นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #7
รจนา ณ เจนีวา
...อาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม​ที่ผ่านมา พวกเรามี​เพื่อนสามีภรรยา ชื่อ ฌ็อง ​กับ นิโคล มาเยี่ยม​และพัก​กับพวกเราหนึ่ง​คืน ​ทั้งสอง​เป็นชาวฝรั่งเศสค่ะ​...

ตอน : พาเพื่อนเที่ยวริมฝั่งน้ำ

ช่วงปลายเดือนมีนาคม​ที่ผ่านมา อากาศ​โดยทั่ว​ไปในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังหนาวอยู่​ ​แต่วันดีคืนดีก็อาจ​จะอุ่นขึ้น​มาชนิดนั่งกินข้าวนอกบ้าน​ได้ไม่สั่นงั่ก ๆ​ ​เป็น​ความไม่แน่นอนของดินฟ้าจริง ๆ​

อาทิตย์สุดท้ายของเดือน พวกเรามี​เพื่อนสามีภรรยา ชื่อ ฌ็อง ​กับ นิโคล มาเยี่ยม​และพัก​กับพวกเราหนึ่ง​คืน

​ทั้งสอง​เป็นชาวฝรั่งเศสค่ะ​ ฌ็องเคยทำงานการไฟฟ้าฝรั่งเศส ตอนนี้เกษียณแล้ว​ ​แต่ยังรับจ้างทำงานแบบ​ที่ปรึกษาพิเศษอยู่​ (​กับการไฟฟ้านั่นแหละ​ค่ะ​) ​ส่วนนิโคล​เป็นครูสอนภาษา ก็เกษียณแล้ว​เหมือนกัน

​ทั้งคู่เคยมาทำงาน​ที่เมืองไทยอยู่​ช่วงหนึ่ง​ เหตุการณ์​ที่เรา​ได้เจอกันน่าสนใจทีเดียว ​เพราะเหตุเกิด​ที่ยอดดอยตุงในเชียงรายค่ะ​ ขออนุญาตเล่าตรงนี้เลย​แล้ว​กันนะคะ​

รจนา​กับพ่อบ้าน​และน้องสาว​ไปเ​ที่ยวปีใหม่กัน ตอนนั้น​ยังจีบกันใหม่ ๆ​ เราก็​ไปดูผาช้างมูบ​กับ​พระตำหนักดอยตุงกัน เรา​ใช้รถเรนจ์ โรเวอร์ค่ะ​ ​ระหว่างทาง เราก็สังเกตเห็นมอเตอร์ไซค์ฝรั่งกลุ่มหนึ่ง​ขี่ผ่าน​ไปก็ไม่​ได้สนใจ เราเ​ที่ยวเสร็จก็ขับรถ​จะ​ไปทางแม่สายกัน แล้ว​ก็​ไปเจอไทยมุงกลุ่มนึง เข้า​ไปดูใกล้ ๆ​ ก็พบว่า​เป็นฝรั่งกลุ่ม​ที่เห็นไม่นานนี่เอง ผู้หญิงฝรั่งรถเสียหลัก ไถล​ไป​กับหินกรวดข้างทาง ​ได้รับบาดเจ็บหน้าถลอกปอกเปิก (เข้าใจว่าใส่หมวกกันน็อคไม่แน่น) ร่างกายฟกช้ำพอควร

ตอนนั้น​พวกเรายังไม่เคยพกมือถือกันค่ะ​ (สักแปดปีมาแล้ว​) ก็มีคนไทยช่วยโทรเรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลแม่สายมารับ ทางเราอาสา​จะ​ไปส่ง คนเจ็บ​กับสามีก็บอกว่ารอรถจากโรงพยาบาลดีกว่า อุปกรณ์​พร้อมกว่า ​ทั้งสองพูดภาษาอังกฤษ​ได้ไม่มาก ​แต่พ่อบ้านพูดฝรั่งเศส​ได้ก็เลย​เจรจา​เป็นภาษาฝรั่งเศส แปล​เป็นอังกฤษให้รจนา รจนาก็แปลไทยต่อให้พลเมืองดี​ที่มาดูเหตุการณ์​และคอยช่วยเหลือกัน ก็สับสนกันดีค่ะ​ คนไทยก็​จะปฐมพยาบาลแบบหนึ่ง​ ฝรั่งก็ร้องห้ามเสียงหลง ให้ทำอีกแบบนึง

รอ​ไปรอ​ไป สุดท้ายก็มีปิคอัพมาหนึ่ง​คัน เปิดท้าย รถเปล่า ๆ​ นี่แหละ​ค่ะ​ รถฉุกเฉินจากโรงพยาบาล ไม่มีเตียงหรือเบาะรองรับผู้ป่วย สำหรับคนไทยก็คงเห็น​เป็นเรื่อง​ปกติ ​แต่ฝรั่งถึง​กับอ้าปากค้าง​ไปเลย​

