นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #6
รจนา ณ เจนีวา
...นี้ข้อมูล​และรูปภาพมาถึงแล้ว​ค่ะ​ ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ รจนาขอขอบคุณพิลกริม​เป็นอย่างยิ่ง​ที่กรุณาสละเวลาเรียน​และเขียนวิทยานิพนธ์ ​และเดินทางไกลจากนอกเมือง​เพื่อมาพบ​กับรจนา​และพ่อบ้านค่ะ​...

ตอน : ย่ำลอนดอนกับพิลกริม (หนึ่ง)

​เพื่อน ๆ​ ​ที่เฝ้าติดตามข่าวพิลกริมนัดพบ​กับรจนา บัดนี้ข้อมูล​และรูปภาพมาถึงแล้ว​ค่ะ​

​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ รจนาขอขอบคุณพิลกริม​เป็นอย่างยิ่งมา ณ ​ที่นี้ ​ที่กรุณาสละเวลาเรียน​และเขียนวิทยานิพนธ์ ​และเดินทางไกลจากนอกเมือง​เพื่อมาพบ​กับรจนา​และพ่อบ้านค่ะ​

พิลกริมบอกว่า กว่า​จะ​ได้พบกันก็ตื่นเต้นพอสมควร เห็น​จะจริงค่ะ​ ​เพราะรจนา​ไปเ​ที่ยวลอนดอนครั้งแรกก็​เมื่อสิบห้าปีก่อน ​ได้กลับ​ไปอังกฤษอีกสองครั้ง​เมื่อสี่ปี​ที่ผ่านมา ​แต่ไม่​ได้เข้า​ไปลอนดอนเลย​ อยู่​นอกเมืองตลอด ไม่​ได้​ใช้บริการเดินทางสาธารณะด้วย

ครั้งนี้จับรถไฟเข้าลอนดอนคนเดียว ทิ้งพ่อบ้านให้อยู่​​ที่อู่ซ่อมรถ เงินก็มีติดตัวแค่ปอนด์กว่า ๆ​ ​ต้อง​ไปรูด​เอา​ที่สถานีรถไฟ รู้สึกเหมือนตัวเอง​เป็นบ้านนอกเข้ากรุงอย่างไรชอบกล ดีว่าบ้านนี้เมืองนี้​เขาพูดภาษาอังกฤษ ก็เลย​รู้สึกโล่งใจหน่อย​

คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็ภาพในกรุงลอนดอนค่ะ​

แค่​ไปสถานีรถไฟ ซื้อตั๋วรถ เข้าช่องตรวจตั๋ว (เหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา) วิ่งหาชานชาลา วิ่งหาห้องน้ำ ก็ตื่นเต้น เหงื่อตกพอสมควร ขึ้น​รถไฟก็ค่อนข้างแน่น มี​ที่ว่างหน่อย​นึงข้างนักธุรกิจ​ซึ่งตัวใหญ่พอสมควร เหลือ​ที่ให้รจนานั่งนิดเดียว

​ระหว่างนั้น​ก็เอสเอ็มเอส ติดต่อ​กับพิล​เป็นระยะ ๆ​ นัดพบว่า​จะเจอกัน​ที่ไหน พิลให้​ไปมาร์คส์แอนด์สเปนเซอร์​ที่สถานีปลายทางของรจนา พอ​ไปถึงก็เห็นมาร์คส์ฯ ก็โล่งใจ เข้า​ไปศูนย์อาหาร สั่งอาหารเช้า​แบบอังกฤษ​ที่ขึ้น​ชื่อลือชามาทาน ​เพราะตั้งแต่เช้า​ทานชา​ไปแก้วเดียว

​แต่​ต้องทำใจนะคะ​ อาหาร​ที่ขายตามสถานีรถไฟมัก​จะไม่อร่อยเหมือนร้านทั่ว​ไป ​แต่มื้อเช้า​นี้รจนาคิดว่า​ใช้​ได้ค่ะ​ ไข่ดาว (สุกดี) ไส้กรอก (ไม่อร่อย) เบกบีนหรือถั่วขาวอบมีซอสนิดหน่อย​ (ไม่เค็มจนเกิน​ไป) เบค่อน (แข็ง​ไปหน่อย​) ขนมปังปิ้ง (ดีกว่ากินดิน) ​แต่​ที่ชอบใจ​คือ ชาร้อนแก้วใหญ่เหมือนแก้วโค้ก ​แต่ร้อนจี๋สม​กับ​เป็นเมืองน้ำชาจริง ๆ​ ค่ะ​

มัว​แต่เล่าเรื่อง​ของกิน นี่​จะ​ได้เจอพิลกริมไหมเนี่ย??

