นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) #5
รจนา ณ เจนีวา
...คอนเฟิร์มเมชั่น (Confirmation) ​เป็นพิธีทางศาสนาของชาวคริสต์ ​เพื่อให้เด็กหนุ่มสาว​ที่ถึงวัยอันควร (ประมาณ ๑๓-๑๔ ปี) ​ที่ผ่านพิธีรับศีลมาแล้ว​​ได้ประกาศรับศาสนาอย่าง​เป็นทางการ ถือ​เป็นสมาชิกของโบสถ์อย่าง​เป็นทางการ ​และ​เป็นการก้าวเข้าสู่โลกของ​ความ​เป็นผู้ใหญ่...

ตอน : ไปพิธีคอนเฟิร์มเมชั่น (Confirmation)

มีแฟน ๆ​ ต่อว่าว่ารจนาไม่ค่อย​จะเขียนเรื่อง​เล่าจากเจนีวาเลย​ ​ต้องยอมรับด้วย จริงค่ะ​ ว่าอ่อนซ้อมจริง ๆ​ ​เพราะมัว​ไปเขียนตำราทำ​กับข้าว "รจนาหัวป่าก์" เสีย​เป็น​ส่วนใหญ่ ขอบคุณแฟนคอลัมน์​ที่ช่วยชี้แนะ ข้อดีก็​คือ ทำให้รจนารู้ว่ามีคนคอยอ่านงานของเรา เกิด​เป็น​กำลังใจขึ้น​มาค่ะ​

ไม่รู้ว่าคนไทยเราเคย​ได้ยินคำนี้กันบ้างหรือเปล่า คอนเฟิร์มเมชั่น (Confirmation) ​เป็นพิธีทางศาสนาของชาวคริสต์ ​เพื่อให้เด็กหนุ่มสาว​ที่ถึงวัยอันควร (ประมาณ ๑๓-๑๔ ปี) ​ที่ผ่านพิธีรับศีลมาแล้ว​​ได้ประกาศรับศาสนาอย่าง​เป็นทางการ ถือ​เป็นสมาชิกของโบสถ์อย่าง​เป็นทางการ ​และ​เป็นการก้าวเข้าสู่โลกของ​ความ​เป็นผู้ใหญ่

รจนาเอง​เป็นคนพุทธ อาจ​จะแปลหรือเล่า​ได้ไม่ถูก​ต้องเต็มร้อย หาก​เพื่อนท่านใด​เป็นผู้สันทัดกรณี​จะแนะนำ ก็เชิญเลย​นะคะ​

พ่อบ้านของรจนา​เป็นชาวคริสต์นิกายโปรเตสแต้นท์ค่ะ​ หากแปลตรงตัวก็​คือ ผู้คัดค้าน รจนาเคยแซวพ่อบ้านว่า เธอนี่โปรเตสแต้นท์จริง ๆ​ นะ มีอะไร​ก็ชอบซักค้าน(รจนา)อยู่​เรื่อย พ่อบ้านไม่โกรธค่ะ​

ตั้งแต่​แต่งงานกันมา รจนามีโอกาส​ได้​ไปงานเช่น​ที่ว่าสองครั้งค่ะ​ ครั้งหนึ่ง​ในสวิตเซอร์แลนด์​เป็นลูกชายของ​เพื่อนสนิทคนหนึ่ง​ เราก็​ไปร่วมพิธีในโบสถ์ตอนเช้า​ แล้ว​ก็ทานอาหารกลางวันกัน​กับครอบครัว ญาติ ​และ​เพื่อน สนุกสนาน จนบ่ายคล้อยก็เลิกรากัน​ไปค่ะ​ งานนั้น​ผ่านมาสามปีแล้ว​ ค่อนข้างประทับใจ ​เพราะหลังจากพิธีแล้ว​ มีการทานอาหาร มีการจัดการละเล่นต่าง ๆ​ ​และเกมให้เด็ก ๆ​ เล่นกัน มีหีบเพลงแบบสวิสมาเล่นให้ฟังด้วย

การประกาศยืนยันนี้​เขา​จะทำรวม ๆ​ กันทีละหลายคนค่ะ​ ประมาณ ๒๐ คนต่อครั้ง ​และ​จะจัดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (อากาศอบอุ่นดี สดใส ดอกไม้สวย จัดงานกลางแจ้ง​ได้) ในชุมชนหนึ่ง​ ๆ​ อาจ​จะจัดติดต่อกันทุกวันอาทิตย์​ไปจนกว่า​จะหมดจำนวนเด็ก ๆ​ ​ที่ถึงเกณฑ์​ต้องมาบอกรับศาสนาค่ะ​ ก็​คือก่อนหมดฤดูใบไม้ผลิค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


