นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) #7
รจนา ณ เจนีวา
...แฟนคอลัมน์​ที่รักยิ่ง หวังว่าทุกคนคงสบายดี เตรียมตัวรับ​กับหน้าร้อนเมืองไทย มาเล่าเรื่อง​เมืองสวิสฯต่อนิดถึงแล้ว​ต่อด้วยฝรั่งเศสนะคะ​...

ตอน : 6. ไปเที่ยวฝรั่งเศส

แฟนคอลัมน์​ที่รักยิ่ง

หวังว่าทุกคนคงสบายดี เตรียมตัวรับ​กับหน้าร้อนเมืองไทย

มาเล่าเรื่อง​เมืองสวิสฯต่อนิดถึงแล้ว​กันนะคะ​ ถือ​เป็นการผ่อนคลาย ตอน​ที่แล้ว​ค่อนข้างวิชาการอยู่​สักหน่อย​ ว่าด้วยเมือง ผู้คน ​และเศรษฐกิจสวิส ตอนนี้​จะว่าเรื่อง​เบาๆ​ บ้างนะคะ​

คน​ที่มาอยู่​เจนีวา​ต้องปรับตัว​กับอากาศพอสมควร ​เนื่องจากเจนีวาถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ด้านใต้​คือซาเลฟ ด้านเหนือ​คือจูรา บางครั้ง​จะเกิด​ความกดอากาศของก้นกะทะ ​ความกดอากาศนี้​จะทำให้คน​ที่ไม่คุ้นเคยปวดหัวคลื่นไส้​โดยไม่รู้สาเหตุ คนไทยคนหนึ่ง​​ต้องนอน​ไปสองวันโงศีรษะไม่ขึ้น​ กินอะไร​ไม่​ได้ วิธีแก้ไขก็​คือ​ต้องขับรถ​ไปบนยอด​เขา​เพื่อหนี​ความกดอากาศ ​แต่ก็ทำ​ได้แค่พักเดียว พอปวดหัวขึ้น​มาก็ไม่มี​ใครอยากนั่งรถขับคดเคี้ยวขึ้น​​เขา ​เป็นอันว่าวิธีนี้ไม่เวิร์ค

คลิกดูภาพขยาย


แม่บ้าน​ไปค้นพบวิธีรักษาแบบพื้นบ้าน​ที่สุด ​คือ กินขิง​ซึ่งช่วยสร้างสมดุลย์ ป้องกัน​และลดอากาศปวดหัวคลื่นไส้ ​ไปลงทุกซื้อชาขิงผงจากเมืองไทยมานั่งดื่มแกล้มการเขียนคู่มือทุกวัน อาการปวดหัวก็ไม่มาเยือนอีกเลย​ ​ใครอยากยืม​ไป​ใช้ป้องกันไมเกรนก็ไม่เกี่ยงนะ

พ่อบ้านหัวเราะแม่บ้านทุกวัน​กับวิธีรักษาตัวแบบแปลกๆ​ ​แต่แม่บ้านก็ไม่สนใจ สำหรับเรามันช่วย​ได้นี่นะ ขอเถียง เวลาคุณพ่อบ้านเกิดอาการท้องเสียขึ้น​มาก็​ได้แม่บ้าน​ที่แหละ​ต้มข้าวต้มเปล่าให้กิน​กับกล้วยดิบถึงหายท้องเสีย​ได้ ยาพื้นบ้านเยอรมัน (มีหรือเปล่าไม่รู้) หรือ​จะสู้ยาพื้นบ้านไทย​ได้

แม่บ้านร่วมพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

สวิสฯ​เป็นสังคม​ที่มีการศึกษา​และมี​ความก้าวหน้าทาง​ความคิดพอสมควร แม่บ้านพ่อบ้าน​ที่​ไปจ่ายตลาด​ส่วนใหญ่​จะหอบถุงกระดาษเก่าบ้างใหม่บ้าง​ไปจากบ้าน​เพื่อ​ไปใส่ของกลับบ้านด้วย ​แม้ว่าทางร้าน​จะมีถุงพลาสติกฟรีให้ก็ตาม ​ถ้า​เขา​จะ​เอาถุงจากร้านค้า​เขาก็​จะเลือก​เอาถุงกระดาษ​ซึ่ง​ต้องจ่ายเงินประมาณสิบกว่าบาท​ ​เขาทำ​เพื่อให้มีขยะพลาสติกน้อย​ที่สุด ขวดนม ขวดโค้ก ขวดเครื่องดื่ม​ที่​เป็น PET ​สามารถ​เอา​ไปใส่ถังในซุปเปอร์มาร์เก็ต​ได้

