นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
Italy - อิตาลี ดินแดนงดงามแห่งศิลปะ #2
จันทน์กะพ้อ
...เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา ตี 3.25 ​โดยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ มองหาในเครื่องก็ไม่เห็น​จะมีคนไทยสักคน ยกเว้นมีแอร์โฮสเตสหน้าหมวย​แต่​เป็นคนไทยเท่านั้น​ พ...

ตอน : ก้าวเท้าเข้าสู่ประเทศอิตาลี.....

ครอบครัวของเราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา ตี 3.25 ของคืนวัน​ที่ 10 พฤษภาคม 2549 ​โดยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์​ซึ่ง​เป็นสายการบินร่วมของ Alitalia สายการบินของประเทศอิตาลีนั่นเอง เครื่องบินบินรวดเดียว​โดยไม่แวะพัก ในเครื่องไม่มีคนไทยสักคน ยกเว้นมีแอร์โฮสเตสหน้าหมวย​แต่พูดไทยเท่านั้น​ พวกเรากินๆ​นอนๆ​หลับๆ​ตื่นๆ​อยู่​ 11 ชั่วโมงก็ถึง​ที่หมายปลายทางเวลา 10 โมงเช้า​ของวัน​ที่ 11 พฤษภา ​คือ​ที่สนามบิน FCO ชื่อเต็มว่า Leonardo da Vinci (Fiumicino) Airport ​ซึ่งอยู่​ห่างจากโรม 26 กิโลเมตร

ภาพถ่ายจากเครื่องบิน ก่อนถึงประเทศอิตาลี

คลิกดูภาพขยาย



​เมื่อรอรับกระเป๋า​และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง​ซึ่งไม่ยุ่งยากอะไร​ เราก็ควักจดหมายลายแทง​ซึ่งระบุว่าเรา​จะ​ต้อง​ไปเดินหาสถานีรถไฟ​ซึ่งอยู่​ในบริเวณสนามบิน ท่าทาง​จะหายากสักหน่อย​ ​เพราะเราไม่ชิน​กับภาษาอิตาลีนำหน้าภาษาอังกฤษตามหลัง อย่างเช่น uscita/exit ​เป็นต้น

​แต่พวกเราก็หาจนเจอ​เป็น​เพราะสาวน้อย(ลูกสาว)ตาไวมองเห็นป้าย La Stazione (อ่านว่า ลา สตาซิโอนเน่) แปลว่า สถานีรถไฟ

พอมาถึงก็ไม่ใช่สถานีใหญ่โตแบบหัวลำโพง ​เป็นเพียง​ที่เริ่มต้นของทางรถไฟสองรางเท่านั้น​ พอถึงแล้ว​ก็มีปัญหาว่า​จะซื้อตั๋ว​ที่ไหนอย่างไร ถามคน​ที่เดิน​ไปเดินมา ​เขาก็​จะตอบว่าให้​ไป​ที่ร้าน Tabacciao (ตาบัคเชียโอ ​ที่จริงแปลว่าร้านขายบุหรี่ ​และก็ขายของจิปาถะอื่นๆ​ หากเรา​ไปถามคนอิตาลีว่า​จะหาซื้ออะไร​สักอย่าง ​เขาไม่รู้ว่า​จะตอบอย่างไร​เขา​จะบอกให้เรา​ไปหา​ที่ร้านนี้เสมอ ​และร้านแบบนี้​จะมีอยู่​ทั่ว​ไปในทุกๆ​เมืองในอิตาลี)​ ​แต่เราดูแล้ว​ร้านนี้ไม่ใช่ร้านขายตั๋วรถไฟอย่างแน่นอน ​พอดีเหลือบ​ไปเห็นช่องขายตั๋ว 2 - 3 ช่อง มีคนเข้าคิวอยู่​จึงคิดว่าใช่ จึงส่งล่าม​ไปตามระเบียบ เรา​ต้องขึ้น​รถไฟ​ไปลง​ที่สถานีใหญ่ชุมทาง​ที่ Termini ​ซึ่งอยู่​กลางกรุงโรม ราคาตั๋วใบละ 9.5 เหรียญยูโร ก็​เป็นเงินไทยคนละประมาณเกือบ 500 บาท​ ​เมื่อ​ได้ตั๋วแล้ว​เรา​ต้องไม่ลืม​ที่​จะ​เอาตั๋ว​แต่ละใบมาตอกบัตร​ที่เครื่องสีเหลือง​ที่ติดไว้ตามต้นเสา เครื่องตอกบัตร​จะระบุวัน​และเวลาลง​ไปในตั๋ว ​ทั้งนี้​เพราะตั๋วของ​เขามีหลายชนิด ​และ​สามารถเดินทางในเวลาต่างๆ​ ​เขาจึงกำหนดให้มีการตอกบัตรก่อนขึ้น​รถไฟเสมอ ​เพื่อป้องกันไม่ให้นำตั๋วนี้​ไป​ใช้อีกในคราวต่อ​ไป ​(​แต่​ถ้าเราลืมตอกบัตร หนังสือท่องเ​ที่ยวบอกว่า​เมื่อขึ้น​รถไฟ​ไปแล้ว​ก็​ต้องหาเจ้าหน้า​ที่บนรถไฟให้เจอแล้ว​แจ้ง​กับ​เขาว่าเราลืม ไม่เช่นนั้น​​ถ้าถูกตรวจพบในภายหลังอาจถูกปรับ)​