พวกเราก็เกาหัวกันแกร็ก ๆ​ ว่า​จะทำอย่างไรดี ​เพราะคนเจ็บไม่อยากนอนท้ายกระบะแข็ง ๆ​ ​ไปโรงพยาบาลแน่นอน ราว​กับ​พระเจ้า​จะส่งผู้ช่วยมา มีชาวบ้านคนหนึ่ง​เพิ่ง​ไปซื้อ​ที่นอนมาใหม่ ขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์​พอดี พวกเราเลย​ถามขอซื้อ​ที่นอนหลังนั้น​ สด ๆ​ ร้อน ๆ​ ค่ะ​ ชาวบ้านก็ดีใจหาย ยอมขายให้เราเหมือนกัน (คง​ต้องตีรถกลับ​ไปซื้อ​ที่นอนใหม่ หรือไม่ก็กลับบ้าน​ไป​โดยเมียด่าว่าให้มาซื้อ​ที่นอนทำไมไม่​ได้กลับบ้าน คิกคิก)

พ่อบ้านเจรจาว่าให้คนเจ็บขึ้น​รถเรนจ์ของเราดีกว่า​เพราะนิ่มกว่า เครื่องชัวร์กว่า สะอาดกว่า ​และมีหลังคากันแดด เราพับเบาะหลังก็​สามารถวาง​ที่นอน​ได้ พ่อบ้านก็ขับรถสุดฝีมือตามปิ้กอัพของ รพ ​ไป เส้นทางบางช่วงใกล้ ๆ​ แม่สายชันมาก เบรคของรถเรนจ์ร้อนจัด ​ใช้การไม่​ได้ชั่วขณะ พ่อบ้าน​ต้องเปลี่ยนมา​ใช้เบรคมือ...​.ทำ​เอาใจหาย เกือบ​จะ​ได้ส่งโรงพยาบาลเพิ่มอีกหลายคนแล้ว​ไหมล่ะ

พอถึงโรงพยาบาลเล็ก ๆ​ หัวเมือง สามีภรรยาก็ส่ายหัว ภรรยา​แม้​จะบาดเจ็บ ​แต่ไม่เข้าขั้นถึงตาย มีสติดี บอกว่าขอหมอศัลยกรรมฝีมือดี​ที่สุดนะ ไม่อยาก​ได้แผล​เป็น หมอหนุ่ม​ที่ประจำอยู่​ มองดูบาดแผลแล้ว​ส่ายหน้า บอกว่าจนปัญญา​จะเย็บแผลให้​ที่นี่ ควร​จะพาคนเจ็บ​ไปโรงพยาบาลเอกชนในตัวเมืองเชียงรายดีกว่า

พวกเราก็ตกลง ทาง รพ ก็จัดรถ รพ (จริง ๆ​ แบบมีอุปกรณ์​พร้อม) ให้เรานำคนไข้​ไปส่งในเมือง ตอนนี้รจนาก็เลย​​ต้องนั่งใน รถหวอ ​ไป​เป็น​เพื่อนด้วย เผื่อคนเจ็บอยาก​ได้อะไร​ สามีคนเจ็บก็นั่ง​ไปด้วย ​ส่วนพ่อบ้านก็​เอาน้องสาว​ไปส่ง​ที่พัก (บ้าน​เพื่อน) ก่อน ​และ​ได้​เพื่อนคนไทยของเราพามาสมทบ​ที่โรงพยาบาลอีกที

ปรากฎว่าหมอศัลฯ​ที่ รพ นี้เก่งค่ะ​ เย็บแผล​ได้ดี คนไข้​ไปรักษาตัวต่อ​ที่กรุงเทพฯ ​โดยอุตส่าห์นั่งรถ​ไปเชียงใหม่​เพื่อนั่งรถไฟกลับ ไม่ยอมนั่งเครื่องบิน (ไม่รู้ว่ากลัวหรือแพ้เครื่องบิน)

สามีภรรยาคู่นี้ก็​คือ ฌ็อง​กับนิโคลนั่นเองค่ะ​ เวลาผ่าน​ไปหกเดือน ​เขาก็โทรมาเชิญให้เรา​ไปรับเลี้ยงข้าว ปรากฎว่านิโคล​ได้รับการรักษาดีมาก ใบหน้าแทบไม่เห็นรอยแผล​เป็นเลย​ (ฝีมือหมอไทยเยี่ยมยังงี้นิ) แค่รอยขาว ๆ​ เท่านั้น​ พวกเราก็ยินดี​กับ​เขา

งานนี้เรา​ไปทานกัน​ที่ห้องอาหารบนยอดตึกโรงแรมนารายน์สีลมค่ะ​ ​เป็นห้องอาหารแบบหมุนช้า ๆ​ ให้เห็นวิวกรุงเทพฯทั่วทิศทาง

นั่น​คือ​ความ​เป็นมาของ​ความสัมพันธ์​ที่ยั่งยืนค่ะ​ พอเราย้ายมาสวิตฯก็​ได้​ไปเยี่ยมพวก​เขา​ที่บ้านหลายครั้งอยู่​ ครั้งนี้​ที่พวก​เขามาก็​คือครั้ง​ที่สอง​ที่บ้านเราค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

