นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) #2
รจนา ณ เจนีวา
...​เพื่อนๆ​​ที่รัก ​ที่เล่ามานี้ก็อยาก​จะวาดภาพให้เห็นบทบาท​ใหม่ในชีวิตของข้าพเจ้า ​ซึ่งต่อ​ไปนี้อยาก​จะเรียกตัวเองว่า แม่บ้าน ด้วย​ความภูมิใจ ...

ตอน : 1: เมื่อกลายมาเป็นแม่บ้าน....

​เพื่อนๆ​​ที่รัก

​ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่​ที่ทำให้การส่งจดหมาย​เป็นเรื่อง​ง่ายขึ้น​ แถมเขียนจดหมายฉบับ​เดียวส่งถึง​เพื่อน​ได้หลายคน​พร้อมกัน

ตอนนี้ข้าพเจ้าเดินทางมาถึงสวิสเซอร์แลนด์ หรือ "ดินแดนสวรรค์บนดิน" ​ที่คนจำนวนมากให้ฉายานาม สำหรับข้าพเจ้าก็​คือผู้หญิงไทยอีกคนหนึ่ง​​ที่พลัดบ้านเมืองมา​เพื่อตั้งต้นชีวิตครอบครัวใหม่ มาในฐานะคู่สมรสของเจ้าหน้า​ที่องค์กร​ระหว่างประเทศ ​ต้องทิ้งงาน​ที่รักไว้เบื้องหลัง ​ต้องมาตะเกียกตะกายเรียนรู้ภาษาใหม่ ​เป็นการมาต่างประเทศอย่าง "ผู้อยู่​อาศัย" ​เป็นครั้งแรกในชีวิต ​เป็นชีวิตใหม่​ซึ่งยังไม่รู้ว่า​จะชอบมากน้อยแค่ไหน ​ความหนักใจนั้น​มีหลายอย่าง ตั้งแต่ดินฟ้าอากาศ ภาษา ผู้คน วัฒนธรรม ​และสำคัญยิ่ง​คือ อาหาร ​แต่ก็รู้​แต่ว่า "​ไปตาย​เอาดาบหน้า"

กว่าข้าพเจ้า​จะจับปากกาเขียนถึง​เพื่อนฝูง​ได้เวลาก็ล่วงมา​เป็นเดือน ​เพราะยุ่ง​กับการปรับตัว​กับอากาศ ​กับสภาพ​ความ​เป็นอยู่​ ไหน​จะ​ต้องรื้อกระเป๋า ย้ายเข้าบ้านใหม่ แกะของจากหีบห่อ​ที่ส่งมาจากเมืองไทย (ประมาณร้อยกว่ากล่อง) นับว่า​เป็นโชคของเราสองสามีภรรยา ​ที่​สามารถหาซื้อบ้านในเจนีวา​ได้เกือบ​จะทันที ​ซึ่งถือว่า​เป็นเรื่อง​ฟลุคมาก เจ้าของบ้านคนก่อน​เป็นสามีภรรยาสูงอายุ​ซึ่งเพิ่งเสียชีวิต​ไปในขวบปีเดียวกัน​ที่ผ่านมา ห่างกันไม่กี่เดือน ทางลูกๆ​​ที่​ได้รับบ้าน​เป็นมรดกก็ต่างมีครอบครัว​และบ้านช่องของตัวเองแล้ว​ จึงดำริขายบ้านหลังนี้ ​ซึ่งปลูกสร้างมา​ได้ประมาณสามสิบปี อยู่​ชานเมือง

คุณสามี​ไปดูบ้านแล้ว​ก็ชอบใจ ​เนื่องจาก​เป็นบ้านหลังเดี่ยวอยู่​สุดปลายซอย เรามีบริเวณรอบบ้าน ข้างหนึ่ง​ติดสวนแอปเปิ้ล อีกข้างหนึ่ง​ติดบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์สองหลัง ​แต่มีพุ่มไม้สูงกั้นกลาง อีกข้างหนึ่ง​ติดโรงรถของ​เพื่อนบ้านปลายซอย เรามองเห็นวิวภูเขาจากชั้นสอง มีสวน​และสนามหญ้าขนาด​กำลังเหมาะ อยู่​ไม่ไกลจากทางด่วน ​แต่อยู่​ในย่าน​ที่เงียบสงบ ด้วยเหตุนี้คุณสามีจึงดำเนินการต่อรอง​และซื้อขาย​โดยทันที ​ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย​

