นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) #13
รจนา ณ เจนีวา
...เวลาแห่งคราบน้ำตา​และภาวะช็อค​ได้ผ่าน​ไปแล้ว​ ​และ​เป็นเวลาแห่งการฟื้นฟู ศูนย์อาสาสมัครสึนามิเองก็​ได้ประสบการณ์ในการทำงาน ​ได้ลองผิดลองถูกมาในระดับหนึ่ง​ เริ่มมีการปรับตัวปรับกลยุทธ์​ได้ดีขึ้น​...

ตอน : บทส่งท้ายอาสาฯเขาหลัก: บทเรียนจากการทำงาน

มาถึงตอนจบแล้ว​ค่ะ​​เพื่อน ๆ​ แม่บ้านอาสาสมัคร ขอโทษ​ที่​ใช้เวลาเสียนานเลย​กว่า​จะจบ​ได้...​.

ประสบการณ์อาสาสมัครของแม่บ้าน​และอาสาสมัครคนอื่น ๆ​ ในยุคสมัยเดียวกัน (ช่วงเวลาหนึ่ง​เดือน) อาจกล่าว​ได้ว่า เต็ม​ไปด้วย​ความประทับใจ ​เพราะว่าเวลาแห่งคราบน้ำตา​และภาวะช็อค​ได้ผ่าน​ไปแล้ว​กรณีหนึ่ง​ ​และ​เป็นเวลาแห่งการฟื้นฟู ประกอบ​กับศูนย์อาสาสมัครสึนามิเองก็​ได้ประสบการณ์ในการทำงาน ​ได้ลองผิดลองถูกมาในระดับหนึ่ง​ เริ่มมีการปรับตัวปรับกลยุทธ์​ได้ดีขึ้น​ รู้ว่าอะไร​ควรทำไม่ควรทำ

คลิกดูภาพขยาย


ชาวบ้านเองก็เคยคุ้น​กับพวกเรา​ทั้งหลายดีขึ้น​ จนเหมือนว่า อาสาสมัคร​คือชาวชุมชนอีกแบบหนึ่ง​ ​ที่มา​พร้อมด้วยรอยยิ้ม ​ความไร้เดียงสา (ในบางครั้ง) ​ความเปิ่น ​ความเฉิ่ม ​ความหนุ่มสาว ​ความไม่หนุ่มไม่สาว ​แต่ใจไม่แก่ตาม ​ความตั้งใจ แรงกาย แรงใจ แรง​ความคิด ​แม้​จะมาไม่นาน ก็นำสิ่ง​ที่ดี ๆ​ มาให้ มาร่วมทุกข์ร่วมสุข​กับชาวบ้าน แน่ละว่า ไม่ใช่ทุกคนทุกราย​จะดี​ไปเสีย​ทั้งหมด ​แต่​โดยมวลรวมแล้ว​ถือว่าภาพอาสาสมัครยัง​เป็นภาพบวกในใจของชาวบ้าน สังเกตจากคำสะท้อนจากชาวบ้าน​ที่แม่บ้าน​ได้พูดคุยด้วย

ในกรณี​ที่ผู้อ่านท่านใดท่านหนึ่ง​อาจสนใจ​จะ​ไป​เป็นอาสาสมัคร ​เนื่องจากมีเวลา​ที่​จะ​ไป แม่บ้านขออนุญาตแนะนำสิ่ง​ที่ควรคำนึงในการ​ไป​เป็นอาสาสมัคร ​ซึ่งแม่บ้าน​ได้ยิน​ได้ฟัง​และแลกเปลี่ยน​กับอาสาสมัครคนอื่น ๆ​ รวม​ทั้ง​ได้ประสบ​กับตัวเอง ​คือ

หนึ่ง​ใจ​ที่​พร้อม​จะ​ไป ไม่มีห่วงหน้าพะวงหลัง จัดการทุกอย่าง​ที่บ้านให้เรียบร้อย​ก่อน​ไป เราไม่​ได้​ไปเล่น ๆ​ คำว่า อาสาสมัคร ไม่​ได้หมาย​ความว่า อยาก​จะทำก็ทำ ไม่อยาก​จะทำก็ไม่ทำ มัน​คืองานจริง ๆ​ อย่างหนึ่ง​​ที่ไม่มีค่าตอบแทน ​เพราะค่าตอบแทนของเรา ​คือ การฟื้นฟูของชาวบ้าน​และชุมชน อย่างกรณีป้าแก่ก็จัดการงานด้านบัญชีการเงิน​ที่บ้านจนเรียบร้อย​จึงออกเดินทาง กรณีแม่บ้านก็สั่งเสียพ่อบ้าน ซื้อ​กับข้าวตุนไว้ในตู้เย็นให้ หาคนมาคอยทำ​ความสะอาดบ้านให้ งาน​ที่สำนักงานก็เคลียร์ไว้แล้ว​

