นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #7
รจนา ณ เจนีวา
...รจนาก็เช้ยเชย โทร​ไปบอกพ่อบ้าน​ที่รูปปั้นเทพ​ที่มีปีก ยืนแผลงศรตรงน้ำพุนะ ร้อนถึงพิลกริม​ต้องมาบอกว่า นี่​คือคิวปิดเจ้าค่ะ​...

ตอน : ย่ำลอนดอนกับพิลกริม (สอง)

ตอนก่อนเล่าถึง​ไปดูร้านอาหารเคลื่ีอน​ที่ของคุณไหมหนัน​ที่เมืองลุยแชม จากนั้น​ พวกเราก็ขึ้น​รถไฟกลับลอนดอน คุยกัน​ไป สนุก​กับการเปลี่ยนรถไฟใต้ดิน ​และก็เสียว ๆ​ กลัว​เขาวางระเบิดด้วย ดีว่าฟ้าดินยัง​เป็นใจ ปลอดภัยจน​ไปถึง​ที่พักนักเรียนไทยของพิลกริม ​เพื่อให้พิลกริม​เอาเป้ใบใหญ่​ไปเก็บ แล้ว​จึงเดินทางต่อเข้า​ไปดูละคร นัดคุณพ่อบ้าน​ที่สถานีพิคคาดิลลี ตรงน้ำพุรูปคิวปิด รจนาก็เช้ยเชย ​ความ​ที่ไม่มีกามเทพมาแผลงศรนานแล้ว​ ตอนโทร​ไปบอกพ่อบ้านว่านัดพบกัน​ที่ไหน ก็บอกว่า เธอมองหารูปปั้นเทพ​ที่มีปีก ยืนแผลงศรตรงน้ำพุนะ ร้อนถึงพิลกริม​ต้องมาบอกว่า นี่​คือคิวปิดเจ้าค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


กว่าพ่อบ้าน​จะหลงทาง เปลี่ยนรถไฟมาเจอพวกเราใน​ที่สุดก็อีกเกือบชั่วโมง (นึกว่ารจนา​จะบ้านนอกคนเดียวเสียอีก) พวกเราคุยกัน​ได้ไม่กี่คำก็​ต้องวิ่ง​ไป​ที่โรงละคร พ่อบ้านอยากทานเบียร์เย็น ๆ​ เราก็หาบาร์​ที่โรงละครไม่เจอ (ซ่อนอยู่​อีกมุมหนึ่ง​) ก็เลย​​ไปคาเฟ่ใกล้ ๆ​ ​ที่เสียงดนตรีดังมาก ​ต้องตะโกนคุยกัน

พิลกริม​กับรจนาคุยกันเรื่อง​​ไปดูละครว่า ปกติคน​ไปดูละคร​จะ​ต้อง​แต่งตัวประกวดประชันกันอย่างเต็ม​ที่ ​ที่​จะ​แต่งตัวปอน ๆ​ ​ไปแทบ​จะไม่มีเลย​ รจนาเองก็สังเกต​ที่เจนีวาเวลาคน​ไปดูโอเปร่าก็​จะ​แต่งตัวกันสวยงดงาม ​แต่ไม่สดค่ะ​ ​คือ ไม่มีสีสด ๆ​ ​จะมี​แต่สีดำ ๆ​ ทึม ๆ​ ​เป็นหลัก ​จะมีอะไร​แวววามก็นิดหน่อย​ ​ที่​จะมัลติคัลเลอร์แบบบ้านเรา เห็นยากส์มาก ผ้าไหมแพรพรรณอย่างคนไทยนิยมก็ไม่มีค่ะ​ จึงมักมีรจนาคนเดียวในโรงโอเปร่า​ที่ใส่ผ้าไหม

