียมกรุสมบัติใกล้ ๆ​

ค่าเข้าชมจำไม่​ได้ค่ะ​ ​เพราะจ่ายรวมกัน​กับค่ามัดจำหนังสือ ​แต่น่า​จะประมาณคนละ ๘ ยูโร ​เพราะมีไก๊ด์นำชมด้วย ​และรจนาซื้อตั๋วสำหรับถ่ายรูปด้วย ๒ ยูโร ผีถึงป่าช้าแล้ว​ ยังไงก็​ต้องเผา

แบบนี้จึง​ได้ภาพเอ๊กคลูซีฟมาฝาก​เพื่อน ๆ​ ไงคะ​

คลิกดูภาพขยาย


หอแสดงโอเปร่าดูเก่าแก่เคร่งขรึม บรรจุคนดู​ได้ ๑,๔๐๐ คน ถือ​เป็นหอโอเปร่าขนาดกลาง บริเวณหน้าหอโอเปร่านี้​เขาเรียกว่า จตุรัสโรงละคร ​ซึ่งถือ​เป็นหนึ่ง​ในจตุรัส​ที่สวย​ที่สุดของยุโรปค่ะ​ นำภาพมาฝากแล้ว​ในตอนก่อน ๆ​ นะคะ​

บุคคลผู้ก่อสร้างหอโอเปร่าแห่งนี้ก็​คือ Gottfried Semper หอโอเปร่าก็เลย​​ได้ชื่อตาม​เขา หอ​ที่เราเห็นนี้​เป็นหอใหม่ค่ะ​ สร้างทับของเดิมใน​ระหว่างปี ค.ศ. ๑๘๗๑ ถึง ๑๘๗๘

สไตล์ของหอโอเปร่านี้​เป็น​ไปในรูปแบบอิตาเลียนไฮท์เรอเนสซองต์ มี​ทั้งหมดสองชั้น (แบบไทย​จะเรียกว่า สามชั้นค่ะ​ ​เพราะฝรั่ง​เขาไม่นับชั้นระดับพื้นดิน) ด้านในของ​เขา​จะอลังการก็ตรงภาพเพดาน โคมไฟ เสา​ที่ประกบด้วยหินอ่อนนี่แหละ​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


​เขามีทัวร์แบบภาษาอังกฤษด้วย ​แต่วันนั้น​ไม่มี มี​แต่ภาษาเยอรมัน (​ซึ่งทำให้เดา​ได้เหมือนกันว่า ​เขามีนักท่องเ​ที่ยวเยอรมันมากกว่า) รจนาก็​ได้พ่อบ้านช่วยแปลให้เวลาไก๊ด์พูดภาษาเยอรมัน ​แต่ก็ไม่ลำบากมาก ​เพราะ​เขามีหนังสือนำเ​ที่ยวภาษาอังกฤษให้เรายืม (จ่ายเงินมัดจำห้ายูโร พอคืนหนังสือก็​ได้เงินคืน) เราก็อาศัยอ่านแบบรวดเร็ว ​โดยเปิดดูภาพ​ที่ตรง​กับห้อง​ที่เราเข้า​ไป แล้ว​ก็อ่าน ​แต่ตอนหลัง ๆ​ ฟังพ่อบ้านแปลสนุกกว่า

เวลาเราซื้อบัตรถ่ายรูปแล้ว​ ​เขา​จะให้​เป็นสติ๊กเก้อร์แบบ​เอามาติดไว้บนเสื้อ​ได้ ​ที่จริง​เขาก็ไม่มาตรวจหรอกว่าเรามีบัตรจริงไหม ​เพราะ​เขาเชื่อใจ ​แต่รจนาสังเกตเห็นว่ามีนักท่องเ​ที่ยวบางคนไม่มีสติ๊กเก้อร์ติด ​แต่​เขาก็ถ่ายรูป อย่างนี้ก็ไม่อาจตัดสิน​ได้เหมือนกัน