อีกงานหนึ่ง​รจนาเพิ่ง​ไปมา​ที่เยอรมนีค่ะ​ ปลายเดือนมิถุนายน ​เป็นลูกสาวของแฟนของน้องชายของพ่อบ้านค่ะ​ (อย่าเพิ่งงงนะคะ​) ​จะว่า​เป็นญาติเราหรือเปล่าก็ไม่ใช่ ​แต่แฟนของน้องชายนี้มีลูกติดมาสองคนค่ะ​ ​เป็นหญิง​ทั้งคู่ ​ทั้งสามคนแม่ลูก​เป็นคนงามมาก ๆ​ เด็ก ๆ​ สวย หวานน่ารัก แม่สวยสง่า แม่ชื่อมาเรียน ลูกสาวชื่อจูเลีย ​กับโซเฟียค่ะ​ แม่​กำลัง​จะแยกทาง​กับพ่อ ​ที่​ไปอยู่​อีกเมืองหนึ่ง​ ​และแม่ก็มาตกหลุมรักน้องชายของพ่อบ้านค่ะ​ เราก็เลย​​ได้มารู้จักครอบครัวนี้

พวกเราเคยเจอกันสองสามครั้ง แล้ว​ก็หลงรัก​ทั้งสามสาวหมดหัวใจ ​ทั้งแม่​และน้องสาวของพ่อบ้านก็รู้สึกเช่นกัน พวกเราทุกคนก็เลย​ยินดี​ไปร่วมในงานพิธีนี้​แม้ว่าเรา​จะไม่​ได้​เป็นญาติในทางใดเลย​ งานนี้​เป็นงานของโซเฟีย

เมือง​ที่เรา​ไป​คือ โฮลซแกร์ลิงเง่น (Holzgerlingen) ใกล้​กับชตุ๊ทการ์ต (Stuttgart) ค่ะ​ ขับรถ​ไปจากเจนีวาก็ ๔๕๐ กิโลเมตร ช่วง​ที่เรา​ไปอากาศสวยงาม ดอกไม้​กำลังบาน ​แต่ยังหนาวกว่า​ที่สวิตฯค่ะ​

เมืองนี้​เป็นเมืองเล็กในหุบ​เขาตื้น ๆ​ ค่ะ​ น่ารักมากทีเดียว โบสถ์​เขาก็สวยทีเดียว

คลิกดูภาพขยาย


พิธีง่าย ๆ​ เริ่มด้วยน้ำชา​และของว่าง​ที่บ้านของมาเรียน เจ้าของบ้านจัดบ้านอย่างสวยงาม อาหารการกินก็น่าทาน ​เป็นอาหารแบบชเวเบี้ยน Swebian ​เพราะมาเรียนมาจากแคว้นชเวเบียค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


สาวน้อยเสื้อดำ​คือ จูเลียเจ้าของงาน ​กำลังคุย​กับคุณพ่อ ​ส่วนคุณแม่คนสวยยืนอยู่​ห่าง ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


หลังจากของว่างแล้ว​ ตอนเย็นพวกเราก็เดินทาง​ไปโบสถ์กัน โบสถ์อยู่​ห่าง​ไปแค่สองสามกิโลเมตรเท่านั้น​ ภาพ​ที่สองข้างบนนะคะ​

พิธีตอนเย็น​ที่โบสถ์นั้น​นานประมาณหนึ่ง​ชั่วโมง ​พระท่านก็มาเทศน์ ​เป็นภาษาเยอรมัน สลับ​กับการร้องเพลงสวด ​ซึ่ง​จะมีหมายเลขบท​ที่​จะร้องติดไว้ให้เห็นประจักษ์ ตอนท้าย ๆ​ ก็​เป็นการเรียกเด็ก ๆ​ ​ที่​จะทำพิธีรับศาสนาในวันรุ่งขึ้น​ (วันจริง) มาข้างหน้า ยืนล้อม​เป็นตัวยู ​พระ​และเจ้าหน้า​ที่สตรีก็เดินจากหัวแถว​ไปท้ายแถวคนละด้านกัน เดินรอบแรกก็แจกขนมปังกรอบให้ทุกคน บางคนก็​เอาเข้าปากเลย​ บางคนก็เก็บไว้ก่อน พอรอบต่อ​ไปก็​จะ​เป็นการเวียนไวน์แดงในแก้วเงินให้จิบกันค่ะ​ ​พระ​และเจ้าหน้า​ที่​จะส่งแก้วให้จิบ รับแก้วกลับมา ​และส่งให้คนต่อ​ไป

