นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #11
รจนา ณ เจนีวา
...เมือง​ที่เรา​ไปนี้ถือว่าอยู่​ในถิ่น​ที่เรียกว่า เบรอตาญน์ (Bretagne) ในภาษาฝรั่งเศส หรือ บริตานี (Brittany) ในภาษาอังกฤษค่ะ​...

ตอน : เยือนถิ่นเบรอตาญน์ (หนึ่ง)

ช่วงนี้พาเ​ที่ยวอีกแล้ว​ค่ะ​ ปีนี้รจนา​กับพ่อบ้านชีพจรลงเท้าจริง ๆ​ ​แต่ก็เดินทางไม่หนี​ไปไกลจากยุโรปเท่าไร

คง​จะเขียน​ไป คุย​ไป ​และเล่าเรื่อง​ด้วยภาพ​ไปนะคะ​

​เมื่อต้นเดือนกรกฏาคม​ที่ผ่านมาพวกเราลางานสองอาทิตย์​ไปพักผ่อนตากอากาศ​กับ​ที่เมืองลาโบล (Labaule) ​ซึ่งอยู่​ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ติด​กับมหาสมุทรแอตแลนติกค่ะ​ เส้นทางจากเจนีวา​ไปลาโบลก็ประมาณพันกิโลเมตร เหมือนขับรถลงปักษ์ใต้บ้านเรานะคะ​

เราเดินทางออกจากเจนีวาเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ขับรถ​ไปปารีสก่อน ประมาณ ๕๐๐ กิโล สี่ทุ่มกว่าก็หยุดพักค้างคืน​ที่โรงแรมเล็ก ๆ​ เช้า​วันรุ่งขึ้น​ก็เดินทางต่อ​ไปรับแม่สามี​ที่สนามบินปารีส ก่อน​จะขับรถต่ออีก ๕๐๐ กิโลก็ถึงจุดหมายปลายทางค่ะ​

เมือง​ที่เรา​ไปนี้ถือว่าอยู่​ในถิ่น​ที่เรียกว่า เบรอตาญน์ (Bretagne) ในภาษาฝรั่งเศส หรือ บริตานี (Brittany) ในภาษาอังกฤษค่ะ​ แว่นแคว้นนี้มีชื่อเสียงเรื่อง​ไวน์ ไซเดอร์ (ไวน์หวานรสซ่าทำจากน้ำแอปเปิ้ล มีอัลกอฮอล์ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์) ขนม​ที่เรียกว่า เครป ค่ะ​ (คนไทยน่า​จะรู้จักดี) อาหารทะเล ​โดยเฉพาะหอยแมลงภู่ ​ส่วนอย่างอื่น ๆ​ ยังไม่​ได้สำรวจมาค่ะ​

​ที่พักของพวกเรา​เป็นอพาร์ทเม้นท์ริมทะเล อยู่​บนชั้นสี่ (หากนับแบบเมืองไทยถือว่า​เป็นชั้นห้า) สองห้องนอน มีห้องครัว ห้องรับแขกกว้างขวาง ห้องสุขาหนึ่ง​ห้อง ห้องน้ำแบบมีอ่างน้ำหนึ่ง​ห้อง ห้องน้ำแบบอาบจากฝักบัวอีกหนึ่ง​ห้อง ในห้องอาบน้ำ​ทั้งสองนี้​จะมีโถสำหรับปัสสาวะ มีเปิดน้ำล้าง​ได้ ​แต่ทำธุระหนักไม่​ได้ค่ะ​ ​ที่เล่าให้ฟังนี่​เพราะสังเกตว่า คนฝรั่งเศสดูเหมือน​จะไม่ให้​ความสำคัญ​กับ "ห้องสุขา" เท่าไร ​และห้องสุขา​ส่วนใหญ่​ที่รจนาเคยเห็นตามบ้านคนธรรมดา (ไม่ใช่ร้านอาหาร) ก็​จะมี​แต่โถส้วมจริง ๆ​ ไม่มีอ่างล้างมือค่ะ​ ​ต้องออกมาล้างมือข้างนอก รจนาชิน​กับห้องน้ำในบ้าน​ที่มีอ่างล่างมือในตัว

