นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #12
รจนา ณ เจนีวา
...ใกล้ ๆ​ ​กับเมืองลาโบล มีเมืองท่องเ​ที่ยว​ที่น่าสนใจหลายแห่ง พวกเราเลย​ขับรถเลียบทะเล​ไปดูกันค่ะ​ เมืองแรก​ที่​เป็นเยือน​คือเมืองครัวซิค (Croisic) ​เป็นเมือง...

ตอน : เยือนถิ่นเบรอตาญน์ (สอง)

ใกล้ ๆ​ ​กับเมืองลาโบล มีเมืองท่องเ​ที่ยว​ที่น่าสนใจหลายแห่ง พวกเราเลย​ขับรถเลียบทะเล​ไปดูกันค่ะ​ เส้นทางสวยงาม มีรถวิ่งน้อย มีจุดนั่งพักชมวิวตลอด ชายฝั่งทะเล​เป็นหินผา​เป็นหลักค่ะ​ นาน ๆ​ ​ที่​จะเห็นชายหาด​ที่เล่นน้ำ​ได้ ทำให้เราดีใจ​ที่​ได้พัก​ที่ลาโบล​ซึ่งมีชายหาดยาวเหยียด

เมืองแรก​ที่​ได้​ไปเยือน ​คือ ครัวซิค (Croisic) ​เป็นเมืองท่าสำหรับเรือหาปลาค่ะ​ ปลา​ที่ตลาดลาโบล​ส่วนใหญ่ก็มาจากท่าเรือนี้แหละ​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

จตุรัสกลางเมือง มีน้ำพุพุ่งชื่นใจต้อนรับวันร้อน ๆ​ แดดสวย ๆ​ เมือง​และหมู่บ้าน​ส่วนใหญ่ในยุโรป​จะ​ต้องมีจุดน้ำพุ หรืออ่างน้ำหินขนาดใหญ่ (สมัยก่อนมีไว้ให้ม้า​ที่เดินทางผ่าน​ไปมา​ได้ดื่มน้ำจากอ่างน้ำนี้)


คลิกดูภาพขยาย

แม่หญิงแอบมอง​ใครจากทางหน้าต่าง ​กับแมวน้อย (ของพี่แอ๊ด) ดมอะไร​อยู่​ใกล้ ๆ​ ดูทีแรกนึกว่าของจริง ​เพราะ​เป็นบานหน้าต่างจริง ๆ​ ​แต่ดูอีกทีจึงเห็นว่า​เป็นภาพวาด ชอบใจ​ความคิดเจ้าของบ้าน​ที่ทาสีผนังบ้านให้คนผ่าน​ไปมา​ได้ฉงนเล่น


คลิกดูภาพขยาย

ดอกเจอราเนียม ราชินีแห่งฤดูร้อนในยุโรปค่ะ​ ​เป็นดอกไม้​ที่ขายดี​ที่สุดในช่วงหน้าร้อน ประมาณกันว่า ปีนึง ๆ​ ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านต้น (​ใครหนอ​ไปคอยนับทำสถิติไว้?)

เฉพาะ​ที่สวิสเซอร์แลนด์เอง ปีหนึ่ง​ ๆ​ ขายเจอราเนียม​ได้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านต้นค่ะ​ ​ที่บ้านรจนาเอง ปีนี้ก็ซื้อมา ๑๐ ต้น​ได้ สีชมพูอ่อน สีชมพูบานเย็นเข้มจัด สีแดงอมส้ม สีชมพูกลาง ๆ​ สังเกตแล้ว​ว่าสีบานเย็น​กับสีแดง​จะงาม​ที่สุด สีชมพูอ่อน​จะไม่ค่อยงามเท่าไร

ดอก​ที่เห็นนี้อยู่​บริเวณ​ที่จอดรถริมท่าเรือค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ฝั่งตรงข้ามดอกเจอราเนียมก็​เป็นร้านอาหารค่ะ​ หน้าร้อน​เขา​จะมาเปิดร้านกันข้างนอก กางร่มกันแดด ให้แขก​ได้รับไอแดด​และชมทิวทัศน์เต็ม​ที่ ร้านอาหารร้อย​ทั้งร้อยในยุโรปอาจกล่าว​ได้ว่า "ไม่มีแอร์" ค่ะ​ อาจ​จะยกเว้นร้านอาหารจีนหรือร้านตามโรงแรม