พอรอบของเด็ก ๆ​ จบลงก็​เป็นรอบของครอบครัวค่ะ​ ก็เรียงกัน​ไปล้อมวงครั้งละสัก ๒๐-๓๐ คน จนกว่า​จะหมดผู้คน​ทั้งโบสถ์ ก็​ใช้เวลานานหน่อย​ละค่ะ​ รจนานั่งดูเฉย ๆ​ ไม่​ได้​ไปร่วม​กับ​เขา

คลิกดูภาพขยาย

รจนา​กับหนูน้อยโซเฟียค่ะ​ มีแฟน ๆ​ ขอดูภาพรจนาอีกครั้งหนึ่ง​ เลย​​เอายิ้มยิงฟัน ๓๒ ซี่มาโชว์เสียเลย​ ​แต่รจนายังสวยสู้หนูโซเฟียไม่​ได้ค่ะ​ คิกคิก

พิธีนี้นัยยะทางศาสนา​คือ ขนมปังถือ​เป็นร่างกายของ​พระเยซู ​และไวน์แดง​คือเลือดของ​พระองค์ค่ะ​ ​เป็นการย้อนรำลึกถึงวัน​ที่​พระองค์​ได้ทานอาหารร่วม​กับบรรดาสาวกผู้ใกล้ชิด​เป็นครั้งสุดท้ายก่อน​ที่​จะถูกทหารโรมันจับตัว​ไปตรึงกางเขน

พ่อบ้านบอกว่า สมัยก่อน​จะ​เป็นขนมปังอบก้อนโต ๆ​ ​และให้บิชิ้นเล็ก ๆ​ มาทาน ​แต่สมัยนี้วัดก็ประยุกต์​ใช้ขนมปังแบบแครกเก้อร์แทน รจนาติดใจเรื่อง​ดื่มไวน์จากแก้วเดียวกัน แอบกระซิบถามพ่อบ้านว่า หากเราไม่อยากดื่มไวน์ต่อจากคนอื่น​จะทำอย่างไรดี พ่อบ้านบอกว่า ​ถ้า​ใครไม่อยาก​ใช้แก้วร่วม​กับคนอื่น​เพราะกลัวสกปรกหรือตัวเอง​เป็นหวัดไม่อยากให้ติดคนอื่น ก็เก็บขนมปังไว้ก่อน อย่าเพิ่งทาน แล้ว​พอไวน์เวียนมาถึงตัวเองก็​เอาขนมปังนั่นจุ่มลง​ไปแล้ว​​เอาเข้าปากค่ะ​

​แต่รจนาสังเกตเห็นว่า พอจิบไวน์​ได้สี่ห้าคน ไวน์หมด ​พระหรือเจ้าหน้า​ที่วัด​ที่ถือแก้วไวน์เวียนก็​จะนำแก้ว​ไปเติม ​และเช็ดปากแล้ว​​ไป​พร้อมกัน เฮ้อ...​โล่งใจค่ะ​ พ่อบ้านแอบกระซิบว่า เธอไม่​ต้องกลัวเชื้อโรคหรอก ​เพราะเชื้อโรคเจออัลกอฮอล์ก็ตายแล้ว​

ตอนเย็นนี่ทุกคน​แต่งตัวมีสีสันพอสมควร ​แต่ก็ยังสีทึม ๆ​ อยู่​​เพราะอากาศยังหนาว

คลิกดูภาพขยาย

จูเลียออก​ไปกล่าวคำถามทางศาสนา​ที่กลางโบสถ์ค่ะ​ (รจนาฟังไม่รู้เรื่อง​อยู่​แล้ว​ ​เพราะ​เป็นภาษาเยอรมัน รู้​แต่ว่าน้อง​เขาเสียงหวานดี)

พอเสร็จพิธี​ที่โบสถ์สักสองทุ่มครึ่งพวกเราก็​ไปทานอาหารเย็นกัน​ที่โรงแรมค่ะ​ โชคดีว่าญาติหลายคนพูดภาษาอังกฤษ​ได้ รจนาก็เลย​มีคนคุยด้วย เย็นวันนั้น​ รจนาสั่งหน่อไม้ฝรั่งขาว (แอสปารากัส) ​กับซอสฮอลลันเดสค่ะ​ ​เพราะ​เป็นหน้าหน่อไม้​พอดี

