นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๖
ผีเสื้อ สุริยัน จันทรา #1
เข็มพิรุณ
...ชายหนุ่มพูดพลาง กระแทกฝ่ามือ​ทั้งสอง​ไปเบื้องหน้า
เป้าหมายอยู่​​ที่เจ้าสำนักคงท้ง เสียงวัตถุแหวกอากาศดังหวีดหวิว..ผีเสื้อฝูงหนึ่ง​พุ่งออกจากปลายแขนเสื้อ ปีกของมัน​เป็น
สีครามสวยงามจับตา...

ตอน : สาวงามเลือกคู่

บรรยากาศยามเช้า​ดูสดใส ​แต่ทำไมร้านรวงรอบข้างถึงปิดประตูเงียบเชียบ มีเพียงสุนัขแก่สองสามตัวนั่งแทะกระดูกอย่างหิวโหย หรือนี่​เป็นเมืองร้าง ชายหนุ่มทอดถอนใจ
มีเรื่อง​ราวอีกมากมาย​​ที่คิดเท่าไรก็ไม่​สามารถหาคำตอบ​ได้

"ช่างเถอะ เดี๋ยวก็​ต้อง​ไปจากเมืองนี้แล้ว​" ชายหนุ่มรำพึงอยู่​ในใจ ​แต่แล้ว​ก็​ต้องเบี่ยงกาย
หลบ ชาวบ้านกลุ่มใหญ่พวก​เขาดูคล้าย​กับ​จะรีบร้อน​ไป​ที่ไหนสักแห่ง หญิงรับ​ใช้ข้างกายรีบตะโกนสอบถามชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง​

"พวกท่าน​จะรีบร้อน​ไปไหน ระวัง​จะชนคุณชายของเรา"
ชายฉกรรจ์ผู้นั้น​หันหน้ามาตอบอย่างเกียจคร้าน

"เชอะ สงสัย​จะมาจากต่างถิ่น วันนี้มีการประลองยุทธเลือกคู่ ข้า​จะรีบ​ไปดูหน้าหญิงงามสักหน่อย​" พูดจบก็วิ่งหายลับ​ไปทางด้านซ้ายของตัวตึก

สีหน้าชายหนุ่มไม่ค่อย​จะสู้ดี ดวงตามีแววครุ่นคิด คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากัน แล้ว​คลายออก ​จะครุ่นคิด​ไปใยเล่า ปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนิน​ไปเยี่ยงนี้​จะดีกว่า

"เซี่ยวอั๊ง เซี่ยวปอ พวกเราตาม​ไปชมดู​ความสนุกสนานเถอะ"

หญิงรับ​ใช้​ทั้งสองพยักหน้ารับคำ ​แต่ไม่วายหันมาสบตากัน ล้อเลียนเจ้านาย
"เซี่ยวปอ ฉันว่าคุณชาย คงไม่อยาก​ไปจากเมืองนี้แน่เลย​" เซี่ยวอั๊งหันมากระซิบ
เซี่ยวปอ​ได้​แต่พยักหน้ารับคำ

******************************************************

ยุทธจักรยามนี้ประกอบด้วยสี่สำนักใหญ่ ประกอบด้วยเส้าหลิน ง่อไบ๊ บู้ตึ๊ง ​และคงท้ง
​แต่​เมื่อสองเดือนก่อน ภายในชั่วค่ำคืนเดียว เคล็ดวิชาล้ำเลิศของสี่สำนักต่างสูญหาย​ไปอย่างไร้ร่องรอย

ดรรชนีอรหันต์ของเส้าหลิน คัมภีร์ไท้เก๊กของบู้ตึ๊ง เพลงกระบี่จันทราของง่อไบ๊ ​และวิชาตัวเบาพลิ้วเจ็ดเก้าของคงท้ง ทอดตาทั่วยุทธภพ มีเพียงประมุขวังจันทราเท่านั้น​​ที่ทำเรื่อง​เช่นนี้​ได้ ​แต่ไม่มี​ใครกล้า​ไปทวงถามเคล็ดวิชา​ที่สูญหาย