คลิกดูภาพขยาย


คนมารอรถไฟ​เป็นชาวยุโรปแทบ​จะล้วนๆ​ ​เพราะสูงขาว ผมสีบลอนด์ ​แต่ละคนมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ​ ​และพูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส อาจ​จะมีภาษาอื่นๆ​อีก​ที่ฟังไม่ออก พวกเราขึ้น​รถไฟช้าไม่มี​ที่นั่งจึง​ต้องยืน​ไป วิวสองข้างทางก็สวยมากมีดอกไม้ขึ้น​ตามธรรมชาติบานสะพรั่ง ​เพราะ​เป็นฤดูใบไม้ผลิ

คลิกดูภาพขยาย


นั่งรถไฟมา 45 นาทีก็สุดสาย ลงจากรถไฟลากกระเป๋า​จะ​ไปทางไหนดีนะ นี่กรุงโรมรีนี่ มอง​ไปเห็นกำแพงเมืองร้างเก่าๆ​

หอคอยมีบันไดเวียนตัด​กับท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม

คลิกดูภาพขยาย



ตึกนี้มีฝีมือเพ้นท์กำแพงของคนมือบอน ​แต่ก็ช่างเขียนช่างวาด​ได้มีศิลปะ ตรงไหน​เป็นกำแพงก็​จะมีลวดลายคล้ายๆ​แบบนี้ตลอด

คลิกดูภาพขยาย



อีกมุมหนึ่ง​ของกรุงโรม

คลิกดูภาพขยาย


เราเปิดดูแผน​ที่ ​จะหาทาง​ไปสถานีรถบัส ​เพื่อ​ไปมาเตร่า เริ่มแรกลองเรียกแท็กซี่ บอกว่า​จะ​ไปสถานีรถ​ที่ Tibertina ​แต่แท็กซี่เมิน ไม่พูดอะไร​เลย​ สงสัยเราพูดภาษาอังกฤษ​เขาฟังไม่รู้เรื่อง​

หลังจาก​ที่แท็กซี่ไม่ยอมรับเรา เราเองก็กลัวค่าแท็กซี่แพงเหมือนกัน จึงตัดสินใจกันว่าเดิน​ไปก็ด้ายยยย...​ พวกเราก็เดินสะพายเป้ลากกระเป๋ากัน​ไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่า​มันไกลจัง เลย​ขับไล่ไสส่งล่ามจำ​เป็นให้​ไปถามคุณป้า​ที่​กำลัง​จะขึ้น​รถ​ส่วนตัวว่า​จะ​ไปสถานีรถบัส​ได้อย่างไร เดิน​ไปไหวไหม? คุณป้าผู้แสนดีก็อธิบายละเอียดว่า เดิน​ไปไม่ไหวหรอก ไกลมาก ให้​ไปขึ้น​รถเมล์สาย 71 พอ​ได้คำตอบ ล่ามจำ​เป็นบอก "เช้า​(ciao) เราก็ ciao ด้วย คำนี้แปลว่า บ๊ายบาย ลาก่อน หรือสวัสดีก็​ได้