คลิกดูภาพขยาย


​ที่​ต้องเตรียมให้เรียบร้อย​​เพราะเรา​จะ​ไปทำงานจริง ๆ​ ไม่​ได้​ไปเล่น ๆ​ หากไม่เตรียมตัว ก็​จะห่วงหน้าพะวงหลัง ทำให้ทำงาน​ได้ไม่เต็ม​ที่ หรือ ทำ​ได้แค่ครึ่ง ๆ​ กลาง ๆ​ ก็​ต้องกลับ หรือ​ไปแล้ว​ คนทางบ้านบ่นกระปอดกระแปด ไม่อนุโมทนาด้วย เราคนทำก็​จะพาลเสีย​กำลังใจ ทำดีก็​จะไม่​ได้ดีเสีย

นอกจากนั้น​ ก็อย่าห่วงว่าตัวเอง​จะทำอะไร​ไม่​ได้ ​แต่ควรห่วงว่า ​เมื่อ​ไปแล้ว​ไม่ยอมเรียนรู้มากกว่า

สอง มีเวลาอุทิศให้พอสมควร นานพอ​ที่​จะเรียนรู้งาน​ได้​และพอ​ที่​จะอะไร​​ได้สำเร็จสักอย่าง อย่า​ไปแค่เดี๋ยว ๆ​ ด๋าว ๆ​ ​เพราะจำ​เป็น​ต้องมีเวลาเรียนรู้งาน​และสถานการณ์อย่างน้อยก็สองสามวัน หาก​ไปแค่สองวัน​จะเสียเวลา​ไป​กับการเรียนรู้งาน หากมีเวลาน้อยจริง อย่าคิด​ไป​เป็นอาสาฯ ​แต่​ไป​เป็นแขก​ที่มาเยี่ยมค่ายต่าง ๆ​ ดูชาวบ้าน​เขาทำกิจกรรม พูดคุย ให้​กำลังใจ ช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ ช่วยซื้อสินค้าพื้นเมือง นี่​จะ​ได้ประโยชน์มากกว่า หรือทำงานง่าย ๆ​ ​ที่มีผลสำเร็จในตัวทันที เช่น ​ไปช่วยขายของหาทุน ​ไปทาสีเรือสักครึ่งลำ ​ไปช่วยครู​ที่ศูนย์เด็กเล่น​กับเด็กสักครึ่งวัน

คลิกดูภาพขยาย


กรณีรจนานี่​ไปยี่สิบหกวัน ​ได้ทำงานอย่างเต็ม​ที่ ​ได้ช่วยเตรียมงานรำลึกครบร้อยวันจนสำเร็จ​ไปด้วยดี ​ได้มองเห็นอะไร​หลาย ๆ​ อย่าง​ซึ่งคงไม่อาจเห็น​ได้หากมาแค่วันสองวัน ​เนื่องจากรจนาบินมาไกลจึงคิดว่า ควร​ใช้เวลาให้คุ้ม​กับค่าเครื่องบินด้วย เหตุผลมีง่าย ๆ​ แค่นี้ค่ะ​ ​แต่ก็ทราบว่ามีอาสาสมัครคนใกล้ (เมืองไทย) จำนวนมาก​ที่มาอยู่​กันแบบฝังตัวทำงาน​เป็นเดือน ๆ​ ทีเดียว เช่น น้องเอ น้องโบว์ น้องอ๋อย น้องเกรียง พี่จักร ​เป็นต้น