คลิกดูภาพขยาย


​แต่ละครฮิตในลอนดอนคง​ต้องยกเว้นกันบ้างเรื่อง​การ​แต่งตัว ​เพราะ​ใครมาลอนดอนก็อยากมาดูละคร นักท่องเ​ที่ยว​ส่วนใหญ่ก็หาใช่ว่า​จะหอบเสื้อผ้าหรู ๆ​ มาด้วยทุกคน ดังนั้น​ ผู้ชนละครจึงมีคละเคล้า​ทั้งคนอังกฤษ (หรือคนอยู่​ในลอนดอน) ​และนักท่องเ​ที่ยว คนอังกฤษก็คง​จะ​แต่งตัวเรียบร้อย​ ใส่สูท ใส่ชุดราตรี ​แต่นักท่องเ​ที่ยวก็ดี​ที่สุดเท่า​ที่​จะมีติดตัวมา ​คือเช้า​นั้น​ใส่ชุดอะไร​​ไปเ​ที่ยวในเมือง เย็นนั้น​ก็ใส่ชุดนั้น​แหล่ะค่ะ​ รจนา​กับพ่อบ้านก็เหมือนกัน เราก็​แต่งตัวชุดเ​ที่ยวธรรมดานี่แหละ​ ​แต่ก็ไม่ขัดเขิน​เพราะมีนักท่องเ​ที่ยวเยอะ​ที่​แต่งคล้าย ๆ​ กัน

จากนั้น​ก็เข้าโรงละครเฮอร์มาเจสตี้ ไ้ด้​ที่นั่งชั้นล่างสุด ห่างจากเวทีมาสักห้าหกแถว​ได้ เห็นตัวละครชัดเจนดีค่ะ​ ​แต่รจนานั่งหลังฝรั่งตัวสูง หัวโต เลย​มองเห็นไม่เต็ม​ที่เท่าไร

คลิกดูภาพขยาย


ละครเริ่มช้ากว่าเวลาสักสิบนาีที ​แต่ก็เริ่มเลย​ ไม่มีโหมโรงใด ๆ​ (พวกเราแอบนินทาว่านักร้องคงยังเดินทางมาไม่ถึง) ​ต้องยอมรับว่าละครอังกฤษ​เขาก็จัด​ได้อลังการจริง ๆ​ เสียงร้องก็ไพเราะ น้ำเสียงเต็ม​ไปด้วยพลัง ​โดยเฉพาะตัวท่านแฟนธ่อม (​ซึ่งตัวจริงหล่อชนิดกลับ​ไปนอนฝันถึง​ได้ - อันนี้ดูจากภาพถ่ายนะคะ​) ฉากก็จัดดี เวทีดูเหมือน​จะเล็กแออัด​ไปสักนิด ​แต่​เขาก็ปรับ​ใช้ประโยชน์จัดฉาก​ได้ในรูปแบบต่าง ๆ​

สัญญลักษณ์​ที่รู้จักกันดีของละครเพลงแฟนท่อมออฟดิโอเปร่าก็​คือใบหน้า​ที่ปิดด้วยหน้ากากครึ่งหนึ่ง​ของชายในชุดขาวดำ กล่าวกันว่าละครเรื่อง​นี้มีผู้ชมทั่วโลกไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านคน ​เป็นละคร​ที่แสดงบนเวทีบรอดเวย์นาน​ที่สุด นำ​ไปแสดงใน ๑๑๙ เมืองใน ๒๔ ประเทศ (คงยังไม่มาถึงประเทศไทย)

คลิกดูภาพขยาย


ละคร​และเพลงเรื่อง​นี้ประพันธ์​โดยแอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ ฉากของเรื่อง​ก็​คือโรงละครในกรุงปารีสค่ะ​ เพลงดังจากละครเรื่อง​นี้ี​ที่รู้จักกัน​ไปทั่วโลกมีสี่เพลงด้วยกัน​คือ The Phantom of the Opera, The Music of the Night, All I Ask of You ​และ Wishing You Were Somehow Here Again ละครเรื่อง​นี้​ได้รางวัลต่าง ๆ​ มากมาย​นับไม่ถ้วนค่ะ​ แล้ว​มีการนำ​ไปสร้าง​เป็นหนังตามสไตล์ รจนาเองรู้สึก​จะเคยเห็นนำ​ไปสร้าง​เป็นหนังทีวีแบบซีรี่ส์ด้วยค่ะ​

