นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
วันนี้มีเรื่องมาคุย #1
pilgrim
...จั่วหัวเล่นให้ดูตื่นเต้นค่ะ​ เรื่อง​ของเรื่อง​ ​คือ พิลมีเหตุ​ต้อง​ไปเจรจา​กับตำรวจนิดหน่อย​ แล้ว​จากนั้น​...

ตอน : จากขึ้นโรงพักจนมาได้เป็นดารา (1)

จั่วหัวเล่นให้ดูตื่นเต้นค่ะ​ เรื่อง​ของเรื่อง​ ​คือ พิลมีเหตุ​ต้อง​ไปเจรจา​กับตำรวจนิดหน่อย​ แล้ว​จากนั้น​ ก็มีคนมาชวน​ไปเล่นหนังค่ะ​
อย่าง​ที่แสนรักเคยเกริ่นๆ​ให้ฟังนั่นแหละ​ค่ะ​ ตอนนี้ พอมีเวลาว่างเลย​ขอนำประสบการณ์จากการ​ได้มาอยู่​​กับคนต่าง​ที่ต่างถิ่นมาเล่าให้ฟังนะคะ​

เมือง​ที่พิลอยู่​​เป็นเมืองเล็กๆ​ แห่งหนึ่ง​ในประเทศอังกฤษ เล็กจนดูเหมือนหมู่บ้าน ไม่ใช่เมือง

คลิกดูภาพขยาย


​แต่สิ่ง​ที่ทำให้เมืองนี้ใหญ่ขึ้น​ ก็​คือ มหาวิทยาลัย ​คือ เมืองนี้มีมหาวิทยาลัย​ที่ค่อนข้างใหญ่ค่ะ​

นั่นทำให้มีนักศึกษา​ทั้งในประเทศ​และต่างประเทศมุ่งหน้ามาเรียน มาอยู่​ในเมืองนี้กันมากมาย​

ด้วย​ความขึ้น​ชื่อเรื่อง​สาขาวิชาบางด้าน ทำให้นักศึกษาต่างชาติหลั่งไหลมาเรียนเมืองนี้กันมากเหมือนกันค่ะ​ ​โดยเฉพาะนักศึกษาจีน​ที่แทรก​ไปแทบทุก​ที่ (​เพราะประชากร​เขาเยอะเนอะ)

ชาวบ้าน​ที่เคยอยู่​กันสงบสุขก็เริ่ม​ต้องทำใจรับ​กับสภาพผู้คนอันคึกคักวุ่นวาย ทุกหนทุกแห่งเต็ม​ไปด้วยนักศึกษาเต็ม​ไปหมด

​แต่ก็คงมีชาวบ้านบางกลุ่ม​ที่ทำใจไม่​ได้ ​และไม่อยากทำใจ ก็เลย​เริ่มรู้สึกเกลียดชังนักศึกษา ​โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติ อัน​ความรู้สึกเหยียดผิวนี่มันคงฝังรากลึกมานานค่ะ​

เรื่อง​​ความเกลียดชังคนต่างชาตินี้ ดูเหมือนผู้ใหญ่ก็​จะปลูกฝังให้เด็กๆ​ ลูกๆ​หลานๆ​ด้วยเช่นกัน

เคยมีลูกของ​เพื่อน​ที่​เป็นคนต่างชาติ มาถามพิลว่า ยูมาจากเมืองไทยนี่ คนไทยกินหมา​เป็นอาหารประจำวันใช่ไหม
พิลก็ถามว่า ยูรู้​ได้ไง
เด็กบอกว่า ​ที่โรงเรียนครูสอนเรื่อง​อาหารประจำชาติของประเทศต่างๆ​ทั่วโลก แล้ว​ก็สอนว่า คนตะวันตกกินขนมปัง คนจีนกินก๋วยเตี๋ยว แล้ว​ก็คนไทยกินหมา

