นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #9
รจนา ณ เจนีวา
...​เพื่อนร่วมงานของพ่อบ้านสองคน สาวน้อย​กับหนุ่มไม่น้อยตกหลุมรักกันมาหลายปี ​เมื่อถึงเวลาอันงามก็​ได้ฤกษ์​แต่งงานกันเสียที...

ตอน : ไปร่วมพิธีแต่งงานที่เมืองบอนน์ เยอรมนี

ฤดูใบไม้ผลินี้ รจนาชีพจรลงเท้ามาก ๆ​ ค่ะ​ เดี๋ยว​ไปโพรวองซ์ เดี๋ยว​ไปอังกฤษ (กวนพิลกริม) เดี๋ยว​ไปเยอรมนี แล้ว​ยังมีโปรแกรม​จะตามมาในช่วงฤดูร้อนด้วยค่ะ​

​เพื่อนร่วมงานของพ่อบ้านสองคนสาวน้อย​กับหนุ่มไม่น้อยตกหลุมรักกันมาหลายปี ชายหนุ่ม​เป็นนักข่าวชาวอาร์เจนติน่าวัยใกล้เกษียณ (​แต่ยังหล่อปิ๊ง) สาวน้อย​เป็นนักกฎหมายชาวเยอรมันอนาคตสดใส (สวยน่ารักมาก ๆ​) ​เมื่อถึงเวลาอันงามก็​ได้ฤกษ์​แต่งงานกันเสียที

​ทั้งคู่ย้าย​ไปอยู่​​ที่คอสต้าริก้า ตามหน้า​ที่การงานของหญิงสาว ​และ​ได้ทำพิธี​แต่งงานกันทางกฏหมาย จดทะเบียนสมรส​ที่นั่น ก่อน​จะกลับมาบ้านเกิดของหญิงสาว​เพื่อทำพิธีในโบสถ์ตาม​ความเชื่อทางศาสนาของฝ่ายเจ้าสาวค่ะ​ อ้อ...​เจ้าบ่าว​เป็นชาวยิว หย่าร้างมานานแล้ว​ ​และมีลูกชายแล้ว​หนึ่ง​คน​เป็นหนุ่มค่ะ​ ​ส่วนเจ้าสาวก็กำพร้าพ่อ มีพี่ชายหนึ่ง​คน​เป็นนายแพทย์ผู้มี​ความ​สามารถมากคนหนึ่ง​ หล่อ ​และพูด​ได้หลายภาษาค่ะ​ (​แต่​แต่งงานแล้ว​นะเจ้าคะ​ งูบนหัวของ​ใคร​ที่ทำท่าว่า​จะโผล่ออกมาเริงร่า ขอให้สงบไว้ก่อนค่ะ​)

คลิกดูภาพขยาย

แท่นพิธี​แต่งงานในโบสถ์



ด้วย​ความ​ที่เจ้าสาวทำงานใกล้ชิด​กับพ่อบ้านมาก่อนสมัยประจำอยู่​เจนีวา พวกเราก็เลย​​ได้รับเชิญ​ไปร่วมงาน​แต่งงานด้วย กรุงบอนน์​กับเจนีวาอยู่​ห่างกัน ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร เดินทาง​โดยเครื่องบินไม่ค่อยสะดวก​ ​เพราะไม่มีเครื่อง​ไปตรง ​จะ​ไปรถไฟก็นาน เราก็เลย​ตัดสินใจเดินทาง​โดยรถยนต์ค่ะ​

ยาวนาน​และเหน็ดเหนื่อยดี

งาน​แต่งงานจัดปลายเดือนพฤษภาคม​ที่โบสถ์บนยอด​เขา​ที่ชื่อว่า ปีเตอร์ หรือภาษาเยอรมันออกเสียงว่า ปีเตอร์สแบร์ก (Petersberg) ​เป็นยอด​เขา​ที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของกรุงบอนน์ ​และแม่น้ำไรน์​ที่ขดตัวเลียบ​ไป​กับขุน​เขาค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

โรงแรม​ที่เคย​เป็นปราสาทต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมาก่อน


ข้าง ๆ​ ​กับโบสถ์บนยอดปีเตอร์สแบร์กนี้ยัง​เป็น​ที่ตั้งของปราสาทเก่า​ที่เคย​ใช้​เป็น​ที่รับแขกบ้านแขกเมืองของรัฐบาลมาในสมัยก่อน ​แต่ปัจจุบันรัฐบาลขายสิทธิให้เอกชนมาทำโรงแรมหรูค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ทิวทัศน์แม่น้ำไรน์มองออกมาจากห้องรับรอง


เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เลย​มาทำพิธีทางศาสนา​ที่โบสถ์ แล้ว​ก็เลี้ยงอาหารเย็น​ที่โรงแรมค่ะ​

งานในโบสถ์ก็เรียบง่าย มีเล่นออร์แกน มีกล่าววาทะทางศาสนา​ที่เจ้าสาวเลือกไว้ ​คือ "เธอ​ไปไหน ฉัน​ไปด้วย"

เจ้าบ่าวก็หล่อ เจ้าสาวก็สวยสมใจค่ะ​ ​แต่สังเกตว่า ​เขาเน้นแบบงามหรู กึ่งชุดตอนบ่าย​และชุดกลางคืน ​แต่ไม่ฟู่ฟ่าค่ะ​ เจ้าสาวใส่ชุดผ้าไหมสีครีม สายเดี่ยว ทับด้วยเสื้อแจ้กเก็ตตัวสั้นผ้าลูกไม้ อยาก​จะเดาว่า​เป็นเสื้อ​แต่งงานเก่าของแม่เจ้าสาว ​แต่ก็ไม่​ได้ถามไว้

ในมือเจ้าสาวถือดอกกุหลาบสีครีม ในโบสถ์​แต่งด้วยดอกกุหลาบ​กับดอกไม้สีครีม​และชมพูอ่อน รจนาคิดว่า​ใช้ดอกไม้น้อยมาก​เมื่อเทียบ​กับบ้านเรา คิดว่าเพิ่งเริ่มฤดูสปริง อากาศยังเย็นอยู่​มาก คงหาดอกไม้ไม่ค่อย​ได้ หรือ​ได้ก็แพงมาก ทางผู้จัดเลย​​ต้องประหยัดไม่ทำฟู่ฟ่ามากค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

เจ้าสาว​กับพี่ชาย



มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง​​คือ โบสถ์นั้น​​จะหลังคาสูง ปกติ​จะไม่ค่อยมีเครื่องทำ​ความร้อน คน​ที่​ไปโบสถ์​สามารถใส่เสื้อโค้ทติดตัว​ได้ไม่​ต้องถอด งานนี้พ่อบ้านกำชับรจนาให้​เอาโค้ทตัวใหญ่สุด​ไปเผื่อหนาว ปรากฎว่าในโบสถ์หนาวมากจริง ๆ​ ​คือหนาวกว่า​ที่ควร​จะ​เป็นในเดือนนี้ คนอื่น ๆ​ ใส่เสื้อผ้าสวยงาม สาว ๆ​ ใส่ชุดเปิดไหล่เซ็กซี่ทีเดียว ​แต่สุดท้าย​ต้องขอยืมเสื้อแจ้งเก็ตคุณผู้ชายมาห่มกันหนาวกัน รจนา​กับพ่อบ้านอุ่นสบาย​เพราะเตรียมตัว​ไปดีค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ดอกไม้​ที่จัดไว้ตรงเก้าอี้นั่งในโบสถ์ เรียบ ๆ​ ​แต่สีหวานสม​กับ​เป็นงาน​แต่งงาน


เสร็จจากพิธีในโบสถ์ เราก็​ไป​ที่ห้องรับเลี้ยงแบบค้อกเทล มีเครื่องดื่มพวกแชมเปญ ไวน์ น้ำผลไม้ ​และน้ำเปล่ามาเสิร์ฟ รจนาก็​ได้สองอย่างหลังนี่แหละ​ค่ะ​ ทาน​กับของว่างพวกขนมปังเปิดหน้า ทาน​ไป ๆ​ ​เขาก็เร่​เอาถาดของกินร้อน ๆ​ มาเสิร์ฟ มีลูกพรุนพันด้วยหมูเบค่อนทอด กุ้งชุบงาทอด ​กับไส้กรอกเลือดห่อแผ่นเกี๊ยวฝรั่งทอด รจนาก็ลองทานทุกอย่าง

คลิกดูภาพขยาย

ห้องจัดเลี้ยงนี้อยู่​ติดระเบียงกว้างมองเห็นแม่น้ำค่ะ​ ​แต่เสียดายเรา​ต้องจัดงานข้างใน ​เพราะฝนครึ้ม ​และโปรย​เป็นระยะ ๆ​

​ระหว่างนั้น​เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็​จะชวนแขกทีละกลุ่มเล็ก ๆ​ ออก​ไปถ่ายรูป​ที่ระเบียง ทนหนาวสั่นกัน พอถ่ายรูปเสร็จ เจ้าสาวก็​ต้องรีบวิ่งเข้าในตัวตึกก่อน​จะหนาวจนไม่สบายเสียก่อน