คลิกดูภาพขยาย


​ส่วนนักท่องเ​ที่ยวเยอรมันแท้ ๆ​ ​เขามารยาทดีมากเลย​ค่ะ​ ​เขา​จะฟังไก๊ด์อย่างตั้งใจจนจบ ไม่ขัดจังหวะ ไม่เดินเปะปะ แล้ว​ก็ไม่ถ่ายรูปด้วย ​จะมีแค่คนสองคนจริง ๆ​ ​ที่น่า​จะมาไกล (เช่น รจนา) ก็ถ่ายรูปกันหน่อย​ ​แต่ก็ถ่ายอย่างระวัง ไม่ให้รบกวนไก๊ด์หรือคน​ที่​กำลังฟัง ​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นเด็กดี เดินตามไก๊ด์ต้อย ๆ​

คลิกดูภาพขยาย

ไก๊ด์สาวของเราทำหน้า​ที่อย่างเข้มแข็ง อธิบาย​ความ​เป็นมา​และเกร็ดเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ ให้พวกเราทราบ ​เป็นนักศึกษาวิชาจิตวิทยาค่ะ​ ​เขาบอกว่า อยาก​จะเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์เหมือนกัน ​แต่จบแล้ว​หางานยาก สู้เรียนทางจิตวิทยาดีกว่า แล้ว​ก็มาหาเงินในช่วงหน้าร้อน คุณภาพนักศึกษาของเราไม่เลวเลย​นะ พิล แบบนี้คงไม่​ได้จ้าง​ใครทำรายงานให้แหง ๆ​

คลิกดูภาพขยาย

ตรงห้องโถงทางขึ้น​ก่อน​จะเข้าห้องแสดง​เขา​จะให้เราดูหินอ่อนสีเขียว ๆ​ ​ที่​เขาสะกัด​เป็นแผ่นบาง ๆ​ แล้ว​นำมาประกบเสาคอลัมน์​ทั้งหลาย กล่าวกันว่า เทคนิคนี้​ใช้เวลานาน​และค่า​ใช้จ่ายสูงกว่า​ใช้หินอ่อนจริง ๆ​ ​ทั้งแท่งเสียอีก ​ซึ่งหินอ่อนแบบปะกบแบบนี้ เวลาเราจับ​จะไม่เย็นเหมือนหินอ่อน​ทั้งแท่ง ​แต่ว่ากันว่า อยู่​ทนทานกว่า พอเก่าแล้ว​ก็ไม่ดูหม่นหมอง ​เป็น​เพราะเทคนิคการขัดถู​และถนอมก่อน​จะนำมาแปะปะกบค่ะ​

รจนาเห็นว่าภาพวาดเพดานสวยดี เรียกว่า ​เขาออกแบบมาเนี้ยบทีเดียว มอง​ไปมุมไหนก็สวยหยดย้อย​ไปหมด น่าภูมิใจ​ที่​เขารักษาไว้​ได้จนพ้นภัยสงครามระเบิดหล่น

หอโอเปร่าเซ็มแปร์นี้มีชื่อเสียงก้องเยอรมนีไม่เพียง​เพราะ​ความเก่าแก่งดงาม​และทำเล​ที่ตั้ง ​แต่คุณภาพของหอแสดง​ที่ยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน จนไม่น่าเชื่อว่าสถาปนิกในยุคนั้น​คิด​ได้อย่างไร

คลิกดูภาพขยาย


ตอนนั่งอยู่​บน​ที่นั่งชมการแสดง ​จะเห็นว่ามีกรุ๊ปทัวร์ทีเดียวกันประมาณ ๕ กลุ่ม ไก๊ด์ก็พา​ไปแยกนั่งตามชั้นต่าง ๆ​ เสียง​จะ​ได้ไม่ตีกัน ​เขาบอกว่าตรง​ที่เรานั่งนี่ราคา​ที่นั่งดูประมาณ ๖๐ ยูโร (ตั๋วถูก ​จะเห็นการแสดงไม่ดีนัก) ​เขาทำช่องระบายอากาศไว้หลังเก้าอี้ทุกตัว เหมือน​กับ​เป็นแอร์คอนนิด ๆ​ ทำให้หายใจ​ได้สะดวก​หน่อย​คะ​

