นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๘
พระนลคำฉันท์ : น.ม.ส. #1
SONG-982
...ทรงศรีฉวีวรวิลาส
กลวาดวิมลเสมอ
​ใครยลก็ดลจิตเลมอ
มนถึงคนึงศรี

ในฟ้า​จะหาอรสุรางค์
ดุจนางก็ห่อนมี
ในดิน​จะหาอรยุพี
กลนุชก็สุดหา

​ความงามณะสามภพเสนอ
​จะเสมอบ่มีมา
ทรามไวยประไพพรศุภา
ผิวเห็นก็เปนบุญ ฯฯ...

ตอน : พระนลคำฉันท์ : น.ม.ส.

ขออนุญาตชาวศาลานกน้อย
วางงาน​พระนิพนธ์ ของ​พระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์

เรื่อง​ ​พระนลคำฉันท์

​ซึ่งนับวัน​จะหาฉบับ​อ่าน​ได้ยากเต็ม​ที่...​.

ปัจจุบันเรา​จะคุ้น​กับ ​พระนลคำหลวง ใน ร. ๖ กันมากกว่า...​

​ซึ่งฉบับ​​พระราชนิพนธ์ในรัชกาล​ที่ ๖ มีพิมพ์เผยแพร่อยู่​​โดยทั่ว​ไปแล้ว​ครับ​



​ความนำ : กรุงเทพ ฯ วัน​ที่ ๕ กันยายน ๒๔๕๙


​พระนลคำฉันท์นี้เริ่ม​แต่งในตอนต้นปี พ.ศ. ๒๔๕๖ แล​ได้ทูลเกล้าฯ ถวายในงานเฉลิม​พระตำหนักจิตรลดาระโหฐาน ​เมื่อวัน​ที่ ๑๔ สิงหาคมปีเดียวกันนั้น​ ๕ สรรคครั้งหนึ่ง​ ทูลเกล้าฯ ถวายในวันขึ้น​ปีใหม่ พ.ศ. ๒๔๕๗ อีก ๕ สรรคครั้งหนึ่ง​. ​เพราะ​ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเช่นนี้ จึ่งมีหนังสือเปน​ที่จดจำไว้ว่า​ได้​แต่งใน พ.ศ. ๒๔๕๗ แล ๒๔๕๘ จบบริบูรณ์​เมื่อวัน​ที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๕๘

การ​แต่งฉันท์นี้มิ​ได้​แต่งติดต่อคราวเดียวจบ บาคราว​แต่ง​ได้ท่อนหนึ่ง​แล้ว​ทิ้งทอด​ไปนานๆ​ ก็มี เหตุดังนั้น​จึงกินเวลานานนักหนา. ​เมื่อ​แต่งสำเร็จแล้ว​​ได้ให้เสมียนเขียนตัวดีขึ้น​ดี หวัง​จะ​เอาไว้เปนร่างหลายๆ​ ฉบับ​ กันต้นฉบับ​หาย ครั้งเขียนแล้ว​อ่านสอบดูเห็นผิดมากมาย​ ​ถ้าทิ้งไว้มีผู้คัดต่อๆ​ กัน​ไปสัก ๓ ทอดคง​จะเปลี่ยนแปลก​ไปมาก การคัดผิดนั้น​​จะเปนเหตุให้ฉันท์ดีขึ้น​ไม่​ได้เปนอันขาด. คิดดังนี้จึงจัดพิมพ์​พระนลคำฉันท์ขึ้น​เปนครังแรก สำเร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๕๙ จำนวนฉบับ​​ที่พิมพ์เพียง ๖๓เท่านั้น​. การพิมพ์ครั้งนี้สำหรับ​เอาไว้เปนร่างชั้นหนึ่ง​ก่อน ไม่ใช่​เพื่อโฆษณาแลจำหน่าย