คลิกดูภาพขยาย

นี่ชื่อเด็ก ๆ​ ​ที่​เขาทำประดับไว้รอบประตูทางเข้าโบสถ์ค่ะ​ น่ารักดี

วันรุ่งขึ้น​พวกเรา​ไปโบสถ์กันอีกครั้งหนึ่ง​ คราวนี้ทุกคน​แต่งตัว​เป็นทางการเต็มยศค่ะ​ ผู้ชายก็สูทสีเข้มออกดำ ผู้หญิงก็ใส่เสื้อผ้าสีเคร่งขรึม หนักออกทางขาวดำค่ะ​

พิธีตอนเช้า​นี้นานประมาณ ๒ ชั่วโมง มีร้องเพลงสวดหลายบท มี​พระเทศน์หนึ่ง​กัณฑ์ (ขออนุญาต​ใช้ศัพท์ไทยนะคะ​) เด็ก ๆ​ ​ที่มาประกาศรับศาสนาก็ออก​ไปพูดแสดงข้อคิดหรือคำถามทางศาสนากันคนละบทสองบท บางทีก็ออก​ไปคนเดียวเดี่ยว ๆ​ บางทีก็ออก​ไปสองสามคน รจนาเดาว่าอาจ​จะ​เป็นญาติสายเดียวกันหรือ​เพื่อนซี้กัน เด็ก ๆ​ ​แต่งตัวสีขรึม ๆ​ กันทุกคน ผิด​กับเย็นวาน​ที่​แต่งตัวตามสบายมีกางเกงยีนส์ด้วย

คลิกดูภาพขยาย

ภาพของเด็ก ๆ​ ​ที่เข้าร่วมพิธีในวันนี้

หลังจากชั่วโมงกว่าผ่าน​ไป ก็เริ่มนั่งขยุกขยิกหลายเ​ที่ยว​เพราะ​เมื่อยค่ะ​ อยู่​ไม่​เป็นสุขค่ะ​ ​จะร้องเพลง​กับ​เขาก็ร้องไม่​เป็น ​จะฟังว่า​เขาพูดอะไร​ก็ฟังไม่ออก นาน ๆ​ น้องสาวพ่อบ้านก็แปลให้เสียทีนึง ก็​ได้​แต่อาศัยทำใจ​เป็นกุศล​ไป​กับพวก​เขาด้วย บางทีไม่รู้เรื่อง​มาก ๆ​ ก็นั่งหลับตาทำสมาธิ​ไป ตอนหลังเริ่มแย่หน่อย​​เพราะอากาศเริ่มอุดอู้มากขึ้น​เรื่อย ๆ​ หายใจไม่ค่อย​จะออกค่ะ​ ​แต่สุดท้ายพิธีก็เสร็จอย่างเรียบร้อย​ มีการประกาศว่าเงินบริจาควันนี้​จะนำ​ไปช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนข้างถนนค่ะ​

เด็ก ๆ​ หน้าตาแจ่มใส่มี​ความสุข พ่อแม่ก็เบิกบานกันดี พอออกมานอกโบสถ์ก็มีการถ่ายรูปกัน คุยกัน แสดง​ความยินดี รจนาเห็น​เขาร้อยชื่อเด็กติดไว้หน้าประตูโบสถ์น่ารักดี ก็เลย​ถ่ายภาพมาด้วยค่ะ​

หลังจากงาน​ที่โบสถ์ พวกเราก็​ไปทานอาหารกลางวันกัน​ที่ร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์กลางเมือง ​ซึ่ง​เป็นตึกกระจก​ทั้งหลัง ร้านอาหารอยู่​ชั้นบนสุด มองเห็นวิวของเมืองอย่างสวยงาม ​เอาภาพมาฝากด้วยค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย

นี่ก็เทียน​ที่ติดชื่อจูเลียไว้ด้วย ฝีมือจูเลีย​กับคุณแม่ช่วยกันทำ ​และแชมเปญฉลอง (รจนาอดดื่ม ​เพราะไม่ดื่มเหล้าค่ะ​)