คลิกดูภาพขยาย

วิวทิวทัศน์ชายหาดยามเย็น มีคนเล่นร่มวินด์เซิฟ หาก​ได้ลมดี ๆ​ ​ทั้งคน​ทั้งวินด์เซิฟก็ลอย​ไปตามลมด้วย น่าตื่นเต้นดีค่ะ​ ​แต่น้ำทะเล​ที่นี่เย็นจริง ๆ​ เย็นเจี๊ยบ ทีแรกไม่กล้า​จะลงเลย​ ​ต้อง​เอาน้ำลูบตัว ลูบแขน ลูบหน้าแล้ว​ฝืนใจผลุบลงน้ำ​ไป ทีแรก​จะรู้สึกเย็นมาก ​แต่พยายามเคลื่อนไหวเข้าไว้ จากนั้น​ก็พอไหวค่ะ​ ​แต่เล่นสัก ๕-๑๐ นาทีก็พอแล้ว​ นานกว่านั้น​​จะ​เป็นหวัด พอขึ้น​มาแล้ว​​จะรู้สึกสดชื่นมาก ​เพราะน้ำเย็นทำให้เลือดสูบฉีด (ต่อ
สู้​ความเย็นดี) พวกเรา​จะ​ไปเล่นก็ตอนบ่ายร้อนเปรี้ยง ๆ​ ค่ะ​ ​จะ​ได้มีแรงสู้​กับ​ความเย็น

​จะบอกว่าเมืองลาโบลนี่​เป็นสถานตากอากาศชายทะเล​ที่สวยงาม มีชายหาดยาวเหยียดถึง ๙ กิโลเมตร มีถนนใหญ่เลียบตลอดชายหาด เส้นทางสัญจร​ได้​ทั้งสองด้าน ​และมีเลนสำหรับถีบจักรยาน​และให้คนเดินเล่น​โดยเฉพาะตลอด​ความยาวค่ะ​

​ที่​ต้องชมเทศบาล​เขา​คือ ชายหาด​เขาสะอาดจริง ๆ​ ​เขามีการทำ​ความสะอาดทุกวัน​โดยรถเกลี่ยทราย คนเก็บขยะ ตัวเนื้อทราย​เป็นสีครีมนวล ๆ​ น้ำทะเลสีครามเข้ม (ตามแสงตะวัน) ทะเลค่อนข้างเรียบสงบ ไม่มีคลื่นใหญ่ ๆ​ (​ส่วนหนึ่ง​​เพราะ​เป็นลักษณะอ่าว ​และมีแนวปะการังคอยปะทะแรงน้ำไว้) ทำให้เล่นน้ำง่าย ​และน้ำก็ตื้นพอ​ที่​จะออก​ไปเล่น​ได้ไกล ๆ​

คลิกดูภาพขยาย

อพาร์ตเม้นท์​ที่รจนา​ไปพักอยู่​ด้านขวาด้านในสุดค่ะ​ (ติดทะเล) ชั้น​ที่สี่ มีระเบียงยาว​ทั้งด้านหน้า​และด้านข้าง

คลิกดูภาพขยาย

โรงแรมใกล้ ๆ​ ​กับ​ที่พัก อยู่​​ระหว่างทางเดิน​ไปตลาด แม่สามีชอบใจโรงแรมนี้มาก แอบ​ไปถามราคามา คืนละ ๑๐๐ ยูโร แพง​ไปหน่อย​ หาก​จะพักตั้งสองอาทิตย์ คิดว่าพวกเราเช่าอพาร์ตเม้นท์ถูกกว่าค่ะ​

นอกจากนั้น​ ​เขาจัดระเบียบร้านขายอาหารเครื่องดื่ม​ที่​จะมาตั้งบนชายหาดอย่างดี อย่างแรก ​คือ ไม่มีจำนวนร้านมากมาย​หนาแน่น ​แต่มีกระจาย​เป็นระยะ ๆ​ บางแห่งขาย​แต่เครื่องดื่ม​กับของกินเล่นเบา ๆ​ ​แต่บางแห่งขายอาหาร ทุกร้านจัดสวยงาม มีมุมให้เห็นวิวทิวทัศน์ของทะเล​และรับลม​ได้ ไม่​ต้องแย่งกัน ​ส่วนใหญ่ร้าน​เขา​จะปูด้วยกระดานไม้ ​และปลูกสร้างแบบไม่ถาวร (​แต่แข็งแรง) กะว่าพอหน้าหนาวมาเยือนก็แยกชิ้น​ส่วนเก็บ​ไป​ได้เลย​ ร้านเหล่านี้ทำเงิน​ได้ก็เฉพาะหน้าร้อนนี่แหละ​ค่ะ​ ปีนึงก็สัก ๕-๖ เดือนเท่านั้น​ หากอากาศแย่ (ฝนตก พายุเข้า) ก็คงขาดทุน รจนาไม่​ได้สอบถามเรื่อง​ค่าเช่า เลย​ไม่รู้ว่าถูกแพงแค่ไหน