​ได้ฟังก็อึ้ง​ไปเหมือนกัน ว่าครู​เขาสอนอย่างนี้​ได้ยังไง เลย​ทำให้รู้สึกว่า​ การ​เป็นครูนี่​ต้อง
ระวังเหมือนกันนะ ว่า​จะถ่ายทอดปลูกฝังอะไร​ให้เด็ก
เด็กก็บอกค่ะว่า​ ครูก็ดูมาจากสารคดี​ที่เข้ามาถ่ายทำในเมืองไทย คาดว่าคง​จะ​เป็นแถวบางท้อง​ที่​ที่การกินหมา ถือ​เป็นเรื่อง​ปกติ ​แต่สำหรับคนอังกฤษแล้ว​ ​เขาถือว่า​เป็นเรื่อง​"ช็อค" ​เพราะ​เขารักหมายิ่งกว่าเมีย(บางที อิๆ​ๆ​)

ข้อมูล​ที่เรา​ได้รับผิดๆ​บางด้าน หรือวัฒนธรรม​ที่ต่างกันก็ทำให้เราเกิดอคติ ​ความชิงชังต่อ
กัน​ได้ง่ายๆ​ค่ะ​


​แต่สำหรับผู้คนในเมืองของพิล กลุ่มคน​ที่ก้าวร้าวต่อนักศึกษาต่างชาติมาก​ที่สุด เห็น​จะ
​ได้แก่เด็กวัยรุ่นค่ะ​ บางทีก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพวกเรา​ไปทำอะไร​ให้​เขาไม่ชอบเรา​ได้ถึงขนาดนี้ เราก็ไม่​ได้เคย​ไปเดินเหยียบตาปลาพวก​เขาสักกะที

พิลเคยเดิน​ไป​กับ​เพื่อน มีเด็กรุ่นสาวสองคนเดินผ่านมา ทันใดนั้น​ เธอก็​เอามือมาลูบหัว
​เพื่อนแล้ว​ก็หัวเราะกันกิ๊กกั๊ก พิลก็ถาม​เพื่อนว่า รู้จักกันเหรอ ​เพื่อนบอกเปล่า

น้องคนไทยคนหนึ่ง​ เดินมาเรียนทุกวัน กลางทาง​จะมีเด็กมาดักคอยขว้างกิ่งไม้ใส่ โยน
ก้อนกรวดใส่
น้องคนนั้น​(ผู้หญิง) เลือดร้อน เคยวิ่งไล่ตามเด็กเกเร ​แต่ก็วิ่งไม่ทันมันหรอกค่ะ​ มันก็วิ่งหนี​ไปหัวเราะกันครื้นเครง ​ที่ทำให้พวกเราหัวปั่น​ได้

​เขาเล่าว่า นักศึกษาจีนบางคน เคยถูกเด็ก​เอาซอสมะเขือเทศมาบีบใส่ (พุ่งมาจากการบีบ
ขวดพลาสติกค่ะ​)

น้องคนนั้น​ หนักๆ​เข้า​เขาทนไม่ไหว เลย​​ไปแจ้งตำรวจ แล้ว​เหตุการณ์ก็สงบ​ไป ​เพราะ
ตำรวจตามจับเด็ก​ได้

​เพื่อนแอฟริกันผิวดำบางคน เคยโดนเด็กๆ​ตะโกนใส่หน้าว่า "Black beast" แปล​ได้
ประมาณว่าคุณสัตว์ดำ
หรือบางทีถีบจักรยานกลับบ้าน ก็มีเด็กวัยรุ่นผิวขาวมากัน​เป็นกลุ่ม มารุมล้อมแล้ว​ผลัก
จักรยานให้ล้ม
​เพื่อนคนนี้ ชื่อเวม่าค่ะ​ แกมีลูกสองคน วันหนึ่ง​ แกพาลูกชาย​ไปเล่นม้าหมุน​ที่มาตั้ง​ที่ตลาด ให้พ่อแม่พาลูกๆ​มาเล่น (แบบเสียเงิน​เป็นรอบๆ​น่ะค่ะ​)
แกบอกว่า พอแกอุ้มลูกขึ้น​​ไปนั่งบนม้าหมุน เด็กต่างๆ​ ​ที่นั่งรออยู่​แล้ว​ก็ลุกกันหมด พ่อแม่ก็มาพาลูกของตัวออก​ไป
คนเก็บเงินก็มาว่าเวม่า ว่า​เป็น​เพราะยู ทำให้ลูกค้า​เขาหายหมด ให้รีบออก​ไป อย่ามาเล่น
ลูกชายของเวม่า ยัง​เป็นหนูน้อยในวัยไร้เดียงสา ก็ถามพ่อว่า ทำไม​เขาไม่เล่นกันล่ะครับ​พ่อ ​เขา​ไปไหนกันหมดแล้ว​