สิ่ง​ที่เ่ด่น​ที่สุดในเรื่อง​ของฉากก็​คือโคมไฟชานเดอเลียขนาดมหึมา กว้างสามเมตร ​ใช้แก้วเจียระไน ๖๐๐๐ ชิ้น ​โดยใน​แต่ละก้านโคม​จะมีแก้ว ๓๕ ชิ้น น้ำหนักประมาณ ๑ ตัน โคมไฟต้นฉบับ​ดั้งเดิม​ที่โรงละครแห่งปารีส (ฉากของการแสดง) นั้น​​ใช้คนทำ​ทั้งหมดห้าคนเป็ํนเวลาสี่อาทิตย์ ตอนเริ่มต้นของละคร​จะมีฉากโคมไฟหล่นใส่เวทีดูน่าหวาดเสียวมาก ​และยังมีโคมไฟแกว่ง​ไปแกว่งมาบนศีรษะคนดู รจนานึกภาวนาในใจไม่ให้โคมหล่นใส่หัว​ใครเสียก่อน

คลิกดูภาพขยาย


รจนา​จะไม่เล่ารายละเอียดของเรื่อง​นะคะ​ ​เพราะจำไม่​ได้ จำ​ได้​แต่เพลงจริง ๆ​ ​คือ​ไปดู​เพื่อฟังเสียงเพลง มากกว่า​ไปดูเื่พื่อติดตามเรื่อง​ราว ​ซึ่งกล่าว​โดยสั้น ๆ​ ก็​คือมีปีศาจโรงละคร​ที่หลงรักสาวนักละครรุ่นเยาว์​และเฝ้าส่งเสริมให้เธอฝึกฝนเสียงร้อง จน​ได้ดิบ​ได้ดี ​แต่สาวมิ​ได้รักแฟนท่อมตอบ ​แต่​ไปรักนักแสดงหนุ่มอีกคนหนึ่ง​แทน ก็เลย​กลาย​เป็นเรื่อง​เศร้า​ไป

สงสารก็​แต่พิลกริม ดูเรื่อง​นี้มาสามรอบแล้ว​ คงจำ​ได้หมดทุกตอน ​แต่ก็ยังอุตส่าห์มาดู​เป็น​เพื่อนรจนา มีสุภาพบุรุษชราท่านนึงนั่งข้างพิลกริมก็มาดู​เป็นรอบ​ที่สามเหมือนกัน ท่านบอกว่าดูทีไรก็น้ำตาคลอสงสารปีศาจทีนั้น​

พอเราเลิกจากละครออกมาสี่ทุ่มกว่า พบว่าฟ้ายังสว่างอยู่​นิด ๆ​ ตื่นเต้นทีเดียว แล้ว​หน้าโรงละครก็มีสามล้อ (สามล้อจริง ๆ​ ค่ะ​) มาจอดดีดกระดิ่งกริ๊งกร๊างเชิญชวนนักท่องเ​ที่ยวนั่งรถเล่น หากไม่ติดว่าพิลกริม​ต้องรีบเข้า​ที่พักก่อนสี่ทุ่มครึ่ง ​และรจนา​กับพ่อบ้าน​ต้องนั่งรถไฟกลับบ้านอีกค่อนชั่วโมง พวกเราก็คงลองนั่งสามล้อเมืองลอนดอนกันแล้ว​ละค่ะ​ ​แต่ยังไงก็ยังนำภาพมาฝากแล้ว​กัน (ภาพนี้ถ่ายอีกวันนึงค่ะ​)

คลิกดูภาพขยาย


วันรุ่งขึ้น​ เราสองคนนัดพบพิลกริมในเมืองบ่าย ๆ​ หน่อย​ ​เพราะกลับจากละครก็ดึกแล้ว​ อยากนอนตื่นสาย ๆ​ พอเจอกันก็ชวนกัน​ไปทานอาหารจีน​ที่ย่านไชน่าทาวน์ เดินดูเมือง​ไปด้วยเพลิดเพลินดีค่ะ​ เพิ่งพบว่าใจกลางเมืองลอนดอนนี่ไม่ใหญ่เลย​ เดินเล่นสบาย ๆ​ เวลานั่งรถใต้ดินรู้สึกเหมือนว่าไกล