อ้อ แล้ว​เครื่องดื่มในเมืองยุโรป​ส่วนใหญ่ ​แม้​แต่ในหน้าร้อนก็​จะไม่มีน้ำแข็งให้มากมาย​นะคะ​ หากขอมาก ๆ​ ​เขาคิดเงินเพิ่มค่ะ​ บางทีทานโค้กก็​จะ​ได้น้ำแข็งสัก ๔-๕ ก้อนก็บุญแล้ว​ ​ทั้งนี้​เพราะ​เขาไม่เคยเจออากาศร้อนจัด ๆ​ กันมาก่อน มาช่วง ๓-๔ ปี​ที่ผ่านมา อากาศร้อนขึ้น​มาก ​แต่ร้านต่าง ๆ​ ยังไม่มี​ที่ทำน้ำแข็งขนาดใหญ่ (​เพราะร้อนไม่กี่เดือน)

คลิกดูภาพขยาย

หน้าตาบ้านช่องห้องหอของชาวครัวซิคอีกแบบหนึ่ง​ค่ะ​ รจนาชอบดูหน้าบ้านของคนอื่นค่ะ​ หากเจ้าของบ้านเผลอเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ เราก็แอบมองเข้า​ไปในบ้านอีกด้วย คิกคิก

คลิกดูภาพขยาย

​ที่​คือปากท่อระบายน้ำ​ที่ไหลลงมาจากหลังคาค่ะ​ ​แม้​แต่สิ่งละอันพันละน้อย​เขายัง​เอาใจใส่รายละเอียดทำให้น่าสนใจ

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายโปสการ์ดสีสันน่าซื้อนะคะ​ ร้านค้าเล็ก ๆ​ พวกนี้​จะปิดตอนกลางวันค่ะ​ เ​ที่ยงครึ่งก็ปิดแล้ว​ กลับมาอีกทีก็บ่ายสามโมงค่ะ​ ​เขาไม่ห่วงว่า​จะ​ต้องรีบทำเงินทำทอง ชีวิต​เป็น​ไปอย่าง "สบาย ๆ​" แบบชาวยุโรป

​จะว่า​เขาหยิ่งไม่ง้อลูกค้าคง​จะไม่ใช่ค่ะ​ ​แต่​เป็น​เพราะว่า ​เขาไม่มีปัญญาจ้างลูกจ้างมากมาย​ บางร้านเจ้าของดูเองคนเดียว กลางวันกลับบ้าน​ไปทำ​กับข้าวกิน ​ไปทำ​ความสะอาด ซักผ้า ถูบ้าน ดูลูก ทำสวน หรือมีนัดทานข้าว​กับ​เพื่อนบ้าน แล้ว​ก็ถือโอกาส "เซียสต้า (นอนพักกลางวัน)" กันเสียหน่อย​ ​ส่วนใหญ่บ้านอยู่​ใกล้ ๆ​ ไม่​ต้องเดินทาง​เป็นชั่วโมง ทำให้​เขา​ไปกลับ​ได้สบาย ๆ​ ใน ๒ ชั่วโมง ค่ะ​

อีกอย่างหนึ่ง​ ตอนกลางวันเอง นักท่องเ​ที่ยวก็​ไปกินข้าวกินปลากัน ไม่ค่อยมี​ใคร​จะมาซื้อของ​ที่ระลึกในตอนนั้น​ เปิด​ไปก็เท่านั้น​ อาหารกลางวันมื้อหนึ่ง​ ๆ​ ก็​ใช้เวลาทานไม่น้อย ​ส่วนใหญ่เกินชั่วโมงขึ้น​​ไป ทาน​ไป ชมวิว​ไป คุยกัน​ไป พักผ่อน​ไป ​เพราะ​เขาไม่​ได้ทำแบบ "ทานด่วน" ไม่มีร้านแฮมเบอร์เก้อร์เกลื่อนเมือง ​แต่​จะมีมุมขายแซนด์วิชให้คนซื้อแล้ว​เดิน​ไปนั่งทานในสวนหรือริมทะเล

นอกจากนั้น​ ในหน้าร้อน​ส่วนใหญ่ในเดือนสิงหาคม ชาวยุโรป​จะหยุดงานกัน​เป็นล่ำ​เป็นสันค่ะ​ ​ส่วนหนึ่ง​​เพราะอากาศร้อน ​ได้ออกนอกบ้าน (หลังจากอุดอู้​กับหน้าหนาวมานาน) เด็ก ๆ​ ก็ปิดเทอม ​ต้องหาอะไร​ทำ ​และ​เขามัก​จะเ​ที่ยวกันในยุโรป ​จะ​ไปทวีปเอเชียก็​ต้องหน้าหนาวของ​เขาค่ะ​

