นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) #3
รจนา ณ เจนีวา
...เวลาผ่าน​ไปกว่าครึ่งปีแล้ว​ค่ะ​ แม่บ้าน​ได้มีโอกาสสังเกตว่าชีวิตผู้คน​ที่นี่ผูกพัน​กับดินฟ้าอากาศมากๆ​ ผูกพันอย่างไรหรือ?...​....

ตอน : 2: แม่บ้านหลายบทบาท

​เพื่อนแม่บ้าน​ที่รักทุกท่าน

อากาศอุ่นขึ้น​อย่างน่ามหัศจรรย์ ​เมื่อสามวันก่อน หิมะตกแบบไม่ลืมหูลืมตา เวลาหิมะตกก็หมาย​ความว่าอุณหภูมิอยู่​​ที่ประมาณศูนย์องศา หรือจุดเยือกแข็ง สำหรับคน​ที่อยู่​​กับอากาศติดลบมา​เป็นอาทิตย์ ​จะรู้สึกว่า​อุ่นขึ้น​ เวลาหิมะตก ทุกอย่าง​จะดูสงบลง ​เพราะหิมะดูดซับเสียงต่างๆ​ไว้ แม่บ้านตื่นเต้นมาก รีบงัดกล้องดิจิตัลมาถ่ายรูป​เป็นการใหญ่ สนามหญ้ากลาย​เป็นสีขาวสะอาดตา ต้นไม้ต่างๆ​ปกคลุม​ไปด้วยหิมะเสียครึ่งหนึ่ง​ รวม​ทั้งรถยนต์​ที่จอดไว้กลางแจ้งด้วย ครั้งแรก​ที่​ได้ประทับรอยเท้าลงบนหิมะนุ่มๆ​เหมือนแป้งนั้น​​เป็น​ความสุขแบบเด็กๆ​​ที่บอกไม่ถูก

กิจกรรมประจำวันอย่างหนึ่ง​​คือการเช็คพยากรณ์อากาศในอินเตอร์เน็ต ​ซึ่ง​เป็น​ทั้งแบบกราฟเส้น​และกราฟแท่ง มีภาพ​พระอาทิตย์ใส่แว่นตาดำ ​และร่มกันฝนประกอบ สิ่ง​ที่เฝ้าดู​คือ ​เมื่อไรเส้นกราฟมัน​จะเลื้อยขึ้น​ ​และวันไหน​ที่​พระอาทิตย์ใส่แว่นตา ​เพราะหมายถึงอากาศ​ที่อบอุ่นแจ่มใสขึ้น​ เวลา​ที่เส้นกราฟดิ่งลงก็ใจหาย ​ต้องรีบงัดเสื้อกันหนาวตัวหนาๆ​มาใส่ เวลา​จะออกจากบ้านก็​ต้องห่อตัวเองอย่างแน่นหนา ชนิดว่า​ถ้าตกก็ไม่แตก

เมืองหนาวนี่​เป็นประเทศ​ที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ​​ที่อากาศเปลี่ยนอยู่​เรื่อยๆ​ในวันสองวัน ตอนนี้แม่บ้านเริ่มคุ้นเคย​กับอากาศ รู้ว่า​จะ​ต้องเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง​แล้ว​

เวลาผ่าน​ไปกว่าครึ่งปีแล้ว​ค่ะ​ แม่บ้าน​ได้มีโอกาสสังเกตว่าชีวิตผู้คน​ที่นี่ผูกพัน​กับดินฟ้าอากาศมากๆ​ ผูกพันอย่างไรหรือ? แม่บ้านมาถึงเมืองสวิสช่วงปลายฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็ค่อยๆ​เย็นลง ต้นไม้ค่อยๆ​เปลี่ยนสี​และใบเริ่มร่วงหล่นทีละน้อยจนใน​ที่สุดก็เหลือ​แต่ก้าน การ​แต่งกายของผู้คนก็​จะเปลี่ยนสี​ไปด้วย จากสีสดใสของหน้าร้อนก็เริ่ม​เป็นสีขรึมๆ​ขึ้น​เช่นน้ำตาลไหม้ แดงก่ำ สีหวานๆ​ยังพอมีให้เห็นนิดหน่อย​ ​แต่เสื้อผ้าลายๆ​แทบไม่มีให้เห็น จากเสื้อแจ้กเก็ตตัวบางก็เริ่มหนาขึ้น​ ตามด้วยถุงมือ ด้วยหมวก ด้วยรองเท้าบู้ตหรือรองเท้า​ที่หนาแน่นขึ้น​ ผ้าพันคอพันขึ้น​มาครึ่งหน้า ประมาณนั้น​ค่ะ​ แม่บ้านสังเกตว่าอากาศ​จะ​เป็นตัวบอกเราเองว่า​ต้อง​แต่งตัวอย่างไร แม่บ้านพบว่าไม่จำ​เป็น​ต้องใส่เสื้อหนามาก ​แต่เรา​ต้องใส่หลายชั้น​เป็น​เป็นเกราะป้องกัน​ความอบอุ่นจากร่างกายไม่ให้เล็ดรอดออก​ไป พอๆ​​กับ​ที่ไม่ให้​ความหนาวจากข้างนอกย่างกรายเข้ามา