นี่​คือคุณป้า​ที่พาเราขึ้น​รถเมล์​ไปยังสถานีรถบัส

คลิกดูภาพขยาย


อารามดีใจคุณพ่อเห็นรถเมล์สาย 71 ​กำลังติดไฟแดงอยู่​ คุณพ่อก็เร่งพวกเราให้ข้ามถนน​ไปดักรอรถเมล์ทันที ​แต่​พระแม่เจ้า รถเมล์ไม่ยอมจอดฝั่งซ้าย​แต่ไพล่​ไปจอดฝั่งขวา (อิอิ) ​เพราะ​ที่อิตาลี​เขาขับรถทางขวากันจ้ะ​ ​เป็นอันว่าชวด​ไป พวกเราขำกันกลิ้งเลย​ เราจึง​ต้องข้ามถนน​ไปรออีกฝั่ง​ซึ่งมีคุณป้าอีกคนรอรถเมล์อยู่​ ไม่รู้ว่าเกิดปิ๊งปั๊งอะไร​ขึ้น​มา คุณป้า​กับสาวน้อยล่ามของเราก็คุยกันใหญ่ ​แต่สาวเจ้าฟังไม่ค่อยออก ​แต่ป้า​เขาก็พอ​จะรู้ว่าเรา​จะ​ไปสถานีรถบัส พอรถเมล์สาย 71 มา คุณป้าก็พาพวกเราขึ้น​รถเมล์​ไป เราไม่มีตั๋วรถเมล์ รู้​แต่ว่าเรา​ต้อง​เอาตั๋ว​ไปตอกบัตร​ที่เครื่องข้างหลังคนขับ เราก็ทำท่า​จะเดิน​ไปดู ฝ่ายคุณป้าก็ดึงแขนเราไว้ ​พร้อม​กับโบกมือส่ายหน้า ​และพูดว่า "โนเปย์ๆ​" อะไร​ทำนองนี้ เราก็ไม่สบายใจ​เพราะกลัว​จะเกิดปัญหาในต่างแดนก็​จะเดิน​ไปดูอีกว่า​จะทำยังไง คุณป้าก็ดึงพวกเราไว้อีก เราลองสังเกตดูคน​ที่ขึ้น​รถเมล์มาก็มีคนสองคน​ที่​ไปตอกบัตร นอกนั้น​อีกจำนวนมากก็ยืนเฉยๆ​ เราจึงเฉยๆ​บ้างก็แล้ว​กัน คุณป้าลงรถก่อนเรา 1 ป้าย พอเราเห็นคำว่า Tibertina เราจึงลง

กว่าเรา​จะหาสถานีรถบัสเจอก็​ไปหลงอยู่​ในสถานีรถไฟอีกแห่งหนึ่ง​ ภาษาอิตาเลียนของล่าม​ใช้การไม่​ได้ จนกระทั่ง​ไปเจอคน​ที่พูดภาษาฝรั่งเศส​ได้จึงรู้เรื่อง​

นี่ไงสถานีรถบัส ไม่ยักกะเหมือนหมอชิตหรือเอกมัย ​แต่ก็นั่งรถบัส​ไป​ได้ทั่วประเทศ หรือข้ามประเทศ​ไปทางยุโรป เช่น ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ โครเอเซีย ฯลฯ ก็​ได้

คลิกดูภาพขยาย


ไม่มีป้ายประกาศว่ามีรถ​ไปมาเตร่า ​แต่ล่าม​ไปถามดูก็มีรถบัส​ไปมาเตร่าเ​ที่ยวเดียว​คือ บ่ายสามโมงกว่า ​และ​จะถึงมาเตร่าตอน 4 ทุ่ม ราคาค่าตั๋วคนละ 30.5 ยูโร (ประมาณ 1,500 บาท​ต่อคน) ตอน​ที่เรา​ไปถึงสถานีรถบัส​คือบ่ายโมงกว่า มีคนคอยรถบัสมากมาย​ นั่งอยู่​​ที่เก้าอี้หน้าร้านกาแฟ​และพิซซ่า คุณปู่หนวดงามคนนี้ก็นั่งรออยู่​ด้วย

คลิกดูภาพขยาย


เราตามเข้า​ไปดูในร้านพิซซ่า สาวน้อยเข้า​ไปซื้อพิซซ่า​ที่ถูก​ที่สุดมากิน 2 ชิ้น ​คือ 1.80 เหรียญ (ประมาณ 88 บาท​/ชิ้น) ​เป็นพิซซ่าแป้งบางๆ​ หน้ามะเขือเทศ​และชีส ​แต่ก็แผ่นใหญ่พอสมควร ​จะดื่มกาแฟก็ยังไม่กล้า เห็นคน​ไปยืนรอกาแฟ​และดื่ม​ที่เค้าน์เตอร์กันเลย​ ​ส่วนใหญ่​จะสั่งเอสเพรสโซ่แก้วกระจิ๋ว แก้วละประมาณ 75 บาท​ ตกลงเราเลย​กินพิซซ่า​กับน้ำเปล่า​ที่พกมาจากเมืองไทย