​ส่วนธุรกิจต่าง ๆ​ ​จะชะลอตัว บางร้านเล็ก ๆ​ หรือร้านอาหารก็​จะติดป้ายว่า "ปิดพักร้อน" (เหมือนสงกรานต์บ้านเรา) สองอาทิตย์​เป็นอย่างน้อย ซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ​ นั้น​​จะยังเปิดอยู่​ ​แต่ก็ลด​กำลังคนลง หรือหาคนมาเสริมเฉพาะหน้าร้อน ​เพราะพนักงานตัวจริงลาพัก

ธุรกิจใหญ่ ๆ​ หน่อย​อาจ​จะไม่เปิด ​แต่​จะเหลือคนทำงานไม่มากคน ​และ​จะสั่งซื้อสั่งซ่อมอะไร​ก็รอ​ไปเถอะค่ะ​ สั่ง​ได้ ​แต่กว่าของ​จะมา​ต้องรอเดือนกันยา​ไปแล้ว​ ปีแรก​ที่​ไปถึงยุโรป รจนาก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง​พวกนี้เท่าไร ​แต่ตอนหลังก็ปรับตัว​ไปตามลำดับ ​เขาเ​ที่ยวเราก็เ​ที่ยวบ้าง

มาเ​ที่ยวกันต่อดีกว่านะคะ​

คลิกดูภาพขยาย

ตึกสำนักงานของกัปตันเรือหาปลาค่ะ​ ดูสวยงามเหมือนสโมสรเรือใบประมาณนั้น​ มองแล้ว​นึกเปรียบเทียบ​กับท่าเรือหาปลาของบ้านเรา ผิดกันไกลเลย​ใช่ไหมคะ​ อย่างน้อย​ที่สุด กัปตัน​และลูกเรือหาปลาของ​เขาคงไม่​ได้นุ่งกางเกงเลแน่เลย​

คลิกดูภาพขยาย

กระจกสีสวยงามในวิหารประจำเมืองค่ะ​ ​เป็นวิหาร​ที่ขึ้น​ชื่อ​และ​เป็นจุดท่องเ​ที่ยวแห่งหนึ่ง​ค่ะ​ ข้อดีของการเข้าโบสถ์ตอนหน้าร้อน ๆ​ อย่างนี้ก็​คือ เย็นสบาย ๆ​ ค่ะ​ ​ได้หลบแดดด้วย ​ส่วนหน้าหนาวก็​จะอุ่นกว่าข้างนอก (​แต่ก็ยังหนาวอยู่​ดี ​เพราะหลังคาสูง)

คลิกดูภาพขยาย

ร้านอาหารตรงหัวโค้งริมถนน ดอกไม้​กับฟ้าสวย ๆ​ รจนาชอบบ้านเมือง​เขาก็ตรงนี้แหละ​ค่ะ​ เวลา​ที่เราเลี้ยว​ไปตรงซอกซอยไหน มัก​ได้เจอสิ่งสวย ๆ​ งาม ๆ​ ​โดยไม่คาดหมายเสมอ

ก่อน​จะจบบท​ความเล่าด้วยรูปก็​ต้องพา​ไปชิมอาหารของครัวซิคเสียหน่อย​ตามแบบรจนา

วันนั้น​เรา​ได้ทานอาหารกลางวันริมท่าเรือ (​ไปเ​ที่ยว​ที่ไหนก็​ต้องลองทานอาหาร​ที่นั่นสิคะ​) ​เป็นอาหาร​และเครื่องดื่มขึ้น​ชื่อ ​คือ กาเล็ตต์ (Galette) ​กับ ไซเดอร์ (Cidre) ค่ะ​

อย่าง​ที่เล่า​ไปแล้ว​ว่าไซเดอร์​เป็นเครื่องดื่มกึ่งไวน์ ​แต่ดีกรีมัก​จะอ่อนกว่ามาก ​และทำจากน้ำแอปเปิ้ล (ไวน์ทำจากองุ่น) ​เนื่องจากรจนาไม่ดื่มของมึนเมา พ่อบ้านเลย​ถามทางร้านว่า มีไซเดอร์แบบไม่มีอัลกอฮอล์ไหม ​เขาก็บอกว่ามี (​ซึ่ง​ที่จริงก็​คือเครื่องดื่มของเด็ก ๆ​)