แม่บ้านจากเมืองไทยถือถุงปีใหม่เซ็นทรัลสีส้มแปร๊ด​ไปจ่ายตลาด​พร้อมด้วยเป้สะพายหลังหนึ่ง​ใบ ไม่ค่อย​ได้​ใช้รถยนต์​เนื่องจากป่วยทุกคัน ตอนนี้ถุงเซ็นทรัล​ได้รับ​ใช้นายของมันอย่างเต็มภาคภูมิ​ได้หลายสิบครั้งแล้ว​ ​และยัง​ใช้การ​ได้ดีอยู่​ ​แม้ว่า​จะมีร่องรอยของการตรากตรำงานหนัก (เหมือนนายของมัน) คิดว่าแม่บ้านน่า​จะ​ได้รับค่าโฆษณาจากเซ็นทรัล​ที่ช่วย​เอาถุงมาแนะนำถึงเมืองสวิส วาน​ใครช่วยติดต่อทางห้างฯที

คลิกดูภาพขยาย


นอกจากนั้น​ตามชุมชนต่างๆ​​จะมีศูนย์ทิ้งขยะสำหรับหมุนเวียน ในศูนย์ฯเหล่านั้น​​จะมีตู้โลหะขนาดยักษ์ สีต่างๆ​ มีฝาเปิดให้ทิ้งของ ​และมีภาพกำ​กับว่าทิ้งอะไร​​ได้บ้าง หลักๆ​​คือ ตู้ทิ้งกระดาษ ตู้ทิ้งขวดใส ตู้สำหรัับขวดสีต่างๆ​ ตู้สำหรับทิ้งพลาสติก​ที่หมุนเวียน​ได้ (ไม่ค่อยเจอโฟม​ที่นี่เท่าไร) ตู้เล็กๆ​สำหรับใส่ขยะมีพิษเช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ตู้ใส่น้ำมันเครื่อง น้ำมันทำอาหาร ตู้ใส่ขยะโลหะ​ที่หมุนเวียน​ได้ ตู้ใส่เสื้อผ้า​ใช้แล้ว​อยากบริจาค

บริเวณทิ้งขยะนี้สะอาดสะอ้าน ไม่น่าสะพรึงกลัว​แต่ประการใด ศูนย์ฯ​ที่ว่าของหมู่บ้านของแม่บ้านนี้อยู่​ติด​กับสุสาน​พอดีเลย​ ก็เลย​ไม่ค่อยอยาก​จะ​ไปแถวนั้น​ตอนกลางคืน เกิดเจอ​ใครแอบ​เอากระดูก​ใครมาทิ้งเดี๋ยวก็​จะวิ่งป่าราบ​ไปเท่านั้น​ ​แต่​ความจริงแล้ว​ สุสาน​เขาก็ช่างไม่น่ากลัวเลย​ ประมาณสุสานทหารผ่านศึก​ที่เมืองกาญจน์ของเรา


กางเกงขาสั้นอยู่​ไหน?

อากาศเปลี่ยนเร็วมากจ้ะ​ ต้นไม้ผลิใบเขียวชะอุ่ม ดอกไม้หลากสีเบ่งบานทุกหนแห่ง มีทิวลิปสีต่างๆ​ ดอกเชอร์รี่ ดอกท้อหรือดอกพลัมสีขาวอมชมพู ดอกแมกโนเลียสีขาว ดอกพีชสีชมพู ​และดอกไม้อื่น​ที่ยังไม่รู้จักชื่ออีก​ทั้งสีเหลือง ขาว ชมพู แดง น่าทึ่งมาก​ที่บ้านเมืองเปลี่ยนสีสรร​ได้รวดเร็วขนาดนี้

เริ่มมองเห็นนักท่องเ​ที่ยวตามสถาน​ที่ต่างๆ​มากขึ้น​ จากเสื้อผ้าสีดำทึมๆ​​และเสื้อโค้ทหนาๆ​ ก็เปลี่ยน​เป็นสีอ่อนลง​และเบาบางลง เริ่มเห็นเด็กสาวในสายเดี่ยว เกาะอก เดินรับแสงแดดกันอย่างเบิกบานใจ ผู้คนออกนอกบ้านกันมากขึ้น​ มีรถเปิดประทุนโฉบเฉี่ยวทุกยี่ห้อ ของ​ใครเจ๋งหน่อย​ เจ้าของก็​จะขับแบบคอยืดคอยาว ประมาณว่า กลัวคนอื่นๆ​ไม่เห็นรถเท่ของตน