พิทยาลงกรณ์


********************

​พระนลคำฉันท์




สดุดี

วสันตติลกฉันท์

อัญขยมประนมนขประณาม
​พระสยามสวามี
เชลงฉันท์ประพันธสดุดี
นรเทพเถกิงไกร

จักรพรรดิขัตติยนรินทร์
ปถพินทร์ทิพาลัย
ดั่งรามราฆพไผท
กิติศักดิ์ประจักษ์จินต์

สมเด็จปรเมนทรมหา
วชิราวุธาวนินทร์
เอกองค์​พระมงกุฏสิริน
ทสุคันธ์สมัญญา

นามเมืองก็เรืองกิติวิมล
​เพราะยุบล​พระราชา
นามราชก็เรืองกิติประภา
กรเหตุประเทศเรือง

โสภาวิชาภรณแพร้ว
กลแก้วกำจายเมือง
โสภณพิมลสตยเนือง
นิติธรขจรธรรม์

ในสรวงก็แสงสุริยส่อง
ทิวก่องณะกลางวัน
สิ้นสูรย์ก็แสงศิศิรจัน
ทรจ้าณะราตรี

สูรย์จันทร์ก็ปันทินนิศา
จกรานุจรมี
เวรเปลี่ยน​และเวียนศศิรวี
ปริวัตระผลัดกัน

อันองค์​พระมงกุฏกษัตริย์
ทนุรัฐนครฃัณฑ์
วันคืน​พระยืนจิตกระสัน
ธุรม่ง​พระองค์เดียว

เชอดชาติ​พระราชประยุรรัก
มนภักดิกลมเกลียว
เสนาประชานรก็เหนียว
จิตรักสมัคคุณ

ครองดินอรินทมนเรนทร์
ประเมนทร์มฆาดุลย์
เดชเปรื่องกระเดื่อง​พระยศบุณ
ยโศลกสิเรนทร

สรวมคุณ​พระไตรย์สรณรัตน์
สิริภัทร์อุบัติพร
ยิ่งกี้​พระกีรติขจร
ทิศเทอดคุณาธาร

พุทธานุภาพผริตผล
สุขดลอดูลย์ดาล
ธรรมานุภาพพิมลภูล
ชยเชอดชลอธรรม์

จำเริญ​พระชนม์ธนสุขี
พลศรีสอางพรรณ
ไร้โรคนิราศภยนิรัน
ตรทุกขถอยไกล

ฃ้าบาท​ประดิษฐ์พจประพันธ์
บทฉันท์ชลอใจ
ดำเนิรนิทาน​พระนลไน
ษธเบื้องฉบับ​บรรพ์

ทูลแทบ​พระราชบทมาลย์
มหิพาลวิบูลย์ธรรม์
หวังเสริมสราญกมลกรรณ
​พระนราธิราชา ฯฯ



(มี​ใครเคยวางคณะฉันท์แบบนี้บ้างไหมหนอ...​หุหุหุ...​)




-***************************

อธิบายคำในสดุดี

๑. สดุดี แปลว่า ชม, สรรเสริญ
๒. นรเทพ แปลว่า เทวดาในหมู่คน
๓. รามราฆพ แปลว่า ​พระรามผู้​เป็นวงศ์​พระระฆุ กษัตริย์สูรยวงศ์
๔. อวนิ แปลว่า ภูมิ , แผ่นดิน
๕ ศิศิร แปลว่า เย็น หนาว
๖. ศศิ แปลว่า ทรงไว้​ซึ่งกะรต่าย ​คือ​พระจันทร์
๗. อรินทม แปลว่า ทรมานศัตรู
๘. มฆ แปลว่า​ความสำราญ ใน​พระเวทแปลว่าอำนาจ ทรัพย์
๙. บุญยโศลก แปลว่า บุคคลผู้​ซึ่งกวี​ได้​แต่ลกลอนสรรเสริญแล้ว​
​เป็นชื่อเรียก​พระราชา​ที่ทรง​พระนามเลื่องลือในโบราณกาล
​คือ ​พระยุธิษฐิร แล ​พระนลเปนต้น
๑๐. กีรติ ​คือ เกียรติ
๑๑. ไนษธ แปลว่า ชาวเมืองนิษัธ ​เป็นชื่อ ​พระนล