พิลกริมรู้จักร้านอาหารจีนอร่อย พวกเราเลย​​ได้ทานเป็ดปักกิ่งทอดกรอบ ​และอาหารชุด รสชาติดี อาหารสด ไม่เลี่ยนน้ำมันเหมือนอาหารจีนทั่ว​ไป พ่อบ้านทานเป็ดปักกิ่งห่อแป้งอย่างเอร็ดอร่อย พิลกริมอยาก​จะเลี้ยงพวกเรา ​แต่พ่อบ้านไม่ยอมค่ะ​ งานนี้ ​ส่วนผู้จัดการร้านก็มาคุย​กับพวกเราเจ๊าะแจ๊ะ​หลังอาหาร บอกว่าชอบเมืองไทยชอบอาหารไทยมาก มีเมนูอาหารไทยแทรกด้วย (​แต่พวกเราไม่​ได้ลอง)

คลิกดูภาพขยาย


หลังจากอิ่มสบาย​กับอาหารจีนแล้ว​ พวกเราก็ตัดสินใจเดิน​ไปบริติชมิวเซียม​ซึ่ง​ต้องเดินสักสิบกว่านาที พ่อบ้านยืนยันให้เดินย่อยอาหาร ​ที่จริงรจนาอยากขึ้น​รถ​ไปมากกว่า (แบบว่าไม่ค่อยขยันเดิน) พิลกริม​กับรจนาค่อนข้างงง ๆ​ ​กับเส้นทาง พ่อบ้านดูแผน​ที่รถใต้ดินแล้ว​ก็บงการเสร็จสรรพว่า เดิน​ไปทางนี้ทางนี้นะ ทีแรกรจนาก็ไม่ค่อยอยาก​จะเชื่อ ​แต่เออ...​.​ไปแล้ว​ก็เจอจริง ๆ​ แหละ​ เราอาศัยดูป้ายบอกทางประกอบ​ไปด้วย สุดท้ายรจนาก็​เป็นคนเห็นพิพิธภัณฑ์เสียก่อน

คลิกดูภาพขยาย


บริติชมิวเซียมใหญ่โตโอ่อ่าน่าประทับใจมาก จัด​ได้สวยงามน่าดู ใหญ่โต เดินสบาย ห้องแสดง​ส่วนใหญ่เปิดให้ชมฟรี ​และถ่ายรูป​ได้ ไม่หวงห้าม พวกเราเลือก​ไปดู​ส่วน​ที่เกี่ยว​กับอียิปต์โบราณ แล้ว​ก็สมใจ ​ได้ดูมัมมี่สด ๆ​ โลงศพโบราณ ข้าวของเครื่อง​ใช้​ทั้ง​ที่ดูมีค่าอลังการ ​และแบบสามัญ ล้วนแล้ว​​แต่น่าสนใจ พ่อบ้านสนใจอักษรเฮียโรกริฟฟิต​เป็นพิเศษ ชวนรจนา​ไปยืนอ่าน ​ซึ่งอ่านแล้ว​ก็จำไม่​ได้สักเท่าไร รจนาสนใจวิธีการ​ที่​เขาห่อมัมมี่ก็​ไปยืนอ่านอย่างเพลิดเพลิน ​เขาอธิบาย​พร้อมภาพประกอบ ห้องแสดงมีคนชมเยอะคับคั่งพอสมควร บางช่วงถึง​กับ​ต้องเบียดกัน ​โดยเฉพาะ​ที่มีของสวย ๆ​ งาม ๆ​ ทอง ๆ​ ดังนั้น​​แม้​จะเดินผ่านมัมมี่จริง ๆ​ ​กับโลงศพ​ทั้งหลาย ก็ไม่น่ากลัวเท่าไร ​แต่รจนาสงสัยว่า หากให้มาเดินดูคนเดียวตอนกลางคืนคงไม่กล้าแหง ๆ​ กลัวมัมมี่​จะลุกมาคุยด้วย

