นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #22
รจนา ณ เจนีวา
...การปลูกสร้างใหม่ ๆ​ นั้น​​เขาก็ทำอย่างพิถีพิถัน วางผังเมืองอย่างดีเลิศ ปัญหาอะไร​​ที่เคยมีในผังเมืองเก่าก็ถือโอกาสแก้ไขเสียเลย​ (เปลี่ยนวิกฤตให้​เป็นโอกาส)...

ตอน : เหยียบเยอรมนี (สาม) - เบอร์ลิน ๓

พอวันรุ่งขึ้น​ (วัน​ที่สามในเบอร์ลิน) อากาศดี ​แต่เราสองคน​ต้องย้ายออกจากสำนักงานของคริสตีน​ไปพักโรงแรม ​เพราะวันนี้​เป็นวันทำงาน กว่า​จะย้ายของเสร็จ เช็คอิน​ที่โรงแรมแห่งใหม่เสร็จ ก็เกือบ​จะเ​ที่ยง พวกเราก็รีบออก​ไปเ​ที่ยวกัน ​เพราะอากาศดี ๆ​ อย่างนี้เหมาะแก่การออกนอกบ้านอย่างยิ่ง

เราตัดสินใจขึ้น​รถเมล์ชมเบอร์ลินค่ะ​ ​เขามีพากษ์ให้ฟัง​ทั้งภาษาเยอรมัน​และอังกฤษ ค่ารถคนละ ๑๕ ยูโร ​ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ​โดยเรา​สามารถเลือกลงตามจุดต่าง ๆ​ ​และกลับมาขึ้น​รถใหม่ทุก ๆ​ ครึ่งชั่วโมง ก็นับว่าคุ้ม ​เพราะเบอร์ลิน​เป็นเมืองใหญ่ ประชากรเกือบสี่ล้าน เราเดินเ​ที่ยวไม่ทั่ว​และคงไม่ไหวด้วย

สถาน​ที่เรา​ได้ดูนั้น​มีหลายแห่ง ​ซึ่งตรง​กับ​ที่คริสตอฟพา​ไปดูจำนวนหนึ่ง​ ​แต่เรา​ได้ดูตอนอากาศ​กำลังดี ​เป็นรถเมล์สองชั้น พวกเรานั่งกันชั้นบน อาบแดด​ไปด้วยค่ะ​

จนปัญญา​ที่รจนา​จะจำชื่อ​ได้หมด ​แต่หลัก ๆ​ ​ที่​ได้เห็น (จากภายนอก) ก็​ได้แก่ โบสถ์อนุสรณ์ของไกเซอร์วิลเฮล์ม ​พระราชวังชาร์ล็อตเต้นบูร์ก (Schloss Charlottenburg) อนุเสาวรีย์ชัยวัน​ที่ ๑๗ มิถุนายน (Victory Column 17 June) สถานีรถไฟเบอร์ลิน อาคารรัฐสภา หรือไรค์สทาก (Reichtag) คฤหาสน์เบลล์วู (Schloss Bellevue) ​ซึ่ง​เป็นอาคาร​ที่พำนักของประธานาธิบดี

ถนนสายสำคัญของเบอร์ลินมีชื่อว่า เคอร์ฟูร์ชเต็นดัมม์ (Kurfürstendamm boulevard) ​ซึ่งเรียกกันสั้น ๆ​ ว่า คู-ดั้ม (Ku'damm) ​เป็นถนนสายธุรกิจ​ที่สวยงามน่าเดินเ​ที่ยวมาก ๆ​ เลย​ค่ะ​ เต็ม​ไปด้วยอาคารสวย ๆ​ ร้านขายของ​ทั้งแบบหรูสุด ๆ​ ​และแบบเก๋ ๆ​ ร้านอาหาร ร้านขายของกินเล่น ร้านกาแฟ สนอง​ความ​ต้องการทุกรูปแบบของผู้อยู่​อาศัย​และนักท่องเ​ที่ยว เดินเ​ที่ยว​ได้​ทั้งวันไม่รู้เบื่อ