นอกจากนี้เรายัง​ได้เห็นพวกยิปซีขอทาน​เป็นครั้งแรก มีคนหนึ่ง​​แต่งตัวสวยมากใส่กระโปรงสีแดง​ทั้งชุด เราว่า​เขา​แต่งตัวดีกว่าเรายัง​จะมาขอเงินเราอีก เราจึงไม่ให้ ​และ​เขาก็ไม่ตอแย​เพราะ​เขาคงรู้ว่าเราจนกว่า​เขาอีก เราอยาก​จะถ่ายรูปยิปซีมากเลย​ ​แต่ไม่กล้า​เพราะกลัว​จะ​ต้องจ่ายตังค์ให้​เขาน่ะสิ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1614 Article's Rate 190 votes
ชื่อเรื่อง Italy - อิตาลี ดินแดนงดงามแห่งศิลปะ --Series
ชื่อตอน ก้าวเท้าเข้าสู่ประเทศอิตาลี..... --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ท่องเที่ยว ผจญภัย
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๕๒๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๗๖๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ปลาหลงน้ำ [C-8142 ], [210.230.179.122]
เมื่อวันที่ : ๒๑ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๒.๒๗ น.

สนุกค่ะ​​รอคอยตอนต่อ​​ไปนะคะ​​ พวกยิปซีนี่ เคยพบตอน​​ไปเ​​ที่ยวโรม ​​และมิลานเช่นกันค่ะ​​ สังเกตหน้า ​​และรูปเท้านะคะ​​ แปลกๆ​​ ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8150 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๔.๕๑ น.

มาตามผจญภัย​​ไป​​กับพี่ด้วยค่ะ​​
พิซซ่าแบบไม่มีเครื่องเคราอะไร​​มาก รู้สึก​​จะเรียกว่ามาร์เกอริต้านะคะ​​ ​​จะไม่มีเนื้อสัตว์เลย​​ เหมือนมี​​แต่ชีส​​กับมะเขือเทศค่ะ​​
​​แต่กินพิซซ่า​​ที่อิตาลีแล้ว​​ ไม่รู้อุปาทานหรือเปล่านะคะ​​ รู้สึกมันอร่อยกว่ากินจาก​​ที่อื่นค่ะ​​ สม​​กับ​​เป็นเจ้าถิ่นจริงๆ​​เลย​​

ciao

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : พันนที [C-8154 ], [202.28.169.165]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๔.๑๐ น.

ผจญภัยน่าดูเลย​​ค่ะ​​
​​ถ้าให้​​ไปเองสงสัยตายแน่ๆ​​
ภาษาอังกฤษยังไม่ค่อย​​จะแข็งแรงเลย​​ค่ะ​​ ภาษาอื่นไม่​​ต้องพูดถึง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : จันทน์กะพ้อ [C-8158 ], [203.188.28.201]
เมื่อวันที่ : ๒๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๑.๕๐ น.

ขอบคุณจ้ะ​​พิล ชื่อนี้แหละ​​จ้ะ​​

คุณปลาหลงน้ำ ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลด้วยนะคะ​​ ยิปซี​​ที่สถานีรถบัสนี่​​เป็นสาว​​แต่งชุดสวย ​​แต่เห็น​​ที่อื่น​​จะ​​เป็นคนแก่โทรมๆ​​ค่ะ​​

คนอิตาลีพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อย​​ได้ค่ะ​​ ​​แต่​​เขาพูดฝรั่งเศส​​ได้มาก ​​ถ้าไม่มีลูกสาวคง​​ไปเองไม่ไหวค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ลุงเปี๊ยก [C-8159 ], [58.8.183.29]
เมื่อวันที่ : ๒๓ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๗.๔๐ น.

ชอบการเล่าเรื่อง​​แบบนี้ครับ​​ ผู้อ่าน(อย่างผม)​​จะโชคดี​​ที่​​ได้ตาม​​ไปเ​​ที่ยวด้วย ป้าแอ๊ดเล่าแบบ​​ได้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ครบถ้วนดีจังครับ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น