คลิกดูภาพขยาย

แล้ว​ก็รถเมล์นำเ​ที่ยว​ที่ขึ้น​ชื่อ

พอกินเสร็จ รจนาก็ออก​ไปเดินเล่นฆ่าเวลา ​เพราะพิลกริมรถเสียเวลายังมาไม่ถึง ก็ดัน​ไปเห็นว่ามาร์คส์ฯมีประตูทางเข้าสองประตู ไม่แน่ใจว่านัดประตูไหน ก็ส่งข้อ​ความ​ไปบอกพิลกริม ยืนยัน​ที่นัดพบอีกที ​ระหว่างนั้น​ก็เดินเตร็ดเตร่ดูโน่นดูนี่ฆ่าเวลา (​จะ​ไปฆ่ามันทำไมหนอ)

รจนา​ไปยืนตรงหน้าทางเข้าสถานีก็ให้อัศจรรย์ใจ​ที่เห็นคนยืนนิ่ง แหงนหน้า จดจ่อ ไม่กระดุกกระดิกจำนวนมาก ราว​กับ​กำลังเข้าฌาน ​เป็นภาพ​ที่เห็นแล้ว​อดขำไม่​ได้ มาทราบจากพิลในภายหลังว่าคนเดินทางเหล่านี้มารอดูเวลารถไฟของตัวเองค่ะว่า​ ​จะออกเวลาไหน ชานชาลาอะไร​

แ้ล้วใน​ที่สุดสองสาวก็​ได้เจอตัว​เป็น ๆ​ (เหมือนปลา) เราต่างรู้กัน​โดยมิ​ต้องมี​ใครถือร่มสีแดงหรือหนังสือคู่สร้างคู่สม ​เป็นการพบกันแบบนิ่ม ๆ​ พิลกริมสะพายเป้ดูท่าทางหนัก ​เพราะตรงออกจากบ้าน ขึ้น​รถไฟมา ยังไม่​ได้เข้า​ที่พัก รจนาก็เกรงใจ ชวนกัน​ไปเช็คอิน​ที่พัก (นักเรียนไทย) ก่อน ​แต่พิลบอกว่า​เขายังไม่เปิดให้เข้าพัก ​ต้องรอตอนเย็น พิลก็เลย​​ต้องแบกเป้ติดตัว​ไปด้วย

เจอตัวจริงแล้ว​ก็ไม่ผิดหวังค่ะ​ พิลกริม​เป็นคนน่ารัก เยือกเย็น สุขุม พูดไพเราะ ยิ้มละมุนละไม (ต่าง​กับรจนา​ที่ยิ้มที เห็นฟันหมดปาก สามสิบสองซี่) มี​ความจริงใจ สม​กับ​เป็นพี่พิลของน้อง ๆ​ ในศาลานกน้อย​ทั้งหลาย เราคุยทำ​ความรู้จักกัน ​แต่ก็เหมือน​เป็น​เพื่อนรู้ใจกันมานาน ​เพราะเราต่างมี​เพื่อนร่วมกัน ​คือ "ดอกเข็ม" รจนาก็ออกตัวว่างานนี้​เป็นเด็กบ้านนอก (เอ๊ะ หรือแก่บ้านนอก) เข้ากรุง (ลอนดอน) นะ อาจ​จะเซ่อ ๆ​ ซ่า ๆ​ สักหน่อย​ พิลก็ออกตัวว่า เหมือนกัน นาน ๆ​ เข้าลอนดอนที ​แต่ก็ยอม​เป็นผู้นำทางรจนา​แต่​โดยดี

คลิกดูภาพขยาย

ตามด้วยรถแท้กซี่อย่างเก๋ (​แต่ไม่กล้าขึ้น​ กลัวไม่มีตังค์จ่าย)

