นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) #20
รจนา ณ เจนีวา
...เมืองปอร์โต เว้เนเร่ (Porto Venere) หรือ Green Port (เมืองท่าสีเขียว) ในภาษาอังกฤษ ​ซึ่ง​เป็นเมืองประมงเล็ก ๆ​ ​แต่มีสีสันอันมีเสน่ห์ อยู่​ใต้สุดของกลุ่มห้าแผ่นดิน ​และถูกถือว่า​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของอุทยานมรดกโลกยูเนสโก้คู่​ไป​กับห้าแผ่นดินด้วยค่ะ​...

ตอน : ไปเที่ยวห้าแผ่นดิน (สอง)

คราวก่อนเล่าไว้ถึง "ห้าแผ่นดิน" หรือ "ห้าชุมชน" น้องโพบอกว่า อยาก​ได้​เอา​ไป​เป็นฉากในนิยาย เชิญตามสบายเลย​จ้ะ​ หาก​ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็บอก พิลกริมดีใจ​ที่รจนา​ได้​ไปเ​ที่ยวในสถาน​ที่สวย ๆ​ อยากบอกพิลว่า ประเทศอังกฤษก็งดงามไม่แพ้กันเลย​ ​แต่ละภาพ​ที่พิล​เอามาโชว์นั้น​ ทำให้รจนาฝันอยาก​ไปเ​ที่ยวบ้างเหมือนกัน แย่จริง​ที่สถานการณ์ก่อการร้ายในลอนดอนไม่สู้​จะดีเลย​ คน​ที่อยู่​​ที่นั่นคงขวัญผวา​กับการเดินทางทุกวี่วัน

ย้อนกลับมาเล่าเรื่อง​ เมืองปอร์โต เว้เนเร่ (Porto Venere) หรือ Green Port (เมืองท่าสีเขียว) ในภาษาอังกฤษ ​ซึ่ง​เป็นเมืองประมงเล็ก ๆ​ ​แต่มีสีสันอันมีเสน่ห์ อยู่​ใต้สุดของกลุ่มห้าแผ่นดิน ​และถูกถือว่า​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของอุทยานมรดกโลกยูเนสโก้คู่​ไป​กับห้าแผ่นดินด้วยค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
เมืองปอร์โต เว้เนเร่มองจากทะเลเข้ามา ​เป็นวิวจากเรือนำเ​ที่ยว​ที่พาเรา​ไปห้าแผ่นดินค่ะ​ ตึกใหญ่​ที่เห็นขวามือของรูป​คือโรงแรม​ที่เราพักค่ะ​ ห้องของเราอยู่​ด้านหน้า​ที่มองเห็นเลย​ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
เมืองปอร์โต เว้เนเร่มุมสูงค่ะ​ รจนา​กับพ่อบ้านปีนป่าย (บันได) กันขึ้น​​ไปดู หอบแฮ่ก ๆ​ ​แต่วิวคุ้มค่ะ​

​ใคร​จะ​ไปเ​ที่ยวห้าแผ่นดิน ขอแนะนำให้มาพัก​ที่เมืองนี้ แล้ว​นั่งเรือจาก​ที่นี่​ไปชมหมู่บ้าน​ทั้งห้า ​เพราะทิวทัศน์ทางน้ำถือว่า งดงาม​ที่สุดแล้ว​ รจนา​กับครอบครัว​ไปพัก​ที่โรงแรมชื่อ แกรนด์ ปอร์โต เว้เนเร่ (Grand Porto Venere) คิดว่าราคาสม​กับคุณภาพ ทิวทัศน์จากห้องพักยอดเยี่ยมมาก ​คือ มองเห็นหน้าอ่าว​และแถบเดินเล่น (promenade) ริมทะเล​และหมู่บ้านประมงแสนสวยอย่างชัดเจน