ยามนี้ประมุขวังจันทรา ไซมึ้งคิ้ม จัดงานประลองยุทธเลือกคู่ให้​กับบุตรี ไซมึ้งเง็ก ผู้ชนะนอกจาก​จะ​ได้​แต่งงาน​กับธิดาประมุขวังจันทราแล้ว​ ยัง​จะ​ได้ลายแทงขุมทรัพย์ ร่ำลือกันว่าในลายแทงนั้น​ซุกซ่อนเคล็ดวิชาสุดยอด รวม​กับ เคล็ดวิชาของสี่สำนัก​ที่หายสาบสูญ​ไป ​ที่แท้วิชาล้ำเลิศ​ทั้งสี่ตกอยู่​ในเงื้อมมือประมุขวังจันทรากระนั้น​หรือ

นอกจากบัลลังก์ประมุขวังจันทรา​ที่ยังว่างเปล่า ​ที่นั่งของสี่สำนักใหญ่ล้วนถูกจับจองกันครบ ไต้ซืออี่ซิมจากเส้าหลิน นักพรตคิ้วขาวจากบู๊ตึ้ง แม่ชีไท่จงจากง่อไบ๊ เจ้าสำนักคงท้ง...​ เซียวกังยี่ ​และ บรรดาสหายชาวยุทธภพ ​ทั้งฝ่ายธรรมะ ​และ อธรรม ต่างยืนรายล้อมอยู่​รอบนอก ในลักษณะอาวุธครบมือ​พร้อม​ที่​จะเข้าร่วมประลอง

เสียงเภรีดังกึกก้อง ชายร่างกำยำสองคนโบกธงรูป​พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวนำหน้า
ตามมาด้วยขบวนเกี้ยว​ที่ตกแต่งด้วย แพรไหมอันล้ำค่าภายในเกี้ยวปรากฏเงาร่างหนึ่ง​
นั่งโยก​ไปมา บนใบหน้าปกคลุมด้วยแพรแดงผืนใหญ่ นี่​เป็นเพียงการเลือกคู่ เหตุไฉน​ต้องคลุมหน้าด้วยแพรแดง? หรือภายใต้แพรแดงมี​ความลับอันใดซุกซ่อนอยู่​ ใบหน้า
ของไซมึ้งเง็ก ​จะงดงามขนาดไหน ยาก​ที่​จะเดา​ได้ เช่นเดียว​กับจิตใจของคน ยาก​ที่​จะหยั่งถึง

ขบวนเกี้ยวหยุดอยู่​ด้านข้างบัลลังก์ของประมุขวังจันทรา คน​ทั้งสี่วางเกี้ยวลงอย่างแผ่วเบา แล้ว​พากันพลิ้วหาย​ไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่า​ใครก็ดูไม่ออกว่าพวกมัน​ใช้วิชาภูตผีปีศาจใด ถึง​ได้รวดเร็วปานนี้ มีเพียงเจ้าสำนักคงท้ง ​ที่แค่นเสียงออกมาเบาๆ​

"เคล็ดวิชาพลิ้วเจ็ดเก้า ของคงท้ง" แม่ชีไท่จงเอ่ยเบาๆ​ เจ้าสำนัก​ที่เหลือต่างพยักหน้ารับ หรือเคล็ดวิชา​ทั้งสี่​จะตกอยู่​ในเงื้อมมือของประมุขวังจันทราไซมึ้งคิ้ม อย่าง​ที่ร่ำลือ
เอ่ยถึงตอนนี้ เด็กรับ​ใช้ชายหญิงก้าวออกมาด้านหน้าขบวนธงทิว พลันเปล่งเสียง
ตะโกนขึ้น​​พร้อมกัน

"ประมุขวังมาถึงแล้ว​" เสียงตะโกนกึกก้องสอดประสานรับกัน​เป็นทอดๆ​ เหล่าจอมยุทธพากันเงยหน้า บนท้องฟ้าไม่ห่างไกลนัก ปรากฏชายฉกรรจ์สี่คนแบกเกี้ยวขนาดใหญ่ล่องลอยมาบนเวหา ดู​ไปคล้ายวิหคนกยักษ์ เสื้อคลุมพวกมันกลับไม่พลิ้วตามแรงลม
​แม้​แต่น้อย