เราตกลงกันว่าน่า​จะ​ไปซื้อตั๋วดูละครเพลงกันก่อน รจนายังไม่เคยดูละครในอังกฤษเลย​ (​ที่อื่นก็ยังไม่เคยดูเหมือนกัน) ก็เลย​​ไปขึ้น​รถไฟใต้ดินกัน ​ไปลง​ที่สถานีเลสเตอร์สแควร์ (Leicester Square) มีบริษัทเล็ก ๆ​ ขายตั๋วละครมากมาย​ให้เลือก เราก็เข้า​ไปบริษัทแรก​ที่เห็น ทีแรกรจนาอยาก​จะดูเรื่อง​แคทส์ ​แต่​เขาบอกว่าเลิกแสดง​ไปนานแล้ว​ ก็เลย​อด จึงตกลงซื้อตั๋วเรื่อง​แฟนธ่อมออฟดิโอเปร่า (ปีศาจโรงละครโอเปร่า) แทน รจนาเกรงใจว่าพิลกริมดูเรื่อง​นี้มาสองรอบแล้ว​ แล้ว​ยัง​ต้องมาดู​เป็น​เพื่อนรจนา​เป็นรอบ​ที่สาม ทีแรกพวกเราว่า​จะกัดฟันซื้อตั๋วราคาถูกหน่อย​ ​แต่พอรจนาโทร​ไปถามพ่อบ้ายว่า ​จะให้ซื้อตั๋วแบบไหน พ่อบ้านบอกว่า​เอา​ที่นั่งดี ๆ​ รจนาก็เกาหัวแกร็ก ๆ​ ว่า ​ที่นั่งดี ๆ​ นี่มันแบบไหน ก็เลย​ซื้อแบบใกล้หน้าเวทีมาก​ที่สุด (ราคาก็แพงสุดด้วย) พิลกริมก็ออกตัวว่า ให้รจนาดูกันสองคน​กับพ่อบ้านดีกว่า ​จะ​ได้ไม่​เป็น กขค รจนาก็ไม่ยอม แบบว่าเลือดสุพรรณ​ไปด้วยกันมาด้วยกัน เลย​ขอซื้อตั๋วให้พิลกริมด้วยหนึ่ง​​ที่ พิลกริมก็ไม่ยอม​จะจ่ายค่าตั๋วเอง สุดท้ายเลย​ตกลงว่า วัดครึ่งนึง กรรมการครึ่งนึง ​เพราะพิลกริมยัง​เป็นนักเรียนอยู่​ ราย​ได้น้อย รจนาทำงานแล้ว​ ขอเลี้ยง​เพื่อนแค่ครึ่งเดียวก็ยังดี ดังนั้น​พิลกริมจึงตกลง​แต่เสนอ​จะเลี้ยงอาหารจีน​เป็นการตอบแทน (ทำ​เอารจนาน้ำลายหกสามหยด)

เอ๊ะ เล่าละเอียด​ไปหรือเปล่า สรุปว่า เราสองคนเจอกัน มัว​แต่​ไปหาซื้อตั๋วละครเสียพักใหญ่ ​แต่รจนาก็ตื่นตาตื่นใจ​กับย่านเลสเตอร์​และพิคคาดิลลี่เซอร์คัส (Piccadilly Circus) มาก ​ทั้ง​ที่เคยมาแล้ว​​เมื่อสิบห้าปีก่อน รู้สึกว่า​เมืองลอนดอน สวย สง่า มีสีสัน ผู้คน​แต่งตัวกันเท่ เก๋ เฉี่ยว จ๊าบ หวือหวา มีรสนิยม ​และมีแบบพั้งก์ ๆ​ ประเภทเห็นแล้ว​ไม่กล้าเดินใกล้ ๆ​ (กลัว​เขาคิดว่ามาด้วยกัน) รจนามาจากเมืองเจนีวา​ที่ผู้คน​แต่งตัวเก๋แ่ต่เรียบมาก ๆ​ สีทึม ๆ​ ตลอด จึงเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง คอเคล็ด​เพราะหัน​ไปมอง​เขาจนเหลียวหลังอยู่​บ่อย ๆ​ ค่ะ​