*************************

นิทานเรื่อง​​พระนล

สรรค​ที่ ๑

วสันตติลกฉันท์



ยังมีกษัตริย์นิษธราษฎร์
นลราชสมัญญา
ลือฃาม​พระนามนลนรา
ธิปทั่วไผทศรี

เฉกฉัตรอุบัตินิษธร่ม
อภิรมยะลาภี
สมบัติพิพัฒนะธนี
ธรณีระบือบุญ

ทรงศักดิ์ประจักษ์จิตประจำ
รสธรรมธิราดุลย์
นานาคุณานุคุณจุน
จิตเหิมเฉลิมรมย์

ทรงเดชวิเศษศรวิสิฎฐ์
อภิฤทธิ์ปรากรม
เลี้ยงราษฎร์​พระราชอุปสดมภ์
อดิเรกอเนกนันท์

ทรงโฉมประโลมจิตประเจิด
สิริเลิศะรังสรรค์
อำไพประพลพิมลพรรณื
ผิวพิศก็ติดตา

แคล่วคล่องทำนองอศวชาติ
จรผาดผยองพา
เปนปิ่นมหารถมหา
รถอื่นบ่ขืนแขง

รู้หลังประจักษ์จตุรเวท
นรเศรษฐะกำแหง
เชิงชั้นพนันนลระแวง
จิตรักตระหนักนัย

อวยทานอุทารอุทยเทอด
นรเลิศสุฃาลัย
บรรเิทิงสเริงสริระไภ
ยพิบัติบ่บีฑา

เสนาพลาธิกพหล
นรชนระบือชา
เหิ่มหาญทยานหทยทา
นพแทตย์บ่เทียมทาน

เกริกเกียรติ์กระหลบพิภพ​แม้น
ภพแมนมโหฬาร
เสมอศักดิ์ศักระมฆวาน
สุรสิทธิ์รังสรรค์ ฯฯ




ยังมี​พระภีมะมรุเดช
นคเรศวิทรรภ์ฃัณฑ์
ครองราชย์บำราศบรถวัล
ยเถลิงเถกิงศรี

ไพร่ฟ้าประชากรเกษม
สุขเหมหทัยทวี
เรืองรมยะร่มนิคมมี
พิตภัทระภูลเพ็ญ

​แต่องค์​พระภีมะนิรรม
ยะระทมระทวยเข็ญ
หมายปอง​และหมองมนลำเค็ญ
​เพราะบ่สิทธิสมหมาย

เหตุไร้​พระราชบุตระบุตรี
มหิษีฤดีดาย
กำศรดระทดหทยวาย
อุระร้อนบ่ห่อนมี

บำเพ็ญกุศลผลก็ไร้
มนไหม้มลายศรี
หลายหลากประจากธนมณี
พรพิตก็นิษผล

วันหนึ่ง​มนีวิริยกล้า
ตละฌานะโกศล
สู่ราชสถานถิรถกล
ชชวาลตระการตา

จึ่งภีมะราช​และมหิษี
ิจิตปรีดิหรรษา
ซาบซ่านสราญกมลมา
นิตน้อมประฌามเธอ

เชิญองค์​พระดาบสสถิต
ยณะอาศน์อุไรเลอ
สององคะ​ทรงบำรุบำเรอ
ปฏิบัิติ​พระโยคี

​เมื่อนั้น​มุนีสถิรธรร
มอรัญยะวาสี
เปี่ยมปิติในหทยมี
มนเหมเกษมศานติ์

อวยพรถวายนฤบดี
มหิษีวิมลมาลย์
จงทรง​พระราชสิริสราญ
สุรฤทธิธำรง

อันใด​พระ​ใคร่จิตกระสัน
สุขหรรษะจำนง
อันนั้น​ประสบศุภประสงค์
พรสิทธิสมบูรณ์

หมายมีบุตรีบุตระประเสริฐ
ฉวิเฉิดฉมามูรธ์
เปนศรีมหานครคูณ
กิติเลื่องระบือไกร

จงสบมโนรถประสง
คจำนงมนุญใน
​ไป่คลาด​พระราชหฤทัย
ดุจอาตมะอวยถวาย

ครั้งเสร็จประสิทธิ์​พระพิพัฒน์
​พระวนัสถะผันผาย
ทูลลานราธิป​และหมาย
ทิศถิ่นพนาลัย ฯฯ