สาม ไม่มี​ความคาดหวังใด​เป็นพิเศษว่าสิ่งต่าง ๆ​ ​ต้อง​เป็นแบบนั้น​แบบนี้ รับสถานการณ์ต่าง ๆ​ แบบ​ที่มัน​เป็น ยอมรับว่าทุกอย่างอาจไม่สมบูรณ์แบบ อาจบกพร่อง อาจล่าช้า อาจไม่​ได้ดังใจ ​แต่ทำหน้า​ที่ใน​ส่วนของตัวเองให้ดี​ที่สุด นอกจากนั้น​ควรทำการบ้านพอสมควร อ่านศึกษาเรื่อง​เกี่ยว​กับพื้น​ที่​ที่​จะลง​ไปทำงานให้มี​ความรู้ติด​ไปบ้าง​จะทำให้เข้าใจ​และปรับตัว​ได้เร็วขึ้น​

คลิกดูภาพขยาย


เรื่อง​นี้ลุงเปี๊ยก​ได้ย้ำเตือนก่อนเดินทางแล้ว​ว่า ​ที่​เขาหลักเหตุการณ์เปลี่ยนทุกวัน แม่บ้าน​ได้ประจักษ์​กับใจจากคุณหนูอนามัยนอน​กับ​ใครไม่​เป็น ตอนหลังก็นอนดะ (อย่าคิดลึก) จากแม่บ้านเจ้าระเบียบในวันแรก ตอนหลังก็มั่วเสียเอง จากไม่ชอบนอนดึก ตอนหลังไม่เ​ที่ยงคืนไม่นอน มัน​เป็นดังลุงเปี๊ยกว่าจริง ๆ​

วิบากของรจนา​ได้ลิขิตให้มา​เขาหลัก ให้​ได้ลงแรงลงใจร่วม​กับคนอื่น ให้​ได้ค้นพบตัวเอง​และจุดอ่อนของตัวเอง ให้​ได้เจอ​เพื่อนนกน้อย​ที่รัก​ใคร่กัน​เป็นกิ๊ก​เป็นซี้ ​และจนกัดกันตัวเหวอะหวะ ให้​ได้ทิ้งหัวใจไว้​กับ​เพื่อน ๆ​ ​ที่ศาลานกน้อย​ส่วนหนึ่ง​ ให้​ได้เจอ​เพื่อน​เขาหลัก​ทั้งไทย​และเทศ ​ทั้งเด็ก​และผู้ใหญ่ จนผมบนหัวหงอกไม่ทัน​เพราะถูกถอนทุกวัน แล้ว​ก็หัวใจแหว่งไว้​ที่นั่นอีก​ส่วนหนึ่ง​

สี่ เรียนรู้​และรับฟังจากชาวบ้านให้มาก​ที่สุด ไม่ซักไซ้ไล่เลียงชาวบ้าน​ไปเสียทุกเรื่อง​ หรืออยากรู้ไม่มีสิ้นสุด หากชาวบ้าน​เขาอยาก​จะบอก ​เขาก็​จะบอกเราเอง ขอให้​เป็นเพียงผู้รับฟัง​ที่ดี ด้วย​ความเข้าใจ เห็นใจ ตั้งใจฟัง อย่า​เอา​ความหวังดี​ไปยัดเยียดให้ ​และไม่สัญญา​กับชาวบ้านในสิ่ง​ที่ทำไม่​ได้หรือไม่รู้ อย่าลืมว่านับ​แต่เกิดเหตุมา ชาวบ้าน​ต้องเล่าเรื่อง​ของพวก​เขาให้คนไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนแล้ว​ พวก​เขา​และเธอคงเหนื่อย​กับการพูดซ้ำ ๆ​ ​โดยเฉพาะพูด​ไปแล้ว​ไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง

คลิกดูภาพขยาย


เรื่อง​ของคุณจู้ก็​เป็นสิ่งเตือนใจแม่บ้าน​ได้ดี บางครั้งคำถามของเรา​เป็นอีกเรื่อง​หนึ่ง​ ​แต่อาจ​เป็นสิ่งสะกิด​ความรู้สึก​ที่อยู่​ลึก ๆ​ ภายในของ​เขาก็​ได้ แม่บ้าน​ได้​แต่หวังว่าคุณจู้​จะรู้สึกดีขึ้น​​กับตัวเองแล้ว​ในวันนี้ ​และเข้าใจว่า บางครั้งบางสิ่งบางอย่างวิบากกรรมก็​ได้ลิขิตไว้แล้ว​ ไม่มี​ใครอาจฝืนมัน​ได้