จากการ​ที่เราวางแผนว่าคง​ต้องเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่​กัน​ไปก่อนสักปีสองปี ​ระหว่างค่อยๆ​มองหาบ้าน​ที่ถูกใจ ก็​เป็นอันตัดขั้นตอนนั้น​​ไป สิ่ง​ที่ฉุกละหุกตามมาก็​คือการย้ายของเข้าบ้าน​และการซ่อมแซมเบื้องต้น​เพื่อให้บ้านอยู่​ในสภาพ​ที่ดีขึ้น​ ​เนื่องจากเจ้าของเก่าป่วยมาหลายปี บ้านจึงอยู่​ในสภาพโทรมเต็มทน เรา​ต้องทาสี ​ต้องทำ​ความสะอาดมาก ขัดถู จัด​แต่งใหม่ ​เอาการอยู่​เหมือนกัน

สิ่ง​ที่ข้าพเจ้าเพิ่งมาตระหนักก็​คือ การอยู่​​ที่นี่เรา​ต้องทำงานพื้นฐานในบ้านเองเกือบ​ทั้งหมด จากการ​ที่เคยมีแม่บ้านทำ​ความสะอาด ซักรีดเสื้อผ้าทุกวัน มีคนล้างรถให้อาทิตย์ละหลายครั้ง หิว​เมื่อไรก็ออก​ไปทานนอกบ้าน​เพราะอยู่​ใกล้ตลาดอาหารอร่อยแค่นิดเดียว นั่น​เป็นแค่อดีต หากเรา​ต้องการจ้างคนมาทำงานบ้านงานสวนเต็มเวลาก็​ได้ ​แต่เราคง​ต้อง​ใช้เงินเดือนของเรากว่าครึ่งในการจ่ายค่าแรง ดังนั้น​ ข้าพเจ้าจากผู้หญิงทำงาน ผู้อำนวยการโครงการผู้มีบทบาท​ทางสังคมมากกว่าในบ้าน ก็​ได้มารับบทบาท​แม่บ้านเต็มตัวจากการย้ายมาอยู่​สวิสฯ ​ส่วนหนึ่ง​​เป็น​เพราะเรายังไม่มีงานทำเต็มเวลา

ถามว่าเหนื่อยยากไหม ​ต้องตอบว่า ไม่เหนื่อยยากอะไร​หรอก เพียง​แต่ว่า​ต้องการเวลา​ที่​จะคุ้นเคย​กับกิจกรรมเหล่านี้ (​ซึ่งเราเคยทำมาตอนเด็กๆ​ ​แต่พอโตขึ้น​ก็ทำน้อยลง) ​และทำให้​เป็นกิจวัตร เช่น การจัด​ที่หลับ ปัด​ที่นอน พับเสื้อผ้า ซักผ้า ตากผ้า เก็บพับผ้า รีดผ้า ดูดฝุ่น ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ (งานเหล่านี้ในสวิส ​เขาจ้างกันชั่วโมงละห้าร้อยบาท​ )​ ​ไปจนถึงรดน้ำต้นไม้ในสวน ตัดหญ้า เก็บใบไม้ร่วง ตัดเล็มต้นไม้ ​ไปจ่ายตลาด ทำ​กับข้าว เลี้ยงแขก ล้างจาน ดูแล​ความเรียบร้อย​ของบ้านช่อง