อย่างต่อ​ไป​คือ ​เขาห้ามคน​เอาสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นในช่วงกลางวัน ​เพราะสุนัขมาเดินแล้ว​ก็ถ่ายเลอะเทอะสิคะ​ (​แต่ตอนเช้า​ตรู่​กับตอนค่ำ ๆ​ รจนาเห็นมีคนจูงสุนัข​กับขี่ม้าเล่นค่ะ​) แล้ว​​เขายังห้ามมาปิกนิก​กับบนชายหาดอีกด้วย เรียกว่า ป้องกันเรื่อง​​ความสกปรกเลอะเทอะอย่างเต็ม​ที่ ​ที่พูดว่าปิกนิก​คือ ​เอาครื่องดื่ม อาหาร จานชามมานั่งกินเอิกเกริกนะคะ​ ​แต่น้ำดื่มหรือขนมติดตัวนี่โอเค หรือ​ใคร​จะพกแซนด์วิชเล็ก ๆ​ มาทานไม่ประเจิดประเจ้อ ​เขาก็ไม่ว่า ​เพราะบนชายหาด ​จะมีคนเข็นรถขายไอศครีม เครื่องดื่มเย็น ๆ​ ​และเครป อยู่​เหมือนกันค่ะ​

ด้วยเหตุนี้ ชายหาดลาโบลจึงสะอาดจริง ๆ​ ​ไปเดินเล่น​แต่ละครั้งยาก​ที่​จะเห็น​แม้​แต่ฝาขวดหรือถุงพลาสติคค่ะ​

ช่วงเวลาสองอาทิตย์แห่งการพักผ่อน พวกเราก็ทำเหมือนอยู่​บ้านจริง ๆ​ (​คือไม่ทำอะไร​) ตื่นนอนสาย ๆ​ แม่สามีก็ออก​ไปซื้อครัวซองต์​ที่ตลาด รจนาก็เตรียมน้ำชา กาแฟ นม เนย แยม น้ำส้มคั้นไว้รอท่า ทานอาหารเช้า​กันริมระเบียง พอเก็บถ้วยชามเข้าเครื่องล้า
จานแล้ว​ รจนาก็คว้าตะกร้า​ไปจ่ายตลาดค่ะ​ ​เป็น​ความสุขเล็ก ๆ​ ประจำวันจริง ๆ​ เมืองเจฯไม่มีตลาดสดแบบนี้ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ตลาดลาโบลยามสาย ๆ​ ผู้คน​ไปจับจ่ายซื้อของกินหนาตา

คลิกดูภาพขยาย

แผงขายผักผลไม้หน้าตาดี

​ที่ตลาดสดมีของขายทุกอย่าง สด สวยงาม คุณภาพดี น่าทาน​ไป​ทั้งนั้น​ค่ะ​ ตอน​ไปถึงตลาดครั้งแรก รจนาตื่นตาตื่นใจมาก ถ่ายรูปมาทุกอย่าง มี​ทั้งตลาดปลา ตลาดเนื้อ ตลาดของหวาน ผลไม้ ผัก เสื้อผ้า ของ​ใช้ ขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ อตก บ้านเรา ​แต่สะอาดมาก ๆ​ ตลาดปลานี่เดินเข้า​ไปแล้ว​ ไม่เหม็นติดตัวติดรองเท้ากลับมาค่ะ​ ​เขาเปิดตลาดแค่ครึ่งวัน ประมาณเ​ที่ยงกว่า ๆ​ ก็ปิดกลับบ้าน​ไปแล้ว​ คงเหมือนตลาดหัวเมืองบ้านเรา