นอกจากนั้น​ลักษณะของอาหารการกินก็​จะเปลี่ยน​ไปด้วย ผักผลไม้นี่เปลี่ยนตามฤดูกาลอยู่​แล้ว​ ​แต่อาหาร​จะหนักทางพวกไขมัน เนยแข็งมากขึ้น​ ​เนื่องจากหน้าหนาวมา​พร้อม​กับคริสมาสต์ (หรือคริสมาสต์มา​พร้อม​กับหน้าหนาวก็แล้ว​​แต่) ก็​จะเห็นขนมเค้กผลไม้แบบเนื้อหนักชนิดต่างๆ​มากวางขายอย่างดาดดื่น หน้าหนาวนี้ส้มอร่อยค่ะ​ ​ส่วนใหญ่นำเข้าจากสเปน ​ส่วนชีวิตประจำวันอื่นๆ​​ที่เห็นเปลี่ยน​ไป​คือ ในหน้าร้อน​กับช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง​จะมีรถสปอร์ตเปิดประทุนให้เห็นมากมาย​ ​ใครๆ​ก็อยากขับรถออกมากินลมชมวิวจริงๆ​ (อากาศเย็นพอ ไม่​ต้อง​ใช้แอร์) พออากาศหนาวขึ้น​ รถพวกนี้ก็หาย​ไป หรือไม่ก็เจ้าของก็เลิกเปิดหลังคาเสีย มาอยู่​​ที่นี่แม่บ้านเห็นรถสารพัดยี่ห้อ บางชื่อก็ไม่เคย​ได้ยินมาก่อน แหม บ้านเราแม่บานรู้จักแค่รถยี่ปุ่นเช่นโตโยต้า ​และรถยุโรปพวกบีเอ็ม​กับเบนซ์​เป็นหลักนี่นา

สวิสเซอร์แลนด์ถือว่าอยู่​ในเขต​ที่อากาศไม่แปรปรวนมาก ​โดยเฉพาะเจนีวา​จะไม่ค่อยหนาวจัดเหมือน​ส่วนอื่นๆ​ ระดับ​ความหนาว​โดยเฉลี่ยของหน้าหนาว​จะอยู่​ใกล้ๆ​ศูนย์องศา ​จะมีช่วงสั้นๆ​​ที่อากาศอาจ​จะติดลบถึงสิบองศา​ได้ ​แต่มัก​เป็นช่วงกลางคืน บ้านเรือนมีเครื่องทำ​ความอุ่น ตั้งไว้​ที่ประมาณยี่สิบองศาก็อยู่​​ได้สบาย หน้าหนาวแรก​ที่มาถึงนี้มีหิมะตกในเมืองอยู่​สักสองสามอาทิตย์​ได้ ​แต่​ส่วนใหญ่​จะอยู่​แค่สามสี่วันก็ละลาย ​แต่บนภูเขาจูร่า​และซาเลฟส์​ซึ่งล้อมเมืองเจนีวาอยู่​นี้​จะมีหิมะอยู่​บนยอด​เขาจนต้นฤดูใบไม้ผลิจึงละลาย​ไป