ขบวนเกี้ยวหยุดลงตรงบัลลังก์ของประมุข ชายวังกลางคนค่อยๆ​ก้าวออกมาจากเกี้ยว เผยเห็นใบหน้าสี่เหลี่ยม มีริ้วรอยของ​ความชราปรากฏอยู่​บ้าง หว่างคิ้ว​ที่ดกหนาสักรูป
​พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสัญลักษณ์ของวังจันทรา ดวงตารูปเหยี่ยวค่อยๆ​กวาดมองเหล่า
บรรดาจอมยุทธ​ที่อยู่​ด้านหน้า มัน​คือไซมึ้งคิ้ม ประมุขวังจันทรา ในยุทธภพยังไม่มี​ใครกล้าเรียกชื่อไซมึ้งคิ้ม​โดยตรง ​และไม่มี​ใครไม่ทราบ​ความร้ายกาจของเคล็ดวิชาสุดยอดวังจันทรา ในอดีตเพียงร่ำลือกันว่า ปรมาจารย์ของสี่สำนักใหญ่เคยพ่ายแพ้
แก่อดีตประมุขวังจันทรา ภายในสิบกระบวนท่า !!!

ไซมึ้งคิ้มทรุดลงนั่งตรงตำแหน่งบัลลังก์ประมุข สีหน้าเรียบเฉย ไม่ยินดียินร้าย เด็กรับ​ใช้ผู้หนึ่ง​ออกมาแสดง​ความเคารพ แล้ว​กล่าวด้วยเสียงอันดังกังวาน

"ประมุขเรามาถึงแล้ว​ การประลอง​จะเริ่มต้น ณ บัดนี้"

สิ้นเสียงจอมยุทธสองคนกระโดด ขึ้น​มาบนเวที ต่างพากันประสานมือทักทาย

"ข้า ดาบสายฟ้า ขอรับคำชี้แนะ"

เจ้าของนามดาบสายฟ้า ว่องไวสมชื่อ ควงดาบใหญ่เก้าห่วง แหวกอากาศตรงเข้าหาชายหนุ่มชุดขาวอย่างดุดัน เสียงลมเสียงดาบกระชากขวัญวิญญาณผู้พบเห็นยิ่งนัก ชายหนุ่มชุดขาว ​แม้​แต่หางตาก็ไม่ชำเลือง เห็นแค่มันขยับมือวูบหนึ่ง​ ​ทั้งคน ​และ ดาบ กระเด็นตกเวที ขาดใจตายในทันที !!!

จอมยุทธอีกสองคนกระโดดขึ้น​มาบนเวที​พร้อมกัน คนหนึ่ง​ถือกระบี่ตะขอ อีกคนถือทวนยาวเก้าเซียะ

"เจ้า​ใช้วิชาอะไร​ ทำไมโหดเหี้ยมขนาดนี้" คนถือกระบี่ร้องถาม

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า" คนชุดขาวไม่ตอบ กลับหัวร่ออย่างลำพอง

"มัน​เป็นคนของวังผีเสื้อ" "อาวุธ​ที่​ใช้​คือผีเสื้อร้อยบุปผา" ขาดคำผู้คนรอบข้างพากันแตกฮือ ยิ่งกว่าพบภูตผีปีศาจ เรื่อง​ราวของวังผีเสื้อ ​และ ผีเสื้อร้อยบุปผา ไม่มี​ใครไม่เคย​ได้ยิน บรรดาชาวยุทธ​ที่แค่แวะเวียนมาชม​ความสนุกสนาน ต่างพากันหลบลี้หนีหน้า​ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงคนของสี่สำนักไม่กี่สิบคน ​และ ชายหนุ่มใบหน้าเย็นชา ​กับ หญิงรับ​ใช้อีกสองคน!