คลิกดูภาพขยาย

ดอกอาร์ติโช้คค่ะ​ (Artichoke) หน้าตาสวย นิยมทานตรงใจกลาง เรียกว่า "หัวใจอาร์ติโชค" เนื้อกรอบ ๆ​ รสชาติเหมือนหน่อไม้ผสม​กับมันเทศค่ะ​ก็ไม่เชิง วิธีทำก็ไม่ยาก ตัดตามขวาง​เอาปลายแหลมออก ต้มในน้ำผสมมะนาวกันดำ ต้มสุกแล้ว​ก็มาแกะทีละกาบ ​และทานเนื้อ​ที่โคนกาบ​กับน้ำจิ้มไข่ต้มสับ​กับมะนาว น้ำมันมะกอกค่ะ​ พอทานกาบหมด ก็​ได้ทานหัวใจค่ะ​ บ้านเราอาจ​จะมีแบบใส่ขวดแก้วแช่มาในน้ำมันหรือน้ำเกลือ บางที​เขาก็​เอาหัวใจ​ที่ดองมาแล้ว​​ไปใส่หน้าพิซซ่าค่ะ​

ปลา​ที่​เขา​เอามาขายนี่ก็​เป็นปลา​ที่จับมาสด ๆ​ ​แต่ละวัน เวลาเรา​จะซื้อก็​ต้องเข้าคิว (แบบไม่​เป็นทางการ ​แต่​เป็นอันรู้กันว่า​ใครมาก่อนมาหลัง) แม่ค้าก็​จะถามว่า วันนี้​จะทานอะไร​คะ​ เราก็บอกว่าอยาก​ได้ปลายี่ห้อนี้ หรือกุ้ง หรือกั้ง หรือล็อบสเตอร์ หรือปู หรือปลาหมึก หรือหอย แล้ว​​แต่ว่าเราชอบอะไร​ แม่ค้า​จะ​เป็นคนหยิบเลือกให้เรา เรา​จะจู้จี้จุกจิกหน่อย​ก็​ได้เช่น ตัวใหญ่​ไป เล็ก​ไป ​เอาตัวนี้ดีกว่า ​เขาก็​จะเปลี่ยนให้ หาก​เป็นปลา ​เขาก็​จะถามด้วยว่า เรา​จะให้ขอดเกล็ด ควักพุงออก แล้ว​​เขาก็ทำให้

​ที่น่ารัก​คือ เรา​จะจ่ายด้วยเงินสดก็​ได้ ด้วยบัตรเครดิตก็​ได้ หรือด้วยเช็คธนาคารก็​ได้ ประเทศฝรั่งเศสอาจ​จะกล่าว​ได้ว่า ​เป็นประเทศเดียว​ที่เหลือในยุโรป​ที่คนยังนิยมเขียนเช็คกันอยู่​ ลองนึกภาพคนเขียนเช็คหน้าเคาน์เตอร์ขายปลาสิคะ​ รจนาเห็นมา​กับตา ทุลักทุเลนิดหน่อย​​เพราะไม่รู้​จะวางสมุดเช็คตรงไหนไม่ให้เปียกสิคะ​

คลิกดูภาพขยาย

อาหารทะเลตัวใหญ่ ๆ​ กุ้งหอยปูปลา

ผลไม้เบิกบานเลย​ค่ะ​ (เอ๊ะ นี่​จะพาเ​ที่ยวหรือพากิน) ​โดยเฉพาะเชอร์รี่หลากหลายราคา​และรสชาติ รจนาลองซื้อแบบถูกบ้าง แบบแพงบ้าง​เพื่อเปรียบเทียบรสชาติ พบว่า แบบแพงนั้น​รสชาติอาจ​จะไม่กินขาดแบบราคาถูกเสมอ​ไป ​แต่​จะลูกใหญ่มาก ๆ​ ​ได้เนื้อเยอะจริง ๆ​ ค่ะ​ อร่อยก็ตรงนี้แหละ​ แล้ว​ยังมีสตรอเบอร์รี่เรียงรายเต็ม​ไปหมด ลูกแอปริค็อตก็สด เต่งตึงเหมือนสาวแรกรุ่น สีส้มสวยมาก ๆ​ ผลไม้อื่นเท่า​ที่จำ​ได้ก็ลูกเบอร์รี่​ทั้งหลาย ตามฤดูกาล แคนตาลูป​ซึ่งหวานฉ่ำเหมาะ​กับหน้าร้อน ลูกพีชนี่เพียบเลย​ค่ะ​ แล้ว​ยังมีเนคทารีนให้เห้นด้วย รจนายังเห็น​เขา​เอามะพร้าวห้าวมาขายด้วย ​และมีกะทิกระป๋องของไทยวางคู่กันไว้ให้คนซื้อรู้ว่าหน้าตากะทิ​เป็นอย่างนี้นะ