ห้า มี​ความอ่อนไหวต่อ​ความรู้สึกของผู้อื่น มี​ความเคารพใน​ความเข้มแข็งของชาวบ้าน ไม่มองว่าพวก​เขา​คือเหยื่อ​ที่น่าสงสารน่าสมเพช ช่วยตัวเองไม่​ได้ ​แต่พวก​เขา​คือผู้​ที่เข้มแข็ง​ซึ่งรอดชีวิตมาจากมหันตภัย​ที่ยิ่งใหญ่​และ​พร้อมก้าวเดินต่อ​ไป แล้ว​ก็อย่า​ไปร้องไห้แทนพวก​เขา พวก​เขาร้องกันมามากพอแล้ว​ อยากมีวันแห่ง​ความหวังบ้าง

คลิกดูภาพขยาย


นี่​เป็นสิ่ง​ที่แม่บ้านประทับใจใน​ความ​เป็นคนไทย​และคนใต้ ​แม้​เขา​จะลำบาก​และสูญเสียถึงเพียงนี้ ​เขาก็ไม่เคยขาดรอยยิ้มต้อนรับเรา ให้เวลาคุย​กับเรา สอนเรา บอกเราในเรื่อง​​ที่เราไม่รู้ อดทน​กับเรา ชวนเรากินข้าว สุภาพ​กับเรา เกรงใจเรา (​ทั้ง ๆ​ ​ที่เราควรเกรงใจ​เขามากกว่า) ชาวต่างชาติ​ที่ไม่​ได้มาอาสาสมัครจำนวนมากพูด​กับแม่บ้าน​เป็นเสียงเดียวว่า คนไทย​คือ​ความมหัศจรรย์แบบหนึ่ง​ ​กับน้ำใจ​ที่ล้นเหลือ

มีสิ่งหนึ่ง​​ที่รจนา​ได้คุย​กับหัวหน้าใหญ่เรื่อง​การ​ที่มีชาวบ้านมาหา​ที่ศูนย์​เพื่อสอบถามหรือขอ​ความช่วยเหลือต่าง ๆ​ ​คือ ให้ชาวบ้าน​ได้รับคำตอบ​โดยไว (​ได้หรือไม่​ได้) ​และให้ต้อนรับบริการชาวบ้านด้วย​ความรวดเร็ว เช่นเดียว​กับการต้อนรับแขกอื่น ๆ​ อย่าให้ชาวบ้าน​ต้องมานั่งรอนาน ๆ​ เพียง​เพราะ​เขา​เป็นชาวบ้าน ​เพราะพวก​เขา​และเธอก็ต่าง​ต้องทำมาหากิน ​ต้อง​เอาเวลา​ไปทำอย่างอื่น​ที่สำคัญต่อชีวิต บ้างก็ทิ้งลูกไว้​กับยาย​ที่บ้าน บ้าง​ต้อง​ไปรับสินค้ามาขาย ​เขา​ต้องเดินทางกันไกล ๆ​ ​ใช้เวลานาน หากเราให้​ความสำคัญ​กับเวลาของเราเองฉันใด เราก็ควรให้​ความสำคัญ​กับเวลาของชาวบ้านฉันนั้น​

แม่บ้าน​เมื่อกลับมาเมืองเจฯแล้ว​ มักบอก​เพื่อน ๆ​ ว่า อย่าร้องไห้ให้ชาวบ้านอีกเลย​ ​เขาไม่​ต้องการน้ำตาของ​ใครอีกแล้ว​ ​เขา​ต้องการอาชีพ ราย​ได้ เศรษฐกิจ​ที่คล่องตัว จงพากัน​ไปเ​ที่ยวภาคใต้ ​ไปพัก ​ไปกิน ​ไปซื้อ ​ไปดู(ด้วย​ความเคารพ) กันเถิด อย่า​ได้เหนียมอายหรือกริ่งเกรงว่า ​เป็นพื้น​ที่ประสบภัยพิบัติ ​ไปแล้ว​​จะเกะกะ กลัวผี กลัวภาพ​ที่​จะเห็น ​ถ้าเราไม่​ไป ไม่ช่วยสนับสนุนสินค้า​และบริการของ​เขา แล้ว​หวังให้​เขารอรับ​แต่เงินบริจาค ​เมื่อไร​เขา​จะ​ได้ฟื้นฟูอย่างมีศักดิ์ศรีเสียที

