นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #20
รจนา ณ เจนีวา
...ตอนก่อนเล่าเรื่อง​การเดินทางทางรถไฟอย่างละเอียด แล้ว​ก็พาเ​ที่ยว​พระราชวังไร้กังวล​ไปแล้ว​ ​จะพากลับมาเ​ที่ยวเบอร์ลินเมืองหลวงต่อค่ะ​...

ตอน : เหยียบเยอรมนี (สอง) - เบอร์ลิน ๒

ตอนก่อนเล่าเรื่อง​การเดินทางทางรถไฟอย่างละเอียด แล้ว​ก็พาเ​ที่ยว​พระราชวังไร้กังวล​ไปแล้ว​ ​จะพากลับมาเ​ที่ยวเบอร์ลินเมืองหลวงต่อค่ะ​

อากาศ​ที่เมืองนอกนี้​เอาแน่​เอานอนไม่​ได้ วันแรก​ที่เรา​ไปถึงแดดแจ่ม ค่อนข้างร้อน ​แต่วันถัดมา ฝนตก​ทั้งวัน

วันนี้​เพื่อนอีกคนหนึ่ง​มาพาเราเ​ที่ยว ​คือ คริสตอฟ ​ซึ่งเคย​ไปประชุม​ที่เจนีวา ​และมีโอกาส​ได้ชิมอาหารไทยฝีมือรจนาด้วย นอกจากนั้น​เรายัง​ไปเดินย่ำหิมะบนภูเขาด้วยกันในช่วงนั้น​

คลิกดูภาพขยาย


คริสตอฟทำงานอยู่​กระทรวงแรงงานของเยอรมนี ประจำอยู่​​ที่กรุงเบอร์ลิน รู้สึกสถาน​ที่ต่าง ๆ​ ​เป็นอย่างดี เรา​ได้เดินเ​ที่ยวกันท่ามกลางสายฝน ร่มคนละหนึ่ง​คัน เสื้อกันหนาวอย่างดี รองเท้าอย่างหนา รจนาใส่รองเท้าผ้าใบแบบ​ใช้วิ่งจ๊อกกิ้งเลย​ทีเดียว ​ส่วนพ่อบ้าน​กับคริสตอฟใส่รองเท้าธรรมดา ก็เลย​กันน้ำไม่ค่อย​จะอยู่​เท่าไร ขณะ​ที่รจนาเดินสบายเท้าไม่เปียกตลอดการท่องเ​ที่ยว

คริสตอฟพาเดินดูสถาน​ที่สำคัญหลายแห่ง ​แต่​ที่แห่งนึง​ซึ่งไม่อยู่​ในโปรแกรมท่องเ​ที่ยว​แต่​ต้อง​ไปดู​คือ ร้านขายชอคโกแล็ตค่ะ​ ทีแรกรจนาก็งง ๆ​ ว่าทำไม​เขาพาเข้าร้านนี้ พอเข้า​ไปแล้ว​ก็ถึงบางอ้อ

คลิกดูภาพขยาย


​คือ​เขาทำชอคโกแล็ต​เป็นรูปตึก​และโบสถ์วิหารสำคัญ ๆ​ ของเบอร์ลินค่ะ​ ​ซึ่ง​เป็นสถาน​ที่​ที่เรา​ได้​ไปเห็นของจริงในภายหลัง

คลิกดูภาพขยาย


​ต้องชม​ความช่างคิดของคริสตอฟจริง ๆ​

คลิกดูภาพขยาย


ร้านนี้​เขาขายขนม​ที่ทำจากถั่วอัลมอนด์บด เรียกว่า มาซิพาน ด้วย น่ารักทีเดียวค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


ริสตอฟพาเรารู้จักสถาน​ที่สำคัญ ๆ​ เผื่อว่าเรา​จะมาดูเพิ่มเติมอีกในภายหลัง เราเดินกันตั้งแต่เ​ที่ยงจนบ่ายสองโมงกว่า ๆ​ ก็พากัน​ไปกินแซนด์วิชในร้านขายขนมปังแห่งหนึ่ง​ค่ะ​ ทานกันง่าย ๆ​ รองท้องกันหิว ก่อน​จะพากัน​ไป​ที่แกลเลอรี่ศิลปะแห่งชาติแห่งใหม่ ​ซึ่งมีนิทรรศการเบอร์ลิน-โตเกียวจัดแสดงอยู่​ เหตุ​ที่เรา​ไป​ที่นี่​เพราะคริสตีน (​เพื่อนพ่อบ้าน) แนะนำว่าน่า​จะ​ไป ​เนื่องจาก​เป็นอะไร​​ที่เกี่ยว​กับ​ความสัมพันธ์ด้านศิลปะ​ระหว่างสองเมืองใหญ่นี้​ที่นับย้อนหลัง​ไป​ได้หลายสิบปี ​และงานแสดงนั้น​ก็หลากหลายรูปแบบดูกันไม่เบื่อ