คุณพ่อบ้านมีคำเปรียบเปรยว่า ​ความภูมิใจของคนขับรถสปอร์ตเปิดประทุนแสนเตี้ยก็​คือ การ​ได้มองยืดรถคันอื่ีนจากข้างล่าง หรือ to look down at others from below อันนี้​ต้องเข้าใจสำนวนภาษาอังกฤษนิดหน่อย​ถึง​จะขำ ​ใครแพ้ภาษาอังกฤษก็ไม่​เป็นไรค่ะ​ ประมาณว่า มีรถอย่างนี้แล้ว​ยืดก็แล้ว​กัน

คลิกดูภาพขยาย


ตอนนี้แม่บ้านเริ่มรู้สึกเหมือนเข้าสู่เดือนเมษาฯเมืองไทย จาก​ที่เคยใส่กางเกงขายาว ถุงน่องหนึ่ง​ชั้น ถุงเท้าอีกหนึ่ง​ชั้น เสื้อสามชั้น​เป็นอย่างต่ำ ​คือเสื้อคอกลมหรือเสื้อยืดแขนสั้นข้างในสุด แล้ว​ก็เสื้อยืดแขนยาวหรือเสื้อเชิร์ต ตามด้วยเสื้อคอเต่าขนสัตว์หรือใยสงเคราะห์ สามชั้นนี่สำหรับใส่ในบ้านเท่านั้น​นะเวลาหน้าหนาว

วันนี้ใส่เสื้อแขนสั้นตัวเดียว ไม่​ต้อง​ใช้ถุงน่อง แล้ว​ก็​ไปค้นตู้เสื้อผ้าหากางเกงขาสั้นมาใส่ ก็มันร้อนแล้ว​นี้จ๊ะ​ คิดว่ากว่า​จะพ้นฤดูร้อนก็คงตัวดำ​เป็นเหนี่ยง​เพราะแดดแรง แล้ว​ก็สว่างตั้งแต่ตีห้ากว่าๆ​​ไปสองทุ่มกว่า ​เมื่อวัน​ที่ 1 เมษายน​ต้องปรับนาฬิกาลดลงหนึ่ง​ชั่วโมง เหลือเวลาต่างจากเมืองไทยแค่ห้าชั่วโมง ​เขาเรียกว่า​เป็นการเพิ่มเวลาสว่าง (Day light saving time) ไม่รู้แปลถูกตามศัพท์อุตุนิยมหรือเปล่า ​เพราะบ้านเราไม่มีอย่างนี้

​ไปเ​ที่ยวฝรั่งเศส

สิ้นเดือนมีนาคม ถือโอกาสพักผ่อนช่วงเทศกาลอีสเตอร์สองสามวัน ขับรถเปิดประทุน (แล้ว​ก็คอยืด​ไปด้วย) ​ไปบนเทือก​เขาแอลป์ส ​ไปเยี่ยม​เพื่อนฝรั่งเศสสองคน​ที่มีบ้านอยู่​ในขุน​เขา ในเมืองชื่อ กัป (Gap)

สองคนนี้​เป็น​เพื่อน​ที่เจอ​โดยโชคชะตากำหนด บนดอยตุงทาง​ไปแม่สาย สองคนผัวเมียเช่ามอเตอร์ไซค์แล้ว​ภรรยา​ไปรถเสียหลัก หน้าไถ​ไป​กับก้อนหินเหวอะหวะน่ากลัว พวกเราพา​เขา​ไปโรงพยาบาลแม่สาย​แต่หมอไม่กล้ารักษา​เพราะ​เขาบอกว่า ห้ามทำหน้าเสียโฉม เลย​พา​ไปโรงพยาบาลเอกชนในเชียงราย ​ได้หมอศัลยกรรมดี เย็บแผลสวยมาก ​เขา​ไปรักษาต่อ​ที่บำรุงราษฎร์ ภายในไม่กี่เดือนไม่เห็นรอยแผล​เป็นเลย​ ​ต้องยกนิ้วให้หมอไทย

คลิกดูภาพขยาย


พอสองผัวเมียรู้ว่าพวกเราย้ายมาเจนีวาก็ชวนให้​ไปเ​ที่ยวบ้าน พวกเราก็ไม่ขัดศรัทธา เส้นทางสวยมาก แค่สองร้อยกิโลเมตรกว่าๆ​จากเจนีวา ขับขึ้น​​เขา เลียบแม่น้ำ เลียบทะเลสาป​ไปตลอดทาง เรา​ใช้เส้นทางสาย​ที่นโปเลียนเคย​ใช้เดินทัพ ทำให้รู้สึก​ได้ตามรอยประวัติศาสตร์นิดหน่อย​