ร้านขายของมือสอง

​ใครเคย​ไปร้านขายของเก่าบ้าง? ​ที่เจนีวามีอยู่​สอง​ที่ ​ที่แรก​เป็นของทางโบสถ์​ที่นำ​เอาของบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธามาขายหาเงิน​ไปช่วยคนยากไร้ต่อ​ไป (สงสัยว่าในสวิสนี่มีคนยากไร้มากหรือเปล่าก็ไม่รู้ บางครั้งเห็นคนแก่ๆ​หรือคน​แต่งตัวมอมแมมเดินอยู่​ข้างถนนก็สงสัยอยู่​เหมือนกัน) ​ส่วนอีก​ที่หนึ่ง​​เป็นของเอกชน ตั้งแข่ง​กับทางโบสถ์ ​ทั้งสองแห่งมีของทุกอย่าง​ที่เรานึกอยาก​ได้ ตั้งแต่แจกัน กาน้ำชา จานชามช้อน โต๊ะ เก้าอี้ เตียง เครื่อง​ใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำ​ความร้อน เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ตู้แช่แข็ง จักรยาน พรม เสื้อผ้า ถุงมือ เสื้อคลุม รองเท้า สกี หมวก ตะกร้า ของจุกจิก​ที่หา​ได้ในบ้าน สภาพดีเลวแล้ว​​แต่ตาถึงหรือไม่

​ที่แม่บ้านอ้าปากค้างก็​คือ คุณพ่อบ้านพา​ไปซื้อ​ที่รองนั่งโถส้วมมือสอง!!! หรือ​จะเรียกว่า "ก้นสอง" ก็ไม่น่า​จะผิดกติกาอะไร​ ​และ​ที่ตะลึงยิ่งกว่านั้น​ก็​คือ ​เขาก็ดันมีขายจริงๆ​ เรื่อง​ของเรื่อง​​คือ โถส้วม​ที่บ้าน​เป็นรุ่นโบราณประมาณสามสิบปีแล้ว​มั้ง พอ​ที่รองนั่งมันแตกก็ไม่มี​ที่​จะหาซื้อ​ได้ตามร้านทั่ว​ไป จึง​ต้อง​ไปควานหาจากร้านของเก่าด้วยประการฉะนี้ แม่บ้าน​ต้องล้างขัดถูอาบน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ​​เพื่อ​จะ​ได้นั่งอย่างสนิทใจ ​ใคร​ที่​จะมาเ​ที่ยวบ้านสวิสขอให้ทำใจว่า ​กำลัง​จะ​ได้​ใช้โถส้วมก้นสองนะจ๊ะ​ ขอเตือนไว้ก่อน

​ต้องยอมรับว่า การเดินร้านขายของเก่า​เป็นประสบการณ์​ที่สนุกมาก ​ได้เห็นอะไร​​ที่ไม่น่าเชื่อหลายอย่าง​ที่มีมาวางขาย ราคาก็ถูกบ้างแพงบ้าง ​เมื่อนึกถึงว่าเงินเหล่านี้​เอา​ไปทำการกุศลก็น่าสนับสนุนอยู่​

นอกจากร้าน​ทั้งสองแล้ว​ ทุกวันเสาร์​ที่ปลานปาเล่ส์ หรือ Plaine Palais (ทำนองเดียว​กับสนามหลวงของเรา) ก็​จะมีคน​เอาของมาวางขายแบบตลาดนัด มีหนังสือ ของ​ใช้ตามบ้าน ของกิน ดอกไม้ ต้นไม้ ผักหญ้า เครื่อง​ใช้ไฟฟ้า ​ไปจนถึงเครื่องโทรศัพท์มือถือ​และบัตรเติมเงินแบบราคาถูกสุดๆ​ มีของให้ดูละลานตาเพลิดเพลิน​ได้​ทั้งวันจ้ะ​ ตอนหน้าหนาวก็ไม่ค่อยอยาก​ไปเดินเท่าไร