ฝ่ายองค์​พระปินนรวิทรร
ภสุธรรมะธรไท
อีกนาง​พระยายุวประไพ
อภิลาษลออองค์

จำเดิมมุนีวิริยเดช
วรเวทธำรง
เธอช่วยอำนวย​พระพรมง
คลสิทธิสมปอง

​แต่นั้น​สุรางคะ​มหิษี
ธก็มีบุตรีสนอง
สวาดิ์แสนเสน่ห์สนิทสอง
ปฏิพัทธะเพียงใจ

อีกมี​พระราชดนุชสาม
ทมะนามเกรียงไกร
หนึ่ง​ทานตะหนึ่ง​ทมนะไช
ยะยศาภิศักดิ์ศรี

ฝ่ายราชบุตรีสิริยโศ
ธรทัมะยันตี
พรายเพรา​พระเยาวะดรุณี
สุขุมาลละลานเลอ

ทรงศรีฉวีวรวิลาส
กลวาดวิมลเสมอ
​ใครยลก็ดลจิตเลมอ
มนถึงคนึงศรี

ในฟ้า​จะหาอรสุรางค์
ดุจนางก็ห่อนมี
ในดิน​จะหาอรยุพี
กลนุชก็สุดหา

​ความงามณะสามภพเสนอ
​จะเสมอบ่มีมา
ทรามไวยประไพพรศุภา
ผิวเห็นก็เปนบุญ ฯฯ




ฝ่ายองค์นิษัธฃติยนาถ
นลราชระลือคุณ
ภๅโฉมประโลมนยนะสุน
ทรทั่วไผทศรี

ทราบศัพท์ยุบลนลอนันต์
ณะวิทรรภะธานี
จวบองค์​พระราชวรบุตรี
ธก็รู้ระหัสสาร

ปางปวงประชานิษธราษฎร์
ก็นินาทะพิสดาร
ภๅลักษณ์ยุบลวิมลมาลย์
​พระวิทรรภะนารี

จวบจน​พระนลธก็ตระหนัก
วรลักษณ์​พระบุตรี
ต่างองค์ก็ต่างกมลมี
ปฏิพัทธะผูกพัน

ยิ่งยินระบินยุบลภๅ
ก็ระบือหทัยศัลย์
นาง​ใคร่​จะยล​พระนลครัน
นล​ใคร​จะยลนาง ฯฯ





​เมื่อนั้น​​พระนลพิมลโฉม
อุระโซมระคางขนาง
หมายน้อง​และหมองกมลหมาง
​เพราะบ่เหมือนกมลหมาย

วันหนึ่ง​​พระจึ่งจรประพาศ
พนราชสราญกาย
องค์เดียว​พระเ​ที่ยวทุรณะทาย
บทท่องระโหฐาน