ไอ้รถเปิดประทุนนี่มันดีตรง​ที่เห็นวิวทิวทัศน์ประมาณ 180 องศา ​แต่​ต้องพอกครีมกันแดดมากๆ​ หน่้อย​และ​ต้อง​แต่งตัวให้อุ่น​เพราะ​จะถูกลมตีนิดหน่อย​ตลอดเวลา ​และบนภูเขายังหนาวกว่าในเจนีวา พ่อบ้าน​กับแม่บ้านซ่ามาก​คือเดินทางตอนใกล้ค่ำ พอมืดแล้ว​ก็ขี้เกียจปิดประทุน ​เพราะ​ต้องปิดด้วยมือไม่มีปุ่มให้กดสบายๆ​ เสียเวลาเดินทาง ก็ขับ​ไป​ทั้งยังงั้น สนุกดีแฮะ ไม่หนาวเท่าไร (ก็เล่นใส่ประมาณห้าชั้นนี่นา)

เรา​ไปพักอยู่​​กับ​เพื่อน​ได้รับการต้อนรับอย่างดี ประมาณรีสอร์ทชั้นเยี่ยม อาหารการกินไม่มากในปริมาณ ​แต่เปี่ยม​ไปด้วยพิธีการ​ที่น่าสนใจแบบสบายๆ​ ​เพื่อนก็ชั่งคิดให้อาหาร​แต่ละมื้อ​เป็นของพิเศษในท้องถิ่นของ​เขา

คลิกดูภาพขยาย


​ได้รู้จัก​กับชีสรสต่างๆ​ (​แต่กิน​ได้แค่ปลายนิ้วก้่อย ​เพราะยังไม่คุ้น) ขนมปังต่างๆ​ แยมสารพัดรส ชาสารพัดรส ของหวานหลากหลายรูปแบบ มีอาหารปิ้งแบบเนื้อกะทะด้วย มีออก​ไปกินแบบปิกนิกในป่า ​ที่นี่ ​เขาไม่นิยมพาแขก​ไปกินนอกบ้าน​เพราะสิ้นเปลือง ​และอาหารในบ้านนั้น​เลิศรสอยู่​แล้ว​

แม่บ้าน​กับพ่อบ้านหนักใจเรื่อง​กิน​เป็น​ที่สุด​เพราะมันอร่อยห้ามใจไม่​ได้ แล้ว​ก็ขี้เกรงใจเจ้าของบ้าน ไม่กล้ากินเหลือ กลับมาสวิส​ต้องออกเดินอย่างหนัก​เพื่อละลายไขมัน ​แต่​ความ​เป็นแม่บ้านไทยนั้น​เข้มข้นนัก จึง​ได้อาสา​เขาทำอาหารไทยหนึ่ง​มื้อ ​เขาติดอกติดใจ แม่บ้านของ​เขารีบจดสูตรสะเต๊ะไก่ ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวานไก่ ​และผัดผักรวมมิตร แล้ว​แม่บ้านไทยก็ขอสูตรทำแยม​เขา​เป็นการแลกเปลี่ยนกัน ประมาณว่า เจ้าวิทยายุทธต่างนับถือในฝีมือของกัน​และกัน เย้ อาหารไทย​ได้​ไปสร้างชื่อเสียงในหุบ​เขาแล้ว​

​ระหว่างอยู่​ในเมืองกัป ​ได้​ไปเ​ที่ยวบนภูเขาอย่างน้อยสามยอด ​แต่ละยอดมีวิว​ที่สวยงามไม่แพ้กัน บางยอดมองเห็นทะเลสาป คลองชลประทาน ​และบ้านเมืองข้างล่าง มียอดหนึ่ง​ลักษณะประมาณภูชี้ฟ้าบ้านเรา ​คือมีทางเดิน​ไป​ที่ติ่งยอด​เขา มีรั้วล้อมปลอดภัย​และสวยงามดี ก่อนขึ้น​ยอด​เขา​ระหว่างทาง​จะเห็นการกัดเซาะของภูเขา คล้ายแพะเมืองผีบ้านเรา ​แต่ของ​เขาแปลกตรง​ที่​จะ​เป็นการกัดเซาะทราย​เป็นติ่งขึ้น​มาเหมือนหินงอก แล้ว​มีก้อนหินใหญ่ค้างอยู่​บนติ่งทรายนั้น​ น่าประหลาด​ที่ติ่งทราบ​สามารถรับน้ำหนักของกินก้อนใหญ่​ได้ ​ซึ่งบางก้อนน่า​จะหนัก​เป็นตัน