​ได้ยินเวม่าเล่าแล้ว​ก็สะเทือนใจเลย​ค่ะ​ เวม่าเล่าว่า บางที พาลูก​ไปเล่นตามสวนสาธารณะ​ที่​เขามีเครื่องเล่น เช่นชิงช้า กระดานหกให้เด็กเล่น พอลูกปีนขึ้น​​ไปเล่นอันไหน เด็กคนขาวก็​จะหนีหมด ลูกของเวม่าก็​จะมองอย่างไม่เข้าใจ ​เพราะ​เขา​เป็นเด็กๆ​ ​เขาก็มีหัวใจอยาก​จะเล่น​กับเด็กๆ​ด้วยกัน

คลิกดูภาพขยาย


ของพิลเอง​ที่เคยเจอ ก็เดินๆ​อยู่​ พวกเด็กคนขาวก็​จะมาร้องทักแบบล้อเลียนว่า "หนีห่าว"
​ซึ่งภาษาจีนกลางหมายถึง สบายดีไหม

หรือบางคนก็พูดลอยๆ​ว่า ชิงกี้ Chinky ​ซึ่ง​เป็นคำเรียกคนจีนอย่างหยาบๆ​ดูถูก

​คือคนขาว​เขาก็แยกไม่ออกหรอกค่ะ​ ว่าเรา​เป็นชาติไหน ในสายตาของพวก​เขา คนเอเชียก็หน้าตาคล้ายๆ​กัน​ไปหมด ​คือ หน้าแบน หน้าดำ หน้าเหลือง ​และไร้ดั้ง(อิๆ​ๆ​ๆ​)
เหมือนเราก็แยกไม่ค่อยถูกเหมือนกันว่า หน้าตาอย่างนี้​คือฝรั่งชาติไหน

​แต่พิลก็เฉยซะค่ะ​ ​เพราะคิดว่า อยากพูดก็พูด​ไป ให้มันลอย​ไปตามลม

​แต่​ที่เด็ดๆ​ มีอยู่​สองทีค่ะ​ ตอนนั้น​​เป็นปีแรก​ที่เดินทางมาอยู่​อังกฤษ เดินผ่านเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง​ ไอ้หนูก็พูดขึ้น​ลอยๆ​ว่า
"you want to smack my bum?" แปลตรงๆ​​ได้ประมาณว่า "เธออยากมาลูบ (หรือตี)ตูด
ฉันไหมจ๊ะ​"
ตอนแรก หูยังไม่กระดิกค่ะ​ ยังหัน​ไปถามมันว่า "อะไร​นะ พูดใหม่ซิ"
มันก็ดีค่ะ​ พูดใหม่ให้ฟังอีกหน อิๆ​ๆ​ๆ​ คราวนี้ฟังออก ก็ตกใจ บอกมัน​ได้คำเดียวว่า โน แล้ว​รีบเดินหนีมันเลย​

อีกคราว​ที่เจอ คราวนี้ ไอ้หนูยิ้มให้มา​แต่ไกลเลย​ค่ะ​ (จำไม่​ได้หรอกค่ะว่า​คนเดียวกันหรือ
เปล่า ​แต่บริเวณ​ที่เจอ​คือบริเวณเดียวกัน ​คือใกล้ๆ​มหาวิทยาลัย)
ตอนแรก พิลก็ไม่รู้ว่า​ใคร ​เพราะมองไกลไม่ค่อยเห็น ไม่​ได้ใส่แว่น ก็นึกว่า​เป็น​เพื่อน ก็เลย​ยิ้มตอบมัน​ไป
พอมันเดินเข้ามาใกล้ ก็รู้ว่า เอ นี่เราไม่​ได้รู้จักมันนี่หว่า ไม่ใช่​เพื่อนเราสักหน่อย​
ไอ้หนูนั่นก็เอื้อนเอ่ยเลย​ว่า "You're so sexy." ฮ่าๆ​ๆ​ ขอบคุณ​ที่ชม