บรรยากาศริมน้ำดูสงบดีนะคะ​ เรือใบ​ที่ร้างใบก็ให้​ความรู้สึกของการหยุด​และพักผ่อน​ได้ดีเหมือนกัน


คลิกดูภาพขยาย

ม้านั่งสำหรับหย่อนใจ มองดูเรือ​ที่แล่นผ่าน​ไปมา ต้นปาทาน (ไม่ทราบชื่อไทยค่ะ​) ทิ้งใบเหลือ​แต่กิ่งก้าน ​แต่ไม่ช้าก็​จะออกใบดกหนาให้ร่มเงากันร้อนต่อ​ไป


​เนื่องจากอากาศแปรปรวนไม่แน่นอน เราก็เลย​ไม่​ได้วางแผน​จะพา​เขา​ไปไกล ๆ​ ​เพราะไม่ชัวร์ ​แต่ปรากฎว่าวันอาทิตย์อากาศดีมาก เราก็เลย​​ไปเ​ที่ยวริมฝั่งน้ำกันค่ะ​ ​ที่หมาย​คือเมืองนิอ็ง (Nyon) ​เป็นเมืองบนเนิน​เขาริมฝั่งทะเลสาปเจนีวา ​เป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติ​ความ​เป็นมาตั้งแต่สมัยโรมันมาครอบครอง มีปราสาทเก่าทิ้งไว้​เป็นหลักฐาน

คลิกดูภาพขยาย

กระถางดอกไม้ฤดูสปริงค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

แล้ว​ก็ยอดปราสาท​ที่ตัด​กับสีฟ้าอันสดใส


คลิกดูภาพขยาย

วิวจากบนปราสาทเห็นทะเลสาป ​และยอด​เขาหิมะจับอยู่​ไกล ๆ​


คลิกดูภาพขยาย

รูปทรงหลังคา​และหน้าต่าง พอถูกแสงแดดจับก็ดูน่าพิศวงดี


คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็แอบดูผ่านประตูปราสาทเห็นท้องฟ้า ท้องน้ำ ​และนักท่องเ​ที่ยวคนอื่น ๆ​ ค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

นาฬิกาแดดเท่ดี ก็เก็บรูปมาฝากกันค่ะ​

การท่องเ​ที่ยวก็แบบ​ไปเห็น ​ไปเดินเล่น ​ไปนั่งทานอะไร​อร่อย ๆ​ ค่ะ​ ฝรั่งไม่ค่อยชอปปิ้งกันเท่าไร รจนาก็เลย​ประหยัดตังก์​ไปด้วยคน

คลิกดูภาพขยาย

แอบมองหลังคาบ้านคนอื่นต่อค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

ลงจากปราสาทก็​ไปดูตลาดนัดริมฝั่งน้ำค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

ภาพเรือน้อยนี้อยู่​บนผนังร้านอาหาร​ที่ขายเฉพาะปลาค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย

นำบ้านเรือนสีสันสวย ๆ​ มาฝากตบท้ายค่ะ​

ตอนนี้เริ่มต้นด้วยการขึ้น​ดอย แล้ว​ก็มาจบลงด้วยเรื่อง​น้ำ ๆ​ เรือ ๆ​ ทะเลสาป ปลา

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1575 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน พาเพื่อนเที่ยวริมฝั่งน้ำ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๕๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : แสนรัก [C-7810 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๑๔.๒๔ น.

คนไทยน้ำใจงามจริงๆ​​เนอะ...​​ รูปสวยค่ะ​​ ดูมีชีวิตชีวามากๆ​​ ​​โดยเฉพาะท้องฟ้าสวยๆ​​...​​ดูแล้ว​​อยากบิน​​ได้ อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-7818 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : ๐๒ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๑.๐๕ น.

รูปสวยมากๆ​​ค่ะ​​
ต้นปาทานมีอยู่​​​​ที่ซูริคหรือเจนีวาด้วยใช่ไหม ดูเหมือนพิล​​จะเคยถ่ายมานะ จำ​​ได้ว่าอยู่​​แถวๆ​​ริมทะเลสาบเหมือนกัน ตอนนั้น​​​​ไปเดือนมกราคม หลังปีใหม่ ไม่มีใบ มี​​แต่หิมะจ้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-7852 ], [83.180.244.146]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๔.๔๒ น.

รจนาก็ชอบสีฟ้าของท้องฟ้าเหมือนกันค่ะ​​ แสนรัก เลย​​มัก​​จะเก็บภาพเกี่ยว​​กับท้องฟ้าไว้บ่อย ๆ​​
ต้นปาทานมีอยู่​​หลาย​​ที่มากเลย​​ คิดว่า​​ที่พิลถ่ายภาพไว้ก็คงใช่เลย​​ ต้นนี้ก็แปลกนะ หากไม่ใช่หน้าร้อนก็มี​​แต่กิ่งก้านหงิกงอ พอใบออกก็ร่มครึ้มสวยงามดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : อุณากร [C-7889 ], [61.19.169.72]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๒๓.๐๘ น.

สวยจังค่ะ​​ ดูสุขสงบ รู้สึกมี​​ความสุข​​ไปด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น