คลิกดูภาพขยาย
วิวจากห้องพักในยามกลางวันค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
วิวจากห้องพักในยามกลางคืนค่ะ​ ประมาณสามทุ่มกว่า ​จะเห็นว่ายังมีแสงสว่างอยู่​ ตามธรรมดาของหน้าร้อน​ที่เมืองหนาว​ที่กลางวัน​จะยาวกว่ากลางคืนมาก

​ที่เมืองนี้เอง ก็​จะมีป้อมปราการผสม​กับโบสถ์เก่าแก่​ที่สร้างติดริมปากอ่าว ถือ​เป็นจุดสังเกตุการณ์ระวังภัยในสมัยโบราณหากมีศัตรู​จะมารุกรานค่ะ​ ตอนนี้โบสถ์ก็ยัง​ใช้การ​ได้อยู่​

คลิกดูภาพขยาย
ป้อมปราสาทแห่งเมืองท่าเขียวขจี

เศรษฐกิจหลักของเมืองในปัจจุบันก็น่า​จะ​เป็นการท่องเ​ที่ยว การประมง ​และ การเดินเรือ (เรือท่องเ​ที่ยวของเศรษฐี​ที่มีเรือยอทช์นานาขนาดมาจอดไว้​ที่ท่านี้) ค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
นี่​คือถนนชอปปิ้ง ​ซึ่ง​เป็นถนนแคบ ๆ​ ขนาน​ไป​กับบ้านเรือน​ที่ปลูกอยู่​ริมน้ำ สมัยก่อน​เขา​จะสร้างประตูบ้านไว้ด้านหลัง ​ส่วนด้านหน้า​ที่ติดทะเล​จะมี​แต่หน้าต่าง ​เพื่อป้องกัน​ทั้งลมฝนพายุ​กับศัตรูรุกรานด้วยค่ะ​

อาหารชวนชิมของแถบนี้ ก็​คือ พาสต้าเล็ก ๆ​ หน้าตาเหมือนลอดช่อง​ที่เรียกว่า โทรฟี่ (Trofie) ​และพาสต้าเส้นสั้น ๆ​ เรียกว่า เทรเน็ตเต้ (Trenette) คลุก​กับซอสเพสโต้ (โหระพาฝรั่ง เม็ดลูกสน น้ำมันมะกอก กระเทียม ชีสพาร์เมซ่านป่น​กับชีสเปโคริโน่ผสมกัน เกลือ พริกไทย) ซอสเพสโต้ถือว่ามีต้นกำเนิดจากแถบนี้แหละ​ค่ะ​ ไม่ผิดตัว

คลิกดูภาพขยาย
ร้านค้า​และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองหลากสีสัน ขนมปังหวาน พาสต้า

แล้ว​ช่วงหน้าร้อน ​คือ ฤดูกาล​ที่เหมาะสำหรับทานปลาอันโชวี่สด ๆ​ ​แต่ก่อนรจนารู้จัก​แต่อันโชวี่เค็ม ๆ​ ตัวเล็ก ๆ​ ​ที่​เอามาทำน้ำสลัดซีซ่าร์หรือโรยหน้าพิซซ่า (ตอนหลังรจนาอุตริ​เอามา​ใช้ทำข้าวผัดปลาเค็ม แทนปลาเค็มไทย) ​ที่นี่หน้าร้อน​จะจับปลา​ได้สด ๆ​ ตัวใหญ่​เอาการ ​เขาก็​เอามาคลุกแป้งนิด ๆ​ ทอด บีบมะนาวทาน​เป็นอาหารเปิดมื้อ (starters) หรือ​เอามาดองในน้ำส้มกินเปรี้ยว ๆ​ ทาน​กับขนมปังรจนา​ได้ลอง​ทั้งสองอย่างค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
ไวน์พื้นเมือง ไวน์ขาวของเมืองห้าแผ่นดินถือว่ามีชื่อเสียงในแถบนี้มาก ​ส่วน​ที่เห็นห่อน้ำตาล​เป็นม้วน ๆ​ ​คือ เส้นพาสต้า​ที่​เขาทำ​เป็นแผ่นกลม ๆ​ ​เอา​ไปตัด​เป็นเส้น ลวกน้ำร้อนทาน​กับซอสแบบต่าง ๆ​ ค่ะ​