แขก​ที่​ไปน่า​จะมีประมาณ ๕๐ คนค่ะ​ ​เขา​จะจัดโต๊ะ จัดชื่อให้นั่งด้วยกันไว้ ​ส่วนใหญ่​ใครมาด้วยกัน​เขาก็ให้นั่งด้วยกัน

คลิกดูภาพขยาย

โต๊ะก็​ใช้เทียนสีชมพู​กับดอกไม้สีชมพูค่ะ​ ​และมีเมนูอาหาร​ที่หน้าปก​เป็นรูปปราสาทหรือโรงแรมปีเตอร์สแบร์กแห่งนี้

เรื่อง​อาหารงาน​แต่งงาน มีหลายคอร์สทีเดียวค่ะ​ ​คือเริ่มต้นด้วยของทานเล่นชิ้นเล็ก ๆ​ ​เป็นพาเต้ (หน้าตาเหมือนหมูยอ) ซุปเห็ดน้ำใส สลัดปลาแซลม่อนรมควัน​กับหน่อไม้ฝรั่ง อาหารจานหลักก็​เป็นเนื้ออบราดซอสรสเข้ม ​ส่วนของหวาน​คือขนมหวานชิ้นเล็ก ๆ​ อย่างละนิดละหน่อย​ค่ะ​ มีสตรอเบอร์รี่ชุบชอคโกแล็ต เค้กเล็ก ๆ​ เชอร์เบ็ตก้อนเล็ก ๆ​

หากมีโอกาสรจนา​จะนำรูป​ไปลงในคอลัมน์ "รจนาหัวป่าก์" นะคะ​

เราทาน​ไป ดื่ม​ไป คุย​ไป ดึกหน่อย​ ดนตรีก็เริ่มบรรเลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เปิดฟลอร์ แล้ว​เจ้าสาวก็พยายามเต้นรำ​กับแขกชายทุกคน​เป็นการให้เกียรติแขก​ที่มาค่ะ​ รจนาหมดสิทธิ์เต้นรำเข้าจังหวะ ​เพราะเต้นไม่​เป็น พ่อบ้านก็ขอตัว​เพราะไม่​ได้เต้นนานแล้ว​กลัว​ไปเหยียบเท้าคนอื่น เราสองคน​ได้​แต่ออก​ไปดิ้นนิดหน่อย​ตอน​ที่มีเพลงแบบมัน ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

โต๊ะของเจ้าบ่าวเจ้าสาว มีพี่ชายเจ้าสาว​กับ​เพื่อนสนิทเจ้าสาวนั่งขนาบค่ะ​


พอใกล้เ​ที่ยงคืนทางโรงแรมก็​เอาเค้ก​แต่งงานมาตั้ง เ​ที่ยงคืนปุ๊บก็​เป็นการตัดเค้ก ​และแจกให้แขก รจนาชิม​ไปหน่อย​นึง อร่อยดีค่ะ​ ​แต่ก็อิ่ม​กับอาหารเย็นจนทานอะไร​ไม่ค่อยลงแล้ว​

คลิกดูภาพขยาย

​เพื่อนสนิทเจ้าบ่าวออกมาอวยพรในบรรยากาศแสงเทียนละมุน


​ระหว่างทานอาหาร พี่ชายของเจ้าสาวก็มากล่าวให้พร​และให้ข้อคิด​ซึ่งน่ารักมาก ๆ​ เลย​ พี่ชายของเจ้าสาวบอกว่า น้องจำ​ได้ไหม ตอนเราเด็ก ๆ​ เราสองคน​ไปแข่งขันขี่เรือพายกัน ปรากฎว่าตลอดการแข่งขัน พวกเราสองคน​ไปไม่ถึงไหน ไม่​ได้ออกจากท่าด้วยซ้ำ ​เพราะเราต่างคนต่างพายกัน​ไปคนละทิศละทาง ขอให้น้องจำสิ่งนี้ไว้​เป็นบทเรียน ​และพิจารณาเสมอว่า เรา​กับคู่ชีวิตพายเรือ​ไปทางเดียวกันหรือเปล่า

รจนาฟังแล้ว​ก็ซาบซึ้ง​ไปด้วยค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

เจ้าบ่าวเต้นรำ​กับเจ้าสาว​โดยมีแขกยืนล้อมฟลอร์​และจุดพลุไฟเล็ก ๆ​ ดูน่ารักดีค่ะ​


พี่ชายเจ้าสาวยังยกคำกล่าวของ ฟอนบิสมาร์ค ในวัน​แต่งงาน​กับภรรยาสุด​ที่รักของ​เขาว่า "​ที่รัก ฉัน​แต่งงาน​กับเธอ ไม่ใช่​เพราะฉันรักเธอมาก ​แต่ฉัน​แต่งงาน​กับเธอ​เพื่อให้ฉัน​ได้รักเธอมากยิ่ง ๆ​ ขึ้น​​ไป"

