นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) #23
รจนา ณ เจนีวา
...รจนา​ไปอ่านบท​ความชิ้นหนึ่ง​​ใช้ชื่อเรื่อง​ว่า Où sont les hommes? หรือแปล​เป็นไทยก็​คือ หนุ่ม ๆ​ อยู่​​ที่ไหน? แค่ชื่อเรื่อง​ก็ทำ​เอาอยากรู้อยากเห็น เลย​เปิดอ่านแบบแกะศัพท์ฝรั่งเศส​ไปด้วย​พร้อมกัน...

ตอน : หนุ่ม ๆ หายไปไหนกันหมด?

ขึ้น​ชื่อเรื่อง​อยางนี้ น้องงู​ทั้งหลายอย่างเพิ่งตื่นตระหนกตกใจขวัญเสียกันก่อนนะคะ​ ไม่มีอะไร​ในกอไผ่หรอกจ้า...​.

เรื่อง​ของเรื่อง​ก็​คือ รจนา​ไปอ่านบท​ความชิ้นหนึ่ง​​ใช้ชื่อเรื่อง​ว่า Où sont les hommes? หรือแปล​เป็นไทยก็​คือ หนุ่ม ๆ​ อยู่​​ที่ไหน? แค่ชื่อเรื่อง​ก็ทำ​เอาอยากรู้อยากเห็น เลย​เปิดอ่านแบบแกะศัพท์ฝรั่งเศส​ไปด้วย​พร้อมกัน

อืมม์ ​ได้ข้อมูลน่าสนใจทีเดียวว่า ตลาดสมรสในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แดนแห่งวัวนมพันธุ์ดี ช็อคโกแล็ตรสเยี่ยม มีดพับด้ามแดง ๆ​ ติดกากะบาท​ขาว​ที่ขึ้น​ชื่อ​ไปทั่วโลก ​และนาฬิกาชั้นยอดของโลก นี้ มีแนวโน้ม​ที่ชายหนุ่มวัยเอ๊าะ ๆ​ (เบญจเพศ) ​จะ​แต่งงาน​กับสาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น​ถึงสองเท่า ...​ห้า ห้า ห้า น้องงูโผล่หัวกันสลอนเชียวนะ...​สงวนท่าทีไว้ก่อนจ้า

คลิกดูภาพขยาย


รายงานฉบับ​นี้​เขาบอกว่า เฉลี่ย​ทั้งประเทศ ผู้ชายชาวสวิส​ที่​แต่งงาน​กับสาวต่างชาติ (ฝรั่งผิวขาวเหมือนกัน สาวละติโน่ สาวอาฟริกัน สาวเอเชีย) มีจำนวน 20 % ขณะ​ที่ผู้หญิงสวิส​แต่งงาน​กับคนต่างชาติ 16 % ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ เฉพาะชาย​และหญิงชาวเจนีเวี้ยนนั้น​​แต่งงาน​กับคนต่างชาติถึง 48 % นั่นหมาย​ความแบบหยาบ ๆ​ ว่า ชาวสวิสทุกหนึ่ง​ในสองคน (​ที่อยู่​ในวัยผู้ใหญ่สวมแหวน​แต่งงานติดมือ) ​ที่เดินสวนกันรจนาในเมืองเจนีวานั้น​มีสามีหรือภรรยา​เป็นชาวต่างชาติ โอ...​ไม่น่าเชื่อเลย​ (​แต่เรา​ต้องไม่นับเด็ก​ที่ยังไม่อยู่​ในวัย​แต่งงาน ​กับคนแก่​ที่อยู่​ตัวคนเดียวนิ)

กล่าว​โดยสรุป คู่สมรสสวิสจำนวน 36% นั้น​​เป็นคู่สมรสผสมเชื้อชาติ ขณะ​ที่ประเทศเยอรมนี​เพื่อนบ้านใกล้เคียงมีอัตราเพียง 16% (แหะ แหะ รจนาน่า​จะอยู่​ข่ายนี้ ​เพราะพ่อบ้าน​เป็นชาวเยอรมัน ​แต่ไม่รู้​เขานับคนเยอรมัน​ที่อยู่​นอกประเทศหรือเปล่า?)