คลิกดูภาพขยาย


หก อย่าเจาะจงว่า ฉัน​จะทำเฉพาะสิ่งนี้ ฉัน​จะไม่ทำสิ่งนั้น​ ไม่​เอาตัวเอง​เป็นตัวตั้งว่า ฉันอยาก​จะทำอย่างนี้ ให้เกณฑ์ชาวบ้านหรือเด็ก ๆ​ มาร่วมกิจกรรม​ที่ "ฉัน" อยาก​จะทำ เราไม่​ได้​ไป​เพื่อสนอง​ความ​ต้องการของตนเอง ​แต่เรา​ไป​เพื่อสนอง​ความ​ต้องการของชาวบ้าน ​และลด​ความเห็นแก่ตัวของเรา

สิ่ง​ที่​ต้องระวังมากในสายตาของรจนา ​คือ การนำสิ่ง​ที่​เป็นของนอก (หรือของคนเมืองกรุง) แท้ ๆ​ มา​ใช้​กับเด็ก ๆ​ หรือชาวบ้านในชนบท ในแง่ของกิจกรรม เกม การละเล่น การเรียนสอน หรือ ศิลปะ ​โดยไม่มีการปรับให้เข้า​กับ​ความ​เป็นท้องถิ่น บางครั้งคนทำก็อยากทำในสิ่ง​ที่ตัวเองถนัดเพียง ทำแล้ว​ตัวเองรู้สึกดี เห็นเด็ก ๆ​ หรือผู้ประสบภัย​เป็นเพียงฝ่ายรับ น่าสงสาร ​ต้องทำโน่นให้นี่ให้ คนให้​คือ​พระเอกนางเอก ​ต้อง​ไปเรียกเกณฑ์เด็ก ๆ​ แม่บ้าน หรือชาวบ้านมารับกิจกรรม​ที่ตนจัด หาก​เป็นเกมต่างชาติ ก็ยังไม่​ได้มีการปรับให้เหมาะสม​กับวัฒนธรรมไทย บางอย่างก็ทำฝืนใจเด็ก บางทีคน​เป็นครูสอนเด็ก ​แต่ไม่มีจิตวิทยาเด็ก ก็มี รจนารู้สึกเหมือนเด็ก ๆ​ ​เป็นเหยื่อซ้ำซ้อน

สิ่งนี้พวกเราอาสาฯ​ได้คุยกันอยู่​ ​แต่ก็ยังยาก​จะจัดการ ​เพราะผู้คนเข้าออกมา​เป็นอาสามากมาย​ พอลงพื้น​ที่​ไปทำงานแล้ว​ก็ไม่อาจมี​ใครลง​ไปตรวจตามดู​ได้ทั่วถึงว่า ​ใครทำอะไร​อย่างไรเหมาะสมหรือไม่ ​ซึ่ง​เป็นสิ่ง​ที่ทางศูนย์อาสาสมัครฯอาจ​ต้องพิจารณาแล้ว​ ​เพราะการทำผิดพลาด​กับเด็กหนึ่ง​คน นั่นหมายถึงสิ่ง​ที่​จะติดอยู่​ในใจ​และอุปนิสัยของ​เขาหรือเธอ​ไปตลอดชีวิต

รจนาก็​ได้​แต่หวังว่า เรา​จะพบกระบวนการจัดการ​กับ​ความปรารถนาดี (Goodwill management) จากหลากหลายทิศทาง​ได้ ​เพื่อ​ที่เรา​จะ​ได้ทำให้ประสบการณ์การ​เป็นอาสาสมัครของพวกเรา​ทั้งหลายนั้น​ ตรง​ความ​ต้องการของชาวบ้าน เคารพศักดิ์ศรีของพวก​เขา ​เป็นการทำงานอย่างมืออาชีพ เน้นการพัฒนาระยะยาว​ทั้งด้านจิตใจ วัตถุ ​ความรู้​ความ​สามารถ ทักษะในการประกอบอาชีพ ตัวอาสาสมัครเอง​จะ​ได้สิ่งดี ๆ​ ​ความรู้สึกดีๆ​ ​ความทรงจำ​ที่ดีกลับบ้าน ​และ​ที่สำคัญยิ่ง ​คือ ​ได้ทิ้ง​ความทรงจำ​ที่ดีไว้​กับชาวบ้านด้วย