ยลหงส์หิรญวิมลเมิล
มนเพลินพิบูลย์บาน
สำเริมประเทิงหทยะลาน
จิตเล่นบ่เห็นองค์

ปางนั้น​นราธิปกษัตริ์
ยนิษัธะธำรง
ซอกซอน​และซ่อนคณะพิหง
ค​และหงสะหลงเผลอ

เมียงเมิลดำเนิรบทบ่แกรบ
จรแอบกำบังเฌอ
จับ​ได้สุโนค​พระนลเธอ
ก็แจร่มจรูญปรีดิ์

ฝ่ายหงสะเหมวรวิหค
ก็สทกสท้านมี
ใจกลัวระรัวสริระตี
อุระข้อนคนึงครวญ ฯฯ





หงส์ทูล​พระนลว่า



อ้าองค์​พระทรงสุรมเห
ศรศักดิ์นเรศวร
ภูวนาถ​พระบาท​ยุคลควร
ภพพึ่งสำนึงนาน

​แม้นทรง​พระคุณกรุณโปรด
สละโทษมิสังหาร
ขอรองลออง​พระบทมาลย์
กลทูตนำทูลเสนอ

แด่นาง​พระราชปิยยุพา
​พระธิดาวิทรรภ์เธอ
สำแดง​พระคุณอดุลเลอ
นรราชนเรสูร

นางทราบยุบล​พระนลแล้ว​
ฤ​จะแคล้วอุราดูร
จักครวญ​จะ​ใคร่หททภูล
จิตเล่ห์เสนหา ฯฯ




ฟังหงส์ทำนูลมธุรวาท
นลราชหรรษา
ปลดปล่อยพิหคพิหคลา
จรรีบระเห็จหน

พาพวกพิหงคะ​คณะหมาย
มนบ่ายโพยมบน
ฉิวฉิวละลิ่วอำพรดล
ณะวิทรรภะธานี

ลงยัง​พระราชอุทยาน
ยุวมาลย์​พระบุตรี
ชมพรรณ์กุสุมสุขุมปรี
ดิจรัสจรูงราม

​เมื่อนั้น​​พระองค์อรธิดา
ทศนาสุโนคงาม
คิด​ใคร่​จะ​ได้ก็จรตาม
บริษัทก็ตามองค์

แอบอ้อมแลล้อมคณะสุโนค
​และกระโชก​จะจังหงส์
หวุดหวิดกระชิดจิตพวง
ผิวใกล้วก็​ไป่ทัน

ปางราชยุพาพรประไพ
จรไล่พิหคหัน
หนีนาง​และห่างคณะกำนัล
ก็สุโนคเสนอสาร ฯฯ




หงส์ทูลนางว่า



อ้าองค์​พระราชวรบุตรี
ศุภศรีฉวีกาญจน์
เพ็ญพักตร์พิมลกลสุมาลย์
อรเอี่ยมอุไรพรรณ์

อันในนิษัธฃติยะนาถ
อธิราชยะรังสรรค์
ไพศาลพิศลย์ผลอนันต์
นลผู้ผดุงเมือง

อันองค์​พระนลพิมลเฉิด
ฉวิเลิศวิไลยเรือง
บุญญาภิฤทธิ์พิชิตเปลือง
ปรภาพบ่พึงเผยอ

คนธรรพ์อุรุคสุร​และราก
ษสมากบ่มีเสมอ
ดาวเดือนบ่เหมือน​พระนลเธอ
นิติธรนิกรพิง

ฉันใด​พระองค์อรประเสริฐ
สิริเลิศณเหล่าหญิง
ฉันนั้น​​พระนลวิมลจริง
จิตรเลิศณะเหล่าชาย

ชายเลิศผิร่วมสมรเลิศ
​จะประเสริฐะแหล่หลาย
โลกหล้า​จะหาอุภยะผาย
ภทระเหมือนมิพึงมี ฯฯ