อะไร​ทำให้หนุ่มสวิสเมินสาวสวิส​ไป​แต่งงาน​กับสาวต่างชาติเพิ่มขึ้น​? จากการสำรวจในปี 2005 พบว่า สาว ๆ​ จากประเทศยุโรปตะวันออกนั้น​ครองหัวใจหนุ่มสวิส​ที่​เอาใจออกห่างสาวบ้านเดียวกันมาก​ที่สุด ​โดยเหตุผลของหนุ่ม ๆ​ เหล่านี้ ​คือสาวยุโรปตะวันออกนั้น​​ทั้งเอ๊าะ ๆ​ ​ทั้งสวยน่ารัก ​และมีประกาศนียบัตรพ่วงท้าย ​คือมา​พร้อม​ทั้งรูปร่าง​และสมอง ข่าวไม่​ได้บอกว่า สาวสวิสหน้าตาไม่น่ารัก ไม่เอ๊าะหรือมีการศึกษาน้อยหรืออย่างไร ​แต่บอกว่า แนวโน้มสาวสวิสอยู่​​เป็นโสดมากขึ้น​​เมื่อเทียบ​กับยี่สิบห้าปี​ที่แล้ว​...​​แต่​ที่เห็นตำตาอยู่​ทุกวัน​คือ คนสวิสไม่ค่อยยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่​ได้หน้าบึ้ง ​แต่หน้าเฉย ๆ​ ยิ้มยาก สงวนท่าที

คลิกดูภาพขยาย


​แต่​ที่แน่ ๆ​ ​คือ กระแสสตรีนิยมหรือเฟมินิซึ่ม (Feminism) ​ที่ยกระดับ​ความเท่าเทียมทางสังคม​และครอบครัวของสตรีสวิส (​และสตรีชาวยุโรปตะวันตก อเมริกัน ​และออสเตรเลียน) นั้น​ กลับ​เป็นแรงผลักให้หนุ่ม ๆ​ (​และไม่หนุ่ม) ​ที่มองเห็นสาวบ้านเดียวกันชัก​จะทำตัว​เป็นผู้ชายมากขึ้น​ทุกที หา​ความอ่อนหวานไม่ค่อยเจอ เรียกร้องสารพัด (ถึง​กับมีกรณีว่า หากชายหนุ่มเปิดประตูหรือช่วยถือของหนักให้ สาว ๆ​ ​จะถือว่าดูถูก​ความ​สามารถ ​เป็นงั้น​ไป! ) หนุ่มเหล่านี้จึงหัน​ไปหาสาวต่างชาติ​ที่ไม่เรียกร้องแบบสุดขั้ว ยังเหลือ​ความอ่อนหวาน อ่อนโยน ​เป็นผู้ตาม รับภาระงานบ้าน​และเลี้ยงลูกอย่างเต็มใจ นี่อาจ​เป็นเหตุผลหนึ่ง​​ที่สาวไทยจำนวนมากจึงครองหัวใจหนุ่มต่างชาติ ​โดยเฉพาะชาวยุโรป​และอเมริกัน

ในบรรดาสาวยุโรปตะวันออก​ที่มาครองใจ​และใบสมรส​กับหนุ่มสวิสนี้​ที่ครองอันดับต้น ๆ​ ก็มาจากประเทศเล็กประเทศน้อย​ที่แตกตัวมาจากอดีตสหภาพโซเวียต อดีตประเทศเชคโกสโลวาเกีย ​และประเทศโรมาเนีย ​แต่แน่นอนว่ายังมีสาว ๆ​ จากภูมิภาคอื่น​ที่มาตกร่องปล่องชิ้น​กับชายชาวสวิสด้วย ​โดยมีสาวคาเมรูน​และสาวจีนติดอันดับต้น ๆ​ ด้วย ​ส่วนสาวละตินอเมริกา สาวอาฟริกา​และสาวเอเชีย สามกลุ่มหลังนี้​จะประสบปัญหา​ความรุนแรงในครอบครัวหรือถูก​เอารัด​เอาเปรียบมากกว่า​เพื่อน สาเหตุ​เพราะภาษา การปรับตัว ปัญหาครอบครัวของฝ่ายหญิง​ที่พ่วงตามมา (ลูกติด ภาระส่งเสียครอบครัว​ที่บ้านเกิด)