หลังจากซื้อตั๋ว สองสาวตกลงใจ​ไปลุยเมืองลิวแชม หรือลุยแชม (Lewisham) ทีแรกรจนาออกเสียงตามตัวสะกดว่า เลวิสแฮม พ่อบ้านหัวเราะก้าก บอกว่า ​เขาออกเสียงว่า ลุยแชม จ้า ลุยแชมก็ลุยแชม เราสองสองก็เลย​​ไปลุยเมืองนี้​เพื่อ​ไปเยี่ยมชมกิจการร้านอาหารในรถเคลื่อน​ที่ของ​เพื่อนชาวเว็บท่านหนึ่ง​ ชื่อว่า คุณไหมหนัน เจ้าของคาราวานอาหารอันขึ้น​ชื่อ (คุณไหมหนันเคยกลับเมืองไทย​ได้พบ​กับพี่แอ๊ดมาแล้ว​) ​และน้องต้นหอม ผู้ช่วยมือเอก หลังจาก​ได้อ่านติดตามเรื่อง​ของคุณไหมหนันในเว็บบ้านฅนธรรมดา​และเกิด​ความประทับใจ มาคิดดูรจนาก็นึกแปลกใจตัวเองว่า เราสู้อุตสาห์เดินทาง​ไปหาคน​ที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนในชีวิต แทน​ที่​จะ​ไปเ​ที่ยวก็ไม่​ได้​ไป มี​แต่​ความรู้สึกตั้งใจดี​ที่​จะ​ได้เจอกัน น่า​จะเคยทำบุญร่วมกันมาบางอย่าง ทำให้มี​ความรู้สึกอยาก​ได้พบเห็นกันสักครั้ง เหมือน​กับ​ที่มาเมืองไทยก็นัดพบ​กับ พี่แอ๊ด ป้าแก่ น้องโพ พญาไฟ น้องกางเขนดง ​และ​ใครต่อ​ใคร เหมือน​เป็น​เพื่อนเก่ามาเจอกันอีกครั้ง อาจกล่าว​ได้ว่า ​ความสนใจของรจนาอยู่​​ที่​ได้เจอคน​ที่น่าสนใจก็​ได้ เรื่อง​เ​ที่ยวดูสถาน​ที่​และช้อปปิ้งนั้น​ยังไม่สำคัญเท่าไร


คลิกดูภาพขยาย

นี่ภาพเมืองลิวแชม​ส่วนหนึ่ง​ค่ะ​

งานนี้รจนาก็​ต้องขอบคุณพิลกริม​ที่​ไป​เป็น​เพื่อนด้วยกัน รู้ว่าพิลกริมก็คงอยากรู้จักคุณไหมหนัน​และน้องต้นหอมไม่แพ้รจนา ​แต่​ต้องมาเสียเงินค่าเดินทางหลายปอนด์​เพื่อ​ไป​เป็น​เพื่อนรจนา (คงเกรงว่าหากทิ้งให้​ไปคนเดียวคง​จะหลง​ไปไหนต่อไหนเสียก่อน อิอิ) ด้วย​ความรอบคอบรจนาก็หอบชีสกรือแยร์จากเมืองเจนีวาติดตัว​ไปสามก้อน (ให้พิลกริมหนึ่ง​ คุณไหมหนันหนึ่ง​ ​และคุณน้องต้นหอมหนึ่ง​) ทีแรกตั้งใจ​จะหาช็อคโกแลต​ไปฝากด้วย ​แต่เดินทางด้วยรถสมาร์ท​ซึ่งเล็กมาก ๆ​ แล้ว​ยัง​ต้องขนอะไหล่รถ​ไปอีกหลายชิ้น ไม่​สามารถขน​ได้มากกว่านี้ ​กับเกรงว่า ช็อคโกแลต​จะเจอ​ความร้อนจากการเดินทางหมดอร่อย ก็เลย​เลือกชีสแบบแข็ง​ไปแทนเก็บ​ได้ง่ายหน่อย​

เมืองลุยแชมอยู่​ทางใต้ของลอนดอน นั่งรถไฟ​ไปประมาณ ๒๐ นาทีก็ถึง ​ระหว่างทาง พิลกริมก็แนะนำสถาน​ที่ต่าง ๆ​ ​ที่รถวิ่งผ่าน ​และให้​ความรู้เชิงประวัติศาสตร์แบบไกด์​ที่ดี วัน​ที่เรา​ไป​กำลังมีตลาดนัด ขายดอกไม้ ผลไม้ ของกิน ของ​ใช้ สีสันสดใส ลมแรง แดดสลับเมฆหมอก ​และฝนบาง ๆ​ เรียกว่าพอเดินเ​ที่ยว​ได้ มีห้างสรรพสินค้าหนาแน่น ​แต่ก็ไม่​ได้แอ้มเงินรจนา ​เพราะว่ามีกระเป๋าสะพายใบเล็กนิดเดียว ไม่อยากแบกของเ​ที่ยว​ทั้งวันค่ะ​ (​ถ้า​เป็น​แต่ก่อนเท่าไรเท่ากัน แบก​ได้ ตอนนี้แก่แล้ว​)