คลิกดูภาพขยาย


หลังจากเดินดูกันจน​เมื่อยล้าแล้ว​เราก็​ไปนั่งทานน้ำชา​กับขนมสะโคนของอังกฤษ ขนมอร่อยจริง ๆ​ ทา​กับคล็อตเต็ทครีม​และแยมค่ะ​ ​แต่​ที่ไม่ประทับเลย​​คือน้ำชา​ซึ่งเสิร์ฟมาในน้ำ​ที่แทบ​จะหายร้อนแล้ว​ เสียชื่อเมืองน้ำชาจริง ๆ​ ​เพราะรจนาชอบทานชาร้อน ๆ​ มาก ​ส่วนพิลกริมสั่งชาตะไคร้ก็​ไป​ได้ชาคาโมไมล์แทน ดื่ม​ไปจนหมดแล้ว​จึงพิสูจน์​ได้ว่าไม่ใช่ ​แต่พวกเราก็สนุกสนานกันดี​กับการนั่งทานของว่าง คุยกัน แล้ว​นาทีเด็ดก็มาถึง​เมื่อสาวสามคน​ที่โต๊ะข้าง ๆ​ ลุกขึ้น​ยืน เราจึงเห็นว่าสาวคนหนึ่ง​นั้น​ใส่กางเกงขาสั้นถึงต้นขา ​และใส่ถุงน่องลวดลายงดงาม ​แต่​ที่งามกว่านั่น​คือขาของเธอค่ะ​ เธอไม่ใช่คนสูง ​แต่ขาเรียวสวยมาก ๆ​ ถุงน่องยิ่งทำให้เซ็กซี่อีก​เป็นทวีคูณขนาดรจนา​เป็นผู้หญิงยังมองแบบไม่อยากละสายตาเลย​ ของสวย ๆ​ งาม ๆ​ อย่างนี้ พอสะกิดพ่อบ้านให้หัน​ไปดู พ่อบ้านเอี้ยว​ไปดูไม่วางตา อ้าปากค้าง ชนิด​ที่รจนาแทบ​จะเห็นงูโผล่ออกมาจากหัวเลย​ค่ะ​ ​ต้องค้อนหลายตลบกว่าพ่อบ้าน​จะยอมเลิกมอง

คลิกดูภาพขยาย


ออกจากบริติชมิวเซียมพวกเรา​ไปเจอร้านขายผ้าห่ม เสื้อผ้า ผ้าพันคอขนสัตว์ของสก๊อตแลนด์ ก็เลย​ชวนพ่อบ้าน​ไปซื้อผ้าห่มสำหรับ​ใช้ในรถยนต์หนึ่ง​ผืน ​และ​ได้ผ้าพันคอกันคนละผืน ของพ่อบ้านสีน้ำเงินเรียบ ๆ​ ของรจนาสีออทั่ม (น้ำตาลออกแดง ผสมส้ม​และเขียวอ่อน ๆ​) พ่อบ้านเห็นแล้ว​ก็ชมว่ารจนาใส่แล้่วดูดี จากนั้น​รจนาก็ขอ​ไปซื้อหาชาอังกฤษ​ไปฝากคน​ที่เมืองเจนีวาค่ะ​ เดินกันไม่ไกลเท่าไรก็เจอร้านชาขึ้น​ชื่อ มีนักท่องเ​ที่ยว​ไปซื้อกันตรึม รจนาแค่​ไปซื้อชาเอิร์ลเกรย์สามห่อ ​กับ​ที่กรองชาแบบกระบอกพลาสติกล้างง่ายสองอันค่ะ​ ปกติรจนาชงชาในถุงผ้า (แบบ​ที่​เขาชงโอเลี้ยง ​แต่เล็กกว่า) รจนา​ไปเห็น​ที่กรองพลาสติก​ที่เยอรมนีก็เลย​ติดใจ ตามมาซื้อถึงเมืองอังกฤษ เหตุ​ที่ไม่ซื้อของมากกว่านี้​เพราะเดินทาง​โดยรถยนต์คันจิ๋วกลัว​จะไม่มี​ที่ใส่ค่ะ​

พิลกริมติดตามมา​เป็น​เพื่อนด้วย​ความอดทน​และมีน้ำใจ เรา​ได้คุยกันนิดหน่อย​เรื่อง​การ​ใช้ีชีวิตต่างแดน ​ความยากลำบากของการปรับตัว การอยู่​ร่วม​กับคนอื่น ​แต่ก็ไม่มากอย่าง​ที่เราควร​จะ​ได้คุยกัน อาจ​เพราะ​ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกสถานีรถไฟ เรา​ไปดูละครกันก็คุยกันไม่​ได้แล้ว​ ​แต่ก็เหมือนเรา​ได้แลกเปลี่ยนอะไร​หลาย ๆ​ อย่าง

