นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) #25
รจนา ณ เจนีวา
...ถนนสายนี้ ​คือ ถนนสาย​ที่นโปเลียน​ใช้เดินทัพกลับมา​เพื่อครองอำนาจอีกครั้งหนึ่ง​ ​โดยเริ่มเดินทางจากโกลเฟ ฮวน (Golfe Juan) ​ไปถึงเมืองเกรอะ-โน้-บละ (Grenoble)...

ตอน : ตามรอยนโปเลียน

ขึ้น​ต้นชื่อเท่ ๆ​ อย่างนี้ เพียง​แต่​จะบอกว่า เสาร์อาทิตย์​ที่ผ่านมา ​ระหว่าง​ที่กระดานเสวนาหนาแน่น​ไปด้วยประเด็น​พระเจ้า ศาสนา ​และข้อสงสัย​ที่ยังหาคำตอบไม่​ได้นั้น​ รจนาก็​ไปเย็นฉ่ำ​กับสายฝนบาง ๆ​ ​และอากาศสดชื่นของขุน​เขาในแถบโพรวองซ์ตอนเหนือของฝรั่งเศสค่ะ​ ขากลับก็กลับบ้านด้วย "ถนนสายนโปเลียน" หรือ Route Napoléon อันเลื่องชื่อของฝรั่งเศส ​ซึ่งมีหมายเลขกำ​กับทางหลวง​ที่ 85 (RN Route nationale 85)

ถนนสายนโปเลียน นั้น​แน่นอนว่า ​ได้ชื่อตามอดีตจักรพรรดิเรืองนามของฝรั่งเศส ​คือ นะโปลีอ็ง โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) ตามเสียงฝรั่งเศส ถนนสายนี้ ​คือ ถนนสาย​ที่นโปเลียน​ใช้เดินทัพกลับมา​เพื่อครองอำนาจอีกครั้งหนึ่ง​ ​โดยเริ่มเดินทางจากโกลเฟ ฮวน (Golfe Juan) ​ไปถึงเมืองเกรอะโน้บละ (Grenoble) ​โดยผ่านเมืองกราสส์ (Grasse ​ซึ่งลือชื่อเรื่อง​ดอกลาเวนเดอร์) เมืองดิญญ์ (Digne) ​และเมืองกัป (Gap) นโปเลียนมีผู้ติดตามเพียงเล็กน้อย ​และ​ใช้เส้นทางภูเขา​เพื่อมุ่งหน้า​ไปยังเมืองลีอ็งส์ (Lyons) ​ใช้เวลาเดินทางหกวัน​ได้ระยะทาง ๓๒๔ กิโลเมตร ​และ​ไปถึงเมืองตุยเลอรีส์ในวัน​ที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๑๕ ตามแผน

แน่นอน เราทราบว่า สุดท้ายนโปเลียนก็ยึดอำนาจคืนไม่สำเร็จ ​แต่เส้นทางสาย​ที่​ใช้​และ​ได้รวบรวมไพร่พล​ไปตลอดในครั้งนั้น​ก็กลาย​เป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ​และปัจจุบันถือ​เป็นถนนหลวง (รองจากถนนสายด่วน หรือ ออโต้รู้ท Autoroute) ​ที่ตัดผ่านทัศนียภาพ​ที่งดงาม ขุน​เขาแอลป์สอันสูงชัน มีจุดชมวิว​ที่งดงามหลายแห่ง ​เป็นถนนสาย​ที่นิยมของการแข่งจักรยานตูร์เดอฟร็องซ์ (Tour de France) ด้วยแห่งหนึ่ง​

เวลารจนา​ไปเ​ที่ยวฝรั่งเศสหรือโพรวองซ์ก็​จะ​ใช้เส้นทางสายนี้บ่อย ๆ​ ค่ะ​ ถือ​เป็นถนนสายโปรดเลย​ทีเดียว ช่วงหนึ่ง​ใกล้เมือง Grenoble มีรูปปั้นนโปเลียนบนหลังม้าอยู่​ริมทะเลสาปด้วย ​ซึ่ง​เป็นจุด​ที่นโปเลียนพัก​เอาฤกษ์​เอาชัย บนถนนสายนี้มีหลายช่วง​ที่คดเคี้ยวไต่ขึ้น​​เขาน่าหวาดเสียว จนนึกออกถึง​ความยากลำบากในการเดินทางครั้งนั้น​ ​แต่สำหรับเรามีรถก็ถือว่า สวยงาม คุ้มค่า ​ความสนุกของการเดินทางก็อยู่​ตรงเส้นทาง​ที่​ใช้นี่แหล่ะค่ะ​ เราขับรถผ่านสถาน​ที่สวยงามมากมาย​ เ​ที่ยวนี้พวกเรา​ไปด้วยรถเปิดประทุน เจอสภาพอากาศเกือบทุกแบบ ขับผ่านเมฆ​ที่ปกคลุมยอด​เขา ฝ่าสายฝนโปรยปราย อากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวร่ม เดี๋ยวแดดร้อนเปรี้ยง ​ได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ​