​ส่วน​ที่นั่งชั้นข้างล่างเรา​ไปอีกหนึ่ง​ชั้น ​ที่เห็นเยื้อง ๆ​ ตรงด้านซ้ายของภาพ ​เป็น​ที่นั่งแบบราคาแพงสุด​คือ ​แต่ก่อน​คือ​ที่นั่งของ​พระมหากษัตริย์ รจนาจำราคาไม่​ได้ คลับคล้ายว่า​จะ ๑๒๐ ยูโรหรือไงเนี่ย ถูกผิด​ต้องขออภัยด้วย

คลิกดูภาพขยาย


โคมไฟชานเดอเลียร์ในหอแสดงนันงดงาม น้ำหนักหลายตัน รจนาคงไม่อยากนั่งข้างล่างตรงโคมไฟเท่าไร วันนั้น​มีช่างมาเปลี่ยนหลอดไฟ​เป็นหลายร้อยดวง​พอดี

เรา​ไปในหน้าร้อน ​เขาไม่มีการแสดงค่ะ​ โอเปร่า​เขานิยมแสดงในหน้าหนาว ​เพราะคนหนี​ไปเ​ที่ยวข้างนอกไม่ค่อย​ได้ ​ต้องชมอะไร​​ที่อยู่​ในตึกแทน

กล่าวกันว่า รีเฟล็กซ์อะคูสติกของหอแสดงนี้ยอดเยี่ยมมาก ​ทั้งนี้​โดย​ใช้แนวก่อสร้าง​ที่แสนฉลาด รูปสลักต่าง ๆ​ มุมเหลี่ยมโค้ง​ที่บรรจงสร้างนั้น​ ต่างช่วยสะท้อน ช่วยดูดซับ ช่วยรับ ช่วยส่งเสียงดนตรีอันไพเราะ​ไป​เป็นทอด ๆ​ ทำให้คน​ที่​ได้นั่งชั้นบนสุดด้านตรงข้าม​กับเวทีนั้น​ เวลามีเสียงดนตรี​จะเกิดการสะท้อนจากข้างหลัง รู้สึกเหมือน​กับว่ามีวงดนตรีเล่นอยู่​ข้างหลังพวก​เขากระนั้น​ จน​ต้องแอบหัน​ไปมอง

คลิกดูภาพขยาย


คนสมัยก่อน (​ที่รักดนตรี) นี่​เขา​เป็นอัจฉริยะด้านการก่อสร้างหอแสดง​ไป​พร้อม ๆ​ กัน นะคะ​

ด้วยเหตุนี้ไก๊ด์สาวจึงบอกว่า หอเซ็มแปร์แล้ว​​ที่จริงเหมาะ​กับการแสดงคอนเสิร์ตมาก​ที่สุด ​เพราะคุณลักษณะทางอะคูสติกอันพิเศษนี้เอง

ไก๊ด์ของเราทำหน้า​ที่อย่างดี บรรยายทางซ้ายบ้างขวาบ้าง ให้พวกเรา​ได้ยินทั่วถึง ​เขาบอกว่า​ที่หอนี้​เขาแสดงกันดีมาก ​แม้​แต่เฮลิคอปเต้อร์จริง ๆ​ ก็ยังนำมาร่วมแสดง​ได้

คลิกดูภาพขยาย


หลังจากอิ่มใจ​กับหอแสดงโอเปร่าแล้ว​ พวกเราก็ข้าม​ไปดูกรุสมบัติใกล้ ๆ​ ​ที่ Stattliche Kunstsammlungen ​โดย​ไปดูชุดแสดง​ที่ชื่อว่า New Green Vault (Neues Grünnes Gewölbe) รจนาก็แปลไม่ถูกค่ะ​ ​เพราะ Vault นั้น​แปล​ได้​ทั้งว่า ห้องหลังคาโค้ง ห้องใต้ดิน ประมาณนั้น​