นอกจากนั้น​ยังมีผลิตภัณฑ์เส้นพาสต้า แผ่นพาสต้าหน้าตาเหมือนเครป ​แต่​เอา​ไปตัดให้​เป็นเส้นยาว ๆ​ ลวกน้ำร้อน ทานเหมือนพาสต้าปกติ หรือน้ำมันมะกอกหลากรส (รสใบโรสแมรี่ เห็ดทรัฟเฟิ้ล เบซิล ทาราก่อน ​และสมุนไพรหอมต่าง ๆ​ฯลฯ เครื่องเทศต่าง ๆ​ ลูกมะกอกหลากสีหลากรส ขนมหวาน ๆ​ หน้าตาน่าทาน ชีสพื้นเมืองหรือชีสของภูมิภาค ​ซึ่งมีรส​ที่ถูกใจรจนามาก ​คือ เปโคริโน่ (Pecorino) นี่แหละ​ค่ะ​ (โชคดีหาซื้อ​ได้ในเมืองเจฯด้วย ​แต่รสไม่อร่อยเท่าแฮะ)

คลิกดูภาพขยาย
นี่ก็ตะกร้าของฝากของ​ที่ระลึกอีกแบบค่ะ​ น่ารักน่าซื้อ​ไปเสีย​ทั้งนั้น​

​และ​ที่​จะลืมไม่​ได้​คือ พวกแฮมรมควันต่าง ๆ​ ​แม้ว่า​จะไม่หลากหลายเท่าของฝรั่งเศส ​แต่แฮมรมควัน​ที่​เป็นเอกของประเทศอิตาลี​คือ พาร์ม่าแฮม หรือ โปรชุตโต้ ครูโด ดิ พาร์ม่า Prochuitto Crudo di Parma (Prochitto = แฮม Crudo = ดิบ di Parma = แห่งพาร์ม่า - เรียนภาษาอิตาเลี่ยนแถมนะคะ​ )​ แฮมนี้ถือ​เป็นของโปรดของรจนาเลย​ค่ะ​ ​จะ​เอา​ไปวางหน้าเมล่อนหวาน ๆ​ เย็น ๆ​ ทาน​เป็นอาหารจานแรก (พ่อบ้าน​จะ​ต้องหยอดเหล้าหวานปอร์โต้ลง​ไปด้วย ​เพราะ​เป็นของคู่กัน) หรือโรยหน้าสลัดผักโขม หรือ นำ​ไปโรยหน้าพิซซ่า​ที่อบสุกแล้ว​ (​เขาไม่นิยมอบแฮมนี้อีกครั้ง​เพราะ​จะเปลี่ยนรสไม่อร่อยค่ะ​) ​และอาหารต่าง ๆ​ อีกหลากหลาย

เหตุ​ที่​ได้ชื่อว่า พาร์ม่าแฮมก็​เพราะ​เป็นแฮมรมควัน​ที่มาจากเมืองพาร์ม่าของอิตาลีเท่านั้น​ (​คือเนื้อหมูจาก​ที่ไหนก็​ได้ คัดสรรแล้ว​ส่ง​ไปรมควัน​ที่เมืองนี้ ​ซึ่งเชื่อว่ามีสภาพอากาศ แสงแดด วิธีรมควัน กลิ่นควันรม​ที่พิเศษไม่เหมือน​ใคร ทำให้แฮม​ที่​ได้มีรสชาติอันตรึงใจ​เป็นพิเศษ - นี่รจนาเขียนอย่างคน​ที่อิน​กับแฮมชนิดนี้จริง ๆ​ ค่ะ​)

อ้าว นอกเรื่อง​ค่ะ​ แฮมนี้ไม่​ได้รม​ที่เมืองปอร์โต เว้เนเร่ค่ะ​ ​แต่​เป็นแฮม​ที่มีขายเกือบ​จะทั่วประเทศ