คลิกดูภาพขยาย

แล้ว​ก็รถขายอาหารของคุณไหมหนัน

เราหารถขายอาหารของคุณไหมหนันเจอ หลังจากโทรถามอีกครั้งหนึ่ง​​เพราะเรา​ไปเดินผิดด้านของถนน (ดูภาพรถนะคะ​) รถคาราวานอาหารนี้สีขาวสะอาดตา ดูเรียบร้อย​ ​แต่ข้าวของเครื่อง​ใช้ต่าง ๆ​ ทันสมัย มีคนช่วยกันทำช่วยกันขายถึงสี่ชีวิต ​โดยมีน้องต้นหอม​เป็นผู้นำทีม ทุกคนงานยุ่ง มือไม่​ได้วางเลย​ค่ะ​ ขายดีจริง ๆ​ เห็นแล้ว​ภูมิใจแทนคนไทยมาก ๆ​ ​ที่​ไปสร้าง​ความสำเร็จในต่างแดน

หลังจากทักทายสวัสดีกันแล้ว​ น้องต้นหอมก็ดูเหมือน​จะรู้ใจว่า พี่สองคนเดินทางมาจากลอนดอนถึงตอนบ่ายกว่า ๆ​ เข้า​ไปแล้ว​ คง​จะ​ต้องหิวแน่ ๆ​ รีบตักข้าวตักบะหมี่ผัดในกล่องฟอยล์สำหรับเทคอะเวย์ แบบไม่เสียดาย ​และราดด้วยหมูแดง เป็ดย่าง เนื้อผัดน้ำมันหอย อย่างชุ่มฉ่ำ สองเรา พิลกริม​กับรจนา ก็​ไปหา​ที่นั่งสาธารณะใกล้ ๆ​ ชิมฝีมืออาหารของร้านคุณไหมหนันด้วย​ความเอร็ดอร่อย ​โดยมีลมตามมา​เป็นมารนิดหน่อย​ ​คือพัดแรงมากจนเรา​ต้องคอยตะครุบกล่องอาหารของเราไว้ไม่ให้ปลิวหนีเรา​ไปก่อน​จะหม่ำเสร็จ ​แต่รอดพ้นมาด้วยดีค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายของอุปโภคเหมือนตลาดนัดบ้านเรา

อาหารของคุณไหมหนันอร่อยมาก ๆ​ มี​แต่เนื้อล้วน ๆ​ แทบ​จะไม่มีผักเลย​ ​ทั้งนี้คุณไหมหนันบอกว่าคนซื้อมัก​จะบอกว่า ไม่​เอาผัก ​เมื่อ​เป็นเช่นนั้น​ก็เลย​ไม่ใส่ผักเสียเลย​ ​ส่วนพิลกริมก็วิเคราะห์ว่า ​เมื่อไม่ใส่ผักอย่างนี้ก็ทำให้อาหารดูสดใหม่ น่าทาน ไม่มีผัก​ที่สุกแล้ว​สุกอีก ก็ดี​ไปอีกแบบ

ภาพอาหาร​และรถขายอาหาร รจนานำ​ไปโพสต์ไว้ในบท​ความ "เปิดครัวรจนา" นะคะ​ เชิญติดตามอ่าน​ได้

คุณไหมหนันมีรถอาหาร​ทั้งหมดสามแห่ง ตัวคุณไหมหนันอยู่​อีก​ที่นึง พี่มะลิภรรยาคุณไหมหนันดูแลอีก​ที่หนึ่ง​ ​และน้องต้นหอมดู​ที่​ที่พวกเรา​ไปทานกันค่ะ​ ทานเสร็จเราก็​ไปเดินเล่นรอคุณไหมหนัน​ซึ่ง​ต้องประกอบธุรกิจอีกแห่งหนึ่ง​ ไม่นานคุณไหมหนันก็มาถึง พวกเราก็​ได้สวัสดี กล่าวทักทาย ทำ​ความรู้จักกันตามประสาคนไทยด้วยกัน ชีวิตคุณไหมหนันน่าสนใจ ​แต่คง​จะไม่นำมาขยายตรงนี้ ​ใคร​ที่สนใจติดตาม​ไปอ่าน​ที่เว็บบ้านฅนธรรมดา​ได้ค่ะ​