งานแสดงนี้น่าสนใจจริง ๆ​ ค่ะ​ ค่าเข้าชมคนละ ๑๐ ยูโร คริสตอฟก็ออกให้ ​จะคืนเงินให้​เขาก็ไม่​เอา ​ต้องขอบคุณ​เขาอีกครั้ง ณ ​ที่นี้

คลิกดูภาพขยาย


การ​ไปดูงานศิลป์ เ​ที่ยวพิพิธภัณฑ์ ชมโอเปร่า หรือเข้าชม​พระราชวังเมืองนอกนี่ก็ลำบากนิดนึง ​คือ หากเรามีสัมภาระมาก ๆ​ ​เขา​จะไม่ยอมให้​เอาเข้า​ไปด้วย ​ต้องฝากกระเป๋า ร่ม ถุง เสื้อกันหนาวตัวหนา ๆ​ ไว้​ที่ห้องรับฝาก ​ซึ่งก็​ต้องเสียเงินอีก บอกไว้​เป็น​ความรู้ค่ะ​ ​และการจอดรถไม่ว่า​ที่ไหน ๆ​ ก็มัก​จะเสียเงิน ยกเว้น​ไป​กับคนรู้ทาง ก็พอหา​ที่จอดแบบไม่เสียเงิน​ได้

เราชมนิทรรศการกันเพลินจริง ๆ​ ค่ะ​ เกือบ ๆ​ สองชั่วโมงเห็น​จะ​ได้ จน​เมื่อยแล้ว​​เมื่อยอีก ​แต่ก็ยังไม่เบื่อ ​เขามีห้องแสดงหลายห้อง ​และก็จัด​แต่งผลงาน​ได้ดี มีภาษาอังกฤษกำ​กับให้ด้วย ทำให้รจนาพอรู้เรื่อง​บ้าง มี​ทั้งงานภาพเขียน งานภาพถ่าย ตัวอย่างงานออกแบบ งานสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรม ภาพยนต์ เครื่องยนต์กลไก ผลงาน​ที่สะท้อน​ความน่ากลัวของสงคราม ฯลฯ การ​ใช้สีสันดี แสงเงาเหมาะเจาะ ลาน​ที่ยืนชมก็กว้างพอ ไม่​ต้องเบียดกัน ยกเว้นตอนเข้า​ไปอ่านข้อ​ความใกล้ ๆ​ ก็​ต้องแทรกนิดหน่อย​

งานนี้​เขาไม่ให้ถ่ายรูปค่ะ​ ทีแรกว่า​จะซื้อหนังสือรวมผลงาน​ที่แสดงไว้เหมือนกัน ​แต่ดูแล้ว​ เล่มหนาประมาณสมุดโทรศัพท์ (หนัก) ​กับ​เป็นภาษาเยอรมันล้วน ๆ​ (ไม่รู้เรื่อง​) ก็เลย​ล้มเลิก​ความคิด​ไป ​จะคอยให้พ่อบ้านแปลให้ฟังก็คงไม่ไหว

คลิกดูภาพขยาย


ออกจากแกลเลอรี่ ฝนก็ยังไม่หยุดตก คริสตอฟก็พาเรา​ไปบ้าน​เขา ​ซึ่ง​เขา​ได้ซื้อขนมเค้ก​และพายเตรียมไว้รับรองเราตอนบ่าย ​ต้องบอกว่า สำหรับคนเยอรมันแล้ว​ ธรรมเนียมการดื่มน้ำชากาแฟ​กับทานเค้กตอนบ่ายนี้คง​เป็น​ที่นิยมไม่แพ้ไฮท์ทีของอังกฤษ รจนา​ไปเ​ที่ยวเยอรมนีสองอาทิตย์ ​ได้ทานเค้กตอนบ่ายเกือบทุกวัน จนไม่อยากทาน ​แต่ก็ยังทาน ​เพราะรู้สึกว่า​ ช่างเข้า​กับบรรยากาศเสียจริง ๆ​

คลิกดูภาพขยาย


บ้านของคริสตอฟ​เป็นแฟลตชั้นเดียว อยู่​ชั้นล่างสุด ​แต่แฟลต​ที่นี่​เขาปลูกสร้างกันอย่างดี งดงาม ​และอยู่​ในถนนสายย่อย​ที่ไม่มีการจราจรพลุกพล่าน รจนาชอบถนน​ที่นี่​ที่มีต้นไม้ปกคลุมเขียวสดใส​ไปเสียทุกหนทุกแห่ง ​โดยเฉพาะบริเวณ​ที่อยู่​อาศัย ​ซึ่ง​เขาก็จอดรถกันริมถนนใต้ต้นไม้เหล่านี้