เราก็ก้มดูตัวเอง มันเซ็กซี่ตรงไหนฟะ ก็​แต่งตัวธรรมดา ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์หลวมๆ​ ไม่​ได้ฟิตเปรี๊ยะสักหน่อย​ เสื้อแสงก็คอปิดลึก ไม่​ได้เห็นใจน้อง​แต่ประการใด

แถมวัยเราก็นะ แก่พอ​จะ​เป็นแม่มัน​ได้ เหอๆ​ๆ​ๆ​
ก็นึกในใจ แกนะทะลึ่งจริงๆ​ ไม่รู้จัก E แก่ซะแล้ว​ ​แต่ก็ไม่​ได้ตอบโต้มันหรอกค่ะ​ ก็เดินผ่านกัน​ไป

อาจ​จะ​เป็น​เพราะพิล​เป็นคนตัวเล็ก เตี้ยเหมือนเด็กๆ​วัยรุ่น​ที่นี่ มันก็เลย​นึกว่าเรารุ่นเดียว​กับมัน อีกอย่าง เราคงหน้า​เป็น เดิน​เป็นแป๊ะยิ้มแบบรับแขกด้วย เด็กมันเลย​สับสน หลงผิดคิดว่ายังเอ๊าะ เหอๆ​ๆ​ๆ​

เล่ามาตั้งยาว ยัง​ไปไม่ถึงไหนเลย​ ​เอาไว้ตอนหน้าค่อยเข้าเรื่อง​นะคะ​ ว่า​ไปพัวพัน​กับคุณตำรวจ​ได้ยังไง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1615 Article's Rate 30 votes
ชื่อเรื่อง วันนี้มีเรื่องมาคุย --Series
ชื่อตอน จากขึ้นโรงพักจนมาได้เป็นดารา (1) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๓๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : พันนที [C-8139 ], [202.28.181.7]
เมื่อวันที่ : ๒๑ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๑๐ น.

อืม...​​อ่านตอนแรก สะท้อนใจจังเลย​​ค่ะ​​
เสียดาย ​​ที่เค้ามองแค่ภายนอกแบบนั้น​​ แล้ว​​ก็ ฮือๆ​​ แอบงอนแทนลูกของ​​เพื่อนพี่พิลด้วยค่ะ​​ น้องเค้ายังใสอยู่​​เลย​​

พออ่านตอนท้าย เริ่มยิ้มขึ้น​​มา​​ได้หน่อย​​
พี่พิล​​ต้องหน้าเด็กมากแน่เลย​​ นี่พันนที คิดๆ​​ๆ​​ๆ​​ จินตนาการใหญ่เลย​​จ้ะ​​

แล้ว​​​​จะรออ่านนะคะ​​ นี่แสดงว่าพันนทีรู้จัก​​กับดาราแล้ว​​ เย้ๆ​​ เดี๋ยว​​จะขอลายเซนต์นะคะ​​

รักษาสุขภาพนะคะ​​ พี่สาวคนเก่ง คิดถึงนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-8144 ], [203.114.104.64]
เมื่อวันที่ : ๒๑ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๓.๔๒ น.

ไม่น่า​​จะสอนให้เด็กๆ​​มี​​ความเกลียดในใจตั้งแต่เล็กๆ​​เลย​​นะ ไม่ดีเลย​​

รอเจอ ดาราหน่อย​​ อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Poceille แวะมาคุยด้วยค่ะ [C-8152 ], [161.200.255.164]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๘.๕๐ น.

แวะมาอ่านก่อน​​ไปประชุมค่ะ​​ (ประชุมเพลิง ฌาปณกิจศพหนูทดลอง​​ที่​​ต้องพลีชีพ​​เพื่อชาติในวันนี้!)