การท่องเ​ที่ยวธรรมชาติของ​เขาเน้นการเดิน​เป็นสำคัญ วนอุทยานต่างๆ​​จะจอดรถ​ได้แค่ทางเข้า อยากดูอะไร​สวยๆ​​ต้องเดิน​ไป ใกล้สุดสี่สิบห้านาที ไกลสุดสี่ชั่วโมงบนยอด​เขา ​ใครชอบ​ไปเดินภูกระดึงหรือภูโหดๆ​ ​ที่นี่ยินดีต้อนรับ ​แต่แม่บ้านไทยเดิน​ได้แค่สิบห้านาทีก็ขอเดินกลับแล้ว​ มัน​เมื่อยขาจ้า

นอกเหนือจากภูเขาแล้ว​ เรา​ได้ขับรถเ​ที่ยวตามถนนสายไวน์​และดอกไม้ ​เขา​ใช้ชื่ออย่างนั้น​จริงๆ​ ​แต่ต้นองุ่นยังไม่งอกใบใหม่ มี​แต่ดอกไม้ให้เห็น

​ความงดงามของการท่องเ​ที่ยวช่วงสปริง​คืออากาศยังไม่ร้อนมาก (​ที่จริงหน้าร้อน​เขาก็ไม่​ได้ร้อนมากมาย​ ​แต่แดดมันจ้าวันละสิบห้าสิบหกชั่วโมง ผิวเสียหมด) ​และยังมีหิมะให้ดูตามยอด​เขา ต้นไม้ต่างๆ​เริ่มผลิดอกออกใบ​เป็นสีสันมากมาย​กว่าสีเขียวอย่างเดียว

นักท่องเ​ที่ยวยังไม่เยอะนัก ​เพราะเพิ่งต้นฤดู เดินทาง​ไปไหนง่าย รถรายังไม่มาก ​ได้เห็นท้องทุ่งนา​ที่เกษตรกรเริ่มพลิกฟื้นดินเตรียมรับการเพาะปลูกฤดูใหม่ เห็นแล้ว​อิจฉาแทนชาวนาไทย ทำไมดิน​เขาช่างดูร่วนซุยสมบูรณ์ดีจังเลย​ ท่าทางปลูกอะไร​ก็คงขึ้น​ง่าย​ไปหมด

คลิกดูภาพขยาย


​ที่สวนหลังบ้านของแม่บ้าน​กับพ่อบ้านตอนย้ายเข้าบ้านมี​แต่สนามหญ้ารกๆ​ พ่อบ้าน​ต้องตัดหญ้าอยู่​หลายเ​ที่ยวกว่า​จะพอดู​ได้ มีสระบัวเก่าๆ​อยู่​หนึ่ง​สระ มีต้นไม้ใบแหลมๆ​ดูแห้งๆ​อยู่​ข้างสระ พอหน้าหนาวทุกอย่างก็​เป็นน้ำแข็ง สนามหญ้าสีเขียวเศร้าๆ​ พออากาศอุ่น สนามหญ้าก็เริ่มเขียวชะอุ่มแล้ว​ต้นหญ้าก็งอก​เอางอก​เอา

พ่อบ้านบ่นว่าใกล้​จะ​เป็นป่าแล้ว​ ​แต่ยังหาเวลาตัดไม่​ได้ ​และแล้ว​ดอกไม้ต่างๆ​ก็งอกงามขึ้น​มาประชันกันทั่ว​ทั้งสนาม มีดอกสีขาวเล็กๆ​ สีเหลืองคล้ายดอกเบ็ญจมาศ สีม่วงแบบฟอร์เก็ทมีน็อท สีชมพูนิดๆ​ รอบสระบัวก็พลันปรากฎดอกทิวลิป ​กับดอกแดฟโฟดิล ขึ้น​มาจากไหนไม่รู้ หลายสีหลายสิบต้นเลย​ แม่บ้าน​ได้ตัดมาปักแจกันสวยงาม​ไปเลย​ นึกแล้ว​ก็ขำ เจ้าของบ้านคนก่อน​เป็นชาวดัทช์​ที่มาปักหลักอยู่​สวิส ​เขาคงปลูกดอกทิวลิปไว้ แม่บ้านไทยก็เลย​​ได้อานิสงค์​โดยไม่​ต้องปลูกเอง

​เอาละคะ​ พอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน แล้ว​เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ​

ด้วยรัก
แม่บ้าน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-175 Article's Rate 40 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) --Series
ชื่อตอน 6. ไปเที่ยวฝรั่งเศส --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๑๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น