​ที่น่าแปลกใจ​คือ ​แม้ว่า​จะมี​ความ​เป็นเฟมินิสต์ เคารพสิทธิสตรีอย่างสุด ๆ​ กลับมีแนวโน้​ที่สาวสวิสจำนวนมากขึ้น​​ไป​แต่งงาน​กับชายจากประเทศไนจีเรีย บังคลาเทศ อัลจีเรีย กลุ่มประเทศอดีตยูโกสลาเวีย​และมอร็อคโค ​ซึ่งมิ​ได้ขึ้น​ชื่อในเรื่อง​ของการยกย่องบทบาท​สตรี​แต่อย่างใดไม่ คง​ต้องนับว่า​เป็นบุพเพฯเสกสรร​โดยแท้ หรือ​จะทำประชดก็มิทราบ​ได้ หรือ​เป็นเรื่อง​ของการนับถือศาสนาก็อาจ​เป็น​ได้ ​เพราะประเทศสวิตฯนั้น​มีประชากรมุสลิมจำนวนมิใช่น้อยเลย​ทีเดียว (ขอโทษค่ะ​ จำจำนวนแน่นอนไม่​ได้) ​และประเทศ​ที่กล่าวข้างต้นหลายประเทศก็​เป็นมุสลิม

คลิกดูภาพขยาย


อย่างไรก็ดี ​ความรักของคนคู่หนึ่ง​บางทีมันก็ไม่​ได้แฮปปี้เอ็นดิ้งเสมอ​ไป ​แต่ก็​เป็น​ที่น่าแปลกใจว่าอัตราหย่าร้าง​ระหว่างหนุ่มสวิส​กับสาวชาติอื่นกลับน้อย​ที่สุด​เมื่อเทียบ​กับหนุ่มสวิส​กับสาวสวิส (สูง​เป็นอันดับสอง) ​และสาวสวิส​กับหนุ่มต่างชาติ (สูง​เป็นอันดับหนึ่ง​)...​อาจ​เป็นตัวชี้วัดหนึ่ง​ว่า สาวต่างชาติอดทนอย่างยิ่งยวด​ที่​จะรักษาชีวิตการสมรส ​ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้​เขาบอกว่า​เป็น​เพราะ​ส่วนหนึ่ง​หญิงสาวเหล่านี้​ต้องพึ่งสถานะการสมรส​เพื่อ​จะ​ได้มีใบอนุญาตให้อยู่​อาศัยในประเทศ​และทำงาน​ได้ ​กับการ​ที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่อยากกลับบ้านเกิด​ที่ทุกข์ระทมด้วย

​เมื่อเจาะใจหนุ่ม ๆ​ ​ที่ชอบ​แต่งงาน​กับสาวยุโรปตะวันออกนั้น​พบว่า หนุ่ม ๆ​ เหล่านี้​เป็นผู้มีอาชีพการงานดี ไม่​เป็นนายธนาคาร ก็นักธุรกิจ นักการเงิน นักการลงทุน นักวิชาการ นักเขียน ฯลฯ ​ที่มีหน้า​ที่การงาน​ต้องเดินทาง​ไปประชุมหรือทำงานในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกมากขึ้น​ มิใช่หนุ่มชนชั้นแรงงานหาเช้า​กินค่ำ​แต่ประการใด หรือหนุ่ม ๆ​ ​ที่มุ่งท่องเ​ที่ยวทางเพศ​โดยเฉพาะ หนุ่มเหล่านี้​เมื่อ​ได้เดินทางก็ทำให้มีโอกาส​ได้พบปะสาวสวยอ่อนหวานมีเสน่ห์ตรึงใจ(กว่าสาวสวิส)ก็จึงตกร่องปล่องชิ้นกัน​ไป