อิอิ ขอเล่าเสริมเรื่อง​​กินสัตว์แปลก ๆ​​ นิดนึงค่ะ​​ ตอน​​ไปสัมมนา​​ที่ญี่ปุ่นมีคนแถบเอเซียกลาง​​เขามาโม้ว่า​​ที่บ้าน​​เขากินอูฐกัน ​​ส่วนไอ้โพ​​กับ​​เพื่อน​​ที่​​เป็นคนไทย​​ที่ออก​​จะเฮี้ยว ๆ​​ หน่อย​​ก็ยังอุตส่าห์​​ไปคุยทับว่า...​​ "โฮ้ย...​​ อูฐน่ะจิ๊บจิ๊บ ประเทศไทยกินจระเข้ด้วยนะเฟ้ย"

แขกเอเซียกลางหนุ่มน้อย(แก่มาก)​​ได้ยินเข้าถึง​​กับหน้าถอดสี ถอยหนีกัน​​ไป​​ทั้งฝูงเลย​​ (สงสัยกลัวสองสาวไทยจับกิน เหอเหอ)


...​​


เห็นด้วย​​เป็นอย่างยิ่งว่าคนเอเซียอย่างเรานี่แยกฝรั่งไม่ออกจริง ๆ​​ ค่ะ​​ รู้​​แต่​​ถ้าผมสีน้ำตาลหรือทอง ตาสีอ่อน ผิวขาว ๆ​​ แล้ว​​ล่ะก็ ฝรั่งแหง ​​แต่​​จะฝรั่งอเมริกัน ฝรั่งยุโรป หรือฝรั่งทวีปใต้ ดูไม่รู้เลย​​ (รู้อย่างเดียวว่าฝรั่งแช่บ๊วยอร่อยมั่ก ๆ​​) ​​แต่เราก็ยังชอบดู ​​โดยเฉพาะฝรั่งหล่อ ๆ​​ ฮิฮิฮิ

​​ทว่าช่วง​​ที่ผ่านมา กระแสเอเซียมาแรงมาก ๆ​​ ค่ะ​​ ​​โดยเฉพาะฟากแถบเทือก​​เขาหิมาลัย นำทีม​​โดยเจ้าชายเคเซอร์ มกุฏราชกุมารแห่งภูฏาน ​​ที่เสด็จมาร่วมงาน​​พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของ​​พระบาท​​สมเด็จ​​พระเจ้าอยู่​​หัวของเรา ด้วย​​พระสิริโฉม​​และ​​พระจริยวัตรอันงดงาม ทำ​​เอาน้องงูสนใจติดตามข่าวใน​​พระราชสำนักจนหน้าแทบ​​จะแปะอยู่​​บนจอโทรทัศน์อยู่​​แล้ว​​ค่ะ​​ เหอเหอ


เอ้า...​​ เลย​​เม้าท์แตก​​ไปเรื่อง​​อื่นซะงั้น ​​เอา​​เป็นว่ามาปูเสื่อรอดูดาราด้วยอีกคนนะคะ​​ เสื่อผืนเดียว​​กับ​​ที่​​ไปปูรอฟังน้า add เล่าเรื่อง​​เมืองอิตาลีนั่นแหล่ะค่ะ​​ เหลืออยู่​​ผืนเดียว ​​ส่วนหมอนน่ะหาย​​ไปแย้ว ฮิฮิ





ปล. Beholder ​​ส่วนของไอ้โพประดิษฐ์ออกมา​​ได้ค่อนบทแล้ว​​จ้า สัปดาห์หน้า​​จะส่งฉบับ​​ demo ​​ไปให้ลองอ่านนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : สตรอเบอรี่ [C-8254 ], [125.25.2.133]
เมื่อวันที่ : ๒๙ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๔.๕๒ น.

ไม่​​ต้องเศร้า​​ไป เนื้อสุนัขคนจีนโบราณถือว่า​​เป็นอาหารฮ้องเต้เชียว...​​HA! ก็อย่าว่าแหละ​​มัน​​เป็นเรื่อง​​ของวัฒนธรรมนะน่ะ อ่านแล้ว​​สนุกดีเหมือน​​ได้​​ไปเ​​ที่ยวเปิดวิสัยทัศน์

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น