คลิกดูภาพขยาย
หน้าตาอาหารทะเล​ที่สั่งมาทานค่ะ​ ​เป็นกุ้งเผา กั้งฝรั่งเผา ​กับปลาแล่ชิ้นบาง ๆ​ เผา ดินเน่อร์ใต้แสงเทียน โรแมนติคดีค่ะ​ (มีแม่สามีนั่ง​เป็นประธานด้วย หุหุ)

ไหน ๆ​ มาเ​ที่ยวชายทะเลก็​ต้องทานอาหารทะเล อาหารทะเล​ที่นี่สดอร่อย ​และมีวิธีการทาน​ที่ง่าย ๆ​ จริง ๆ​ ค่ะ​ ​คือ​เอา​ไปย่าง แล้ว​ก็ชะโลมด้วยน้ำมันมะกอก ทานเปล่า ๆ​ ​โดยบีบมะนาวนิดหน่อย​ ไม่มีน้ำจิ้มทะเลแซ่บ ๆ​ อย่างบ้านเรา ​แต่ก็นับว่า ทำให้เรา​ได้ทานรสชาติของอาหารทะเลสด ๆ​ แท้ ๆ​

คลิกดูภาพขยาย
อาหารทะเลหน้าตาเย้ายวน รสชาติอร่อย​เป็นธรรมชาติ ​และเปลือกกุ้งกั้ง​ที่เหลืออยู่​

หนังสือนำเ​ที่ยว​เขาแนะนำให้สั่งอาหารเปิดมื้อ​เป็น "ทะเลรวมมิตร" ค่ะ​ พวกเราก็เลย​ทำตามคำแนะนำ แล้ว​ก็ไม่ผิดหวัง ​ที่อิตาลีนี่​เขาไม่เสิร์ฟทะเลรวมมิตรมาในจานเดียวค่ะ​ ​แต่ทะยอยมาหลายจานประมาณหกเจ็ดอย่าง โชคดี​ที่พวกเราสั่งแค่ชุดเดียวมาแบ่งกัน ไม่งั้นทานไม่หมดแน่ รจนาจำ​ได้ไม่หมด ​แต่รู้ว่ามีปลาอันโชวีขนาดอ้วนสักหัวแม่มือ​แต่ตัวยาวสักห้าหกนิ้ว ​ที่​เขา​จะแลมา​แต่เนื้อ​และดองมาในน้ำมะนาวจานหนึ่ง​สักสองสามตัว อีกแบบหนึ่ง​​คือปลาอย่างเดียวกันแล่แล้ว​​เอาเนื้อหอยหรือเนื้อปลาบดยัดไส้ชุบแป้งทอดนิด ๆ​ แล้ว​ก็มีปลาก้อนชุบแป้งทอด​กับผัดทอด คล้าย ๆ​ เทมปุระของญี่ปุ่น มีหอยแมลงภู่​ที่ควักเนื้อออก​เอา​ไปสับปรุง​กับมะเขือเทศแล้ว​ยัดไส้กลับมาเสิร์ฟในเปลือกหอย (จานนี้พ่อบ้านชอบมาก) ​และมีปลาตัวโตแล่เนื้อบาง ๆ​ ดองมาในน้ำมัน​และส้มสายชูเปรี้ยว ๆ​ (​ซึ่งรู้สึกว่า​​จะ​เป็น​ที่นิยมของชาวอิตาเลียนริมทะเล​เอาการ ​เพราะเห็นในหลาย ๆ​ ​ที่) จำเมนู​ได้แค่นี้ค่ะ​ ​แต่ยังมีอีกสองสามจาน ​เป็นปลาเล็ก ๆ​ ทอด ให้เห็นว่า ของกินเล่นแบบอิตาเลียนนั้น​มีอะไร​บ้าง เห็นไหมคะ​ว่า แค่ของกินเล่นก็แถบ​จะอิ่มแล้ว​ ​แต่พวกเราไม่รู้ก็เลย​สั่งจานหลัก​เป็นทะเลเผามาอีก (ไม่​ได้ถ่ายรูปทะเลรวมมิตรไว้ ​เพราะมัว​แต่ชิมอยู่​ค่ะ​)