​เมื่อนั้น​ยุพาพรลำเภา
อรเยาวะสุนทริ
ปางทรงสดับสกุณปรี
ดิก็ตอบยุบล​ไป

ดูราพิหคกนกหงส์
​จะประสงค์ประการใด
จงเร่งระเห็จอำพรไคล
ณะนิษัธนครฃัณฑ์

บรรยายยุบลกลประสงค์
ดุจหงส์จำนงสรร
ทูลองค์​พระนลพลอนันต์
กล​ที่ทำนูนเรา ฯฯ





บัดนั้น​สุโนคสิรประณต
วรนุชนงเยาว์
ทูลลายุพาอรลำเภา
จรเหิรระเห็จคลา

ถ่องทูล​พระนลนรบดี
ธก็ปรีดิหรรษา
ปลื้มเปรมเกษมกมลมา
ลยะแผ้วพิมลศรี ฯฯ


จบสรรค์​ที่ ๑ ในนิทานเรื่อง​​พระนล




*******************************


อธิบายคำในสรรค์​ที่ ๑

๑. นิษธราษฎร์

- นิษธ หรือ นิษัธ นี้เปนชื่อแว่นแคว้น​ซึ่ง​พระนลครอบครองอยู่​ในภาคตวันออกเฉียงใต้แห่งอินเดีย. หนังสือบางแห่งกล่าวว่า เมืองหลวงชื่อกรุงอละกา ตั้งอยู่​ฝั่งแม่น้ำ อลกานันทา ราษฎร์ นั้น​แปลว่า แว่นแคว้น แลว่า ประชาชนก็​ได้

๒. นล

- ​พระนลเปนโอรสท้าววีรเสน ท้าววีรเสนต่อ​ไป​จะกล่าวนามใน ฉันท์นี้ กษัตริย์ในอินเดียมีวงศ์ใหญ่อยู่​ ๒ วงศ์ ​คือ วงศ์เกิดจาก​พระอาทิตย์เรียกว่า สูรยวงศ์พวกหนึ่ง​
เกิดจาก​พระจันทร์เรียกว่า จันทรวงศ์พวกหนึ่ง​ ​พระนล​จะอยู่​ในสูรยวงศ์ หรือ จันทรวงศ์ นักปราชญ์ในเวลานี้ก็ไม่กล่าวยืนยันลง​ไป​ได้ ​ถ้าเปนจันทรวงศ์ก้เก่ามาก ​เพราะครองราชย์อยู่​ใน นิษัธ ​พร้อม​กับ​พระฤตุบรรณ์ผู้เปนสูรยวงศ์ครองราชย์อยู่​กรุง อโยธยา นับว่า ​พระนล ก่อน ​พระราม ถึง ๑๔ ชั่วกษัตริย์ ​แต่​ถ้า​พระนล​เป็นกษัตริย์ใน สูรยวงศ์ ดัง ​ซึ่ง กาลิทาส กล่าวใน นโลทัย ​พระนลก็​ต้องเปน ​ที่ ๔ ต่อ ​พระราม ลงมา

๓. มหารถ

- แปลว่า ผู้ชำนาญรบในรถ อาจสู้ทหารรถอื่น​ได้ตั้งหมื่น

๔. จตุรเวท

- ​พระเวท​ทั้งสี่

๕. พนัน

- ข้อ​ที่กล่าวว่า ​พระนลชอบพนันนี้ หมาย​ความว่าชอบสกา ​แต่ การชอบเล่นสกา(unksaparupeeya...​ถ่ายเสียงจากสันสกฤต:song982)​จะเปน​ความดีอย่างไรหรือ จึงนำมากล่าวในเวลาแสดงคุณ​พระนลเช่นนี้ ในกาพย์กลอนของชาวฮินดู กล่าวถึงกษัตริย์เล่นสกาบ่อยๆ​ ​แต่ถือกันว่าเปนของไม่ดี ก็​เมื่อฉนั้น​เหตุใดจึง​เอามากล่าวในเวลาแสดงคุณ​พระนลเล่า มอเนีย วิลเลียมซ์ กล่าวว่าถือ unksaparupeeya ​คือชอบนับจำนวน หรือ วิชาเลข​จะเหมาะกว่า แล​ความเข้ากันดี​กับสรรค​ที่ ๒๐ ​แต่ฉบับ​สํสกฤต​เป็น unksaparupeeya ทุกฉบับ​ ก็​ต้องแปลว่าชอบเล่นสกา

๖. อุทาร

- ส(ม. อุฬาร) แปลว่าใหญ่ Geat, สูง Lofty (Childer) Noble; generous (Voc. Nal.)