ร้านกาแฟ​ที่ขึ้น​ชื่อ​ที่นี่​เขาเรียกว่า ไอน์ชไตน์คัฟเฟ่ (Einstein Kaffee) ค่ะ​ ชื่อเดียว​กับท่านอัลเบิร์ต ไอน์ชไตน์นั่นแหละ​ค่ะ​ หาก​จะเทียบก็คงแบบเดียว​กับสตาร์บัคส์บ้านเรา ​คือมีสาขาอยู่​ทุกหนทุกแห่ง ​แต่ดูเหมือน​จะมีมากกว่า ​คือ ​แม้​แต่ในถนนเล็ก ๆ​ ก็มีค่ะ​

บนถนนสายคูดั้มนี้มีคาเฟ่อยู่​สองแห่ง แห่งแรกชื่อ ครานซเล่อร์ ​ที่ทุกคน​ต้อง​ไปลองนั่งดื่มหรือกิน ​เพราะอยู่​บนระเบียงชั้นบน ในจุด​ที่มองลงมาเห็นสี่แยกคนเดิน ​กับอีกทีนึง​คือ​ที่โรงแรมเค็มปินสกี้ ​ซึ่งอยู่​ไม่ใกล้ไม่ไกลกันเท่าไร

พ่อบ้าน​กับรจนา​ไปนั่ง​ที่โรงแรมเค็มปินสกี้ค่ะ​ ​เพราะว่า​ที่แรกคนแน่น หา​ที่นั่งไม่​ได้

ต่อ​ไป โม้น้อยหน่อย​ ดูภาพมากหน่อย​แล้ว​กันค่ะ​

(กล่าว​คือ หมดไส้หมดพุง​ที่​จะบรรยายแว้วววว )​


คลิกดูภาพขยาย


โบสถ์​ที่ระลึกแห่ง​พระเจ้าไกเซอร์วิลเฮล์มค่ะ​ ​เขาสร้างอาคารเหลี่ยมประกบสองข้าง ข้างหนึ่ง​เหมือนแท่งลิปสติค อีกข้างหนึ่ง​เหมือนตลับแป้งทรงสูงค่ะ​ - ชาวเบอร์ลิน​เขาเรียกของ​เขาอย่างนั้น​จริง ๆ​ รจนาป่าวโม้นา

คลิกดูภาพขยาย

ประตูเมืองบรานเด็นบูร์ก หนึ่ง​ใน ๑๓ ประตูเมือง​ที่เหลืออยู่​


คลิกดูภาพขยาย

อาคารรัฐสภาแห่งชาติ หรือ ไร้ค์สทาก (Reichstag) ​ความภูมิใจแห่งชาวเยอรมัน

อาคารแห่งนี้กลาย​เป็นรัฐสภาของเยอรมนีในปี ค.ศ. ๑๙๙๑ หลังจากมีการโหวตในคะแนน​โดยชนะอย่างฉิวเฉียด​ที่กรุงบอนน์ (เมืองหลวงเดิม)

อาคารนี้กลาย​เป็น​ที่รู้จักกันทั่วโลกก็​เพราะในช่วงประมาณ ๑ อาทิตย์ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. ๑๙๙๕ (ไม่นานนี้เอง) ศิลปินนามว่า คริสโต ​ได้นำ​เอาผ้าใบสีเงินมาห่อหุ้มตัวอาคารไว้​ทั้งหมด ใน​ระหว่างการบูรณะตึก ทำให้เกิดภาพอันแปลกน่าดู ผู้คนก็เลย​แห่แหนกันมาดู (ไม่รู้ว่ามีการขูดหาตัวเลขด้วยหรือเปล่า )​ มีการทำโปสเต้อร์ขาย มีภาพลายเส้นขาย ขนาดพ่อบ้านยังซื้อภาพขนาดใหญ่มาใส่กรอบไว้​ที่บ้านเลย​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

บนกรอบคอลัมน์หน้าประตูหินทางเข้าหลักนั้น​ ​เขาจารึกวลีไว้ว่า "Dem Deutschen Volke" หรือแปลว่า "​เพื่อชาวประชาเยอรมัน" ค่ะ​ ฟังแล้ว​น่าประทับใจมาก