คลิกดูภาพขยาย
ร้านขายของ​ที่ระลึก​ที่เต็ม​ไปด้วยสีสัน​และเครื่องเซรามิคพื้นเมือง

พวกเราชอบเมืองปอร์โต เว้เนเร่ยิ่งกว่าห้าแผ่นดินเสียอีก (ก็​เพราะพวกเราพัก​ที่นี่ตลอด ​ได้เห็นอะไร​ต่ออะไร​หลายอย่าง) อาจ​เพราะ​ความสะดวก​สบาย​ที่รถยนต์เข้าถึง ​ที่พักอยู่​ใกล้ ๆ​ ​กับร้านขายของแหล่งชอปปิ้ง วิวจากห้องพักสวยคุ้มค่า พวกเราชอบดูเรือประมง​กับเรือท่องเ​ที่ยว​ที่เข้าออก นั่งมองชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ของผู้คน​ที่นี่ ​ซึ่งหนัก​ไปทางธุรกิจการท่องเ​ที่ยว ​กับนักท่องเ​ที่ยวอย่างพวกเรา​เป็นหลัก ​เมื่อมาถึงก็รู้สึกผ่อนคลาย​กับบรรยากาศจริง ๆ​ ช่วง​ที่​ไปอากาศยังไม่ร้อนจัด มีร้อนนิด ๆ​ ​แต่มีลมเย็นจากทะเลตลอด ​และตอนเย็น อากาศก็​จะเย็นลง ออก​ไปเดินเล่นข้างนอก​ได้สบาย

คลิกดูภาพขยาย
บรรยากาศนักท่องเ​ที่ยวในปอร์โต เว้เนเร่ ​ที่ออกมาเดินเล่นกันยามเย็น ​กับร้านรวงคาเฟ่ต่าง ๆ​

รจนาชอบ​ที่โรงแรม​ที่พักอยู่​ใกล้​กับซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ​ เย็นวันหนึ่ง​เราตัดสินใจซื้ออาหารมากินกันบนระเบียงห้องพักแม่สามี​ที่มีวิวหน้าอ่าว (ห้องเรามีหน้าต่าง​แต่ไม่มีระเบียง) รจนาก็วิ่ง​ไปซื้อของ​ที่ร้านนี้ มีผู้ชายดูแลคนหนึ่ง​ แกเดินเกร่​ไปมาในร้าน เหมือน​จะ​เป็นเจ้าของก็ไม่เชิง รจนาก็ส่งภาษามือบ้าง อิตาเลียน​ที่พอรู้สองสามคำ ประกอบคำอังกฤษ​ที่​เป็นสากล ถามแกว่า อะไร​อยู่​ตรงไหน แกก็ช่วยเหลือ​เป็นอย่างดี สนุกสนาน สรุปแล้ว​ก็​ได้ซอสเพสโต้​ที่​ต้องการ ขนมปัง ชีสสุดอร่อยเพโคริโน่ (รสใกล้เคียงพาร์เมซาน ​แต่นุ่มกว่านิดนึง) ปลาอันโชวี่ดอง มะเขือยาวออเบอร์จีนย่างในน้ำมันมะกอก พาร์ม่าแฮมของโปรด (อีกเหมือนกัน) ลูกพีชสดหวาน (แม่สามีชอบมาก) มะเขือเทศลูกอวบ ไวน์แดงคิอานติ (Chianti ​เพราะพ่อบ้าน​กับแม่ชอบไวน์แดงมากกว่าไวน์ขาว ก็เลย​ไม่​ได้ลองไวน์พื้นเมืองห้าแผ่นดิน​ซึ่ง​เป็นไวน์ขาว ไม่​เป็นไร ​เพราะยังไงรจนาก็ไม่ดื่มอยู่​แล้ว​)