"มัน​จะ​เป็นวังอะไร​ก็ช่าง ​เอาชีวิตของน้องเราคืนมา"

ชายคนถือทวนเก้าเซียะ กระชากปลายทวนขึ้น​จากพื้น พุ่งตรงเข้าหาเบื้องล่างของชายหนุ่มชุดขาว ชายคนถือกระบี่ ตวัดกระบี่ตะขอฟาดฟัน เกี่ยวกระชากเบื้องบน เปรียบประดุจตาข่ายทวน แหกระบี่ ยาก​ที่​จะหลบพ้น

คนของวังผีเสื้อ ยังคงแสยะยิ้ม มันแค่ถอยหลังหนึ่ง​ก้าว ก้มศีรษะลงต่ำ ก็หลบพ้นจากปลายทวน ​และกระบี่ตะขอ เห็นนิ้วมือข้างซ้ายขวาของมัน ดีดขึ้น​เบาๆ​ เสียงลมแหวกอากาศดังหวีดหวิว สิ้นเสียง คนถือกระบี่ ​และทวน ต่างสิ้นใจตาย ดวงตาเบิกโพลง ​ที่คอหอยปรากฏรูสีดำเล็กๆ​ ปรากฏอย่างเด่นชัด เลือดสีดำไหลรินออกมาไม่ขาดสาย คาดไม่ถึงพวกมันกลับสิ้นใจตาย​เพราะอาวุธลับอาบยาพิษ

"ดรรชนีอรหันต์ ของเส้าหลิน" สิ้นเสียงไต้ซืออี่ซิม เผลอตัวลุกขึ้น​ เปล่งเสียงสรรเสริญ​พระพุทธคุณ

"อมิตตพุทธ บาปกรรมๆ​"

"ไม่ใช่ ดรรชนีอรหันต์ ​แต่มัน​เป็นเข็มพิรุณ" กล่าวกันว่า เข็มพิรุณรวดเร็ว ว่องไว ตัวเข็มบางเบาละเอียดแหลมคมยิ่งนัก บวก​กับวิทยายุทธอันล้ำลึก มี​แต่ประมุขวังผีเสื้อเท่านั้น​ ​ที่​สามารถ​ใช้ออกมา​ได้ ในยุทธภพนอกจากตระกูลถัง​ที่เชี่ยวชาญการ​ใช้อาวุธลับแล้ว​
ยังมีวังผีเสื้อ ก็ชำนาญการ​ใช้อาวุธลับเช่นกัน ​แต่แตกต่างตรง​ที่โหดเหี้ยม ​และ อำมหิตกว่าหลายร้อยเท่า ดูจากอายุของชายหนุ่มไม่น่า​จะเกิน ยี่สิบปี หรือว่า มัน​เป็นทายาทของวังผีเสื้อ

​เมื่อประมาณสิบปีก่อน สี่สำนักใหญ่นำชาวยุทธจักรฝ่ายธรรมะ บุกทำลายวังผีเสื้อ
​เนื่องจากคนของวังผีเสื้อชอบทำตัวลึกลับ ​ที่มา​ที่​ไปไม่ชัดเจน อาวุธลับ​ที่​ใช้ล้วนแฝง​ความชั่วร้าย ประมุขวังผีเสื้อ เตี๊ยบคงเจี่ย ไม่​สามารถรับมือสี่เจ้าสำนัก​ได้ ถูกซัดด้วยฝ่ามืออรหันต์ของไต้ซื้ออี่ซิม จนกระเด็นตกหน้าผา หายสาบสูญ ไม่นึกเลย​ว่ามัน​จะมีทายาท หรือมัน​กำลังมาทวงถามหนี้เลือด​เมื่อสิบปีก่อน

เจ้าสำนัก​ทั้งสี่สบตากัน​เป็นสัญญาณ พากันกระโดดขึ้น​เวทีประลองยุทธ

"กลับ​ใช้พวกมาก กลุ้มรุมทำร้าย นี่หรือพฤติกรรมของจอมยุทธฝ่ายธรรมะ" หญิงรับ​ใช้​ทั้งสองแค่นเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา จนคุณชายของพวกนาง​ต้องส่งสายตา​เป็นเชิง
ห้ามปราม