๗. ทานพ

- (ส. ทานว) อสูร เปน เหล่ากอนางทนุ

๘. แทตย์

- (ส. ไทต'ย) อสูรเปนเหล่ากอนางทิติ

๙. ศักร

- (ส. ศก'ร ม. สัก์โก) ​พระอินทร์

๑๐. วิทรรภ์ (วิทร' ภ)

- เมืองนี้อยู่​ในตวันตกเฉียงใต้แห่งแว่นแคว้น​ซึ่งอังกฤษเรียกเบ็งคอล เมืองวิทรรภ์เดี๋ยวนี้เรียกว่า Berar หรือ นาคปุระในโบราณมีเฃตตั้งแต่ฝั่งแม่น้ำ กฤษณา ถึงราวๆ​ ฝั่งแม่น้ำ นร'มทา บางทีเรียก มหาราษฏร์​เพราะเฃตใหญ่ เมืองหลวงโบราณเรียก กุณฑินปุระบ้าง เรียกวิทรรภาบ้าง ​เมื่อง​ที่ อังกฤษ์เรียก Beder ในปัจจุบันบางคนเข้าใจว่า​คือ กรุง กุณฑินเก่า อนึ่งมีแม่น้ำอีกสายหนึ่ง​ชื่อ วรทา แบ่ง วิทรรภ์ออกเปน ๒ ภาค ​คือ ภาคเหนือแลภาคใต้ มีเมืองหลวง​ทั้ง ๒ ภาค

๑๑. ห่อน

- คำนี้แปลว่า เคย ​แต่ในกาพย์กลอนของเรา​ใช้แทน "ไม่" ​โดยมาก เช่น "เบื้องนั้น​นฤนารถผู้ สยามมินทร์ เบี่ยง​พระมาลาผิน ห่อนพลั้ง" ใน​พระนลคำฉันท์ห่อน ​และว่า ไม่ เกือลเสมอ นับว่าผิด​ความเดิม​แต่คำ​ที่เลือนเช่นนี้ยังมีอีกหลายคำ

๑๒. มุนี

- ฤษี องค์นี้ ชื่อ ทมนะ

๑๓. วนัสถะ - นักบวชอยู่​ป่า, ฤษี

๑๔. สวาดิ์ - คำนี้น่ากลัวเปน สํสกฤต ​แต่​จะ​ต้อง สกด ท กระมัง

๑๕. สาม

- ​พระโอรส​ทั้ง ๓ นั้น​ ทรงนาม ทมะ องค์หนึ่ง​ ทานตะ องค์หนึ่ง​ ทมนะ องค์หนึ่ง​

๑๖. ทัมะยันตี (ทมยัน'ตี) - แปลว่านางผู้ืทรมานชาย ​เป็นชื่อนางเอกในเืรื่องนี้

๑๗. ประพาศ

- คำนี้ใน​ที่ สกดด้วย ศ หมาย​ความอย่าง​ที่​ใช้กัน​โดยมากในกาพย์กลอน ​คือ แปลว่า​ไปเ​ที่ยว ไม่จำเพาะอยู่​แรม ถึง​ไปป่าเช้า​ชั่วบ่ายหรือเี​ที่ยวสวนครู่หนึ่ง​ก็​ใช้ศัพท์ประพาศเหมือนกัน บางทีถึง​กับว่า ชม, เช่น "นางเสด็จลดเลี้ยวเ​ที่ยว ประพาศ รุกขชาติช่อซามงามไสว" เปนต้น ใน​พระนลคำฉันท์นี้ ​ถ้าถึง​ที่สกด ส หมาย​ความว่า ​ไปจากบ้านของตน

๑๘. หิรญ

- (ส. หิรัญ'ย ม. หิรัญ์ญํ) แปลว่า ทอง ว่าเงิน ศัพท์หิรัญนี้ แปลว่าทองบ่อยกว่าแปลว่าเงิน ใน​พระนลคำฉันท์ศัพท์นี้แปลว่าทองเสมอ