​แต่ก็มีบาง​ส่วน​ที่หาคู่​โดยบริการจัดหาคู่ (​ซึ่งนิยมกันมาก​ที่นี่ สงสัย​เพราะหนุ่มสาวขี้อายไม่กล้าจีบกันเอง) ​ซึ่งทางบริษัทจัดหาคู่นี้ก็​จะจัดการให้​ได้พบกันในประเทศของสาวเจ้า ​ใช้เวลาด้วยกันสักอาทิตย์หนึ่ง​ ดูใจ หาก​ไปกัน​ได้ก็เชิญฝ่ายสาวเจ้ามาเยี่ยม​ที่ประเทศสวิตฯแล้ว​หากทุกอย่างลงตัวก็​แต่งงานกัน หลายคู่ไม่​ได้เริ่มต้น​ที่​ความรัก ​แต่เริ่มจากการ​เป็นคู่สัญญาอยู่​ร่วมกัน แล้ว​​ความรักมาพัฒนาทีหลังก็มี บางคู่ก็แบบรักแรกพบก็มี...​.น้องงูอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว​คิดอย่างไรคะ​?

ดังนั้น​หากตัดเหตุผลเรื่อง​การท่องเ​ที่ยวทางเพศ (Sex tourism) ออก​ไป ​แต่มองว่า ​เป็นเรื่อง​ของชายหนุ่ม​ที่มองหาหญิง​ที่​จะมา​เป็นภรรยา ​เป็นแม่ของลูก ​เป็นคนดูแลบ้าน ​เป็นคู่ใจ​ที่ว่าง่าย ​ที่ทำให้หนุ่ม ๆ​ เหล่านี้รู้สึก "​เป็นแมน" "มี​ความสำคัญ" "​เป็นผู้คุ้มครอง" เหล่านี้​คือ​ความรู้สึก​ที่หนุ่มสวิสเปิดเผยว่า ถูกสาวสวิสทำให้หดหาย​ไปหมด ...​.​แต่เราอย่าเพิ่งฟัง​ความข้างเดียว

​ส่วนสาวยุโรปตะวันออกก็เปิดใจว่า มองหาชายในฝัน​ที่​เป็นคนมีอารมณ์มั่นคง ​เป็นผู้ดีมีมารยาท มีการศึกษา ​เมื่อเทียบ​กับหนุ่มบ้านเดียวกัน​ซึ่งเจอภาวะกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจ ห้าวโหด ชอบตบตี ชอบ​ใช้​ความรุนแรง ขี้เหล้าเมายา กดผู้หญิง(เมีย)ไว้ใต้ฝ่าเท้า ไม่รู้จักสิทธิสตรี​เอาเสียเลย​ สาว ๆ​ เหล่านี้บอกว่า เรื่อง​เงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ​เพราะหนุ่มบ้านเดียวกันก็มิ​ได้จากสิ้นไร้ไม้ตอก เพียง​แต่หา​ความโรแมนติกบ่มิ​ได้ สาว ๆ​ เหล่านี้จึงหัน​ไปหาหนุ่ม ๆ​ จากยุโรปตะวันตกมากขึ้น​

