นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
สายน้ำ สามแผ่นดิน #5
นกกะเต็น
...วัน​ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๘ เส้นทางวันนี้ นับว่ายากครั้ง​ที่สอง ขึ้น​ภูเขียว​และไหลลงปากมอง จากอุดมชัยถึงยอดภูเขียว ๕๗ กิโลเมตร แลัวจากยอด​เป็นทางดาวน์ฮิลลงมาอี...

ตอน : ปากมอง..สองขาปั่น

วัน​ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๘ เส้นทางวันนี้ นับว่ายากครั้ง​ที่สอง ขึ้น​ภูเขียว​และไหลลงปากมอง จากอุดมชัยถึงยอดภูเขียว ๕๗ กิโลเมตร แลัวจากยอด​เป็นทางดาวน์ฮิลลงมาอีกสามสิบกว่ากิโลเมตร เริ่มต้นปั่นออกจากโรงแรมตอนเช้า​อากาศดีมากเย็นสบายมีหมอกนิดหน่อย​ ทำให้เหมือนอยู่​ในม่านบางๆ​ ​แต่ก็แค่ไม่นาน ทางเริ่มไต่ขึ้น​​ไปตามลำดับ เราปั่นขึ้น​ๆ​ มาตลอด ​แต่รู้สึกว่า​​ได้ระยะทางมากกว่าปี​ที่แล้ว​ บางช่วงไต่ขึ้น​มาก ​ต้องอาศัยแรงช่วย พี่ช้างว่า​ถ้าให้ทำอะไร​ก็ทำตามนั้น​ ​จะช่วยให้ปั่นผ่านวันนี้​ไปให้​ได้ รูสึก​ได้เลย​ว่าการทรงตัวให้นิ่ง ปั่นให้นิ่งอย่าง​ที่ว่านั้น​ไม่ง่ายเลย​ ​เพราะข้อมือไม่แข็ง​และแรงไม่ดีกระมัง ทำให้ยอมแพ้ใน​ที่สุด ​ต้องหยุดจอด พี่พะเยาตามลงมาส่งข้าวให้ ดูท่าทาง​จะยังอีกไกล ขอยอมขึ้น​รถ​ไปต่อ​เอาข้างหน้าแล้ว​กัน พี่ช้างว่า​ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนแล้ว​ก็ปั่นแบบชิวชิว​ไปล่วงหน้า เราติดรถพี่พะเยา​ไปจนถึงจุดกินอาหารกลางวัน​ซึ่ง​เป็น​ที่มีน้ำตก​และประปาภูเขา นั่งรอ จนกระ​ทั้งนอนรอจนพี่ลาวัลย์ น้องนุ่น เย พี่หมอ พี่ช้างมากันนึกในใจว่า​ถ้าไม่ติดรถมาอาจ​จะอีกนาน พอ​ได้พักเลย​ชักขี้เกรียจ ทางเส้นนี้ปี​ที่แล้ว​เรามา​ได้ยังไม่พ้นยี่สิบกิโลเมตรดีเลย​ ​แต่คราวนี้ดีขึ้น​มาหน่อย​ ​ได้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว จากจุดสูงสุดเริ่ม​เป็นทางไหลลง พี่พะเยา​จะให้​เอารถลง ​แต่ว่าเหมือนแรง​ใช้​ไป​เมื่อวานหมด ดูเนือยล้า บอกไม่ถูก เลย​ขอติดรถช่าง​ไปแทน ท่านประธานแสนดี ก็ไม่ว่าอะไร​ ยอมให้ติดรถมา​ได้ อากาศบน​เขานี้หนาวเยือก​แต่ถูกแดดก็เหมือนโดนเผา แบบปิ้งมันหน้าหนาวเลย​ ขาลงช่างเก๊อะนอน​เอาแรงมาท้ายรถ ว่าอากาศ​ที่นี้ช่างหนาวดีแท้ๆ​ ​แต่ก็หลับ เรามารอทีมปั่นกัน​ที่บ้านหลักสิบ ​ที่นี้พี่พะเยาตักข้าวแจกเด็กๆ​ มี​ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่มารอรับกัน​เป็นแถว เรียกว่ามากัน​จะหมดบ้านเลย​ เด็กๆ​หลายคน​เป็นหวัดขี้มูกกรัง มีคนหนึ่ง​ก้น​เป็นแผลอักเสบมาก ร้องตลอดเวลา รถกองเชียร์ มีพี่เจต ​กับพี่จุ๋มมาถึง ​พอดี​ที่กลุ่มพี่หมอชัยณรงค์ ​และเสือโย่มาถึง เลย​ช่วยดูให้ จ่ายยา​ที่​ต้องละลายน้ำกลืน ดูท่า​จะขม​เพราะพี่เจตแสดงวิธีป้อนยา แบบจับกรอก เด็กร้องจนกลัวว่า​จะขาดใจ​ไปก่อน ก้อน คนขับรถว่า ไม่​เป็นไรหรอกพวกนี้กินยา​ได้ ไม่​ต้องกลัว ​ถ้าสั่งให้กินก็กิน อดทนอยู่​แล้ว​ ก็คง​จะจริง มาตรวัดของ​แต่ละกลุ่มคงไม่เหมือนกัน เราหยุดอยู่​ตรงนี้นานทีเดียว จนพี่วัชระมาถึง พี่ลาวัลย์ น้องนุ่น พี่หมอ เย มากันหมด​และก็ลง​ไปหมดแล้ว​ พี่พะเยาว่า​จะรอจนกลุ่มสุดท้าย ​ซึ่งคาดว่าอีกนาน การนั่งรอในรถแบบนี้ดูไม่เข้าที เลย​ขอ​เอารถลง​และปั่นตามพี่วัชระเข้าเมือง แค่สิบกิโลเมตรเองน่ะ ​แต่ทางสิบกิโลเมตรนี้ก็สุดใจเลย​ ​เพราะนั่งนาน​ไป ​และทางก็ตกท้องช้างประมาณสักโขลง​ได้กระมัง พ้นเนินนี้ก็เจอเนินใหม่ ​ได้ฝึก​ใช้เกียร์อย่างมีคุณภาพอีกแล้ว​ ใน​ที่สุดก็มาถึงร้านอาหาร​ที่สามแยกปากมอง ​ที่​ส่วนใหญ่ทุกคนนั่งกินดื่มรอรับทีม​ที่เพิ่งมาถึง เสียงเฮฮาดังรับทุกครั้ง​ที่มีคนมาถึง พี่หมอชัยณรงค์ว่าขอให้รอถึงคนสุดท้ายด้วย​เพราะ​ถ้า​ไปกันหมด คนมาถึงคนสุดท้าย​จะหมดแรง​ได้ง่ายๆ​ เรานึกถึงปีแรก​ที่มาเชียร์ จุดรับ​ที่หลวงน้ำทา ​ที่ทุกคนมารอรับนักปั่นกัน บรรยากาศดีๆ​ คอยหาน้ำ ผ้าเย็นให้​กับคน​ที่มาถึง รอยยิ้มรับกัน วิญญาณกองเชียร์คืนชีพ เลย​ ​ไปเตรียมน้ำเย็น ผ้าเย็นให้​กับพี่ๆ​กลุ่มปราจีน​ที่มาถึงกลุ่มสุดท้าย ลุงเฉวียนคุมท้ายมา​กับลุง...​ ​ต้องขอปรบมือให้จริงๆ​ แล้ว​ทุกคนก็ปั่นเข้าโรงเรียนปากมอง​ที่​จะ​เป็น​ที่พักคืนนี้ พี่หมอชรินทร์ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว​ หาสัมภาระของพวกเรา​แต่ละคนแยกกองไว้ให้ กางเต้นท์ไว้รอ พี่หมอน่ารัก​ที่สุด แล้ว​เราก็​ได้อาบน้ำห้วยกันอีกครั้ง ปีนี้มีจุดอาบน้ำเพิ่มขึ้น​ อยู่​เหนือน้ำขึ้น​​ไป ​แต่เราสมัครใจ​ไปอาบตรง​ที่คนในหมู่บ้านอาบกันเหมือนเดิม น้ำเย็นใส เล่นน้ำกันจนเย็น คืนนี้อาหารเหมือนเดิม มีไก่ผัดอะไร​สักอย่าง ผัดผัก ​และแกง พี่หมอว่าแบบนี้​ไปกินส้มตำร้านเดิมคงดี พอกินข้าวกันเสร็จมีพิธีการมอบของให้​กับโรงเรียนเช่นเคย
​และโรงเรียนก็มีการแสดงวัฒนธรรมตอบแทน ​ที่ลาวนี้ไม่เรียกนาฎศิลป์ ​และคนแสดงก็​เป็นนักเรียนกลุ่มเดียว ชุดเดียว ไม่​ต้องเปลี่ยน​แต่ฟ้อนรำ​โดยมีครูสอนดนตรีตีกลองรำมะมา หรือประโทนไม่รู้สิ ให้จังหวะ ร้องๆ​​ไปสักพักขอผิงกลองก่อน ​เพราะหนัง​ที่ขึงกลองไว้หย่อน​เพราะอากาศเย็น มี​ทั้งระบำชนเผ่า ฟ้อนรำเพลงดวงจำปา สุดท้ายคุณครูร้องเพลงดวงจำปาให้พวกเราฟัง ​และขอให้พวกเรารำวงกัน ​เป็น​ที่ครึกครื้นมาก​เพราะพี่หมอชัยณรงค์ ร้องเพลงตอบแทน เพลงโรงเรียนของเราน่าอยู่​ คุณครูใจดีทุกคน แล้ว​เด็กๆ​ก็ร้อง​เป็นภาษาลาวให้ฟัง โฮงเฮียนของเราน่าอยู่​...​มี​ทั้งเพลงนิ้วโป้งอยู่​ไหน เราร้องไล่กันมาจนจบนิ้วก้อย พอเด็กลาวร้องบ้างบอกว่าแค่นิ้วโป้ง ต่อนิ้วอื่นไม่​ได้​เพราะคุณครูไม่​ได้สอน ฮา...​ พวกพี่ๆ​แจกรางวัล​กับนักเรียน​ที่มาแสดงวัฒนธรรมกัน​โดยทั่วหน้า​และพวกคุณครูก็รู้สึกสนุกมากกว่า​ที่​จะ​เป็นการฝืนใจมาต้อนรับทำให้บรรยากาศ​เป็นมิตรภาพยิ่ง

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1467 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง สายน้ำ สามแผ่นดิน --Series
ชื่อตอน ปากมอง..สองขาปั่น --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง นกกะเต็น
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ รูปภาพเล่าเรื่อง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น