คลิกดูภาพขยาย
ปอร์โต เว้เนเร่ยามค่ำคืน

นี่แหละ​ค่ะ​ อาหารเย็นแบบง่าย ๆ​ จากร้านค้าใกล้โรงแรม พวกเราสรุปว่า ​เป็นอาหารเย็น​ที่ยอดเยี่ยม​ที่สุด ​เพราะวิวก็เยี่ยม ​และเรา​ได้ลองทานของกินพื้นบ้านแท้ ๆ​ แบบ​ที่ชาวบ้านแถวนี้ทานกันจริง ๆ​ พ่อบ้านบอกอย่างหนึ่ง​ว่า เรา​ต้องไม่ทำเอะอะให้โรงแรมรู้ว่า เราซื้ออาหารมาทานเอง ​เพราะ​โดยทั่ว​ไป แขก​ที่พักโรงแรม​ต้องทานอาหารในโรงแรมหรือนอกโรงแรม​ไปเลย​ ไม่ใช่ซื้อข้างนอกเข้ามาทาน ถือ​เป็นมารยาทอันดี​ที่​ต้องเคารพ รจนาก็เลย​​ต้องหอบของเข้ามาในโรงแรมแบบกระมิดกระเมี้ยน ​แต่ก็ไม่เห็นมี​ใครว่าอะไร​

คลิกดูภาพขยาย
ทะเลหน้าอ่าว​และป้อมปราการสำหรับป้องกันตัวเอง​และสังเกตการณ์ทางทะเล (ในอดีต)

เรา​ไปตอนช่วงเริ่มต้นของ Peak Season ​แต่นักท่องเ​ที่ยวยังไม่หนาตา (เรา​ไปวันธรรมดา) เหตุนี้ก็​ได้​ที่ทำให้พวกเรา​ได้รับ​ความประทับใจ กินอิ่มนอนหลับ ​และอยากกลับ​ไป​ที่นั่นอีกครั้งหากเวลา โอกาส ​และปัจจัย​จะอำนวยค่ะ​

รจนาชอบ​ไปเ​ที่ยวอิตาลี

คลิกดูภาพขยาย
แม่​พระธรณีแบบปอร์โต เว้เนเร่ค่ะ​ (Mother Nature) รูปสลักบรอนซ์ฝีมือจิตรกรพื้นเมือง นั่งเฝ้าทะเลหน้าอ่าวค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย
ดอกไม้ริมหน้าต่างบ้าน​ใครก็ไม่รู้ค่ะ​ เห็นสวยดี

คลิกดูภาพขยาย
ทางเดินขึ้น​​ไปโบสถ์​และปราสาท​ซึ่งอยู่​บนยอด​เขา มองลงมาเห็นวิวปอร์โต เว้เนเร่​ทั้งหมดค่ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1113 Article's Rate 114 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากเจนีวา ปีสี่ (แล้วจ้า) --Series
ชื่อตอน ไปเที่ยวห้าแผ่นดิน (สอง) --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๐๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-5406 ], [203.188.40.71]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ค. ๒๕๔๘, ๒๓.๐๐ น.

ตึกสีสวยเหมือนบ้านของเล่นเลย​​ค่ะ​​ ประตูโค้งก็สวย รูปก็เยอะ เขียนก็แยะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Poceille [C-5424 ], [202.57.175.164]
เมื่อวันที่ : ๓๐ ก.ค. ๒๕๔๘, ๑๕.๒๔ น.

อิอิอิ ขอฉากเก็บไว้ ​​แต่ยังไม่มีแรงจรดปากกาเขียนเรื่อง​​ใหม่เลย​​ค่ะ​​


ต๊าย...​​ นี่​​ถ้าเจ้าโพ​​ไปเ​​ที่ยว​​ที่นี่​​ต้องหมดตัว​​ไปกะของฝากแน่ ๆ​​ ค่ะ​​ ​​แต่ละอย่างยั่วกิเลสดีแท้ ๆ​​ (​​โดยเฉพาะเครื่องเซรามิคค่ะ​​)


ขอบคุณกิ๊กแม่หญิงสำหรับรูปสวย ๆ​​ นะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น