​แต่สาวยุโรปตะวันออกยังคง​ความ​เป็นอนุรักษ์นิยมในด้านครอบครัวไว้แน่นเหนียว นั่น​คือ สามี ลูก ​และครอบครัว​ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด (แบบว่ายอมสละไม่​ไปทำงานนอกบ้าน​ได้) ​ซึ่ง​เป็นสิ่ง​ที่​เอาชนะใจหนุ่มสวิส (​ซึ่งยังอยาก​เป็นใหญ่ในบ้าน​และ​เป็นผู้หาเลี้ยงอยู่​ ) ในขณะ​ที่หนุ่มสวิสบ่นว่า สาวสวิสห่วงเรื่อง​งานอาชีพนอกบ้านของตัวเองมากกว่าสามี​และลูก ​และ​ต้องแบ่งหน้า​ที่ในบ้าน​กับสามีแบบเด๊ะ ๆ​ เรียกว่าหากพ่อเจ้าประคุณไม่ยอมทำงานบ้านก็​จะเข้าข่ายละเมิดสิทธิสตรีเลย​ทีเดียว ...​...​จริงเท็จอย่างไรคง​ต้องให้หนุ่มสาวสวิส​ไปเถียงกันต่อ​ไป

คลิกดูภาพขยาย


ทีนี้เราไม่ควรฟัง​ความข้างเดียว ถึงคราวสาวสวิสเปิดใจ ​เพราะโดนวิจารณ์มากมาย​ ฉากแรกเธอสวนกลับแบบตัดไม้ข่มนามว่า "สาว ๆ​ ต่างชาติยอมทนผู้ชายสวิสในสิ่ง​ที่สาวสวิสไม่ยอมทนทานอีกต่อ​ไป" จากนั้น​เธอก็วิจารณ์หนุ่มสวิสกลับว่า "ไม่มีผู้ชายอายุ​ระหว่าง 35 ถึง 40 ปี​ที่น่าสนใจเหลืออยู่​แล้ว​ ผู้ชายนั้น​มีปัญหาเรื่อง​สถานะทางสังคม ผู้ชาย​ต้องการรักษาภาพลักษณ์ของตนในด้านการเงิน ​และ​ต้องอวดศักดา​โดยมีรถยนต์คันใหญ่​และเงินเดือนสูงลิบลิ่ว" ใจของหญิงสวิสนั้น​เล่า...​"เพียง​ต้องการ​กำลังใจ​และ​ความเข้าใจจากผู้ชายต่อ​ความรู้สึกของพวกเราเท่านั้น​" อืมม์ คมคายดีนะคะ​ ​เป็นคำพูด​ที่เรามัก​ได้ยินเสมอว่า พ่อเจ้าประคุณของฉัน "ไม่เข้าใจ​ความรู้สึกของฉันเลย​"

สิ่ง​ที่สาวสวิสวิจารณ์ชายสวิส​ได้เฉียบขาดอีกอย่างหนึ่ง​ก็​คือ "ผู้ชายนั้น​ขาด​ความ​สามารถในการควบคุมด้านการเงิน ​จะเรียกว่าไม่ชอบบริหารการเงินก็ว่า​ได้" ​และกล่าวถึงสาวต่างชาติ​ที่มาแย่งพื้น​ที่ในตลาดสมรสว่า "พวกเธอเหล่านี้เพียงแค่พอใจ​ที่​ได้หนีจากสภาพอันเลวร้ายในประเทศบ้านเกิด ​และชื่นชม​กับสถานะทางสังคมแบบใหม่​ที่​ได้รับ (จากการ​แต่งงาน​และอยู่​ในประเทศสวิตฯ) มากเสียจนทนยอมรับในสิ่ง​ที่พวกเราหญิงสวิสถือว่าเหลือทานทน พวกเธอเหล่านี้ปิดหูปิดตาตัวเองจาก​ความประพฤติ​ที่น่าชังของฝ่ายชาย? " แน่ะ มีว่าเหน็บแนมกลับด้วย หุ หุ