เ​ที่ยวนี้เรา​ไปเมืองกัป​และขับรถไต่ยอด​เขาในแถบแคว้น​ที่เรียกว่า แวค์ด็ง (Verdon) ดังนั้น​ ภาพ​ที่​เอามาฝากจึงมีภูเขาเสีย​เป็น​ส่วนใหญ่นะคะ​

คลิกดูภาพขยาย

เส้นทาง​ที่มียอด​เขา​และฟ้าสีคราม​เป็นจุดหมาย

คลิกดูภาพขยาย
ตอนนี้วิ่งบนยอด​เขาผ่านสายหมอก นี่เห็นในกระจกส่องหลัง​คือรจนา​ที่พยายามเก็บภาพประทับใจเหนือขุน​เขาค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
วันนี้​เอายอด​เขามาฝากนะคะ​ ​พร้อมฟ้าสวย ๆ​

คลิกดูภาพขยาย
นี่ก็อีกยอดหนึ่ง​ ถ่ายจากหน้าปั๊มน้ำมันบนทางด่วนค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
แล้ว​ก็แพะภูเขา​กำลังทำหน้าตา​เอาเรื่อง​​กับพ่อบ้านค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
หมู่บ้าน​ที่สร้างบนไหล่​เขาหรือไหล่เหวก็ไม่รู้นิ มูสติเอร์ส์ แซนท์ มารี (Moustiers Sainte Marie)

คลิกดูภาพขยาย
แล้ว​ก็ทะเลสาปสวย ๆ​ Lac de Sainte Croix ลัค เดอ แซนท์ ครัวส์

คลิกดูภาพขยาย
สะพาน​ที่​กำลังมีบันจี้จัมพ์ค่ะ​ ตอนรจนาผ่าน​ไป​เขา​กำลังกระโดด​พอดี น่าหวาดเสียวตื่นเต้นค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
มีภูเขาแล้ว​ก็​ต้องมีเหวมาฝากสินะ ​เขาว่า บริเวณเหวนี้​จะมีอีแร้ง หรือคุณแร้งมาบินวนเวียนให้เห็น ​แต่รจนาไม่เห็นค่ะ​ ข้างล่างของหุบเหว​คือแม่น้ำสายเล็ก ๆ​ ​ที่คนนิยม​ไปเดินเท้าเลียบลำน้ำกันมาก น้ำ​จะเขียวสวยใสเหมือนมรกต จึง​ได้ชื่อว่า คอหอยแห่งแวค์ด็ง (Gorges de Verdon) ​จะมีจุดเล่นน้ำ​ได้หลายที ​แต่รจนา​กับพ่อบ้าน​เป็นแบบชอบขับรถไม่ชอบเดินค่ะ​ เลย​อด​ไปเล่นน้ำ (แหะ แหะ เห็นหุบ​เขามันชั้นชัน ไม่​ใคร่อยาก​จะปีนป่ายลง​ไปเลย​ รออ่านเรื่อง​ของพิลกริม​ที่​ไปเดิน​เขากันดีกว่า)

คลิกดูภาพขยาย
การเดินทางในสภาพอากาศทุกแบบ ​ทั้งฟ้าแจ่ม​และฟ้ามืด ​จะเห็นว่าตอนนี้เราอยู่​ในระดับเดียว​กับเพดานเมฆเลย​

คลิกดูภาพขยาย
นี่ก็ทางผ่าน​ระหว่างยอด​เขาอีกทางหนึ่ง​ ​ซึ่งสูง​กำลังเบาะ ๆ​ แค่ ๘๓๘ เมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น​ ยังต่ำว่าดอยอินทนนท์ ชื่อว่า โคล เดสปินูส (Col d'Espinouse) โคล ​เป็นภาษาฝรั่งเศส ​และว่า Pass หรือทางผ่านค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
ทุ่งนา​ที่เกี่ยวหญ้าจากข้าวสาลีมัดรวมกัน​เป็นก้อนกลม ๆ​ แล้ว​ ​และทุ่งลาเวนเดอร์​ที่ร้างดอกแล้ว​ อยู่​ตรงข้าม​กับป้ายแปดร้อยเมตรนั่นแหละ​ค่ะ​ สไตล์โพรวองซ์จริง ๆ​ ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
บรรยากาศด้านหลังโรงแรมเล็ก ๆ​ ​ที่เรา​ไปนั่งดื่มน้ำชา พ่อบ้านนอนยาวพักเหนื่อยจากการขับรถมาหลายร้อยโค้งตลอดเส้นทาง คาดว่า นโปเลียนเองก็คง​ได้พักเหนื่อยแบบนี้เหมือนกัน พ่อครัวทำสลัดมาให้ทานมีชีสนมแพะ​กับแฮมหลากรส อร่อยค่ะ​ ​แต่ทานไม่หมด​เพราะจานใหญ่