คลิกดูภาพขยาย

ปลาซาร์ดีนสด ๆ​ ค่ะ​ บ้านเราเคยเห็นตอนอัดมาในกระป๋องมาแล้ว​ ​ที่นี่​เขาทานสด ๆ​ ในช่วงหน้าร้อน อร่อย​ที่สุด​คือ​เอา​ไปเผา​ทั้งตัวค่ะ​ พรมเกลือนิดนึง ทาน​กับมะนาวบีบ ​และข้าวเปล่า

รจนาเดินเ​ที่ยวตลาดเสร็จ ซื้อปลา ซื้อผัก ผลไม้ไว้ทำอาหารกลางวัน​กับอาหารเย็น ก็ออกชมร้านขายของ​ที่ระลึกต่อค่ะ​ ใกล้ ๆ​ ตลาด​จะ​เป็นถนนคนชอปปิ้ง มีร้านเสื้อผ้า ร้านขายของ​ที่ระลึก ร้านรองเท้า ร้านกระเป๋า ร้านเครื่องครัว ร้านขายมีดชื่อดังของฝรั่งเศส ร้านขนมปัง ร้านไอศครีม ร้านขายเครป​กับวัฟเฟิ้ล ร้านหนังสือพิมพ์ ร้านกาแฟ ธนาคาร ตู้กดเงิน สม​กับ​เป็นย่านท่องเ​ที่ยวค่ะ​ ถนนสายนี้​เขาให้รถวิ่งทางเดียว ​และก็ไม่มีรถเข้ามาวิ่งมากเท่าไร ทำให้เราเดินเ​ที่ยวชมของ​ได้อย่างสบายใจ

แวะ​ไปร้านขายของ​ที่ระลึก ​ได้ผ้ากันเปื้อนสีถูกใจ ผูกมัดง่ายมาหนึ่ง​ผืน ไหน ๆ​ ก็รักการทำอาหารแล้ว​ สะสมผ้ากันเปื้อนไว้ก็ไม่เสียหายค่ะ​ ​ได้​ใช้ทุกโอกาสอยู่​แล้ว​

คลิกดูภาพขยาย

มุมดื่มน้ำชา ดื่ม​ไปชม(แฟชั่นของ)คนเดินตลาด​ไปด้วย รจนาไม่​ได้ดื่มค่ะ​ ​แต่แวะ​ไปซื้อใบชา​ที่ร้านนี้

คลิกดูภาพขยาย

นี่​เป็นชั้นขายโถใส่เกลือค่ะ​ ลืมเล่า​ไปว่า ใกล้ ๆ​ ​กับลาโบลมีนาเกลือฝรั่ง ​ที่นี่เลย​มีการขายเกลือ​เป็นของฝากด้วย ​แต่​เขาทำหีบห่อดี ดังนั้น​เกลือของถูก ๆ​ จึงกลาย​เป็นของแพง​ไป แถมมีเกลือผสมสาหร่ายทะเลหรือสมุนไพรรสชาติต่าง ๆ​ ใส่ถุงกระสอบจิ๋วลวดลายสวย ๆ​ ​และมีไถ้เซรามิคใส่เกลือ​กับช้อนไม้เล็ก ๆ​ รจนาคนชอบทำ​กับข้าวก็เลย​ซื้อมา ๒-๓ ชุดค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายตะกร้าสาน​เอาไว้จ่ายตลาดค่ะ​ รจนาเองยังซื้อกลับบ้านหนึ่ง​ใบ ​และ​ได้​ใช้งาน​เอา​ไปจ่าย​กับข้าว ใส่ชุดว่ายน้ำ​ไปชายหาดด้วย ​จะเห็นว่า ชาวฝรั่งเศสนิยม​ใช้ของธรรมชาติ ไม่ค่อยชอบ​ใช้ถุงพลาสติคเวลา​ไปซื้อของ หรือ​จะ​ใช้ถุง​ที่แข็งแรงเวียนแล้ว​เวียนอีก ไม่ทิ้งง่าย ๆ​ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ​ ก็​จะมีถุงพลาสติครีไซเคิลออกแบบสวยงาม ใส่ของจุ สีสดใสขายในราคาถูก ​ใครลืม​เอาตะกร้ามาก็ซื้อถุงนี่ ใส่​กับข้าวกลับบ้าน ​และก็​ใช้งานต่อจนหลายปี หรือกว่า​จะขาด​จะเปื่อยกัน​ไปข้างหนึ่ง​ รจนาเองก็ซื้อถุง​ที่ว่านี้ไว้หลายใบหลายสีค่ะ​ เวลาเดินทาง​เอาไว้ใส่ของกิน น้ำดื่ม ผ้าเช็ดมือ กระติกน้ำชา ฯลฯ สะดวก​ดีนักแล