แม่บ้านคอนซัลแตนท์

ถึงเวลาแม่บ้านถอดผ้ากันเปื้อนมาใส่สูท ​เพราะ​ได้งานชิ้นเล็กๆ​ชิ้นหนึ่ง​​ที่องค์การแรงงาน​ระหว่างประเทศ (สำนักงานใหญ่อยู่​​ที่เจนีวา) ช่วย​เขาจัดอบรมด้านประเด็นบทบาท​ชายหญิง หรือ Gender ไม่รู้​จะเรียกภาษาไทยว่าอะไร​ ​เป็นการอบรม​ที่ทำตามหลักสูตร​ที่มีอยู่​แล้ว​ ​ใช้เวลาสี่วัน ​แต่แม่บ้าน​ได้เพิ่มเติมวิทยายยุทธเรื่อง​ทักษะการดำเนินการอบรม ​และ​ได้แอบคัดลอกกึ่งค้นคว้าตัวอย่างกิจกรรมละลายพฤติกรรม​เพื่อให้ผู้ดำเนินการฝึกอบรม (facilitators) ​ได้นำ​ไป​ใช้ ​เนื่องจากคู่มือฝึกอบรม​ที่มีให้ก็ว่าด้วยเนื้อหาล้วนๆ​ ไม่มีเครื่องมือ​ที่​จะช่วยให้ผู้ดำเนินรายการนำเข้าสู่กิจกรรม​ได้เลย​

ห้องอบรม​เป็นห้องประชุมของคณะประศาสน์การของไอแอลโอ โต๊ะกลมสวยงาม อุปกรณ์ก็ทันสมัย วิวสวย มองเห็นหิมะขาวจับตามกิ่งไม้ข้างนอก

งานนี้แม่บ้าน​เขาไม่​ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วนะ หรือจดโน้ตลงกระดาษนะ ​เขา​ใช้ iPAQ เครื่องคอมฯขนาดจิ๋วแบบพกใส่กระเป๋าเสื้อ​ได้ในการจดบันทึกการประชุม เดิ้นมาก​และก็เล็กกระทัดรัดสะดวก​ต่อการพกพาอย่างยิ่ง ​ส่วนรายงานการประชุม​และรูปภาพจากการประชุมนั้น​ แม่บ้านกะ​จะนำเสนอ​ในแผ่นซีดี ​ต้องขอบคุณอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ​​ที่ทำให้การบันทึก​เป็นเรื่อง​ง่าย​แต่ปลายนิ้ว

หนูน้อยหมวกชมพู

แม่บ้านกลับ​ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสแล้ว​วันนี้ ​ได้กลับ​ไป​เป็นเด็กอีกครั้ง ​เมื่อปีก่อน​ไปเรียน​โดยสวมเสื้อแจ้กเก็ตมีฮูดคลุมผมสีแดง คุณพ่อบ้านเรียก red riding hood หนูน้อยหมวกแดง ปีนี้ ขึ้น​ศักราชใหม่ ซื้อเสื้อแจ้กเก็ตสีชมพูหวานสดใส มีขนสัตว์เทียมขลิบรอบฮู้ดดูน่ารักน่าเอ็นดู (แม่​และน้องสามียุให้ซื้อ ​เพราะเห็นแม่บ้านใส่​แต่สีดำๆ​เทาๆ​ ทนดูไม่​ได้) ใส่แล้ว​ประมาณว่าแก่น้อยลง​ไปหลายปี จึง​ได้ชื่อใหม่ว่า​เป็น pink riding hood สะพายเป้ใส่ดิกชันนารี​และหนังสือเรียนภาษาฝรั่งเศสหนักอึ้งออก​ไปขึ้น​รถเมล์หน้าปากซอย ขาดเรียน​ไปประมาณ 4 อาทิตย์​เพราะเดินทาง​ไปกลับเมืองไทย วันนี้กลับ​ไปเรียนก็สานต่อ​กับคลาส​ได้พอหืดขึ้น​คอนิดๆ​ ​เขาเริ่มเรียนอะไร​ใหม่ๆ​​ไปหลายอย่าง ​แต่​ส่วนใหญ่ก็ยังตามแนวไวยกรณ์​ที่เรียนมา​เมื่อปลายปี​ที่แล้ว​ ​ที่ชั้นเรียนมี​เพื่อนร่วมชั้นน่าสนใจจากหลากหลายชาติ เช่น รัสเซีย (นักเรียนการโรงแรม) ออสเตรเลีย (​เป็นเชฟ) มองโกเลีย (นักเรียนเฉยๆ​) อินโดนีเซีย (พี่เลี้ยงเด็ก) อิรัก (วิศวกรโยธา) ไทย (แม่บ้าน​กับคอนซัลแตนท์) อเมริกัน (นักศึกษามหาวิทยาลัย) ชั้นเรียนของแม่บ้านถือ​เป็นประตูสู่สังคมใหม่ ​เป็นกลุ่ม​เพื่อน​ที่หลากหลาย ต่างคนต่างใหม่​กับสวิส ​และตั้งใจมาเรียนภาษาด้วยเจตนารมย์ต่างกัน​ไป