ฟังมาถึงตอนนี้ รจนาอดน้ำตาคลอไม่​ได้ค่ะ​ ​ความรู้สึกซาบซึ้งหวานแหวว​กับการ​แต่งงานของตัวเองนั้น​ผ่านมาแล้ว​ตั้งห้าปี ​เป็นการ​แต่งงานง่าย ๆ​ ​ที่เร่งรีบ ​เพราะเรา​ต้องโยกย้ายมาเจนีวาทันที พวกเราเองก็​เป็นผู้ใหญ่มากแล้ว​ ไม่​ได้ดื่มด่ำ​กับบรรยากาศของ​ความรักแบบโรแมนติกเหมือนฝันในช่วงพิธี​แต่งงานมากเท่าไร (​แต่ก็จำ​ได้ว่ามี​ความสุข​ที่มี​เพื่อน ๆ​ มา​เป็น​กำลังใจ) ​แต่มา​ได้​ความซาบซึ้งในช่วง​ใช้ชีวิตใหม่ในต่างแดน การปรับตัวเข้าหากัน ​และผ่าน​ความยากลำบากด้วยกัน​กับคุณพ่อบ้าน

คลิกดูภาพขยาย

เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้ก​แต่งงานตอนเ​ที่ยงคืน


​เพราะ​จะเปรียบ​ไปการ​แต่งงานก็เหมือน​ความฝันของคนสองคนกลาย​เป็น​ความจริง ​ส่วนชีวิตหลัง​แต่งงานก็​คือ การอยู่​​กับ "​ความจริง" ของชีวิตคู่ค่ะ​ บ่อยครั้งไม่ง่ายเลย​

งานนี้คง​ต้องคิดถึงเจ้าสาว​กับพี่ชาย​ที่พายเรือ​ไปคนละทางให้บ่อย ๆ​ แล้ว​ถามตัวเองว่า "เรา​กำลังทำอย่างนั้น​อยู่​หรือเปล่า"

คลิกดูภาพขยาย




ตอนสุดท้าย​ที่ไม่ควร​จะพลาด ​คือ ตอน​ที่เจ้าสาวหันหลังแล้ว​โยนดอกไม้ให้สาวโสดผู้โชคดีคนต่อ​ไป ปรากฎว่า ผู้โชคดีคนนั้น​ก็​คือ​เพื่อนร่วมงานสาวชาวเยอรมันนักกฎหมายของเราอีกคนหนึ่ง​​ที่พวกเราก็ลุ้นอยู่​แล้ว​ว่า​เมื่อไร​จะ​แต่งงาน​กับแฟนหนุ่มนิสัยดีดีกรีด้อกเต้อร์อองดรัว (นักกฎหมาย) ของเธอเสียที


เฮ้อ...​.โล่งใจ​ไป​กับเธอด้วย

คลิกดูภาพขยาย

เจ้าสาวโยนดอกไม้​ไปตกถึงมือสาวน้อยผู้โชคดีคนถัด​ไป


คลิกดูภาพขยาย

เฮ้อ คน​ที่มี​ความรักในหัวใจนี่อะไร​มันก็ดูหวาน​ไปหมดนิ

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1592 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ไปร่วมพิธีแต่งงานที่เมืองบอนน์ เยอรมนี --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-7965 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๑๑ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๓.๒๙ น.

ให้ข้อคิด​​ที่ดีค่ะ​​ คนมีครอบครัวสมควร​​ได้มาอ่านนะคะ​​
​​ส่วนพิลกริม เริ่มปวดหัวตั้งแต่ยังไม่​​แต่งงานแล้ว​​ค่ะ​​ เลย​​ไม่อยากปวดหัวเพิ่มมากขึ้น​​ อิๆ​​ๆ​​ อ้อ อีกอย่างก็ไม่อยากสร้าง​​ความปวดหัวให้​​ใครด้วยค่ะ​​ ฮ่าๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พันนที [C-8006 ], [202.28.181.7]
เมื่อวันที่ : ๑๓ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๒.๓๗ น.

อ่านแล้ว​​รู้สึกบรรยากาศ​​ที่อบอวล​​ไปด้วย​​ความหอมหวานของ​​ความรักเลย​​ค่ะ​​พี่รจนา
​​และ...​​​​ได้ข้อคิด​​และ​​ความประทับใจ​​กับคำของพี่ชายเจ้าสาว

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น