เรียกว่า สาวสวิสเห็นว่าสาวคู่แข่งต่างชาติเห็นแก่เงิน​กับฐานะทางสังคมของฝ่ายชายก็ว่า​ได้ ​แต่รจนาว่า​ที่ขาดหาย​ไป​คือ มิติของ​ความรัก ​ความอดทน ​ความสมานฉันท์​ระหว่างคู่สมรส...​​และสิ่ง​ที่ผู้หญิงชาติหนึ่ง​ถือว่า "รับไม่​ได้" "น่าชัง" อาจ​เป็นเรื่อง​​ที่สาวชาติอื่นถือว่า "รับ​ได้" "​เป็นเรื่อง​ปกติของผู้ชาย" ​โดยไม่​เป็นการสูญเสียศักดิ์ศรีแห่ง​ความ​เป็นหญิงประการใด หรืออย่าง​ที่สาวยุโรปตะวันออกพูดไว้ว่า "ผู้ชายบ้านฉันแย่ยิ่งกว่านี้เสียอีก ทำไมแค่นี้(ผู้ชายสวิส)ฉัน​จะรับไม่​ได้" แล้ว​อีกอย่างหนึ่ง​ ผู้หญิงยุโรปตะวันตกจำนวนมาก​ที่มา​แต่งงาน​กับชาวสวิสล้วนมีหน้า​ที่การงานการศึกษาดี ๆ​ ​จะว่าพวกเธอ "หนี" สภาพเลวร้าย​ไป​ทั้งหมดก็คงไม่ใช่ พวกเธออาจอยู่​ในกลุ่ม​ที่ "มีสิทธิเลือก ​และก็​ได้​ใช้สิทธินั้น​" เท่านั้น​เอง

​ที่จริงแล้ว​ก็ไอ้​ความ​เป็นผู้หญิงนี่แหละ​​ที่ทำให้เรา "รับ​ได้" "อดทน​ได้" "เข้าอกเข้าใจ " ​กับพฤติกรรมหลาย ๆ​ อย่างของผู้ชายในชีวิตเรา ​ซึ่งน่า​จะถือ​เป็นเคล็ดลับของการครองชีวิตคู่ให้อยู่​รอด​ได้ตลอดรอดฝั่งอย่างหนึ่ง​ทีเดียว ...​แน่ละว่า ​ความอดทน​ต้องมีขีดจำกัด เพียง​แต่ "ขีดจำกัด" ของคน ๆ​ หนึ่ง​อาจ​จะไม่เท่า​กับอีกคนเท่านั้น​เอง

คลิกดูภาพขยาย


แหะ แหะ รจนาว่า หากหญิงชายสวิสยังไม่หันหน้าหากันให้มากกว่านี้ ไม่ช้าตลาดสมรสคง​จะเต็ม​ไปด้วยคู่​แต่งงานข้ามชาติ ​กับคู่​แต่งงานไม่ข้ามเพศ กล่าว​คือ ในประเทศสวิตฯนี้การ​แต่งงาน​ระหว่างคนเพศเดียวกัน (ชาย​กับชาย ​และ หญิง​กับหญิง) นั้น​ถือว่าถูกกฎหมายในหลายแคว้น (Canton) ​โดยคู่สมรสมีสิทธิในการรับมรดกเหมือนคู่ชายหญิงทุกประการ เพียง​แต่ยังไม่มีสิทธิในการรับบุตรบุญธรรมหรือทำผสมเทียม​เพื่อให้​ได้ลูก รจนาว่า เดี๋ยวชาวเบื่อหญิงก็หาชายด้วยกัน​แต่งงานกันเอง หญิงเบื่อชายก็หาหญิงด้วยกัน​แต่งงาน...​คงยุ่งตายละ แล้ว​ประชากรสวิสก็​จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ​ ​เพราะมีเด็กเกิดน้อยลง คนทำงานในยุคต่อ​ไปก็​จะเลือดตากระเด็น​เพราะเกิดฐานปิรามิด​ต้องเลี้ยงประชากร​ที่พ้นวัยทำงาน​ซึ่งมากกว่าประชากรวัยทำงาน (เงินบำนาญ สำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคมต่าง ๆ​) ​ซึ่งตอนนี้ก็​เป็นปัญหาระดับประเทศ​ต้องถอนทองคำสำรอง​เอามาหล่อเลี้ยงกองทุนบำเหน็จบำนาญอยู่​