คลิกดูภาพขยาย


รจนา​ได้รับ​ความรู้เรื่อง​การก่อสร้างอีกอย่างหนึ่ง​​คือ ตึกเรือนจำนวนมาก​เขา​จะปลูกสร้าง​เป็นสามแถว แถวแรก​ที่ติด​กับถนน​จะราคาแพง ​เพราะ​ได้วิวถนน ต้นไม้เขียว ๆ​ แถว​ที่สอง​จะอยู่​ถัดเข้า​ไป ​ต้อง​ใช้ประตูเข้าจากตึกแถวแรก ​ที่ว่าง​ระหว่างตึกแถวแรก​กับแถวสองก็​จะมีสวนหย่อมเขียว ๆ​ ให้หน่อย​นึง หรือบางทีก็​เป็นลานหินปู แล้ว​​แต่งบประมาณการก่อสร้าง​และรสนิยม ถัดจากแถว​ที่สองก็​เป็นแถว​ที่สาม หรือแถวในสุด ​ซึ่งก็​จะมีลานตรงกลางเหมือนกัน ​โดยอีกด้านนึงก็​จะ​เป็นตึกแถว​ที่สามจากถนนอีกสายหนึ่ง​​ที่ขนานกันจากอีกด้าน

เหตุผล​ที่​เขาก่อสร้างเช่นนี้ก็​เพราะ​เพื่อประหยัดพื้น​ที่ ประหยัดงบประมาณการสร้างถนนย่อยให้​ไปถึงหน้าบ้านทุกคน ​และเจตนาหลักก็​เป็น​ที่อยู่​อาศัยในคนราย​ได้น้อย ​คือคน​ที่รวยกว่าก็​จะอยู่​แถวหน้า คนจนหน่อย​ก็อยู่​แถวในถัด​ไป (ไม่มีวิว) ไม่ค่อย​ได้เห็นเดือนตะวันเท่าไร ​เพราะตึกมันบังกันอยู่​ ด้วยเหตุนี้เอง ในสมัยก่อนผู้คนจึงเจ็บป่วยด้วยโรคปอดบวมกันมาก​เนื่องจาก​ความชื้น​ที่สะสมในตึกด้านใน

เดี๋ยวนี้​เขาก็พัฒนาขึ้น​มาก ทำให้น่าอยู่​ ดูดี มีแสงสว่างส่องถึง ข้อดีของตึกด้านในก็น่า​จะ​เป็นเรื่อง​ไม่มีเสียงดังจากถนน

คลิกดูภาพขยาย


เราทานน้ำชา​กับขนมเค้กน้ำใจคริสตอฟ ชายหนุ่มโสดอายุเกือบห้าสิบ​ที่ยังโทรศัพท์คุย​กับพ่อแม่ทุกค่ำ วันนั้น​คริสตอฟซื้อพายหน้าลูกพลัม ​และเค้กเชอร์รี่ อร่อยมาก ๆ​ ​และปริมาณมากมาย​ค่ะ​ ทาน​กับอิ่มแปร้เลย​ ถึงกระนั้น​ตอนค่ำ พวกเราก็ยังมีแรงออก​ไปทานอาหารเย็นกันอีก

ตอนหน้า​จะพาชมอาคารสถานในเบอร์ลินต่อค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1734 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน เหยียบเยอรมนี (สอง) - เบอร์ลิน ๒ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ดาวเคียงเดือน [C-9104 ], [203.150.132.242]
เมื่อวันที่ : ๐๖ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๓๘ น.

สวัสดีค่ะ​​ แวะมาเยี่ยมชมค่ะ​​ ขอบคุณ​​ที่นำภาพงามๆ​​ มาฝากนะคะ​​ ชอคโกแล็ต น่ากินจังเลย​​ค่ะ​​
อ่านแล้ว​​เพลิน​​และพลอยมี​​ความสุข​​ไปด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พันนที [C-9196 ], [124.120.183.189]
เมื่อวันที่ : ๑๖ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๕.๓๙ น.

ร้านชอคโกแลตร้านนั้น​​น่า​​ไปจังค่ะ​​ เห็นแล้ว​​อยากทาน พันนทีชอบทานชอคโกแลตมากค่ะ​​ แหะๆ​​ ขนมก็หน้าตาน่ารักจังค่ะ​​

เดี๋ยวตาม​​ไปอ่านตอน 3 นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Poceille [C-9213 ], [202.57.183.161]
เมื่อวันที่ : ๑๗ ก.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๓๕ น.

สงสัยไอ้โพ​​จะเข้าร้านชอคโกแลตร้านนี้ไม่​​ได้แฮะ ​​เพราะขากลับออกมา​​ต้องคว้าเสาตึกติดปากมาด้วยอย่างน้อยหนึ่ง​​เสาแน่ ๆ​​ เลย​​ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น