คลิกดูภาพขยาย

ทีแรกตอนนั่ง​ที่โต๊ะ รจนาก็สงสัยว่าทำไมมีถ้วยดินเผาตั้งอยู่​ ​เขา​เอาไว้ทำอะไร​ พอ​เขา​เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็เลย​ถึงบางอ้อ ​เขาดื่มไซเดอร์จากถ้วยดินเผานี่ค่ะ​ น่ารักมาก รสชาติของไซเดอร์ก็หวานธรรมชาติเหมือนน้ำแอปเปิ้ล ​แต่น่าติดใจจาก​ความซาบซ่าเหมือนน้ำอัดลมค่ะ​ เพียง​แต่​เขาไม่​ได้เติมน้ำตาล

​และอาหารจานหลักก็​คือ กาเล็ตต์ ​ซึ่ง​ต้องอธิบายว่าก็​คือแป้งเครป หรือขนมเบื้องฝรั่งเศสแบบเค็มนั่นเอง ​โดยกาเล็ตต์นี้​เขา​จะ​ใช้แป้งสาลีแบบไม่ขัดสี (โฮลวีท) ​และ​จะออกรสเค็ม (​แต่ก็มี​ส่วนผสมน้ำตาลในแป้ง) แผ่นแป้ง​ที่ทำสุกแล้ว​​จะออกสีน้ำตาลค่ะ​ ขณะ​ที่เครป​จะ​ใช้แป้งสาลีขัดขาว ผสมน้ำตาล ไข่ เนยมากหน่อย​ ​จะ​ได้เนื้อเบา ทาน​กับแยมหวาน ๆ​ หรือคาราเมล หรือน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลไอซิ่ง สารพัดของหวาน ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

วันนั้น​เราสั่งกาเล็ตต์​กับเบค่อน​และชีส มันฝรั่งผัด หน้าตาออกมาอย่าง​ที่เห็นนี่แหละ​ค่ะ​ มีผักสลัดแนมมานิดหน่อย​ เห็นเล็ก ๆ​ อย่างนี้ ทานแล้ว​อิ่มแน่นตึ้กเลย​ค่ะ​ รสชาติเค็ม ๆ​ ของหมูเบค่อน ​กับชีส ​และมันฝรั่ง

คลิกดูภาพขยาย


แถบถิ่น​ที่เรา​ไปเ​ที่ยวนี้ กาเล็ตต์​และเครป​คืออาหารเบา ๆ​ (​ที่ไม่เบา) ​ที่ขึ้น​ชื่อมากค่ะ​ ​จะเห็นร้านขายเครปทั่วทุกหนทุกแห่ง เรียกว่า Crèperie

ว่า​จะไม่เขียนเรื่อง​ของกินแล้ว​เชียวนา อดแว้บไม่​ได้

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1676 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน เยือนถิ่นเบรอตาญน์ (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : แสนรัก [C-8680 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๑๑.๕๑ น.

ถ้วยใส่ไซเดอร์นี่หน้าตาคล้ายถ้วยใส่ชาแถวนี้เลย​​นิ ...​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8685 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๑๗.๐๙ น.

มาตาม​​ไปเ​​ที่ยวจ้ะ​​ ท้องฟ้าสวยใสจังเลย​​นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Dorotee [C-8689 ], [203.214.139.158]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๑๘.๕๑ น.

Sawasdee ka P'Roj

I like the window too. I should make one for my own house

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รจนาตอบจดหมาย [C-8841 ], [83.180.102.185]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๐๐.๒๐ น.

ยินดี​​ได้พา​​เพื่อน ๆ​​ เ​​ที่ยวด้วยภาพค่ะ​​

ถ้วยชาเมืองญี่ปุ่นสวยจริง ๆ​​ คะ​​ แสนรัก พี่รจเห็นแล้ว​​ก็อยาก​​จะซื้อ​​ไปเสีย​​ทั้งหมด ​​ที่อยาก​​ได้มาก​​คือ จานใบเล็ก ๆ​​ แบน ๆ​​ รูปสี่เหลี่ยม​​ที่​​เขา​​เอาไว้เสิร์ฟของชิ้นน้อย ๆ​​ พี่รจอยาก​​เอาไว้เสิร์ฟปอเปี๊ยะทอด หรือสะเต๊ะให้​​กับแขก​​เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย พี่รจว่าเสิร์ฟในจานแบบนี้ดูดีทีเดียว ​​แต่ยังไม่เจอแบบถูกใจเท่านั้น​​

เ​​ที่ยว​​กับพิลกริมก็สนุกสดใส ดอกไม้สวย ​​ได้​​ความรู้เรื่อง​​ผู้คนเหมือนกันค่ะ​​

นั่นแน่ โดโรธีชอบ(มองลอด)หน้าต่างเหมือนกัน ​​จะคอยดูบ้านโดโรธีตอนสร้างเสร็จแล้ว​​นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น