"จอมยุทธน้อยท่านนี้ อำมหิตนัก วันนี้แค่ประลองยุทธเลือกคู่ ใย​ต้องลงมือฆ่าคน" นักพรตคิ้วขาว ดวงตาแวววาว แสดงถึง​กำลังภายในอันกล้าแกร่ง ตวัดแส้เงินในมือขึ้น​ ​เป็นเชิงขอคำตอบ

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า พวกท่าน​ทั้งสี่อาศัยสิ่งใด มาสอบถามข้า" ชายหนุ่มชุดขาวแค่นเสียงตอบอย่างยะโส หรือมันเพียงหนึ่ง​เดียวก็ไม่เห็นเจ้าสำนัก​ทั้งสี่อยู่​ในสายตา

"แล้ว​หนี้โลหิต​เมื่อสิบปีก่อน..​ใคร​จะ​เป็นคนชำระ" ชายหนุ่มพูดพลาง กระแทกฝ่ามือ​ทั้งสอง​ไปเบื้องหน้า เป้าหมายอยู่​​ที่เจ้าสำนักคงท้ง เสียงวัตถุแหวกอากาศดังหวีดหวิว..ผีเสื้อฝูงหนึ่ง​พุ่งออกจากปลายแขนเสื้อ ปีกของมัน​เป็นสีครามสวยงามจับตา

​แต่อย่า​ได้คิดล้อเล่น​กับมัน..เซียวกังยี่ เจ้าสำนักคงท้งก็ไม่คิดล้อเล่น​กับมัน เท้าซ้ายขวาขยับวูบวาบหกเจ็ดครั้ง ก็​สามารถหลบหลีกฝูงผีเสื้อ ​ได้จนหมดสิ้น

"พลิ้วเจ็ดก้าว สมคำร่ำลือจริงๆ​" ชายหนุ่มชุดขาวรำพึงออกมาเบาๆ​

"เจ้าเด็กน้อย มีอะไร​​จะสำแดงอีก" นักพรตคิ้วขาวก้าวมายังเบื้องหน้า ตวัดมือขวาหมุน​เป็นวงกลม แส้เงินในมือกลับแข็งแกร่งดุจปลายทวน

"ข้าขอทดสอบ ฝีมือของเจ้า" นักพรต ตวัดแส้เงินออกอย่างแผ่วเบา ดุจสายลมยามเช้า​ ​ที่แสน​จะอ้อยอิ่ง ครั้นพอเคลื่อนใกล้เป้าหมาย แส้เงินกลับทวี​ความรุนแรง ดุจพายุพัดโหมกระหน่ำ เห็นชายหนุ่มพลิกกายหลบ สองสามกระบวนท่า ไม่ทันคาดคิดปลายแส้เงินกลับ พุ่งกระจายดุจอาวุธซัดหลายร้อยเล่ม อาวุธ​ที่​ใช้กลับอำหมิตยิ่งนัก นี่หรือ​คือเจ้าสำนักฝ่ายธรรมะ

"อาวุธซัดอันร้ายกาจ"

 

F a c t   C a r d
Article ID S-132 Article's Rate 29 votes
ชื่อเรื่อง ผีเสื้อ สุริยัน จันทรา --Series
ชื่อตอน สาวงามเลือกคู่ --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง เข็มพิรุณ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๕๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นกยักษ์ [C-836 ], [203.107.130.10]
เมื่อวันที่ : ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๖, ๐๖.๒๒ น.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : แม่มะลิ [C-1014 ], [61.6.54.163]
เมื่อวันที่ : ๒๒ ธ.ค. ๒๕๔๖, ๑๗.๐๐ น.

ว๊าว เยี่ยม​​ไปเลย​​ ตอนสองล่ะคะ​​ ตั้งตารอค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ประโยชน์ [C-2947 ], [202.129.56.198]
เมื่อวันที่ : ๒๑ ม.ค. ๒๕๔๘, ๑๙.๒๑ น.

โอ จอร์จ เจอเรื่อง​​ โดนใจอีกแล้ว​​ครับ​​ท่าน

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น