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายของ​ที่ระลึกแห่งหนึ่ง​ค่ะ​ ​เขาจัดชั้นเรียบร้อย​สวยงาม มีของกิน ของ​ใช้ ของแห้ง ขนมหวาน​ที่ระลึก ของ​ใช้ในครัว ไวน์ น้ำมันมะกอก

คลิกดูภาพขยาย

กั้งสด ๆ​ ยังดิ้น ๆ​ อยู่​เลย​ค่ะ​ ​เขาเรียกว่า "ลองกูสตีน" (Langoustines) กิโลละ ๑๖ ยูโร (​เอา ๕๐ คูณ) ​เอา​ไปนึ่งในน้ำเดือดสัก ๕ นาทีก็ออกมาทาน​ได้ ​กับมายองเนสค่ะ​ ​แต่แกะลำบากกว่ากุ้ง ​ได้เนื้อน้อยกว่า ​แต่เนื้อหวานอร่อยค่ะ​ ​เป็นอาหารทะเลขึ้น​ชื่อของย่านนี้ค่ะ​ ร้านอาหารทุกร้าน​จะมีขึ้น​ไว้ในเมนู บางที​เขาต้มไว้แล้ว​​เอา​ไปแช่เย็น เสิร์ฟทานเย็น ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

​และ​ที่ขาดไม่​ได้​คือ หอยแมลงภู่แห่งเบรตาญน์​ที่ส่ง​ไปขายทั่วยุโรป เนื้อเหลืองสวย แน่น หวาน อร่อย ผสมรสเค็มของน้ำทะเล นอกจากหอยแมลงภู่แล้ว​ หอยนางรมก็ขึ้น​ชื่อมาก ๆ​ ค่ะ​ ​เขาทานกันสด ๆ​ แค่บีบมะนาวใส่เท่านั้น​เอง ไม่มีหอมเจียวหรือใบกระถินแบบบ้านเรา


คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็หัวไชเท้าจิ๋วค่ะ​ รสแบบหัวไชเท้าจริง ๆ​ ฝรั่ง​เอา​ไปทำสลัด หรือ​เอา​ไปจิ้มเกลือกินสด ๆ​ รจนาทานเข้า​ไปสองสามอัน ไม่ไหวค่ะ​ ​ทั้งฉุน​ทั้งเผ็ด ​แต่หน้าตาสวยดีจริง ๆ​


คลิกดูภาพขยาย

บ้าน​ใครไม่รู้ เห็นสวยดีค่ะ​ อยู่​ใกล้ ๆ​ ทาง​ไปตลาดเหมือนกัน

​ระหว่างอยู่​ลาโบล ​เป็นช่วงฟุตบอลโลกรอบสอง​พอดี ปกติรจนา​กับสามีไม่ค่อย​ได้ติดตามข่าวกีฬ่าเท่าไร ​แต่คุณแม่สามี​เป็นนักเทนนิส ​และยังเล่นเก่ง​แม้อายุ​จะมากแล้ว​ คุณแม่อยากดูฟุตบอลคู่​ที่เยอรมนีเล่น พวกเราก็เลย​​ได้ดู​พร้อมกัน​ไปด้วย ​และไหน ๆ​ ดูแล้ว​ก็พาลดูคู่ของฝรั่งเศส​ไปด้วย ​ความ​ที่ไม่มีอย่างอื่นให้ดู ช่วงนั้น​ฝรั่งเศสชนะตลอดจนถึงรอบสี่ทีมสุดท้าย พอฝรั่งเศสชนะ​แต่ละครั้ง ผู้คนก็​จะยินดี ออกมาร้องรำทำเพลง บีบแตรตามท้องถนน วัยรุ่นก็ขับรถเร่งเครื่องเสียงดังจนดึกดื่น เรียกว่า พลอยทำ​เอาพวกเราอดนอน​ไปด้วย ​แต่ก็ยินดี​ไป​กับทีมฝรั่งเศสด้วย (ตอนนั้น​ยังไม่ถึงรอบชิงฯ)