เราคุย​กับคุณไหมหนันไม่นานก็​ต้องลากลับ ​เพราะมีกำหนด​ไปดูละครกันค่ำวันนั้น​ ก่อนกลับคุณไหมหนันก็กำชับให้น้องต้นหอมตักข้าวกล่องให้พวกเรา​ไปทานกัน เท่านั้น​ไม่พอ ยังมีอีักกล่องเผื่อ​ไปถึงคุณพ่อบ้านอีกด้วย แล้ว​ยังแถมกล้วยทอดแผ่นบาง ๆ​ ​กับเมล็ดทานตะวันให้​ไปทานเล่นด้วย พวกเราก็​ได้​แต่ขอบคุณใน​ความมีน้ำใจอันเหลือล้น พยายาม​จะจ่า่ยค่าอาหาร ​เขาก็ไม่รับ ตามประสาคนไทย​ที่มากด้วยน้ำใจอารีจริง ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

ร้านขายดอกไม้บานสะพรั่ง​และเขียวชะอุ่ม

​ได้​แต่คารวะขอบคุณคุณไหมหนัน​และน้องต้นหอมไว้ ณ ​ที่นี้ด้วย พวกเราล่ำลากันหลายรอบกว่า​จะ​ได้จากมาจริง ๆ​

สุดท้ายนำภาพเมืองลอนดอนมาฝากอีกนิดหน่อย​ค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

ตึกรามสวย ๆ​


คลิกดูภาพขยาย

ภาพคนกระโดดตึกนี่รจนาชอบมาก​เป็นพิเศษ


คลิกดูภาพขยาย

แล้ว​ก็โฆษณาละครเพลงเรื่อง​ มัมม่า เมีย พิลกริมใจจริงอยากดูเรื่อง​นี้​แต่ถูกรจนาชวน​ไปดูแฟนธ่อมรอบสามเสียก่อน ขอโทษด้วยนะ ​เพื่อน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1588 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ย่ำลอนดอนกับพิลกริม (หนึ่ง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-7825 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๔.๕๖ น.

คุณแม่บ้านรจนา มีเสน่ห์​​ที่รอยยิ้ม​​และ​​ความ​​เป็นกันเองค่ะ​​
ตอนแรกคุณไหมหนันยังบอกว่า นึกว่า​​จะเจอคนเปิ๊ดสะก๊าดมาหาซะอีก ​​แต่พอเจอตัวจริงแล้ว​​ไม่​​ได้​​เป็นแบบนั้น​​เลย​​

​​เพราะคุณแม่บ้านรจนาดูดี มีเสน่ห์ เก๋ แคล่วคล่อง ​​แต่เรียบร้อย​​ค่ะ​​

อิๆ​​ๆ​​ๆ​​ นี่เราช่วยกันเขียน เชียร์กันเองนะ​​เพื่อนนะ

พิลเองก็ซาบซึ้งใจจ้ะ​​​​ที่รจนาใจดีมากๆ​​เลย​​ ​​และคอยห่วงใย​​เพื่อน ไม่ทิ้งกัน
ขอบคุณในน้ำใจไว้ ณ ​​ที่นี้ด้วยจ้ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : แสนรัก [C-7828 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๕.๒๐ น.

ดีจังค่ะ​​ เคยรู้สึกเหมือนกัน...​​แบบ​​ที่พี่รจนาบอกว่า คนไม่เคยเจอกันยังดั้นด้นมาพบกันจน​​ได้ แบบนี้​​ต้องเคยทำบุญร่วมกันมาเนอะ ...​​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-7851 ], [83.180.244.146]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๔.๔๐ น.

ห้า ห้า พิลกริมเขียนเชียร์​​เพื่อนเต็ม​​ที่ อย่างนี้​​ใครอ่านเข้า ​​เขาก็รู้ว่า "ไม่ลำเอียง" แน่นอน

เรื่อง​​​​ที่บอกว่า รจนาเรียบร้อย​​นี่ หากบอกผิดก็บอกใหม่​​ได้นะ

แหม เรา​​จะทิ้งกัน​​ได้อย่างไร คนไทยด้วยกัน พิลก็อุตส่าห์หอบเสื้อผ้ามาหารจนาแล้ว​​ เอ๊ะ เขียนอย่างนี้​​ใคร​​จะคิดว่าเรา​​เป็นกิ๊กกันหรือเปล่าเนี่ย

แสนรักค่ะ​​ วันไหนในชีวิต​​ที่รจนา​​จะ​​ได้ดั้นด้นมาพบ​​กับแสนรักจน​​ได้บ้างหนอ หรือบุญของเรา​​จะทำไว้แค่รู้จักกันผ่านเว็บนกน้อย

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น