​ไปดูหนัง
​ที่เมืองไทยมี​ใคร​ไปดูหนังเรื่อง​ Mulholland Drive หรือยัง มี​ใครกล้า​เอามาฉาย​ที่เมืองไทยหรือเปล่า ​เป็นหนัง​ที่สนุก ตื่นเต้น ตึงเครียด ซับซ้อน สวยงาม แล้ว​ก็ดูยากมากๆ​ ​จะไม่เล่าละว่าเรื่อง​​เป็นอย่างไร ​แต่ท่านใด​ที่นิยมเสพหนังดีๆ​​ที่สร้างอย่างประณีต​และใส่​ความ​เป็นชีวิตจริง (​ที่บางครั้งหาเหตุผลไม่​ได้) น่า​จะ​ได้ดูเรื่อง​นี้ ​เมื่อดูแล้ว​ก็​จะเฝ้าถามตัวเอง​ไปสามวันเหมือน​กับแม่บ้านว่า มันเรื่อง​อะไร​กันนี่ อยากบ้าตาย ดูเสร็จงงมากเหมือนถูก​ใครทุบหัว จนพอ​ไปอ่านวิจารณ์หนังจึงรู้สึกดีขึ้น​ ว่าเราไม่​ได้บื้ออยู่​คนเดียว เอ๊ะ นี่เล่ามากเกิน​ไปหรือเปล่า ข้อดีของหนัง​ที่นี่​คือไม่มีการตัด ฉากโป๊ๆ​เปลือยๆ​​ได้ดูหมด จนรู้สึกกระดาก​เพราะไม่เคย​ได้เห็นมาก่อน

​ความสุขอย่างหนึ่ง​ของแม่บ้านหลายบทบาท​คนนี้ก็​คือ การ​ได้รับข่าวคราวจาก​เพื่อนฝูงในเมืองไทย ถึง​แม้​จะคิดว่าตัวเองไม่เหงา ​แต่ข่าวจาก​เพื่อนก็​เป็นสิ่งมี​ความหมายเสมอ​และทำให้รู้สึกว่า​ยัง​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของเมืองไทย อย่าลืมส่งข่าว
กันบ้างเด้อ

ด้วยรัก​และคิดถึงยิ่ง
แม่บ้าน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-153 Article's Rate 40 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) --Series
ชื่อตอน 2: แม่บ้านหลายบทบาท --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๔๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : kaemkarn@yahoo.com [C-15970 ], [221.190.160.178]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ค. ๒๕๕๒, ๑๘.๐๕ น.

​​ได้อ่านงานของคุณ รจณา แล้ว​​ น่ารักมาก นึกภาพตามแล้ว​​อยาก​​ไปเจนีวาบ้าง ​​และแล้ว​​โชคก็เข้าข้าง สามีของดิฉัน​​จะ​​ไปประชุม​​ที่นั้น​​ เลย​​มีโอกาสตาม​​ไปด้วย จึงอยากสอบถามว่า ร้านขายของมือสองอยู่​​​​ที่ไหนค่ะ​​ อยาก​​ได้พวกถ้วยชามเก่าๆ​​ ค่ะ​​ รบกวนด้วยค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-15971 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : ๒๙ ก.ค. ๒๕๕๒, ๑๙.๓๓ น.

ยินดีทีื​​ได้รู้จักค่ะ​​ มาเจนีวาช่วงนี้อากาศไม่หนาว เ​​ที่ยวสนุกค่ะ​​

ร้านขายของมีหลายแห่ง ​​แต่​​จะให้ดีลอง​​ไปตลาดขายของเก่านะคะ​​ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ตอนเช้า​​ ​​ที่ Plainpalais ค่ะ​​ นั่งรถเมล์​​ไปก็​​ได้ สาย 13 ค่ะ​​ ขึ้น​​อยูว่า คุณพัก​​ที่ตรงไหนนะคะ​​

รจนา​​จะ​​ไปเมืองไทยตอนกลางเดือนสิงหาคมค่ะ​​ ไม่ทราบว่าคุณ​​จะมาเ​​ที่ยวตอนไหนคะ​​

ด้วยมิตรไมตรี

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น