คลิกดูภาพขยาย


สุดท้าย​แต่ไม่ท้าย​ที่สุด ​คือ ไม่มองว่าตัวเอง​ไป​เป็นผู้ให้ ​แต่​ไป​เป็นผู้​ได้ ​ได้อย่างไร ​ได้จากการ​ได้รู้​ได้เห็น​ความ​เป็นจริง อย่าง​ที่เรียกว่าสิบปากว่าไม่เท่าหนึ่ง​ตาเห็น ​ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของตัวเองให้กว้างขึ้น​ ​ได้เรียนรู้ว่าชาวบ้าน​เอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ​ อย่างไร ​และ​ได้เรียนรู้ว่า การให้อย่างไม่คิด การโถมทุ่ม​ความช่วยเหลือด้วยตัวเงิน​และวัตถุนั้น​จนล้นเหลือ ​โดยขาดการประสาน​ที่ดี​และ​ความเข้าใจผลกระทบของมัน อาจทำลายกระบวนการพัฒนาระยะยาว ​และสร้างอุปนิสัยงอมืองอเท้า ทำลาย​ความภาคภูมิใจ​และศักดิ์ศรีให้​กับชาวบ้าน​ได้อย่างไรบ้าง​

คลิกดูภาพขยาย


ก่อนแม่บ้าน​ไปก็คิดอยู่​ว่า เออ ตัวเรานี้ก็มี​ความรู้​ความ​สามารถเนาะ คง​ไปทำอะไร​​ได้หลายอย่าง พอ​ไปถึงจริง ​ได้เห็น​ความ​เป็นคุณหนูของตัวเอง พบว่าตัวเองทำอะไร​หลายอย่างไม่​ได้ เช่น ขุดดิน ออก​ไปอยู่​กลางแดด​ทั้งวัน นอนดึก ๆ​ นอนใน​ที่มีเสียงดัง ๆ​ ทน​กับ​ความไม่​เป็นระเบียบ การมาประชุมสาย การผิดนัด การประสานงานแบบถึงลูกถึงคน การติดต่อคน​ที่เราไม่เคยรู้จัก การขอ​ความช่วยเหลือจากคนอื่น (ประเภทพจมานผู้จองหอง) ​เป็นต้น การ​ได้​ไปทำงานอาสาฯนี้ช่วยสอนแม่บ้านให้เห็นจุดอ่อนตัวเอง ยอมรับในสิ่ง​ที่ตัวเองทำไม่​ได้ ​และรู้สึกถ่อมตัวขึ้น​มากมาย​ว่า เรา​เป็นแค่คนธรรมดาจริง ๆ​ คน​ที่​เป็น​พระเอกนางเอกตัวเอก​ที่แท้จริงก็​คือ ชาวบ้าน ​ที่เจอวิกฤติ ผ่านช่วงวิกฤติมาสู่ช่วงฟื้นฟู ​ที่อยู่​ตรงนั้น​เสมอไม่ว่าพวกเรา​จะผ่านมาหรือผ่าน​ไปกี่ร้อยพันคนแล้ว​...​.

​โดยรวมแล้ว​ แม่บ้านเอง​ได้ตระหนักว่า การทำงานอย่างนี้​เป็นสิ่ง​ที่ยากลำบากยิ่ง ​เพราะเราเจอ​กับภัยพิบัติ​ที่เกิดขีดมนุษย์​จะรับไหวหรือคาดถึง ดังนั้น​ จึง​ได้เกิด​ความเข้าใจว่า กระบวนการแก้ไขปัญหาย่อมไม่ง่าย รวดเร็ว หรือ​ได้ดังใจเสมอ​ไป บางครั้ง อยาก​จะเอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์อะไร​ก็​ต้องหยุดไว้ก่อน ​เพราะเราไม่รู้​ความจริง​ทั้งหมดว่า อะไร​ทำให้​เป็นเช่นนั้น​ ​เพราะเราไม่​ได้อยู่​ในฐานะเดียว​กับ​เขาย่อมไม่อาจรู้ว่า ​เขา​ต้องเจอมา​กับอะไร​บ้าง ถูกกดดันอะไร​บ้าง ใน​เมื่อเราเองก็หาใช่​จะมีคำตอบ​ที่ดี​ที่สุดไม่ ก็ไม่ควร​ไปคาดหวังว่า คนอื่น​จะ​ต้องมีคำตอบด้วย