เหล่านี้​เป็นหน้า​ที่ของหญิงไทยตั้งแต่สมัยย่ายาย​และแม่เรา ​แต่เริ่มเลือนๆ​หาย​ไปในสังคมปัจจุบันด้วย​ความ​ที่ผู้หญิงเรามีบทบาท​ทางเศรษฐกิจมากขึ้น​ ​ส่วนสามีของแม่บ้านก็รับหน้า​ที่หาเลี้ยงครอบครัว​เป็นหลัก ​และ​เป็นพ่อบ้านในเรื่อง​การล้างรถ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ซ่อมบำรุงบ้านช่อง ทาสี ติดต่อพวกช่างต่างๆ​ ตัดต้นไม้ กวาดลานหน้าบ้าน ตัดหญ้า ​เอาขยะถุงใหญ่ๆ​​ไปทิ้ง พาภรรยา​ไปจ่าย​กับข้าว ช่วยเจรจาต้าอวยภาษาฝรั่งเศส เวลามีแขกมาบ้าน พ่อบ้านก็​จะรับหน้า​ที่หลักในการเจ๊าะแจ๊ะ​​กับแขก เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟไวน์ แม่บ้านก็แจมด้วยตามสมควร ​ถ้าแขกพูดอังกฤษก็ไม่มีปัญหา แล้ว​ก็วิ่ง​ไปมา​ระหว่างห้องครัว​กับห้องอาหาร (ไม่มีคนช่วยทำ​กับข้าวจ้า)

​เพื่อนๆ​​ที่รัก ​ที่เล่ามานี้ก็อยาก​จะวาดภาพให้เห็นบทบาท​ใหม่ในชีวิตของข้าพเจ้า ​ซึ่งต่อ​ไปนี้อยาก​จะเรียกตัวเองว่า แม่บ้าน ด้วย​ความภูมิใจ

การทำงานบ้าน​ที่นี่ไม่ใช่เรื่อง​หน้ามันหม่นหมอง​แต่ประการใด ​เนื่องจากอากาศเย็นสบาย ทำเท่าไรก็เหงื่อไม่ออก ​และมีเครื่องอำนวย​ความสะดวก​ครบครัน ตั้งแต่เครื่องล้างจาน ​ซึ่ง​ต้องถือว่า​เป็นแจ๋วมือหนึ่ง​ เครื่องซักผ้า​เป็นแจ๋วมือสอง เครื่องดูดฝุ่น​เป็นแจ๋วมือสาม ​และเครื่องอะไร​จุกจิกสารพัน ​เนื่องจากสวิสฯหรือยุโรป​เป็นสังคม​ที่​ต้องช่วยตัวเอง ​เขาจึงออกแบบเครื่องมือเครื่อง​ใช้ในบ้านต่างๆ​​ที่ช่วยทุ่นแรง พ่อบ้านซื้อเครื่องพ่นน้ำ​เป็นสเปรย์สำหรับล้างรถ ​ซึ่ง​จะให้​กำลังน้ำแรงมากจนแทบไม่​ต้องขัดถูรถเพิ่มเติม (คิดว่าปั๊มน้ำมันบ้านเราก็มีให้เห็น) เจ้าเครื่อง​ที่ว่านั้น​​เอา​ไปพ่น​แต่ลมก็​ได้ ​เพื่อ​จะ​ได้เป่าใบไม้ร่วง​ไปกองไว้​ที่เดียวกันให้กวาดง่ายขึ้น​ (ปริมาณใบไม้ร่วงปีนี้​ที่เก็บใส่ถุงขนาดหนึ่ง​ร้อยลิตร​ได้ประมาณสิบเจ็ดถุง รอบบ้านเต็ม​ไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ​และเรามีหน้า​ที่​ต้องเคลียร์บ้านช่องให้เรียบร้อย​อยู่​เสมอ ​เป็นระเบียบของสังคม​ที่เราควรทำตาม)