คลิกดูภาพขยาย


ตอนเราลาจากกัน รจนาไม่รู้คิด​ไปเองหรือเปล่า​ที่เห็นพิลกริมน้ำตาคลอ คง​จะผงเข้าตานิ ​แต่รจนาประทับใจ​กับการ​ได้เจอกัน รู้สึกตื้นตันตอนลาจาก เราไม่​ได้ทำอะไร​หวือหวาพิสดาร ไม่​ได้เ​ที่ยวลุยดะ​ไปทุกแห่ง ​แต่​ได้​ใช้เวลาผจญภัยน้อย ๆ​ ด้วยกัน บางที​ความเงียบสงบใน​ระหว่างมิตรสองคนอาจมีค่ามากกว่าคำพูดร้อยพันคำเจื้อยแจ้วก็​ได้ ​และอาจแทน​ความเข้าใจ​ได้ยิ่งกว่าคำสัญญา​ทั้งหลาย

คลิกดูภาพขยาย


รจนาเอ่ยปากบอกพิลกริมว่า หากผิดพลาดประการใดของอภัยด้วย พิลกริมบอกว่าขำดี ​เพราะไม่​ได้คิดว่ารจนาทำอะไร​ให้​ต้องอภัย รจนารู้สึกอย่างนั้น​จริง ๆ​ ว่า บางทีเราไม่รู้ตัวว่าเราทำอะไร​ละเมิดคนอื่น ​เพราะเราคิดว่าตัวเราดีแล้ว​ บางทีเราก็​ไปทำให้คนอื่น​เขาลำบาก​เพราะเราอยาก​ได้โน่นอย่างทำนี่ แค่พิลกริม​ต้องละงานเรียนมา​ใช้เวลา​กับรจนาก็เ็ป็นเรื่อง​รบกวนหนึ่ง​อย่างแล้ว​ ​ความอดทนของ​เพื่อน​ที่ไม่ปริปากบ่นหากเราทำอะไร​เฉิ่ม ๆ​ ก็ถือ​เป็นเรื่อง​​ที่้​ต้องพิจารณาด้วย​ความละเอียดอ่อนเช่นกัน ด้วย​ความคิดเช่นนี้ รจนาก็เลย​บอกพิลกริม​ไปเช่นนั้น​จ้ะ​

คลิกดูภาพขยาย


ไม่รู้เรื่อง​เล่า "ย่ำลอนดอน​กับพิลกริม" ​จะสนุกสมใจท่านผู้อ่านไหมนะคะ​ การ​ที่คนสองคนเจอกัน​โดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเรียนหนังสือด้วยกัน ไม่เคยทำงานด้วยกัน เพียง​แต่มี​เพื่อนร่วมกันคนหนึ่ง​ ก็​เป็นเหมือนฉากหนึ่ง​ในชีิวิต หนังสือหน้าหนึ่ง​ ​ที่อาจ​จะไม่สะดุดตา ​แต่ก็สะดุดใจ บันทึกไว้ในใจแล้ว​ ​เป็นหน้าหนึ่ง​​และวันเวลาหนึ่ง​เรา​ที่เรามองย้อนหลังแล้ว​ ​แม้ไม่ถึง​กับหัวเราะร่า ​แต่ก็​สามารถยิ้มน้อย ๆ​ ให้​กับตัวเองด้วย​ความอบอุ่นใจ​ได้

ขอบคุณนะคะ​ พิลกริม สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แล้ว​รจนา​จะรอวัน​ที่พิลกริม​จะกลับมาเยี่ยมเมืองผู้ดีมีขนสวิตเซอร์แลนด์ อีกครั้งหนึ่ง​

ภาพเก็บตกแถมท้าย

คลิกดูภาพขยาย

ถ้วยโถโอชาแบบอียิปต์ รจนา​เป็นคน​ที่ชอบอะไร​แบบอียิปต์มากเลย​ค่ะ​ ไม่รู้เคย​เป็นมัมมี่มาก่อนหรือเปล่า หุหุ


คลิกดูภาพขยาย

ภาพป้อมปราสาทแห่งลอนดอน​ที่จับมา​ได้แบบเร่งรีบตอนรถเราแล่นข้ามสะพาน อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนจริง ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ต้นไม้ทิ้งดอก​ที่วัดอมราวดี วัดพุทธสายวัดป่า ตอนเหนือกรุงลอนดอน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1589 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ย่ำลอนดอนกับพิลกริม (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : พันนที [C-7876 ], [61.90.241.118]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๖.๕๔ น.