คลิกดูภาพขยาย


สำหรับแม่บ้านนั้น​​เป็นหนึ่ง​เดือน​ที่คุ้มค่า ​ได้เห็น​ความจริงบาง​ส่วนในพื้น​ที่ ​ได้ยิน​ได้ฟัง ​ได้ตระหนักใน​ความยากลำบากของชาวบ้าน​และของคนทำงาน ​ได้เห็นว่าหนทางในการฟื้นฟูนั้น​ยังอีกยาวไกล ​ได้ตระหนักว่าเรา​ต้องร่วมมือกันให้มากกว่านี้ เราจำ​เป็น​ต้องมีการจัดการ​ที่ดียิ่งกว่านี้ ​โดยเฉพาะการจัดการ​กับ​ความหวังดีต่าง ๆ​ ​ทั้งแง่คน​และสิ่งของ ​ได้รู้จัก​เพื่อนใหม่ ๆ​ ​ที่ต่างมา​เป็นอาสาสมัคร ​ได้เรียนรู้งานฟื้นฟู​ที่มีธรรมชาติ​เป็นผู้สอนให้

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง​ ไม่คิดว่าตัวเองทำอะไร​พิเศษเลิศเลอ นอกเหนือจากจัดเวลา​ที่มีอยู่​​ไปร่วมคลุกคลีเข้าใจ​และ​ใช้​ความ​สามารถ​ที่มีอยู่​ช่วยเท่า​ที่​จะทำ​ได้ ​แต่มองว่า การมี​ส่วนร่วมของตัวเองนั้น​​ไปผนึกรวม​กับ​กำลังของอาสาสมัครต่าง ๆ​ กลาย​เป็นพลังยิ่งใหญ่​ที่เหนือเราคนใดคนหนึ่ง​​จะทำ​ได้ ​และ​แม้แม่บ้านจากมาแล้ว​ ก็ยังเชื่อ​และหวังว่า ​จะมีอาสาสมัครรุ่นใหม่ ๆ​ ​ไปสานพลัง​เพื่อ​ความหวัง ​กำลังใจ ​และการฟื้นฟูของชาวชุมชน​ที่​ได้รับผลกระทบต่อ​ไป

คลิกดูภาพขยาย


ด้วย​ความขอบคุณแด่ชาวบ้าน​และผู้ประสบภัยใน​เขาหลัก ​และศูนย์อาสาสมัครสึนามิ

แม่บ้านผ่านอาสาฯ

คลิกดูภาพขยาย


ปล. แม่บ้านรจนาขออภัย​เพื่อน ๆ​ อาสา​ที่น่ารัก​ทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่​และรุ่น​เพื่อนหลายคน​ที่อาจ​จะไม่​ได้เอ่ยถึง​ทั้งหมด ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ทุกคนอยู่​ในใจแม่บ้านเสมอ เหล่าอาสาสมัคร​ทั้งไทย​และเทศเหล่านี้ ​ได้แก่ น้องเอ น้องอ๋อย น้องโบว์ น้องปุ้ม พี่มิชิตา คุณชายช้าง พี่สุนทร น้องปลา น้องเดือน น้องจักร น้องเกรียง น้องบอย พี่เล็ก พี่เกด คุณเกศ น้องแทน น้องกั๊บ น้องแพร แครี่ โอลิเวอร์ นิค น้องแฟรงก์ ทิเรียน สก๊อต บาร์บาร่า มดแดง มิเรียม ไดแอน เคลลี่ มิคกี้ น้องกาญจนา คุณหมี ​และอีกหลากหลายชีวิต สีสัน ​ที่ไม่อาจบรรยาย​ได้หมด ​แต่ขอให้ทราบว่า รจนาจดจำพวกเรา​ได้เสมอค่ะ​