คลิกดูภาพขยาย
เก็บภาพลูกเดื่อมาฝาก ​เป็นผลไม้รสอร่อยอีกอย่างหนึ่ง​ของแถบโพรวองซ์​และเมดิเตอเรเนียน นี่ยังไม่สุกดี หากสุกแล้ว​​จะ​เป็นสีม่วงจัด ทานเปล่า ๆ​ ทาน​กับแฮมรมควันหรือ​ไปตากแห้ง ทำขนม​ได้หลายอย่าง ​ส่วนใหญ่รจนาทานสด ๆ​ ​กับแฮมรมควันค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
ลงท้ายด้วย ถนนสายนโปเลียนแห่งยุคสมัยนี้ ​พร้อม​กับขุน​เขา​ที่ยืนหยัดท้าทายกาลเวลาค่ะ​

ฉบับ​นี้โม้น้อยหน่อย​ (เอ๊ะ หรือไม่น้อย?) ใส่รูปมากหน่อย​ ไม่ว่ากันนะคะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1165 Article's Rate 114 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) --Series
ชื่อตอน ตามรอยนโปเลียน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-5700 ], [203.188.30.9]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ส.ค. ๒๕๔๘, ๐๙.๕๐ น.

ภาพสวยค่ะ​​ ลูกมะเดื่อเหรอคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-5706 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ส.ค. ๒๕๔๘, ๑๘.๐๙ น.

ภาพสวยมากเลย​​ค่ะ​​ พิลกริมยังไม่มีเวลาเขียนเรื่อง​​ป่ายปีนเลย​​ ​​แต่ยังไงคงเขียนแน่ๆ​​ ​​เพราะ​​เป็นอีกเ​​ที่ยวหนึ่ง​​ของการเดินทาง​​ที่ประทับใจมากๆ​​

อ่านเรื่อง​​แล้ว​​ก็อิ่มใจ อิ่มตาค่ะ​​ แถมมีรูปคุณพ่อบ้านมาโชว์แบบเสี้ยวๆ​​อีกต่างหาก ฮิๆ​​ๆ​​ๆ​​ๆ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Poceille แวะมาแซวคร้าบบบบบ [C-5709 ], [161.200.255.163]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ส.ค. ๒๕๔๘, ๑๘.๓๖ น.

แฮ่...​​ แพะภูเขาอาจ​​จะไม่​​ได้ตั้งใจ​​จะมาหาเรื่อง​​​​กับคุณพ่อบ้านหรอกนะคะ​​ มันอาจ​​จะอยากถามทางก็​​ได้...​​

แพะ : "ลุง ลุง สนามหลวง​​ไปทางไหนอ่ะครับ​​? ผม​​จะ​​ไปซื้อไข่ราคาถูก...​​"


(แม่หญิงอาจ​​จะงง ​​แต่ช่วงนี้​​เขามีกิจกรรมลดค่าครองชีพจัดอยู่​​​​ที่สนามหลวงค่ะ​​ ไข่ไก่ขายฟองละสองบาท​​เอง ปกติในตลาดขายสามบาท​​กว่า ๆ​​ แหน่ะค่ะ​​ ฮิฮิฮิ )​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Rotjana Geneva [C-5718 ], [212.152.12.248]
เมื่อวันที่ : ๓๑ ส.ค. ๒๕๔๘, ๒๐.๒๐ น.

แม่นแล้ว​​ค่ะ​​ พี่แอ๊ด ลูกมะเดื่อ ค่ะ​​ รจนาพิมพ์เร็ว​​ไปหน่อย​​ เหลือ​​แต่คำว่า "ลูกเดื่อ" ภาษาอังกฤษ ​​คือ Fig ออกเสียง ฟิก ​​ส่วนภาษาฝรั่งเศสเขียนว่า Figue ออกเสียง ฟี้กก์ ยาวหน่อย​​ค่ะ​​

เย้...​​​​จะรออ่านเรื่อง​​ปีนป่ายของพิลกริม ตอนนี้ดูพ่อบ้านแบบครึ่งเสี้ยว​​ไปก่อน ​​เพราะหน้ากลมกัน​​ทั้งสามีภรรยาเลย​​ แบบว่าเจริญอาหารน่ะค่ะ​​

กลับเมืองไทย​​เมื่อไร​​จะ​​ไปหาซื้อไข่ราคาถูก​​ที่หนามหลวงบ้างนะ น้องโพนะ ไข่​​ที่นี่ลูกละฟรังก์เดียวเอง...​​​​แต่​​ต้อง​​เอาสามสิบคูณ อ๊ะจึ๋ยยยยย

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น