เหมือน​​ได้เ​​ที่ยว​​ไปด้วยเลย​​ค่ะ​​ พี่รจนา

​​และอบอุ่นในมิตรภาพของพี่​​ทั้งสองค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : อุณากร [C-7878 ], [202.129.7.125]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๒๖ น.

ชอบมากเลย​​ค่ะ​​ ​​ทั้งเนื้อหา​​และรูป ดูแล้ว​​รู้สึกเหมือน​​ได้สัมผัสถึงบรรยากาศเลย​​ ตามดูผลงานมาเรื่อยนะค่ะ​​ ​​เพราะว่าพี่อุณากรก็มาอยู่​​อังกฤษหลายปีแล้ว​​ พอเห็นรูปก็พอรู้ว่าทีนี่สงบ น่าอยู่​​​​และดูอบอุ่น ​​แต่​​ถ้าคน​​ที่เหงาแบบอุณากรมาอยู่​​นี่สงสัย​​จะเหงาสุดๆ​​เลย​​ แล้ว​​ยังไงก็ขอให้มีผลงานมาให้อ่านเยอะนะคะ​​ แล้​​จะติดตามตลอดเลย​​ค่ะ​​ ชอบมาก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : yermarnang [C-7879 ], [203.172.35.76]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๘.๐๙ น.

อ่านแล้ว​​​​ได้​​ความรู้เยอะเลย​​ค่ะ​​ ​​ถ้า​​ได้เห็นด้วยตาของตัวเองก็คง​​จะดีมากๆ​​(ฝันรึเปล่าก็ไม่รู้นะค่ะ​​)อ่านแล้ว​​ชอบตอน​​ที่​​ไปพิพิธภัณฑ์บริติซมิวเซียมค่ะ​​ คง​​เพราะชอบเกี่ยว​​กับพวกอียิปต์ ยังฝันเลย​​ค่ะว่า​​​​จะ​​ได้​​ไปอียิปต์ซักครั้ง หรือไม่ก็เ​​ที่ยว​​ไปเรื่อยๆ​​ คงสนุกน่าดู

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ป้าทอง [C-7887 ], [58.9.56.106]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๒.๔๖ น.

ป้าทอง ก็ชอบเป็ดปักกิ่งเหมือนกัน อร่อยมากๆ​​ พอเห็นรูปแล้ว​​นึกถึง มัมมี่ทอดกรอบ ไม่รู้​​จะอร่อยเท่าเป็ดปักกิ่งมั๊ยน้อ...​​.อิอิ อยากกิน​​ไปหมด อ่านแล้ว​​อยาก​​ไปเ​​ที่ยวมั่ง ​​แต่สงสัยชาตินี้ไม่มีโอกาส ดูรูป​​เอาเนาะ ​​เอามาให้ป้าทองดูบ่อยๆ​​นะจ๊ะ​​ ขอบคุณค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : winnie the geeg [C-7890 ], [61.90.238.233]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๓.๑๘ น.

อ่านแล้ว​​ทำให้เริ่มฝันเฟื่อง ว่า​​จะ​​ไปเดินอยู่​​แถวเมืองผู้ดีบ้างจริงๆ​​ ค่ะ​​ เฮ้อ ชาตินี้​​จะมีหวังไม๊เนี๊ยะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ปลาหลงน้ำ [C-7911 ], [210.230.179.122]
เมื่อวันที่ : ๐๖ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๗.๕๑ น.

ชื่นชอบ​​กับงานเขียนของคุณรจนาทุกชิ้นค่ะ​​ อยากให้เขียนยาวๆ​​ แบบนี้ ค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น