การปรับตัว​ที่ลำบากยังมีอะไร​อีก เรื่อง​ภาษา เวลา​ไปซื้อของ​เขาไม่ค่อย​ใช้ภาษาอังกฤษกัน ป้ายต่างๆ​ก็​เป็นภาษาฝรั่งเศส ​ต้อง​ใช้การเดา​กับภาษามือ​เป็น​ส่วนใหญ่ การขับรถก็คนละข้าง​กับบ้านเรา ทำ​เอาไม่กล้า​จะขับรถในช่วงแรกๆ​​เพราะงง​กับระบบ เรื่อง​ต่อ​ไป​คือข้าวของ​ที่ราคาสูงกว่าบ้าน​เป็นหลายเท่า ​ซึ่งวันหลัง​จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ​จะซื้ออะไร​​ต้องคูณด้วยยี่สิบเจ็ด แล้ว​ก็หมด​ความอยากซื้อ​ไปหลาย​ส่วน การกินอาหารนอกบ้าน​เป็นเรื่อง​​ที่ทำ​ได้ไม่บ่อยครั้ง ​เพราะสิ้นเปลือง​โดยใช่เหตุ การ​ไปไหนมาไหนก็ขาด​ความมั่นใจ​ที่​จะ​ไปคนเดียว​เพราะกลัว​เอาตัวไม่รอด ก็​ได้คุณพ่อบ้านช่วยพา​ไป​ที่โน่น​ที่นี่ในช่วงแรกๆ​ แล้ว​​เขาก็ค่อยๆ​ปล่อยให้เรา​ไปเอง​เพื่อ​จะ​ได้ช่วยตัวเอง​ได้

แม่บ้านก็เลย​มาสนุก​กับการทำ​กับข้าวไทยเลี้ยงแขก (​เพราะแขกก็อยากลองอาหารไทย) แล้ว​ก็ทำ​กับข้าวฝรั่งทานกันสองคน​กับพ่อบ้าน ​เพื่อ​เป็นการฝึกฝีมือ​ไปในตัว การเลี้ยงดูแขกเรามัก​จะเชิญ​เขามาทาน​ที่บ้านมากกว่า​ไปทานในร้านอาหาร ​และ​ที่นี่การเลี้ยงแขก​ที่บ้าน​เป็น​ความจำ​เป็น​เพื่อสร้างสังคม​และ​เพื่อนฝูง ​ส่วนใหญ่ก็​จะผลัดกันเชิญ เรา​จะ​ได้รับเลี้ยงกลับคืนดีหรือไม่ก็แล้ว​​แต่ฝีมือการทำอาหาร​และเชื้อชาติของ​แต่ละบ้าน ​ส่วนเราเอง เรา​จะเลี้ยงอย่างพิศดารหรืออย่างเรียบง่ายก็แล้ว​​แต่เรา ​ส่วนใหญ่แม่บ้านก็ทำอะไร​ง่ายๆ​ สูตรมาตรฐานอาหารไทย ต้มยำกุ้งหรือต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน แกงแดง แกงพะแนง หรือมัสมั่นอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ​และอาหารประเภทผัดหรือพวกผักอีกอย่างหนึ่ง​ ก็แทบ​จะเพียงพอแล้ว​ ของหวานก็​ใช้ไอศครีมของ​ที่นี่​เป็นหลัก​เพราะอร่อย​และมีหลากหลายรสชาติ ช่วงมาอยู่​ใหม่ๆ​นี่ยังไม่รู้จัก​ที่ซื้อ​กับข้าวไทยมากนัก ก็อาศัยของสดจากซุปเปอร์มาร์เก็ตของสวิสฯ แล้ว​ก็​ใช้เครื่องแกงสำเร็จรูป​ที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยช่วย​เอา ตอนนี้ก็พอ​จะรู้จักร้านขายของไทยร้านสองร้านแล้ว​

​ส่วนเรื่อง​ภาษาก็รีบ​ไปลงเรียนภาษาฝรั่งเศส​ที่โรงเรียนเอกชนของ​ที่นี่ ​ซึ่งทางรัฐ​เขาช่วยอุดหนุน ถึงกระนั้น​ค่าเรียนก็แพงมากๆ​ พอๆ​​กับเรียนมหาวิทยาลัยหนึ่ง​ปีในเมืองไทย