คลิกดูภาพขยาย

นี่ภาพกองเชียร์ฝรั่งเศสออกมาร้องรำทำเพลงกลางถนนยามดึกค่ะ​


สรุปว่า ตอนนี้เล่าแค่ชีวิตนักท่องเ​ที่ยวในลาโบล​ไปก่อนนะคะ​ คราวหน้า​จะพาออก​ไปชมทิวทัศน์ในเมืองใกล้ ๆ​ ค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1675 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน เยือนถิ่นเบรอตาญน์ (หนึ่ง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : fong [C-8631 ], [125.25.138.175]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ค. ๒๕๔๙, ๒๑.๐๗ น.

อ่านสนุกดีจังค่ะ​​ รู้สึกเหมือน​​ได้ตามคุณรจ​​ไปเ​​ที่ยวด้วยเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ป้า ทอง จ๊ะ [C-8632 ], [58.9.65.12]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ค. ๒๕๔๙, ๒๒.๒๖ น.

แปลกดีจ๊ะ​​ พี่รจฯ ดอกอติโช้ค ​​กับไช้เท้าจิ๋ว ​​แต่เห็นสภาพตลาดแล้ว​​ อยาก​​เอาแบบมาทำตลาดบ้านเรามั่งจังเลย​​จ๊ะ​​ น่าเดินเ​​ที่ยวจริงๆ​​ ขอบคุณจ๊ะ​​​​ที่​​เอาภาพ​​ที่ไม่เคยเห็นหลายอย่ามาให้ดู

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : แสนรัก [C-8678 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๑๑.๔๔ น.

เดินเ​​ที่ยวตลาดสด​​พร้อมพี่รจนี่สนุกจริงๆ​​ เลย​​จ้า...​​​​ที่ญี่ปุ่น​​ใคร​​จะพาหมาน้อย​​ไปเดินเล่นแสนรักเห็น​​เขา​​ต้องถือถุง​​ไปด้วยหนึ่ง​​ใบ พอเจ้าตัวดีทำธุระเสร็จตานี้ก็​​เป็นธุระของคน​​ที่​​ต้องเก็บ​​ไปทิ้งล่ะค่ะ​​ ​​ที่นี่ก็เลย​​สะอาดเหมือนกันค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รจนาตอบจดหมาย [C-8840 ], [83.180.102.185]
เมื่อวันที่ : ๑๑ ส.ค. ๒๕๔๙, ๐๐.๑๖ น.

หวัดดีค่ะ​​ คุณฟอง หาย​​ไปนาน คิดถึงจังค่ะ​​ ดีค่ะ​​ เรามาเกี่ยวก้อยเ​​ที่ยวด้วยกันนิ

ตลาดเมืองนอกนี่สะอาดจริง ๆ​​ ค่ะ​​ ป้าทอง เดินแล้ว​​สบายใจ ​​แต่ตลาดบ้านเราก็มีเสน่ห์เหลือหลายค่ะ​​ ​​โดยเฉพาะหัวเมือง หอมข้าวนึ่งใหม่ หมูทอดสด ๆ​​ ของกินแบบปิ้ง ๆ​​ ย่าง ๆ​​ โจ๊ก ฯลฯ พูดแล้ว​​หิวค่ะ​​

แน่ หญิงอ้อก็มาเ​​ที่ยวตลาด​​กับพี่รจ วันหลัวพี่รจ​​ไปเ​​ที่ยวตลาดญี่ปุ่น​​กับอ้อบ้างนะคะ​​

คน​​ที่นี่​​เขาก็ขยันเก็บขี้หมาเหมือนกันค่ะ​​ ​​แต่​​เขาบอกว่า คนสวิสนิสัยดีกว่าคนฝรั่งเศสในเรื่อง​​นี้ ​​แต่บางทีรจนาก็เห็นก้อนระเบิดตามข้างทางเหมือนกัน ​​แต่ไม่ค่อยประเจิดประเจ้อเท่าไร

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น