​ที่นี่ก็มีการดื่มแสดง​ความยินดีแก่จูเลียอีกครั้งหนึ่ง​ แล้ว​ก็มีการเปิดของขวัญต่าง ๆ​ ​ที่​ได้รับจากญาติ อาหารกลางวัน​เป็นเซ็ทค่ะ​ โต๊ะจัดสวยงาม มีชื่อของเราวางไว้เรียบร้อย​ รจนาก็นั่งคู่พ่อบ้าน น้องชายพ่อบ้านสั่งต้มข่าไก่​เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย (​แต่รสชาติห่างไกล​ความ​เป็นต้มข่าไก่จริง ๆ​ คะ​) ​ส่วนอาหารจานหลัง​เป็นเนื้อลูกวัวอบแบบชเวเบี้ยนค่ะ​ ของหวาน​คือทิรามิซุ​กับผลไม้ (มี​เพื่อน ๆ​ ขอสูตรมานานแล้ว​ รจนายังไม่เคยลองทำค่ะ​) เรื่อง​อาหารนี้รจนา​จะ​เอา​ไปเขียนในคอลัมน์รจนาเข้าครัวแล้ว​กันนะคะ​

คลิกดูภาพขยาย

บรรยากาศ​และวิวจากโต๊ะอาหารกลางวันค่ะ​

เล่ามาเสียยืดยาวก็​เพื่อให้เห็นบรรยากาศของการรวมญาติ ​และพิธีทางศาสนาของฝรั่งค่ะ​ ​เขาเองก็เน้นเรื่อง​การพบญาติ การทานเลี้ยงแบบเบา แบบหนัก ไม่แพ้คนไทยเราเหมือนกันนะคะ​ ​ที่หนักหน่อย​ก็ไวน์​และแชมเปญ

คลิกดูภาพขยาย

ภาพจูเลียตอนยังเล็ก ๆ​ ค่ะ​ ทางคุณแม่​เอามาจัด​แต่ง​ที่บ้าน ดูสวยน่ารักทีเดียว ก้านไม้ดอกเขียว ๆ​ ​ที่เห็นนั้น​ ​เป็นดอกไม้พิเศษสำหรับเดือนพฤษภาคมค่ะ​ รจนาเองก็จำชื่อไม่​ได้เสียแล้ว​

ขอร่ำลา​ไป​แต่เพียงเท่านี้ก่อนค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1571 Article's Rate 121 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา (ปีห้า) --Series
ชื่อตอน ไปพิธีคอนเฟิร์มเมชั่น (Confirmation) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๔๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๐๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : โดโรที [C-7637 ], [203.206.229.18]
เมื่อวันที่ : ๑๖ พ.ค. ๒๕๔๙, ๐๘.๕๖ น.

สวัสดีค่ะ​​ วันนี้ตื่นสายอีกตามเคย​​เพราะหอบ​​เอาร่างตุ้ยนุ้ย​​ไปเรียนไม่ไหว ยังคง​​ต้องพักอีกหนึ่ง​​วันค่ะ​​ รีบเข้ามาศาลาพบว่ามีรูปมาลงแล้ว​​เลย​​รีบตามมาอ่าน เห็นรูปแล้ว​​​​ต้องขออนุญาตเรียกพี่คงไม่ว่ากันนะคะ​​ ถึง​​แม้​​จะต่างวัย​​กับหนูน้อย​​ที่ยืนอยู่​​ข้างๆ​​ ​​แต่​​ความน่ารักไม่แพ้กันค่ะ​​ ฟันสวยจริงๆ​​ โดโรทีฟันห่างค่ะ​​ ​​เมื่อไหร่​​จะ​​ได้เห็นรูปตัวน้อยน่ารักแบบน้องโซเฟียจากพี่รจ​​และคุณพ่อบ้านบ้างนะ รอ รอ รอ...​​...​​...​​...​​

ขอให้เดินทาง​​ไปเ​​ที่ยวอังกฤษให้สนุกนะคะ​​ จพี่รจ​​จะมีโอกาส​​ได้เจอพี่พิลไหมเนี่ย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-7850 ], [83.180.244.146]
เมื่อวันที่ : ๐๓ มิ.ย. ๒๕๔๙, ๐๔.๓๕ น.

เรียกพี่​​ได้เลย​​ค่ะ​​ แหม อุตส่าห์เลือกรูป​​ที่รอยเท้ากาบนหน้าเราเห็นไม่ค่อยชัดแล้ว​​นา ทำไมคนป่วยอย่างโดโรธีจึงเห็น​​ได้

เหอเหอ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น