​ส่วน​เพื่อนบ้านชาวสวิสฯ​เขาก็​เป็นรักสงบ เห็นหน้าเรามาใหม่ ​เขาก็​จะทักทายอย่างสุภาพ สวัสดี ประมาณนั้น​ ​แต่ไม่มายุ่มย่ามอะไร​มากกว่านั้น​ ​เขาว่ากันว่าคนสวิสฯ​ใช้เวลาหกเดือนกว่า​จะรับเรา​เป็น​เพื่อนหรือคุ้นเคย​กับเรา ​ส่วนคนอเมริกัน​ใช้เวลาแค่หกวันกอดคอ​เป็น​เพื่อนร่วมน้ำสาบาน ​แต่พอหกเดือน​ต่อมา​แม้​แต่ชื่อเรา​เขาก็ยังจำไม่​ได้ ถูกผิดอย่างไร​ต้องโทษคนเล่า​ซึ่ง​เป็นคนสวิสนะเจ้า แม่บ้านไม่เกี่ยว

​แต่กรณีของแม่บ้านนี้ ​เพื่อนบ้าน​ที่อยู่​ใกล้สุด​เป็นสามีภรรยาเกษียณอายุแล้ว​ ​แต่​ใช้ชีวิต​ที่อเมริกาหลายปี พูดภาษาอังกฤษ​ได้ดี ​และคุ้นเคย​กับคนต่างชาติ ภรรยาเคยทำโครงการพัฒนา​ที่ประเทศอินเดีย เธอกรุณามา​เป็นธุระพาแม่บ้าน​ไปแนะนำให้​ได้รู้จักอะไร​หลายอย่าง ถือว่า​เป็น​ความดีงามของคนประเทศนี้​ที่​เขากล่าวกันว่าหาไม่​ได้ง่ายๆ​ ​เพราะ​ส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่​

คิดถึงบ้านเราหรือยัง ยังจ้ะ​ ​เพราะเพิ่งมาถึงใหม่ๆ​ ​ต้องเรียนรู้ปรับตัวอะไร​มากมาย​จนไม่มีเวลาคิดถึงบ้านมากนัก ​ส่วนใหญ่​จะคิดถึง​เพื่อนๆ​​ที่อยู่​ไกลเกินกว่า​จะเม้าท์กัน​ได้มากกว่า

ฉบับ​แรกขอจบแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ​

ด้วยรักยิ่ง
แม่บ้าน

 

F a c t   C a r d
Article ID S-149 Article's Rate 40 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายจากเจนีวา (ปีหนึ่ง) --Series
ชื่อตอน 1: เมื่อกลายมาเป็นแม่บ้าน.... --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๖๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-802 ], [208.147.1.3]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.ย. ๒๕๔๖, ๐๕.๔๔ น.

คุณรจนาคะ​​

ดีจังค่ะ​​ เขียน​​ได้ละเอียด​​และเห็นภาพดีค่ะ​​


รบกวนตรงนี้นิดหนึ่ง​​นะคะ​​

เรา​​ต้องทาสี ​​ต้องทำ​​ความสะอาดมาก ขัดสู จัด​​แต่งใหม่ ​​เอาการอยู่​​เหมือนกัน

น่า​​จะหมายถึง ขัดถู

​​ส่วนคนอเมริกัน​​ใช้เวลาแค่หกกอดคอ​​เป็น​​เพื่อนร่วมน้ำสาบาน

หก อะไร​​คะ​​

นับถือค่ะ​​

แอ๊ด

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนา ณ เจนีวา [C-803 ], [62.202.149.85]
เมื่อวันที่ : ๐๑ ก.ย. ๒๕๔๖, ๑๕.๐๒ น.

คุณ add ​​ที่รักยิ่ง
ยังงี้​​ต้องเรียกนักอ่านตัวจริง ขอบคุณมากๆ​​ค่ะ​​​​ที่ช่วยแก้ไขคำสะกด​​และตกหล่นให้ ขัดถู แน่นอน ​​ส่วนคนอเมริกันนั้น​​ "หกวัน" ค่ะ​​ ​​ได้แก้ไขในต้นฉบับ​​แล้ว​​
เนี่ย รจนา ชอบทำอะไร​​เชยๆ​​​​เป็นประจำ
คิดถึงค่ะ​​
รจนา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น