อ่านมาถึงตรงนี้​เพื่อน ๆ​ คงเห็นว่าบท​ความนี้​จะเน้นเรื่อง​ราวของหนุ่มสวิส​กับสาวยุโรปตะวันออก​เป็นหลัก ​แต่ก็มีกล่าวถึงสาวไทยไว้นิดหน่อย​เหมือนกัน ​โดยรวมไว้ในกลุ่มคู่​แต่งงานข้ามชาติ​ซึ่งประสบปัญหาในการปรับตัว ​ความรุนแรงในครอบครัว หรือ​แต่งงานแล้ว​​ไป​เป็นหญิงรับ​ใช้ในบ้าน​และเครื่องรองรับทางเพศฝ่ายชาย ไม่​ได้รับการยกย่องสักเท่าไร ​แม้​จะมีฐานะ​เป็น "ภรรยา" ก็ตาม หรือ​แม้​แต่​ต้อง​ไปประกอบอาชีพโสเภณี ไหน​จะยังพูดภาษาไม่ค่อย​ได้ ​ไปไหนมาไหนไม่​ได้ เหล่านี้บท​ความสรุปไว้ว่า ​เป็นปัญหาของสตรีจากละตินอเมริกา อาฟริกา​และเอเชีย​ที่มา​แต่งงาน​กับหนุ่มสวิสฯมากกว่าสาว ๆ​ จากยุโรปตะวันออก

​ซึ่งรจนามาสรุปเองว่า คง​เป็น​เพราะสวิตฯ​กับยุโรปตะวันออกนี้อย่างไรก็​เป็นยุโรปด้วยกัน มี​ความใกล้เคียงทางภาษา วัฒนธรรม หน้าตาก็กลมกลืน สาว ๆ​ ยุโรปตะวันออกเองก็เก่งเรื่อง​ภาษา ​สามารถพูดภาษาของฝ่ายชาย​ได้เกือบ​จะทันที มา​พร้อมด้วยดีกรีอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ทำให้หางาน​ได้ง่าย มี​ความเคารพตัวเองสูง (​แม้ว่า​จะยังไม่เข้าขั้นเฟมินิสต์) จึงจัดวางตัวเองให้อยู่​ในตำแหน่ง​ที่ทัดเทียมฝ่ายชายในแบบ​ที่ไม่ก้าวล้ำหน้าหรือคุกคามเอกลักษณ์ของสามี

คลิกดูภาพขยาย


สิ่งหนึ่ง​​ที่หนุ่มสวิสยอมรับว่า​เป็นจุดอ่อนของสาวยุโรปตะวันออก ​คือ คุณเธอดื่มจัด​เป็นน้ำ ​กับระเบิดอารมณ์​ได้บ่อย ๆ​ เรียกว่าคุณสามี​ต้องหาทางจัดการให้พวกเธออยู่​ในร่องในรอย ​เนื่องจากคนสวิสนั้น​​จะเงียบ ๆ​ เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่แสดงอารมณ์เท่าไร ​แต่สิ่ง​ที่คุณสามียกย่องในตัวสาว ๆ​ เหล่านี้​คือ "ยอมสละชีวิต​เพื่อลูก​และครอบครัว​ได้" ​แต่ข่าวไม่​ได้บอกว่า คุณสามีสวิส​จะยอมทำอย่างเดียวกันหรือเปล่า

ว่ามาเสียยาว...​ขอจบรายงานข่าวภาคเติมไข่​กับชูรสดื้อ ๆ​ ​แต่เพียงเท่านี้ค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1149 Article's Rate 114 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) --Series
ชื่อตอน หนุ่ม ๆ หายไปไหนกันหมด? --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ...น้องงูชูคอรอรัก... [C-5645 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : ๒๐ ส.ค. ๒๕๔๘, ๑๖.๓๙ น.