๑๙. นเรสูร

- คำนี้​ใช้อย่าง​ที่เคยเห็น​ใช้กันมา แลเคย​ได้ยินแปลว่า กล้าในคน ​คือ นร ​กับ สุร ​แต่​จะเปน นเรสูร ​ได้อย่างไรหาทราบไม่

๒๐. อร

- คำนี้​ใช้มากในกาพย์กลอน แปลกันว่า งาม ​ใช้​เป็นอร นั่น อรนี่ ก็​ได้ เรียกผู้หญิงว่าอรก็​ได้ ใน​พระนลคำฉันท์ก็​ใช้ อร อย่าง​ที่กล่าวนี้ อัน​ที่จริง ศัพท์นี้มีใน อภิธานเขมรแปลว่า เปน​ที่ยินดี เปน​ที่พอใจ

๒๑. สมร

- คำสมรนี้มี ๒ คำ ​คือ สมร แปลว่า การรบคำหนึ่ง​ อีกคำหนึ่ง​​คือ ส'มร แปลว่า​ความรำลึก ​ความรัก ​และเปนชื่อกามเทพด้วย ไทยเรา​ใช้เรีกยนางว่า สมร ดัง​ที่​ใช้ในหมายเลข ๑๙ นี้น่า​จะเห็นว่าไม่สู้ตรง​ความเดิม ​เพราะ ส'มร เปน ชื่อเทวดาผู้ชาย








​ที่มา: ตัวสะกดการันต์ตามต้นฉบับ​ - ​พระนลคำฉันท์ฯ, พิมพ์ในงาน​พระราชทานเพลิงศพ นางเสนางควิจารณ์(ใหญ่ อุทยานานนท์) ๒๔๙๘.

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1087 Article's Rate 57 votes
ชื่อเรื่อง พระนลคำฉันท์ : น.ม.ส. --Series
ชื่อตอน พระนลคำฉันท์ : น.ม.ส. --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๗๖๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๔๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-5321 ], [203.151.217.61]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ก.ค. ๒๕๔๘, ๑๖.๐๗ น.

โอ.. วิเศษครับ​​ ขอชื่นชมในอุตสาหะ ​​และ​​ความตั้งใจอันดีงามครับ​​
​​เอาดอกไม้​​ไปเต็มตะกร้าเลย​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปลาตีน [C-5322 ], [61.91.188.194]
เมื่อวันที่ : ๑๔ ก.ค. ๒๕๔๘, ๑๖.๔๒ น.





"ในฟ้า​​จะหาอรสุรางค์
ดุจนางก็ห่อนมี
ในดิน​​จะหาอรยุพี
กลนุชก็สุดหา

​​ความงามณะสามภพเสนอ
​​จะเสมอบ่มีมา
ทรามไวยประไพพรศุภา
ผิวเห็นก็เปนบุญ"

ขอบคุณคับค่ะ​​คุณสรอง นางเอกคนนี้​​เป็นนางเอกในวรรณคดี
​​ที่ปลาตีนสรุป​​เอาเองว่างาม​​ที่สุดเลย​​ก็​​เพราะฉันท์ข้างต้นนี่ล่ะคับ
​​จะรออ่านนะคับ ขอบคุณมาก ๆ​​ เลย​​คับ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-5666 ], [212.152.12.248]
เมื่อวันที่ : ๒๔ ส.ค. ๒๕๔๘, ๑๔.๔๘ น.

เข้ามาชื่นชม​​กับ​​ความตั้งใจของคุณสรองด้วยค่ะ​​ ​​และขอบคุณ​​ที่นำวรรณกรรมดี ๆ​​ มาเผยแพร่ ณ ​​ที่นี้ ยอมรับว่า คำฉันท์ นี่อ่านยากจริง ๆ​​ ​​แต่ก็ให้รสชาติวรรณกรรม​​ที่มีเสน่ห์​​ไปอีกแบบ ชอบตรง​​ที่มีอธิบาย​​ความหมาย​​และ​​ที่มาของศัพท์ต่าง ๆ​​ ในตอนท้ายบท...​​.

ด้วยมิตรไมตรี

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น