คลิกดูภาพขยาย


​และบุคคลอื่น ๆ​ ​ที่ไม่​ได้​เป็นอาสาฯ​แต่​ได้ทำงานร่วมกัน เช่น พี่ ๆ​ ทหาร​ทั้งหลาย พี่ไก่อู เสธเอิร์ธ เสธชาติชาย คุณประยูรวัฒนธรรมจังหวัด พี่ ๆ​ ข้าราชการ​ที่เข้ามาช่วยงานจากหลากหลายหน่วยงาน ขอ​ได้รับคารวะ ณ ​ที่นี้ด้วย

คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID S-1006 Article's Rate 41 votes
ชื่อเรื่อง เฮฮาอาสาสมัคร (เขาหลักแห่งความหลัง) --Series
ชื่อตอน บทส่งท้ายอาสาฯเขาหลัก: บทเรียนจากการทำงาน --อ่านตอนอื่นที่ตีพิมพ์แล้ว คลิก!
ผู้แต่ง รจนา ณ เจนีวา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๐๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ป้าแก่ [C-4839 ], [58.10.178.188]
เมื่อวันที่ : ๓๑ พ.ค. ๒๕๔๘, ๑๒.๔๔ น.


มามอบดอกไม้ข้ามโลก ให้​​กับกิ๊กรจนาจ้า

ทุกอย่าง​​ที่บอกมา​​เป็นจริงทุกอย่าง คุณรจเก็บข้อมูล​​ได้ครบถ้วนมากขอยกย่องค่ะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ma-quid [C-4846 ], [203.155.206.178]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๔๘, ๐๙.๐๗ น.

​​เป็นบท​​ความ​​ที่อ่านแล้ว​​ถึง​​กับน้ำตาคลอเลย​​ทีเดียวครับ​​ ​​เป็นบท​​ความแห่ง​​ความหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งศักดิ์ศรี​​เพื่อ​​ความมีศักดิ์ศรี​​ที่มากกว่า ​​เป็นบท​​ความ​​ที่บรรยาย​​ความ​​เป็นคนของคน ​​โดย​​ที่เห็น​​เขา​​เป็นคน

ชอบหลาย ๆ​​ ประโยคเด็ด อย่างประโยค​​ที่ว่า อย่า​​เอา​​ความหวังดี​​ไปยัดเยียดให้​​เขา ​​และข้อห้า​​ทั้งข้อเลย​​ครับ​​

ขอบคุณแม่บ้านฯ สำหรับบท​​ความ​​ที่ขัดเกลาสนิมแห่ง​​ความเย่อหยิ่งจองหองออกจากผนังใจ​​ที่​​กำลังเสียพื้น​​ที่ให้​​กับการโกหกหลอกลวง

ผมรักบท​​ความบทนี้ครับ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-4849 ], [158.125.1.124]
เมื่อวันที่ : ๐๑ มิ.ย. ๒๕๔๘, ๑๖.๕๕ น.

มา​​เป็น​​กำลังใจให้ค่ะ​​ ​​เป็นมุมมอง​​ที่เฉียบคมมาก ประสบการณ์​​ที่แม่บ้าน​​ได้รับนั้น​​กลั่นตัว ตกผลึกอย่างงดงาม
เก็บไว้​​เป็นบทเรียนหนึ่ง​​ในชีวิตนะคะ​​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : Poceille [C-4886 ], [202.57.140.53]
เมื่อวันที่ : ๐๔ มิ.ย. ๒๕๔๘, ๑๖.๔๙ น.

แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ


(มิใช่เสียงน้ำลายหยดลงบนสังกะสีมุงหลังคาบ้าน ​​แต่​​เป็นเสียงมือสองข้างตีกันฮับ)


อ่านแล้ว​​อึ้ง เขียนอะไร​​ตอบไม่​​ได้ ​​เพราะบท​​ความนี้สมบูรณ์ในตัวของมันเองอยู่​​แล้ว​​ค่ะ​​ มีเพียง​​ความประทับใจในตัวผู้เขียน​​ที่วิเคราะห์​​ความ​​เป็น​​ไปในสายตาของคน​​ที่มาจากต่างแดน มองแจกันดอกไม้ในมุม​​ที่ต่าง​​ไป ​​ซึ่ง​​จะ​​เป็นประโยชน์แก่อาสาสมัครรุ่นใหม่ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอนค่ะ​​


แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : joer [C-12031 ], [58.8.57.138]
เมื่อวันที่ : ๒๗ ก.ค. ๒๕๕๐, ๑๘.๓๖ น.

null

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น