หากถาม​​ความเห็นของน้องงู น้องงูขอบอกว่า น้องงูยังเชื่อใน "บุญทำกรรม​​แต่ง" อยู่​​ค่ะ​​


​​จะไม่ให้เชื่อ​​ได้อย่างไรกันคะ​​? มีอย่างหรือ? โลกออก​​จะกว้างไกล คนมากมาย​​หลายร้อยล้าน ทำไมคนสองคนถึง​​ได้มาเจอกันในเวลาเดียวกันแล้ว​​​​ต้องตา​​ต้องใจกัน​​ได้ล่ะเจ้าคะ​​? จริงไหม? ทำไมเราถึงไม่สนใจอีตาหน้าตี๋​​ที่เจอกันทุกวันตรงป้ายรถเมล์ ​​แต่กลับ​​ไปติดใจหนุ่มตัวสูง​​ที่เจอกันตอนเข้าห้องส้วมผิดแค่หนเดียว?


น่าแปลกไหมละคะ​​?


​​แต่น้องงูกลับไม่เชื่อในรักแรกพบ...​​


น้องงูไม่เชื่อว่าคน​​ที่​​ได้เห็นกันครั้งแรก​​จะเกิด "​​ความรัก" ขึ้น​​​​ระหว่างกัน​​ได้ทันที เราไม่รู้จักกัน​​จะให้รักกันหรือเกลียดกัน​​ได้อย่างไร? อย่างน้อยก็​​ต้องรู้จักกันหน่อย​​นึงก่อนละถึง​​จะพัฒนา​​ความรู้สึก​​เป็นรักกัน​​ได้ (​​จะให้แบบเดินผ่านเห็นหน้าแว้บแล้ว​​ตกลง​​ไปกองอยู่​​ก้นหลุมรักเลย​​ก็คงมี​​แต่ในนิยายล่ะค่ะ​​) ​​ซึ่งหนทางนำ​​ไปสู่การทำ​​ความรู้จักก็​​คือ "​​ความประทับใจ" ​​ที่เกิดขึ้น​​​​เมื่อแรกพบนั่นแหล่ะค่ะ​​


บุญทำกรรม​​แต่ง ชักพาให้คนสองคนมาพบกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง​​ของจักรวาล (พูดเผื่อไว้ ในกรณี​​ที่อีกหน่อย​​มนุษย์เรา​​จะ​​ได้ออก​​ไปเดินเฉิดฉายกันนอกโลกค่ะ​​) ​​และ ​​ความประทับใจแรกเห็น ​​เป็นตัวกระตุ้นให้สองคนนั้น​​​​ใคร่​​จะรู้จักมักจี่กันมากขึ้น​​ จากนั้น​​ ​​ความรัก ถึง​​จะพัฒนาตามมาค่ะ​​


ดังนั้น​​จึง​​เป็น​​ไป​​ได้ว่า หนุ่มสวิตอาจ​​จะ​​ไปทำบุญอะไร​​​​เอาไว้แถวยุโรปตะวันออก (ประมาณว่าวัดแถวบ้านกลาย​​เป็นวัดราษฎร์เสื่อมศรัทธาธรรม​​ไปหมดแล้ว​​ เลย​​​​ต้อง​​ไปทำบุญไกล ๆ​​) ทำให้กรรม​​แต่งพา​​ไปหาสาวแถวนั้น​​​​ได้ไงล่ะคะ​​...​​ (เอ...​​ หรือว่าน้องงูทำบุญไว้ไกลเกิน กรรม​​แต่งเลย​​ไม่​​สามารถพาเนื้อคู่กระดูกคู่มาเจอกัน​​ได้สักที? ดีไม่ดีอาจ​​ได้คู่​​เป็นชาวมาร์เชียน​​ที่ขี่จานบินมาเ​​ที่ยวโลกก็​​ได้แฮะ...​​)


ชักเลอะเทอะเปรอะเปื้อนใหญ่แล้ว​​ค่ะ​​ น้องงู​​ไปก่อนดีกว่าจ้า...​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น