​และจุดขายอีกอย่างหนึ่ง​ก็​คือ โดมกระจกตรงกลางตึก ​ซึ่งจัดวางทางวิศวกรรมอย่างเลอเลิศทำให้​ได้แสงสะท้อนสว่างไสวลง​ไปยังห้องประชุมรัฐสภา ราว​กับ​จะ​เป็นสัญญลักษณ์คอยฉายส่อง​ความโปร่งใสของผู้แทนราษฎรประมาณนั้น​

วันนึง ๆ​ มีคนเข้าชม​เป็นพัน ๆ​ คนค่ะ​ (ไม่​ต้องเสียเงิน) วันนั้น​เรา​ไปถึงแล้ว​เห็นคิวยาว​ต้องรอประมาณ ๑ ชั่วโมง จึง​จะ​ได้เข้า ก็เลย​ตัดสินใจไม่เข้า​ไป ​แต่เดินดูรอบ ๆ​ แทน คริสตีนมาบอก​ที่หลังว่า หากเราทำหน้าตายบอกว่า ​จะเข้า​ไปทานอาหารในภัตตาคารด้านใน​เขาก็​จะให้เข้า​ไป​ได้เลย​ แบบนี้ไม่​ต้องรอคิว


คลิกดูภาพขยาย

อนุสาวรีย์ชัยสำคัญอีกแห่งหนึ่ง​​ซึ่งก่อสร้างขึ้น​​เพื่อเฉลิมฉลองชัยของแคว้นปรัซเชีย ตั้งอยู่​บนถนน ๑๗ มิถุนา

​เป็นอนุสาวรีย์​ที่งดงามอลังการมาก มองเห็น​ได้​แต่ไกล มีชื่อเรียกขานว่า Golden Elsa ​ซึ่ง​ที่จริงแล้ว​​เป็นรูปปั้นของเทพีวิคตอเรีย​ที่มีน้ำหนักถึง ๓๗ ตัน ​และสูงเกือบ ๙ เมตร ​ใช้รองเท้าเบอร์ ๙๒

เหตุ​ที่เรียกกันว่า แม่เอลซ่าทอง ก็​เพราะคนดู​เขาพิจารณาแล้ว​ว่า หน้าตาของรูปปั้นเทพีนั้น​เหมือน​กับหน้าตาของลูกสาวคนออกแบบยัง​กับแกะนั่นแหละ​ค่ะ​ ไม่รู้ว่า​เป็นเรื่อง​บังเอิญหรือตั้งใจ ​เขาก็เลย​เหน็บแนมเสียเลย​

คลิกดูภาพขยาย

งานหล่อออกแบบ​ที่โดดเด่น​เป็นเอกของเบอร์ลิน


คลิกดูภาพขยาย

งานออกแบบริมท้องถนน​โดยนักออกแบบชื่อดัง ​เพื่อ​เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง(อันหนึ่ง​) ​ที่รจนาถ่ายรูปไว้ก็​เพราะเหลือบ​ไปเห็นป้ายขนาดใหญ่บอกทาง​ไป​ใช้บริการ "Thai massage" ค่ะ​ เห็นแล้ว​ภูมิใจดีเหมือนกัน นวดไทยโกอินเตอร์แล้ว​


คลิกดูภาพขยาย

​และก็แนวกำแพงเบอร์ลิน​ที่หลงเหลืออยู่​


คลิกดูภาพขยาย

​กับแนวกำแพงเบอร์ลิน​ที่ยังเหลืออยู่​อีกแห่งหนึ่ง​​ที่มีการระบายสีสัน​เป็น​ที่ระลึก


คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็เช็คพ้อยท์ชาลี​ที่ลือลั่น รถทัวร์ทุกคันหากไม่​ได้พาลูกทัวร์มา​ที่นี่​จะถือว่ายังไม่ถึงเบอร์ลินค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

จุดข้ามลำน้ำ​ที่มีคนเคยพยายามว่ายข้าม​เพื่อหนี​ไปฝั่งตะวันตก ​และถูกยิงตาย ​เขาเลย​ทำอนุสรณ์ไว้​เป็นเครื่องเตือนใจ จุดนี้อยู่​ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภา


คลิกดูภาพขยาย

หอวิทยุแห่งแรกของเบอร์ลิน อยู่​ตรงไหนก็มองเห็น


คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็หอแสดงงานศิลป์แห่งชาติ(เก่า)ค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

​พระตำหนักเบลล์วู (วิวงาม) ​ที่ปัจจุบันกลาย​เป็น​ที่พำนักของประธานาธิบดีค่ะ​ วันนั้น​เรานั่งรถผ่าน​ไป​ได้เห็นท่านประธานาธิบดีเดินเข้าบ้าน​พอดี


คลิกดูภาพขยาย

​พระราชวังชาร์ล็อตเต็นบูร์ก


​จะเห็นว่ารจนานำเสนอ​​แต่ตึกราม อาคาร โบสถ์ ​และสถาปัตยกรรม​ทั้งนั้น​เลย​

อาจ​เป็น​เพราะชาวเบอร์ลินภูมิใจ​ที่​ได้รักษาอนุสรณ์สถานไว้​ได้หลายแห่ง ​แม้ว่าบ้านเมือง​จะถูกทำลายจากสงครามแทบ​จะเรียกว่ายับเยินก็ตาม

​และการปลูกสร้างใหม่ ๆ​ นั้น​​เขาก็ทำอย่างพิถีพิถัน วางผังเมืองอย่างดีเลิศ ปัญหาอะไร​​ที่เคยมีในผังเมืองเก่าก็ถือโอกาสแก้ไขเสียเลย​ (เปลี่ยนวิกฤตให้​เป็นโอกาส) ดังนั้น​สิ่งก่อสร้างใหม่ ๆ​ จึงเก๋ไก๋ ดูไม่ขัดตา ​และสอดรับ​กับวิถีชีวิต​เป็นอย่างดี

เ​ที่ยวเบอร์ลิน​กับรจนาคงเหนื่อยแล้ว​นะคะ​ พาเดินเสียทั่วเมืองเลย​

ตอนหน้าเปลี่ยน​ไปเ​ที่ยวเดรสเด็นกันดีกว่า

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1741 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน เหยียบเยอรมนี (สาม) - เบอร์ลิน ๓ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-9183 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ย. ๒๕๔๙, ๐๓.๓๘ น.

เสียดายจัง โบสถ์​​พระเจ้าไกเซอร์วิลเฮล์ม มีอาคารใหม่ตระหง่านขึ้น​​มาเสียแล้ว​​
ตอนพิล​​ไป​​เมื่อปี 2001 ยังมี​​แต่โบสถ์ยอดกุดอย่างเดียว พิลเห็นแล้ว​​ประทับใจมาก ​​เพราะมัน​​เป็นอนุสรณ์สถาน ซากสงคราม​​ที่เหลืออยู่​​

​​แต่อย่างว่า คนเยอรมันอาจ​​จะอยากลืม​​ความหลัง แล้ว​​มาเริ่มกันใหม่ ​​ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า
ก็ต่างคนต่าง​​ความคิดนะ ​​เพราะพิลว่า เก็บไว้อย่างเดิมก็ดูขลังๆ​​ดีนิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พันนที [C-9197 ], [124.120.183.189]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๕.๔๗ น.

เ​​ที่ยวเยอะจังเลย​​ค่ะ​​ พี่รจนาเ​​ที่ยวเยอะ พันนทีก็​​ได้​​ความรู้เยอะขึ้น​​ด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Poceille [C-9214 ], [202.57.183.161]
เมื่อวันที่ : ๑๗ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๔๐ น.

เห็นด้วยกะท่านพี่พิลค่ะ​​ ​​แม้ไม่เคย​​ไปเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ​​ แค่ดูจากรูปแล้ว​​มันขัด ๆ​​ นิ...​​


เ​​ที่ยวสนุกจัง ตังค์อยู่​​ครบ อิอิ ขอบคุณสำหรับรูป​​และเรื่อง​​สวย ๆ​​ นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : สหรัส [C-19050 ], [110.168.144.213]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ค. ๒๕๕๗, ๒๑.๐๐ น.

อยาก​​ไปมั่ง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น