​เอา​เป็นว่าเรา​ได้เห็นสมบัติอันอลังการ เครื่องกระเบื้องชั้นเลิศ​ที่​พระยามหากษัตริย์เท่านั้น​​จะครอบครอง​ได้ เพชรนิลจินดา (แบบ​ที่​เอามาแสดง​ได้) มากมาย​ ภาพเขียนภาพวาดอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มิอาจประมาณ​ได้ งานประดิษฐ์ แก้วเจียระไน

​ที่น่ารักอย่างหนึ่ง​ก็​คือ เม็ดเชอร์รี่​ที่ช่างแกะสลัก​เขาก็ช่างสรรค์ทำ ​คือนำมาแกะ​เป็นเรื่อง​ราว ​เป็นหน้าคน ​เป็นช่อดอกไม้ ในเม็ดเล็ก ๆ​ นั่นแหละ​ค่ะ​ เรา​ต้องดูผ่านแว่นขยายจึง​จะเห็นรายละเอียด​ที่น่าทึ่ง (ทำให้นึกถึงแม่ของสังข์ทอง​ที่สลักฟัก​เป็นเรื่อง​ราวมาเตือน​ความจำของคุณลูก ​แต่ลูกฟักยังไงก็คงใหญ่กว่าลูกเชอร์รี่นิ)

​ที่รจนาติดใจมาก​ที่สุด​คือ ชุดน้ำชาของ​พระราชาของ​เขาค่ะ​ ใหญ่โตมหึมา มี​ทั้งทองเงินเพชร ​แต่​ได้ข่าวว่า ท่านเจ้าของมีไว้ชมเท่านั้น​ ไม่เคย​ได้ดื่มชาจากชุดน้ำชานี้จริง ๆ​

แล้ว​ยังมีชุดแสดงทอง​และอัญมณีอันอลังการ ทำ​เป็นลักษณะ​พระราชวังของจักรพรรดิชาวจีน ​พร้อมลาน​พระราชวัง​ที่ห้อมล้อมด้วยเจ้านาย​และขุนนาง ​ทั้งหมดตีด้วยทอง​และเงิน ตกแต่งอย่างวิจิตร เรียกว่า เห็นแค่ตรงนี้ก็คุ้มเงินค่าเข้าชมคนละ ๖ ยูโร

มิวเซียมนี้ค่อนข้างเล็ก ๆ​ ​แต่ก็มีของให้ดูหาน้อยไม่ ​เขาห้ามถ่ายรูปค่ะ​ เลย​หมดสิทธิ​เอาภาพมาให้ชม

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1773 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน เหยียบเยอรมนี (เจ็ด) - เดรสเด็น ๔ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ดาวเคียงเดือน [C-9245 ], [203.151.24.5]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๖.๑๑ น.

สวยงามจังเลย​​ค่ะ​​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Snakes and Po เช่นเคยค่ะ [C-9247 ], [161.200.255.164]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ก.ย. ๒๕๔๙, ๒๐.๐๒ น.

งามแต้งามว่าจริง ๆ​​ ค่ะ​​ คนเราพอมี​​ความศรัทธาแล้ว​​ สิ่ง​​ที่สร้างสรรค์ขึ้น​​ย่อมวิจิตรประณีตงดงามตาม​​ไปด้วยนะคะ​​ ไม่เหมือนอาคารปัจจุบัน​​ที่สร้าง​​เพื่อสนอง​​ความ​​ต้องการของผู้อื่น มันเลย​​ออกมาทื่อ ๆ​​ ยังไงชอบกล...​​


อ๊ากกกกก อยากเห็นสมบัติ​​พระศุลี เอ๊ย สมบัติ​​พระราชาบ้างจัง...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น